คนเขียนหนังสือ ชีวิตเบิกบานในการงาน
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
แม่และฉันตอน 1 วันที่เขียนถึงแม่



"คนรักและหินหอย"รวมเรื่องสั้นเล่มล่าสุดยังมีขายอยู่ ที่ร้านดอกหญ้าทุกสาขา


************************************


เปิดเรื่อง ฉันมีเรื่องราวที่เขียนถึงพ่อมากมาย

ทั้งที่เป็นบทความ ความเรียง บันทึก เรื่องสั้น และวรรณกรรมเยาวชนเป็นเล่ม ๆ

แต่เป็นครั้งแรกที่เขียนถึงแม่อย่างจริงจัง ทั้งนี้เพราะฉันเป็นลูกที่อยู่ห่างไกลแม่มาก และนี่เป็นตอนที่1



*************

แม่และฉัน


1

เช้า ๆ ตื่นขึ้นมาทำใจให้แจ่มใส ล้างหน้าล้างตาให้สะอาด ทำบุญตักบาตรตอนเช้า ทำจิตใจให้ดี พูดจาให้เพราะ อย่าโกรธเคืองโมโหใครเขา

ยามเช้าดี ก็ดีไปทั้งวันถ้าเช้าเริ่มต้นไม่ดี ก็จะไม่ดีทั้งวันแหละ

เป็นคำพูดของแม่ที่กรอกหูตั้งแต่เด็ก

นอกจากจะให้ล้างหน้าล้างตาทันทีที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้ว แม่ยังให้ท่องนโมสามจบก่อนล้างหน้า เรียกว่าท่องคาถาเสกน้ำ

“อยู่ให้มันนิ่ง ๆ บ้างก็ได้นะลูก”

นี่ก็เป็นอีกคำหนึ่งของแม่ เมื่อแม่เห็นว่า พวกลูก ๆ วุ่นวายกับเรื่องต่าง ๆ มากเกินไป การที่แม่บอกให้อยู่นิ่ง ๆ เป็นคำเตือนและคำตำหนิ

แม่เคยร้องไห้เพราะลูกอย่างฉันไม่หยุดนิ่ง ๆ อยู่สองครั้งเห็นจะได้ แค่สองครั้งก็รู้สึกผิดไปตลอดนั่นแหละ

ครั้งหนึ่ง เมื่อลุงคนหนึ่งมาบอกว่า ครูที่โรงเรียนของหลาน เป็นครูไม่ดี หาเรื่องเด็กขู่เด็กเพื่อที่จะนอนกับเด็กนักเรียนสาว ๆ ถึงขั้นว่าถ้าไม่นอนกับครูจะให้ตกในวิชาของครู เด็กคนไหนมีแฟนก็ขู่ว่าทำผิดระเบียบมีเรื่องชู้สาวรู้ถึงฝ่ายปกครองจะโดนไล่ออก แต่ถ้านอนกับครู ครูจะช่วย และว่าถึงอย่างไรก็มีแฟนแล้วเป็นแฟนกับครูอีกคนแล้วกัน

แกไปถาม พ่อแม่ของเพื่อน ๆ หลาน บอกให้ไปถามลูกสาวตัวเอง ได้ความว่าจริง

"ลุงจะร้องเรียนผ่านหนังสือพิมพ์ได้ไหม"

ฉันบอกว่าได้ แต่เมื่อลุงกลับไปแม่บอกว่า “อยู่นิ่ง ๆ อยู่เฉย ๆ บ้าง อย่าไปยุ่งกับเขาให้เขาจัดการกันเอง
ใครเขาก็รู้ว่าลูกทำหนังสือพิมพ์ถ้ามีข่าวลงหนังสือพิมพ์ เขาก็ต้องรู้ คิดดูมีใครสักกี่คนที่จะทำเรื่องแบบนี้”

"เรื่องแบบนี้แล้วมันไม่ดีหรือแม่"

"มันหน้าที่ของเราหรือลูก"

ฉันประนีประนอมแม่ว่า ฉันไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรมาก จะให้ลุงแกเป็นคนเขียนจดหมายถึงหนังสือพิมพ์เอง

เป็นจดหมายร้องเรียนถึงบรรณาธิการ แล้วฉันจะเอาไปส่งให้ลุงที่ไปรษณีย์

"ไม่ต้องไปยุ่งให้ลุงแกไปเขียนไปส่งของแกเอง"

เช้าวันต่อมา ลุงมาแต่เช้า

เมื่อฉันบ่ายเบี่ยงให้ลุงเขียนจดหมายเอง ลุงก็แสดงความเป็นคนหัวหมอออกมาทันที

" มาบอกแล้วไม่ทำไม่ช่วย ถือว่ามีความผิดนะ เป็นนักข่าวเป็นนักหนังสือพิมพ์แบบไหน เขามาบอกแล้วไม่เขียน ”

ฉันต้องบอกลุงว่า ฉันลาออกแล้ว แต่ฉันช่วยลุงเขียนจดหมายได้ ลุงต้องเขียนด้วยลายมือของลุงเอง แต่ฉันจะแนะนำให้และเอาไปส่งไปรษณีย์ในอำเภอให้ด้วย

ฉันเห็นแม่ร้องไห้

แม่กลัวฉันจะเดือดร้อน ไม่ยอมให้ฉันเอาจดหมายลุงไปส่งเด็ดขาด อย่างไรแม่ก็ไม่ให้ไป ในขณะที่กำลังพูดเหตุผลอยู่กับแม่

ลุงมาบอกว่า "มันหนีไปแล้ว"

วันนั้นครูโดนตีหัวเลือดสาด เป็นการสั่งสอนจากพ่อแม่เด็กและเขารีบออกจากพื้นที่ไปทันที

"ย้ายออกไปก็ไปทำไม่ดีที่อื่น ทำกับลูกคนอื่น ไปสอนที่ไหน อย่างนี้มันต้องให้ออกไปจากอาชีพครูเลย ทำให้ครูคนอื่นเขามัวหมอง"

"พอได้แล้วลูก ให้มันเป็นเรื่องของคนอื่นมั้ง"แม่ว่า

อีกครั้งหนึ่ง เมื่อฉันกลับไปเยี่ยมบ้าน เขามีโครงการจะสร้างฝาย

ฉันคิดว่ามันไม่ควรสร้าง แต่ญาติที่เป็นทนายความ คนหนึ่งบอกว่า สร้างฝายนะดีแล้ว จะได้กักน้ำเอาไว้ในช่วงน้ำหลากน้ำมาก ไม่ให้น้ำไหลลงทะเลหมด เสียดายน้ำ เก็บไว้ใช้ช่วงแล้งดีกว่า พอช่วงแล้งจะได้เอาน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร ปลูกพืช ปลูกผัก

ฉันอธิบายว่า น้ำมันไหลลงทะเลไปตามธรรมชาติก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร ช่วงน้ำหลากเราก็อยู่แบบน้ำหลาก ในช่วงน้ำหลากมีปลามากมายมากับน้ำหลาก โดยเฉพาะปลาไข่ กินปลาจากแม่น้ำ พอน้ำหลากผ่านพ้นไปดินทรายสีขาวเราก็ปลูกแตงโม หลังจากเก็บแตงโมก็ปลูกพริกขี้หนู ปลูกผัก ถึงช่วงน้ำหลากพอดีเก็บพริกหมด งวดสุดท้ายฟันมาทั้งต้น พวกสัตว์ที่เอาไปเลี้ยงก็ไล่ขึ้นที่สูง น้ำหลากผ่านไปก็ถึงฤดูกาลปลูกผัก ปลูกแตงโมกัน ตัดแตงโมขายเสร็จปลูกพริกขี้หนู ก็ไม่มีปัญหาอะไร ชีวิตหมุนเวียนไปตามธรรมชาติ

ชีวิตหมุนเวียนเปลี่ยนแบบนี้มาตั้งนาน การทำฝายกั้นน้ำเป็นการฝืนธรรมชาติ บังคับการไหลของน้ำ

เขาโต้แย้งว่า ต่อไปน้ำจะไม่ท่วมที่ลุ่ม ไม่ต้องเอาวัวขึ้นที่สูงเวลาน้ำท่วม ในที่ลุ่มก็ทำการเกษตรได้ทั้งปีไม่ดีหรือ ส่วนด้านบนก็มีน้ำใช้ตลอดเพิ่มผลผลิตด้วย ไม่มีอะไรเสียหาย งบประมาณตกมาที่บ้านเราถือว่าโชคดีแล้วไม่เอาก็โง่

แต่ฉันว่ามันไม่จำเป็น บ้านเราที่อุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องน้ำ นั่นไงโอ่งสีแดงขนาดยักษ์ที่เขาเอามาแจก เราจำเป็นที่ไหน บ้านเราน้ำท่าสมบูรณ์น้ำบ่อก็กินได้ โอ่งแดงขนาดยักษ์เอาไปแจกแถวอีสานก็พอ ไม่ต้องแจกทั้งประเทศจริงไหม

บังเอิญป้าคนหนึ่งเดินมา แกตั้งใจจะมาขอมะละกอไปแกงส้มสักลูก แกหยุดฟังและถามขึ้นว่า แล้วใครจะเป็นคนปิดเปิดประตูฝาย ถ้าน้ำที่กักไว้มากเกินจนล้นท่วมบ้าน แล้วถ้าเปิดแล้วก็ลืมปิดน้ำแห้งหมด จริงของแกนับว่าป้าแกมาได้ถูกจังหวะมาก ๆ ไม่มีใครตอบคำถามนี้

ฉันบอกกับป้าว่าต่อไปบ้านเราอาจจะไม่มีปลาแม่ปลาที่ไข่เต็มท้องกินแล้ว ปลาฉลาดตัวบาง ๆ ก็ไม่มี ปลาอะไรต่ออะไรที่มากับน้ำหลากก็จะไม่มีแล้วเพราะว่า เขาจะไม่ยอมให้น้ำหลากเหมือนก่อนแล้ว

ป้าทำท่าตกใจ พูดเสียงดังว่า อย่างนี้ไม่ได้

พี่ชายพี่สาว เป็นข้าราชการ แต่พวกเขาไม่ค่อยพูดไม่ค่อยเถียงกับใคร เมื่อฉันถามเขาว่า เขารู้เรื่องนี้ไหม เขาทำท่าไม่สนใจ ทำเป็นเฉย ออกจะทำท่ารำคาญนิด ๆ และก็ออกรถไปทำงาน

ข้าราชการไทยก็อย่างนี้แหละ ไม่สนใจอะไรเลย ความจริงแล้วเป็นครูก็ไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนหนังสือ เป็นพยาบาลก็ไม่ได้มีหน้าที่แค่ล้างแผลคนไข้

“ พูดให้มันเบา ๆ หน่อยได้ไหมลูก อยู่ให้มันนิ่ง ๆ เหมือนคนอื่นบ้างได้ไหม” แม่ร้องไห้พลางว่า เขาพวกคนใหญ่คนโต ลูกเป็นใคร”

พี่สาวคนโตที่เป็นแม่บ้านอย่างเดียวก็ช่วยอีกแรง โดยบอกว่า ใครจะทำอะไรก็ให้เขาทำเถอะน้อง

“อ้าวพี่ พูดอย่างนั้นได้อย่างไร มันบ้านเรานะ แม่น้ำของเรา เราเห็นมาตั้งแต่เกิด ไม่ใช่ใครจะมาทำอะไรก็ได้ พี่ก็เป็นเสียอย่างนี้แหละ พี่จะแค่หุงข้าวทำกับข้าวให้ลูกให้ผัวกินอย่างเดียวหรือ” (ความจริงน้องที่เถียงอยู่ฉอด ๆ ก็กินด้วย)

ผ่านมาสองเรื่อง ฉันก็สงบปากสงบคำ และบอกแม่ว่า

ช่างมันเถอะนะแม่นะ ใครทำไม่ดีท่านกลายก็ลงโทษเองแหละ ก็ขนาดฉี่ลงไปในน้ำยังปวดท้องเลย (เชื่อกันว่าท่านกลายเป็นผู้ดูแลคลองกลาย)

ฉันอยู่บ้านได้ไม่นาน ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าจะกลับมาอยู่บ้านสักพัก

นี้เป็นเรื่องราวเมื่อยี่สิบปีก่อนที่ฉันทำให้แม่ร้องไห้

ฉันไม่ใช่ลูกสาวที่แม่ภาคภูมิใจ แต่เป็นลูกที่แม่เป็นห่วงอยู่เสมอ แม้เดี๋ยวนี้ผ่านมาจนฉันอายุสี่สิบแล้ว ก็ยังเป็นเช่นนั้น ฉันรู้สึกได้

ในฤดูร้อนที่ผ่านมาฉันกลับบ้านอีกครั้งหนึ่ง แม่บอกฉันว่า แม่ได้ทำบุญเผื่อฉันด้วย เพราะแม่คิดว่าฉันคงไม่ค่อยทำบุญ แม่ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน แม่จะทำในชื่อลูก ๆ แต่ส่วนใหญ่ทำให้ฉันเพราะว่า ลูกคนอื่นแม่เห็นว่าเขาทำกันอยู่บ้าง แต่ฉันคงไม่ได้ทำแน่นอน ก็จริงของแม่ ถ้าทำบุญในแบบของแม่ ฉันไม่ได้ทำ แต่แม่เชื่อได้ว่า ฉันไม่ได้ทำชั่วทำบาปอะไร

ในช่วงที่อยู่บ้านสิบห้าวัน แม่ให้ฉันเป็นคนใส่บาตรพระเพียงผู้เดียว เหมือนหนึ่งว่าเป็นโอกาสทองของฉันที่จะได้ทำบุญสร้างกุศล เหมือนทุกครั้งที่ฉันกลับไปบ้านจะต้องมีการทำบุญ ที่ต้องนิมนต์พระมาที่บ้าน ฉันต้องทำอาหารสักอย่างด้วยตัวเอง ฉันต้องไปนั่งไหว้พระข้างหน้า
ด้วย ครั้งนี้ก็เช่นกัน


และครั้งนี้ฉันทำได้ดียิ่ง ตื่นขึ้นมาตอนเช้า ล้างหน้าให้ผ่องใส นั่งรอใส่บาตรพระทุกเช้า ครบสิบห้าวัน

ก่อนที่ฉันจะเดินทางออกจากบ้านอีกครั้ง แม่ทำบุญเพื่อนิมนต์มาที่บ้าน ฉันทำกับข้าวเองหลายอย่าง และนั่งฟังพระใกล้ ๆ แม่ จนสวดจบไม่ลุกไปไหนเลย ยกอาหารมาถวายพระด้วยตัวเอง

และที่สำคัญอยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ ตลอด จนถึงวันออกจากบ้านอีกครั้ง แม้ว่าอยู่นอกบ้าน ฉันไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ เฉย งดงามตามแบบผู้หญิง เหมือนที่แม่ต้องการ และฉันคิดว่าแม่ก็รู้ แต่แม่จำยอมและคิดว่าการทำบุญเท่านั้นที่จะช่วยฉันได้

แม่ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ฉันเริ่มเปลี่ยน

ฉันเริ่มเชื่อว่า ฉันอยู่รอดเพราะบุญของแม่จริง ๆ



******************



ภาพนี้ชื่อว่า "ความสุข"




Create Date : 10 สิงหาคม 2550
Last Update : 17 สิงหาคม 2550 14:15:47 น. 45 comments
Counter : 648 Pageviews.

 
สวัสดีเจ้า..คนใต้มาอยู่เมืองเหนือ

เป๋นจะไดล่ะ สบายดีบ๊อ?

แจมวุ่น ๆ กับงานที่ร้านน่ะค่ะพี่.. แต่ยังไง..17-18 นี้จะไปกรุงเทพฯ ถ้ามีตังค์จะชิ่งไปหา.. แบบว่ารีบไป รีบกลับ

คิดถึงอย่างแรงงงงง..



โดย: สีน้ำฟ้า วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:13:59:50 น.  

 
อยู่ที่นี่เอง เราอุตสาแวะไปหาที่บ้าน แจมไปดูเวลาที่พี่ทิ้งรอยไว้ที่บ้านแจมสิเป็นเวลาเดียวกันแน่ ๆ เลย



คิดถึงอย่างแรงต้องพูดเป็นภาษาใต้ด้วยนะ

ตอนขึ้นต้นต้องมีคำว่า เฮ..และลงท้ายด้วยคำว่านิ (เฮ...คิดถึงอย่างแรงนิ)

ว่าแล้วพี่ต้องไปที่ประชาไทก่อน เมื่อวานส่งต้นฉบับเป็นคำใต้ไปเดี๋ยวเขาจะแก้เป็นคำผิดหมดให้ถูกแบบภาษากลางหมด


โดย: แพรจารุ วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:14:15:13 น.  

 
อิ่มบุญไปด้วยจริงๆ นะยาย

รูปถ่าย สวย ได้ใจเชียว

ยาย ที่โอเคเนชั่น พี่โดมเขาลิงค์ไปยังไงไม่รู้
เห็นเมนท์ได้ด้วย
มีพี่โดมคนเดียวนี่แหละ ที่เอาบล็อกแก้งค์ เข้าไปใช้ได้
งง...ว่าจะถาม แต่แขกพี่แกเยอะเหลือเกิน เบียดยาก

ยายสบายดีนะ รักษาสุขภาพกายใจด้วยเฟ้ยยย
มีโอกาส ไปเที่ยวไกลๆกัน


โดย: ศิลป์ IP: 203.146.63.189 วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:15:31:24 น.  

 
พี่ช้ากว่าแจมไปนิดหนึ่งค่ะ.. 3 นาที

ระหว่างนี้แจมวิ่งไปอาบน้ำมา..แชมพูรักษารังแคสูตรเย็นเข้าตา

ได้แรงอ่ะแล้ะ.. หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง !!!


โดย: สีน้ำฟ้า วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:15:43:46 น.  

 
เราจะรู้ว่าความรู้สึกเป็นห่วงจากแม่มากมายขนาดไหน
ก็ต่อเมื่อเรามีลูกเอง..เท่านั้นแหละ
มันเกินจะอธิบายได้นะ

.....มีใครสักคนบอกว่า
อยากทำ อยากให้ อะไรกับแม่
ก็ทำตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่นี่ล่ะ
ถ้าเขาตายไปแล้ว..ถวายข้าวถวายโน่นนี่
อุทิศส่วนกุศลให้ ..ไม่รู้ได้รับรึปล่าว
.....
ทำให้แม่สบายใจ
ก็เป็นอีกหนึ่งการทดแทนบุญคุณ
.....
ดีแล้วล่ะที่พี่ยายตามใจแม่
นั่งฟังพระสวด ทำอาหารเลี้ยงพระ
ก็ตามที่แม่ต้องการน่ะ..แม่จะได้มีความสุข
แม่พี่ยายคงจะใจดี ..อยากไปเที่ยวบ้านนครฯด้วย
ไปเยี่ยมแม่พี่ยายด้วยคนได้ไหมจ้ะ...


โดย: นาย IP: 203.113.50.10 วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:17:16:52 น.  

 
แวะมาชมภาพ
ทะเลสวยมาก
อยากไปอยากไป


อาทิตย์ที่ผ่านมาแอมได้ไปลำปาง
แล้วกลับมาทางเส้นตำบลเทพเสด็จ
ขอบอกว่า บรรยากาศดีมาก
น่าชวนกันไปแรลลี่
ยิ่งพอฝนลงนะค่ะ
ไม่รู้สึกว่าตัวเองอยู่เชียงใหม่เลย
เหมือนตัวเองอยู่ที่ไหนไม่รู้

ผ่านโอมสเตย์ ที่ชื่อ บ้านอุ่นไอรัก
ขอบอกอีกแล้วค่ะว่า สวยจริงๆ
บ้านบนก้อนหิน ข้างหน้ามีวิวทุ่งนาหน้าฝน
เสียดายคนขับรีบกลับไม่ทันได้เก็บรูป

เอาไว้หนูมีรถเองเมื่อไรหนูจะไปตะเวณถ่าย
(เมื่อเวลาผ่านไปอีกสิบปี)


คิดถึงค่ะ
ว่างๆ จะแวะไปเยี่ยมบ้านเก๊ามะขาม


โดย: sugarhut วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:19:25:56 น.  

 
สวัสดีจ้ะยาย

ขอคุยกับเงาศิลป์ที่บ้านนี้หน่อยนะ

เงาศิลป์จ๊ะ

เรื่องที่เข้าไปเม้นท์ที่โอเคเนชั่นได้ก็เพราะพี่โดมสมัครเป็นสมาชิกที่โอเคเนชั่นไว้ด้วย แต่สมัครไว้เพื่อตอบคอมเม้นท์เท่านั้น (เพราะเผื่ออยากจะเม้นท์ใครบ้างไง )ไม่ได้สร้างบล็อก

เมื่อล็อกอินได้เราก็พิมพ์ชื่อบล็อกเข้าไปตรงที่เว็บไซต์ของคุณก็ลิงค์บล็อกของเราไปได้แล้วจ้า

ตั้งแต่ไปอยู่โอเคเนชั่นเขียนบล็อกเป็นไฟพะเนียงเลยนะ
ดีใจจังที่เห็นเงาศิลป์เขียนหนังสือสม่ำเสมอ

เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง ! !


โดย: โดม IP: 124.121.21.32 วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:22:37:07 น.  

 
เป็นบทความต้อนรับวันแม่ที่ดีมากครับ


โดย: ฟ้าดิน IP: 58.8.83.250 วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:1:02:53 น.  

 
สวัสดีเพื่อน ๆ น้อง ๆ คืนนี้นอนไม่หลับ มีใครนอนไม่หลับหรือยังไม่ได้นอนบ้าง

ว่าไปแล้วจะว่านอนไม่หลับก็ไม่ใช่เสียทีเดียว นอนมาตั้งแต่สามทุ่ม เรียกว่าตื่นเร็วก็ได้ พอตื่นแล้วมันมีเรื่องคิดหรือเรื่องต้องคิดเข้ามารบกวน ยิ่งพยายามหลับมันก็ยิ่งแย่จึงลุกเขียนอะไร ๆ ดีกว่า

สวัสดีฟ้าดิน
คุณเพิ่งเข้านอน เวลาของคุณที่เข้ามาเยี่ยมบ้านเราตอนตีหนึ่ง ว่าแต่เขียนเรื่องที่ไม่ชอบหรือยัง
ส่วนบทความที่ต้อนรับวันแม่ ความจริงเป็นบทสารภาพบาปก็ว่าได้ และคิดว่าจะเขียนเป็นตอน ๆ ไป ติดตามอ่านได้ (ถ้าไม่เบื่อ)

สวัสดีโดม
แล้วจะนำคสามไปบอกเงาศิลป์แต่ความจริงแล้วเงาศิลป์เขาถามเผื่อเรานะเอง เพราะเราถามเธอไป

ซูก้าฮัท
โอมสเตย์ชื่อบ้านอุ่นไอรัก ฟังชื่อคุ้น ๆ มากเลย
ว่าง ๆ แวะมานะเจ้า พี่ว่าจะไปดูการปักลายผ้าที่บ้าน
ซูก้าเหมือนกัน

แล้วจะโทรไปบอก จะไปดูพระเจ้าอมลิ้นด้วย (ยังไม่ลืม)

คุณนาย
จริงหรือเปล่าที่บอกว่าจะไปเที่ยวนครฯ ไม่ใช่พูดเล่น ๆ นะ ข้าเจ้าเป็นคนจริงจัง คำไหนต้องคำนั้น

"นาย" พรุ่งนี้บ่ายโมงไปจนถึงเย็นอยู่ที่โรงเรียนอนุบาล ถ้าว่างแวะไปหาหน่อยนะเจ้า เอาขนมเค็กไปด้วยถ้าทำ กาแฟที่โรงเรียนเขามี มีร้านกาแฟอร่อย และห้องสมุดที่ดีด้วย
วันก่อนพี่เอาหนังสือไปบริจาคสองเล่ม ว่าง ๆ ไปอ่านได้ ดอกไม้ของโลก กับลูกฟูกหมาน้อยธรรมดา


โดย: แพรจารุ IP: 203.113.50.14 วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:3:08:38 น.  

 
รออ่านต่อไปนะค่ะ

มีทั้งหดหู่ใจกับคนในสังคม

การไม่เรียกร้องเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องดูแลรักษา

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่ก็จะอยู่ข้างลูกๆเสมอ


โดย: karnlaka วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:8:34:56 น.  

 
หวัดดีจ๊ะ
อ่านแล้ว ทำให้คิดถึงแม่เหมือนกัน เราจะสุขหรือทุกข์ คนที่อยู่เคียงข้างลูกเสมอ ก็คือ แม่ ตอนนี้เราส่งท่านเดินทางไกลแล้ว ต่อไปถึงเราเดินทางบ้าง ยืมใช้คำของแม่ที่ว่า "อยู่นิ่งๆ อยู่เฉยๆ" บ้าง ว่าจะเดินทางพรุงนี้ ไป ปาย อยากหาที่เงียบๆ นิ่งๆ เฉยๆ เพื่อพบเจอสิ่งดีๆ กับชีวิตบ้าง กลับมาค่อยมาเล่าให้ฟังนะ


โดย: วิมายา IP: 203.209.90.225 วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:9:17:29 น.  

 
สไตล์นี่ล่ะ ที่คุ้นๆของดิฉัน
ในชื่อของแพร จารุค่ะ


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:9:50:10 น.  

 
หวัดดี ยาย

หวัดดีก่อนวันแม่ ได้มาอ่านเรื่องแม่ของยาย สบายใจดีครับ


โดย: รักษ์ (big onion ) วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:10:18:00 น.  

 
สวัสดีรักษ์

วันนี้เราคุยกันถึงเรื่องงานเขียนกับเพื่อน ๆ เราพบว่า เดี๋ยวนี้พวกเราที่เขียนหนังสือกันเป็นอาชีพไม่มีที่ลง

คือเขียนแล้วไม่มีที่ที่เหมาะสมที่ลง และต้องรอนาน เกินไปพวกนักเขียนจึงหันมาเขียนในบล็อกกันมากขึ้น

เราก็เห็นจริงอยู่นะ



โดย: แพรจารุ IP: 203.113.50.140 วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:20:50:50 น.  

 
สวัสดียิบซีสีน้ำเงิน

เขียนชื่อคุณแล้วคิดถึงยิบซีทะเล มาจากที่เดียวกันแน่เลย
พวกยิบซีทะเลเป็นพวกมอแกลน

พี่เขียนเรื่องแม่ตั้งใจจะเขียนหลายตอน แต่ไม่รู้ว่าจะเขียนได้แค่ไหน เพราะเมื่อเขียนไปเรื่อย ๆ แค่ตอนที่สอง ความดีงาม ความน่ารักของแม่ที่เราเคยมองข้ามไปก็ปรากฏชัดขึ้น และยิ่งทำให้ภาพที่ไม่น่ารักของเราเด่นชี้นด้วยเป็นทวีคูณจนแทบจะทนเห็นภาพตัวเองไม่ได้แล้ว
อาจจะเขียนไม่จบแน่เลย คือทนตัวเองไม่ได้ว่างั้นเถอะ

กานต์
ขอบคุณมากจ๊ะ นับว่าเป็นกำลังใจสุดขอบฟ้าจริง ๆ

วิมายา

ไปเที่ยวให้สนุกนะจ๊ะ ปายเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มาก ๆ ไปทุกครั้งก็ชอบทุกครั้ง แม้ว่ามันจะเปลี่ยนไปในทางที่เราไม่ชอบบ้าง แต่เสน่ห์มันยังมีอยู่เสมอ

เราชอบปั่นจักรยาน มีร้านเช่าจักรยานชื่อน้าปลิวแกใจดีมาก วิลองไปเช่าจักรยานแกซิ มีน้องชายอีกคนไปเปิดร้านขายภาพถ่ายสวย ๆ และสมุดบันทึกทำมือชื่อรัตน์ ถ้าวิพบบอกว่าพี่ฝากความคิดถึงด้วย

แล้วพบกัน


โดย: แพรจารุ วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:21:25:02 น.  

 
สวัสดีวันแม่ ค่ะ พี่แพร
ตื่นหลังพี่หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ
ซักผ้าเสร็จก็บินไปบ้านแม่ค่ะ บินโดยใช้รถยนต์ ..28 กิโล

รักแม่ทุกวัน แต่ วันแม่ ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่าต้องกลับบ้านค่ะ

ภาพ ความสุข สมชื่อจริง ๆค่ะ





โดย: นกแสงตะวัน วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:4:26:36 น.  

 
เราพบว่า เดี๋ยวนี้พวกเราที่เขียนหนังสือกันเป็นอาชีพไม่มีที่ลง

คือเขียนแล้วไม่มีที่ที่เหมาะสมที่ลง และต้องรอนาน เกินไปพวกนักเขียนจึงหันมาเขียนในบล็อกกันมากขึ้น
...........
ใช่เลยค่ะพี่ยาย
นึกๆ แล้วก็สะท้อนใจไงไม่รู้นะคะ

เฮ้อ

แม้จะอยากเป็นนักเขียนอาชีพ และมีความมุ่งมั่นแค่ไหน
แต่ก็คงต้องทำอย่างอื่นไปด้วยพลางๆ

เราก็เหมือนกันนะเนี่ย


โดย: การ์เกด IP: 61.91.94.18 วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:11:26:26 น.  

 


โดย: เขาพนม วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:11:30:28 น.  

 
ขอบคุณ คุณพนมดอกไม้นี้ชื่อ ดอกอะไรคะ

เมื่อเช้าโทร.ไปหาแม่ที่บ้านใต้แล้ว แม่สบายดีมาก ๆ ค่ะ
มีลูกหลานพวกที่อยู่ใกล้ ๆ แถวสุราษฏร์ นครฯ ประจวบ กลับบ้านกัน ได้ยินเสียงสนุกสนาน บอกว่ามังคุดเต็มบ้านเพราะมันไม่มีราคาขายกิโลละหนึ่งบาทเท่านั้น

ส่วนลูกที่อยู่เชียงใหม่ กลับไม่สบาย คาดว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ตอนนี้ค่อยดีขึ้นพอที่จะมานั่งหน้าจอคอมฯได้แล้ว


"นกแสงตะวัน"
สวัสดีคะ

ยี่สิบแปดกิโล ไม่ไกลเลยนะคะ
ภาพที่ทะเลบ้านใต้นะคะ เป็นรูปหลาน ๆ วิ่งเล่นกัน


โดย: แพรจารุ วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:18:02:56 น.  

 
สวัสดดีจ๊ะการ์เกด

การ์เกดว่า นึกๆ แล้วก็สะท้อนใจไงไม่รู้นะคะ
แม้จะอยากเป็นนักเขียนอาชีพ และมีความมุ่งมั่นแค่ไหน
แต่ก็คงต้องทำอย่างอื่นไปด้วยพลางๆ

พี่เห็นจริงด้วย
ใช่จริง ๆ ช่วงหลัง ๆ นี้ เมื่อใครเชิญไปพูดเรื่องการเขียนหนังสือที่ไหน พี่มักจะปฏิเสธ ด้วยความรู้สึกว่า มันไม่สามารถทำให้ชีวิตเป็นจริงได้ และเหนื่อยมากกับการมีชีวิตอยู่เพื่อการเขียนหนังสือ

น้อง ๆ ที่เริ่มเขียนหนังสือใหม่ ๆ ก็จะมีความคาดหวังที่ผิด ๆ หรือบางที่เมื่อน้อง ๆ ถามถึงรายได้จากการเขียน เราก็ลำบากใจที่จะพูด

และถ้าพูดไปตรง ๆ ว่า ถ้าน้องอยากจะมีชีวิตที่ไม่มีคำว่าความสำเร็จ ในรูปแบบที่ควรจะเป็น ไม่มีเรื่องของความก้าวหน้าใด ๆ อีกทั้งน้องจะได้รับสิ่งที่ใคร ๆ เขาเรียกว่า ไร้อนาคต ไร้ความทะเยอทะยาน น้องก็จงทำเถิด

ถ้าจะเอาคำตอบว่า พี่มีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกับรายได้จากการเขียนหนังสือนั้น ก็จะตอบว่าอยู่ไม่ได้กับรายได้หรอกค่ะ แต่ที่อยู่ได้ อยู่ได้กับการได้เขียนอะไร ๆ ที่คิดว่าพอมีประโยชน์อยู่บ้างกับผู้อื่น ถ้าไม่คิดถึงตรงนี้อยู่ไม่ได้แน่

และคนเขียนหนังสือเมื่อเขียนมาสักระยะหนึ่งมันยากที่จะทำอย่างอื่นได้ พี่ก็พยายามที่จะทำอย่างอื่นอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ท้ายที่สุดที่ทำได้มากกว่าเขียนหนังสือก็คือปลูกดอกไม้ ปลูกต้นไม้ข้างบ้าน ทำได้แค่นี้จริง ๆ ซึ่งมันก็แลกเปลี่ยเป็นเงินไม่ได้

แล้วคุยกันใหม่


โดย: แพรจารุ วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:18:23:36 น.  

 
สวัสดีอีกครั้งค่ะพี่แพร
กลับจากบ้านแม่ และเดินทางไกล ออกนอกเส้นทางค่ะ
นอนภู..หวังไปดูดาวตก แต่ไม่ยักเห็น เพราะไม่ตื่นมาดู

เรื่องแม่ห่วงเรานั้น..รับรู้จากดวงตาแม่ค่ะ
เรื่อราวยุ่ง ๆ ในชีวิตเรา แต่ก่อนจะคุยให้แม่ฟังตลอด
ต่อมาชักไม่ค่อยเล่า เพราะแม่ฟังแล้วจะห่วงเรามากขึ้น
ต่อมาเห็นเราไม่พูดเรื่องครอบครัวให้แม่ฟังอีกเลย แม่ก็จะเอ่ยเอง
เราต้องคอยบอกว่า แม่อย่าห่วงหนูเลย หนูเอาตัวรอดได้หรอกน่า
แต่ก็รู้ว่าแม่ผิดหวังกับชีวิตเราอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะทำไงให้ดีไปกว่านี้นะคะ

อ่านเรื่องพี่แพร คุยกับคุณการ์เกด แล้วสะท้อนใจจังค่ะ ในฐานะที่ตัวเองอยากเป็นนักเขียน แต่เป็นไม่ได้ ที่ทำได้และมีความสุขที่สุดคือการได้เป็นนักอ่านค่ะ
และเป็นคนหนึ่งที่ซื้อหนังสือเยอะด้วย เพราะลึก ๆคือคิดว่าความสุขอย่างหนึ่งของคนเขียนหนังสือคือการเห็นคนอ่านซื้อหนังสือของตัวเอง
และวันว่างจะพาเด็ก ๆเข้าร้านหนังสือค่ะ แทบทุกครั้งจะได้หนังสือกลับบ้านด้วยเสมอ
แม้เราคิดว่าตัวเองอ่านเยอะแล้ว แต่ก็ยังมีหนังสือดี ๆอีกมากมายที่ยังไม่ได้อ่านและไม่รู้จัก ก็ต้องสืบค้นหาอ่านต่อไปค่ะ
เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า การอ่านจะทำให้คนอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างสันติ
แล้วจะแวะมาบ่อย ๆค่ะ


โดย: นกแสงตะวัน วันที่: 13 สิงหาคม 2550 เวลา:15:56:46 น.  

 
เฮ สวัสดีอย่างแรงนิ (ใช้ได้ไหมคะ ฮิฮิ อยากแหลงใต้)

ใช่แล้ว วันหลังต้องขอเรียนแหลงใต้จากคุณแพรแล้ว

ลองดูนะ คุณแพรบายดีนะ

เขียนมาทักทายว่าไม่ได้ทิ้งกันไปไหนเลยนะคะ เข้ามาเยี่ยมเยียนอ่านงานตลอด อ่านไปยิ้มไป มีความสุขไปกับคุณแพรด้วย

เชื่อค่ะว่า การอยู่ไม่นิ่งของคุณแพรในหลายๆกรณี เป็นประโยชน์ให้กับสังคมชุมชนส่วนรวม เราอาจนิ่งได้เป็นบางครั้ง แต่หลายเรื่องก็เหลืออดเกินกว่าจะปล่อยดูดายจริงๆนะคะ

ฝันจะมาล่องแม่น้ำปิงกับคุณแพรสักครั้ง

แล้วมาใหม่ค่ะ



โดย: แม่ญิงโย-นก IP: 202.7.166.168 วันที่: 13 สิงหาคม 2550 เวลา:18:35:00 น.  

 
สวัสดีค่ะ ยาย

นึกออกแล้ว ว่า แพรจารุ ชื่อยาย...ใช่มะ หญิงเคยพูดถึงค่ะ...แวะมาเยี่ยมค่ะ อ่านแล้วเรื่องมันน่ายุ่งจริงๆ (ไม่น่าอยู่นิ่งๆ) เหมือนการทำตัวเป็นกลางค่ะ มันเป็นกลางไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ด้วยวิสัยของนักข่าวเก่าเหมือนกัน...ว่างๆ จะแวะมาหาใหม่ และจะทำลิ้งค์ไว้ที่บ้านฮอลล์ด้วยนะ


โดย: ฮอลล์ IP: 58.8.145.39 วันที่: 13 สิงหาคม 2550 เวลา:21:40:30 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ยาย

อ่านแล้วเข้าใจอารมณ์ของคนวัยหนุ่มสาว และเข้าใจแม่ด้วย บางทีแม่ก็คงเห็นด้วยกับสิ่งที่ลูกคิด แต่ก็ห่วงลูกมากกว่า

พูดถึงแม่ แล้วก็คิดถึงตัวเองว่าอยู่ใกล้กับแม่ แล้วชอบเถียง ขัดแย้งกันเรื่อย ชอบคิดว่าแม่ไม่ห่วง ไม่รักเท่าลูกผู้ชาย แต่พออยู่ห่างแล้วก็คิดถึงแม่ และรู้ว่าแม่ห่วง แม่คิดถึง

เรื่องที่พี่ยายคุยถึงการเป็นนักเขียน ก็เห็นจริงด้วยสำหรับนักเขียนที่มีอุดมการณ์ นักเขียนที่เห็นว่าอยู่ได้ก็คงเป็นนักเขียนที่เขียนตามความต้องการของตลาด เน้นบันเทิงเป็นหลัก ไม่ต่างจากละครหลังข่าว ที่เน้นแต่เรื่องน้ำเน่า ไม่ต้องคำนึงว่างานที่ออกไปจะช่วยจรรโลงสังคม หรือว่ายกระดับภูมิปัญญาของผู้เสพ แต่หนังสือยังดีกว่าละครหลังข่างอยู่บ้าง ตรงที่แม้จะเขียนเรื่องบันเทิง นักเขียนก็ยังพยายามสอดแทรกอะไรเข้าไปบ้างนะคะ

คล้ายกับว่ายุคที่คนอ่านหนังสือสะท้อนปรัชญาชีวิต สังคม หรือหนังสือที่ทำให้คนอ่านได้แตกยอดทางความคิด มันอ่อนแรงกำลังลงมากเหลือเกิน คนอยากอ่านหนังสือเพื่อบันเทิงผ่อนคลายความเครียดมีมากกว่าที่อ่านเพื่อคิด (เครียดกันมาหรือไงไม่รู้) หรือว่านี่คือยุคสุขนิยม ที่คนนิยมแต่ความสุข

ป.ล. ปอมก็ไปเขียนแนวบันเทิงเหมือนกันค่ะ ส่วนหนึ่งก็ชอบอ่านแนวนั้นบ้าง และอ่านแนวเพื่อชีวิตบ้างสลับกัน เป็นคนชอบอ่านหนังสือหลายประเภท และคิดว่าหนังสือแต่ละประเภทก็มีหน้าที่รับใช้ผู้อ่านแตกต่างกันไป ข้อดีของหนังสือแนวบันเทิงคือ เข้าถึงผู้อ่านในวงกว้าง และเราได้แทรกความคิดที่เราต้องการจะสะท้อนความเป็นไปในสังคมในงานเขียนได้แบบเนียนๆ แต่ข้อเสียคือ มันจะไม่แรงพอ และไม่มีเนื้อที่ที่ได้เล่นกับมันเต็มที่ เพราะมัวแต่เน้นบันเทิง คนอ่านอาจจะไม่ได้รับสารที่เราต้องการจะสื่อ (อันนี้เป็นการวิเคราะห์ของตัวเองนะคะ แหะๆ)

คุยยาวเลย กะว่าวันนี้จะอัพบล็อกเรื่องไปเที่ยว ศูนย์แสดงงานของสไตน์เบ็คค่ะ ถ้าอัพเสร็จแล้วจะเชิญพี่ยายไปเยี่ยมชม มีแต่รูปเต็มไปหมดเลย ประทับใจมากๆ ค่ะ


โดย: ปอมปอมเกิร์ล วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:3:39:47 น.  

 
สวัสดีคะน้ายาย
พอดีดี้ยุ่งๆคะเลยไม่ได้เข้ามาเขียนทักทาย ทายทัก อิอิอิ แต่เข้ามาอ่านเสมอคะ อ่านแล้วคิดถึงแม่เฒ้านะ วันแม่ที่ผ่านมาโทรหาที่บ้านแม่เฒ้าด้วยดูเป็นพิเศษดีคะ กับแม่คุยอยู่ทุกวันแล้ว ครั้งนี้แม่เฒ้าอวยพรให้รวบให้รวย น้าปานเดินมาแล้วคุยกะดี้ต่อว่าที่บ้านเราความสุขมีล้นเหลือ จริงๆด้วยคะ มันมากพอทีเดียว สุขทุกครั้งที่คิดถึง สุขทุกครั้งจริงๆคะ ช่วงนี้หนาวขึ้นทุกวันตอนนี้อยู่ที่สิบองศาคะ หนาวแปลกๆ แต่ชินแล้ว สรุปสบายดีทุกอย่างไม่ต้องห่วงคะ
คิดถึงน้ายายคะ


โดย: หลายดี้ IP: 68.126.20.161 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:9:58:14 น.  

 
แม่ญิงโยนก หวัดดีค่า คิดถึงจัง

"สวัสดีอย่างแรงนิ" ภาษาใต้เขาไม่ใช้คำว่า อย่างแรงนิกับสวัสดี เพราะอย่างแรกงนิ หมายถึงว่า อย่างมาก คราวนี้ถ้าเราจะใช้คำว่า สวัสดีอย่างมาก มันไม่ได้ แต่ถ้าเราอยากจะทักทายคนที่เรารู้สึกสนิทเราก็จะพูดว่า “หวัดดีคิดถึงอย่างแรงนิ” หรือหวัดดีคิดถึงจัง” แต่ถ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนอย่าใส่อะไรต่อท้ายแค่หวัดดีเฉย ๆ ก็พอ

ไม่อย่างนั้นเขาจะหาว่าไม่จริงใจ คนใต้เรื่องจริงใจเป็นเรื่องใหญ่มาก ปัญหาสามจังหวัดชายแดนเกิดจากไม่จริงใจและแก้ปัญหาแบบไม่จริงใจนี่แหละเป็นสำคัญ คราวนี้ความจริงใจเป็นอย่างไรล่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนคนที่ไม่เคยมีจะไม่รู้จักเลย

ว่าไงนะแม่ญิง ฝันว่าจะล่องเรือแม่น้ำปิงด้วยกัน ถ้าแม่ญิงฝันนาน ๆ ถึงตอนนั้นเขาทุบฝายชาวบ้านไปเรียบร้อยแล้ว เขาสร้างประตูระบายน้ำแล้ว ล่องเรือสำราญขนาดใหญ่เพื่อการท่องเที่ยวอย่างมีระดับ เราก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาไปจ่ายเงินล่องเรือหรือเปล่า เพราะถึงตอนนั้นเรือเล็ก ๆ แบบที่เราใช้นั่งแบบเรือหางแมงป่องก็อาจจะไม่มี เพราะเรือขนาดใหญ่เบียด แต่นั้นไม่สำคัญเท่าการทุบฝายชาวบ้าน ที่เขาต้องเอาน้ำเพื่อปลูกข้าว ปลูกผัก โดยอ้างว่าฝายน้ำล้นแบบหินทิ้งทำให้น้ำท่วม และสร้างประตูระบายน้ำส่งน้ำให้ชาวบ้านแทน แต่ชาวบ้านไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้ เพราะถ้าน้ำไม่มากพอแรงส่งจะไม่มีส่งไปถึงลำพูนอะไรทำนองนั้นแหละจ้า
อีกทั้งงบประมาณเสียไปอีกนับพันล้านเปล่า ๆ (อย่างนี้เรียกว่าแก้ปัญหาแบบไม่จริงใจ)

อ้าว อยู่ไม่นิ่งอีกแล้ว
แม่ญิงไปอ่านเรื่องขำในประชาไทหรือยัง

ชวนเพื่อน ๆ ไปอ่านด้วยดีกว่า
http://www.prachatai.com/05web/th/columnist/viewcontent.php?ColumnistID=62&ID=62&ContentID=2857&SystemModuleKey=Column&System_Session_Language=Thai


โดย: แพรจารุ วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:10:27:27 น.  

 
อ้ะ ดอกไม้ใช่ไฮเดรนเยียหรือเปล่าคะ
แม่เราชอบไฮเดรนเยียมากๆ เคยปลูกใส่ถังน้ำเก่า สีตะกั่ว นึกย้อนกลับไปดู สวยมากๆ ทั้งๆ ที่มันคือของเหลือใช้ ผุรั่วแล้วนั่นเอง

ว่าแล้วก็คิดถึงแม่มั่ง

พูดถึงงานเขียน เนอะ แต่ยังไงๆ เราก็เหมือนกันค่ะ เป็นงานที่รักและไม่เคยคิดจะหยุดเขียน แต่ก็ทำอย่างอื่นไปด้วยตามความสามารถที่พอจะดี

นี่ก็รับงานออกแบบ / จัดหน้าหนังสือไปพลางๆ ค่ะ กับเขียนคอลัมน์ต่างๆ อีกพอสมควร เช่น คอลัมน์แนะนำหนังสือ, คัดสรรอ่านต้นฉบับ


โดย: การ์เกด IP: 61.91.39.223 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:12:07:38 น.  

 
ตะกี้คีย์ผิดไปหน่อย

"ทำอย่างอื่นไปด้วยตามความสามารถที่พอจะมี" ค่ะ



โดย: การ์เกด IP: 61.91.39.223 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:12:09:51 น.  

 
ตอบนกแสงตะวัน
นกแสงตะวันกล่าวมาพี่เห็นจริงด้วยทุกประการ โดยเฉพาะการอ่านหนังสือแล้วคนจะอยู่กันอย่างสันติ

แต่มันน่าจะขึ้นอยู่กับว่าอ่านอะไรด้วยนะคะ เป้าหมายของการอ่านเมื่อถึงช่วงวัยที่เลือกได้ พี่คิดว่า ที่โรงเรียนมีการเลือกให้เด็กอ่านหนังสือนอกเวลานั้นสำคัญยื่งเหมือนกัน

แม่พาลูกเข้าร้านหนังสือบ้างก็สำคัญเหมือนกัน

ขอบคุณนกมาก







โดย: แพรจารุ วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:17:00:52 น.  

 
สวัสดีปอม
เห็นด้วยกับปอมค่ะ
เขียนทำตามที่ถนัดแหละดีแล้ว แล้วจะตามไปอ่านศูนย์แสดงงานของสไตน์เบ็ค

สวัสดีฮอลล์ ว่าจะกลับไปอ่านเรื่องจราจรที่รักให้จบ
น่าติดตามทีเดียว



โดย: แพรจารุ วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:17:10:07 น.  

 
ใจเราตรงกันเลย เพราะกำลังทำลิงค์มาหาบ้านยายพอดี
ดูซี



โดย: ศิลป์ IP: 203.146.63.189 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:22:16:56 น.  

 
มาแอ่วหาครับ...แฟนคลับเยอะจังเลยนะพี่ยาย

อยากสัมภาษณ์ประเด็นเรื่อง กวี...ซีไรต์ หนะ เตรียมตัวไว้เน้อ...


โดย: pu_chiangdao IP: 202.5.87.148 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:23:07:55 น.  

 
HappY BirthdaY....ให้สมหวัง....สดชื่น...มีความสุข....และเป็นที่รักของทุกคนค่ะ


โดย: ปักเป้าจุด วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:0:26:22 น.  

 



มีความสุข สมหวัง และสุขภาพแข็งแรงคะ



โดย: ^^Ken-Ju***Pu-Jung^^ วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:1:07:53 น.  

 


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:1:22:48 น.  

 
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


โดย: เนระพูสี วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:4:54:10 น.  

 




เขาว่าวันเกิดมีคนมาอวยพรน่ะมีความสุขดีนะ
ก็เลยชอบเอาการ์ดมาอวยพรชาวบ้านเค้าในวันเกิด
สุขสันต์วันเกิดครับ
ขอให้มีความสุขมากๆ ครับ

.....Geranun......


 



โดย: granun วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:5:37:44 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้มีความสุขมากๆ และสมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนานะคะ


โดย: ฟ้า (ฟ้ากระจ่าง ) วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:5:53:11 น.  

 


สุขสันต์วันเกิดค่า.......

ขอให้มีพลังสร้างสรรค์งานต่อไปนะคะ....

อย่าลืมกินอาหารเหนือเผื่อมั่งนะคะ....อ้อ
วันเกิดต้องกินอาหารใต้สิเนอะ....

มีความสุขกับเมืองเหนือ...วันนี้ฟ้าคงใส....หัวใจคงพองโต...

สุขขขขขขขขขขขขขขขขขขข.......มากที่สุด...............


โดย: ปลายแปรง วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:7:30:52 น.  

 

Happy BirthDay 2u
มีความสุขมากๆน้า 15 ส.ค. ปี พ.ศ..........


Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket



โดย: Yoawarat วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:7:59:20 น.  

 


HAPPY BIRTHDAY 14 AUG,2007


ขอให้มีแต่ความสุขเข้ามาในชีวิต


สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์


การงานเจริญรุ่งเรือง


เป็นคนดีของสังคมไทยด้วยนะค่ะ ^ ^


มีเลี้ยงฉลองวันนี้ เมาไม่ขับนะค๊ะ



โดย: nui_kiku วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:8:20:17 น.  

 


โดย: ธ.ธง ธ.เธอ วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:8:26:16 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ

ขอให้มีความสุขสมหวัง
และมีความรักที่สวยงาม

รักแม่ให้มากๆนะคะ


โดย: คนเลวที่แสนดี วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:8:47:34 น.  

 


โดย: โสมรัศมี วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:9:28:09 น.  

 



::: HaPpY bIrThDaY :::
ขอให้มีความสุขในวันดีๆ วันนี้ค่ะ


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:9:34:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แพรจารุ
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..
۞ บทกวีและเรื่องสั้น ถนอมไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท

..
۞ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว โดยถนอม ไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท 17 ต.ค.51
http://www.youtube.com/watch?v=L21lhWsu8QQ&feature=related object width="315" height="80">
หา โค้ดเพลงhi5 : hi5 song code search
Friends' blogs
[Add แพรจารุ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.