คนเขียนหนังสือ ชีวิตเบิกบานในการงาน
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
12 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
อวสานฝายพญาคำ

ฉันทำหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ชื่อ "เมืองแม่น้ำในหุบเขา"

ฉันนั่งเขียนบทนำเรื่องใหม่อีกครั้ง มันจบพอดีเกือบจะพร้อมกับที่น้องคนหนึ่งส่งข่าวมาว่า "อย่างไรเสียฝายถูกทุบอยู่แล้วเพราะงบที่จะสร้างประตูระบายน้ำมาแล้ว และทำประชาพิจารณ์คนในพื้นที่แล้วด้วย แต่ทำประชาพิจารณ์แบบไหนไม่รู้ เอาเป็นว่า เขาบอกว่าผ่านประชาพิจารณ์แล้ว "

รู้สึกคล้ายเดินทางไกลแล้วหมดแรง

ฉันจึงนำเอาบทนำที่เขียนเสร็จใหม่ ๆ มาให้อ่านกันก่อน


กินข้าวริมฝาย ที่เห็นเป็นริ้วอยู่ข้างหน้าคือฝายหินทิ้งที่กำลังจะถูกทุบ


เมืองแม่น้ำ





คือลำเหมืองที่รับน้ำจากฝายพญาคำสำหรับทำนาในพื้นที่สารภี



เมืองแม่น้ำในหุบเขา

ฉันมาอยู่ที่บ้านเมืองนี้ย่างปีที่ 10

ฉันเริ่มรู้จักบ้านเมืองของเขามากขึ้น จากการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ มีกลุ่มคนที่สำคัญ ที่ทำให้ฉันได้ตระหนักถึงความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองที่เราอาศัยอยู่คือ “กลุ่มภาคีคนฮักเจียงใหม่”

ฉันจะต้องแนะนำกลุ่มนี้สักนิดหนึ่ง

ภาคีคนฮักเจียงใหม่ เป็นกลุ่มคนธรรมดา ๆ มารวมตัวกันเพราะเห็นสภาพบ้านเมืองที่ตัวเองอยู่มีการพัฒนาที่ไม่เหมาะสมในทิศทางที่ควรจะเป็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม หรือจะเรียกว่าคนกลุ่มภาคีคนฮักเจียงใหม่ว่า เป็นกลุ่มอาสาสมัครดูแลเมืองก็ได้

เมื่อก่อน เรื่อง แม่น้ำปิง ฉันรู้จักแค่ ....ปิง วัง ยม น่าน ไหลมารวมกันและไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

เมื่อครั้งอยู่กรุงเทพฯ บ้านฉันอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ฉันไม่เคยคิดถึงแม่น้ำปิงเลย ยิ่งเรื่องเหมืองฝาย เป็นเรื่องที่อยู่ไกลตัวไปอีก ทั้งที่ฉันชอบกินลำไยเป็นที่สุด และแม่ค้าตะโกนขายว่า “ลำไยจากลำพูน หวานกรอบจ้า”

เมื่อฉันย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ฉันเริ่มเดินขึ้นไปบนดอยเช่น ดอยหลวงเชียงดาว และเริ่มรู้จักคำว่า “ป่าต้นน้ำ” เหมืองฝาย พืชเชิงเดี่ยว และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับ ป่าเขาและสายน้ำ

ในปี 2548-2549 น้ำท่วมเมืองเชียงใหม่อย่างหนัก ฉันได้เห็นบ่อขยะที่เชียงดาวระเบิด บ่อที่ใช้ซีเมนต์ล้อมรอบทั้งสี่ด้าน เป็นที่เก็บขยะมาหลายปี แรงน้ำทำให้มันระเบิดออกสองด้าน ขยะจำนวนมหาศาลทะลักออกไปคลุมหมู่บ้านหนึ่ง มันเต็มไปด้วยขยะ สารพัดขยะ ติดอยู่ทุกแห่งของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประตูบ้าน หน้าต่าง และตามต้นไม้ด้วย เหม็นคลุ้งทั้งหมู่บ้าน หลับตาก็ยังเห็นภาพนั้น สูดลมก็ยังได้กลิ่นในความรู้สึก

วันนั้นฉันเดินทางไปกับหญ้าน้ำ ทุ่งขุนหลวง และเพื่อนอีกสองคน เราคุยกันว่า น้ำได้ประกาศความยิ่งใหญ่ ระเบิดบ่อขยะออกมา ถนนที่ว่าแข็งแรงรับรถบรรทุกมานับร้อยนับพันคันได้แต่มันก็ทรุดตัวลงเพราะสายน้ำ ถนนจะปิดทางสายน้ำไม่ได้

เรายังเห็นอ่างเก็บน้ำแม่ประจุ๋มแตก เกิดน้ำท่วม บ้าน และเรือกสวนไร่นา ถูกดินหินทรายถล่ม ที่นี่ไม่มีกลิ่นเหม็นเหมือนบ้านบ่อขยะ มันสะอาดราบเรียบจริง ๆ ไม่มีอะไรเลยสวนผลไม้ นาข้าว หายไปในพริบตา มีหินทรายมากลบหมด

เรื่องราวในสองปีนั้น ทำให้ฉันต้องรู้เรื่องอีกมากมาย

ชาวบ้านเชียงดาวบอกว่า พื้นที่ป่าต้นน้ำของแม่ปิง อยู่ในเขตเชียงดาว มีความอุดมสมบูรณ์มาก แต่เดี๋ยวนี้พื้นที่ป่าตรงนั้นมีการขยายตัวของพืชเศรษฐกิจ มีสวนส้ม กะหล่ำปลี ข้าวโพด ยางพารา พืชเศรษฐกิจทำให้มีการเปิดหน้าดิน เปิดพื้นที่ป่า มีการไถพรวนหน้าดินจนเกิดปัญหาการชะล้างหน้าดินเมื่อฝนตกหนักจึงไม่มีอะไรซับน้ำ และไม่ใช่แต่เชียงดาวเท่านั้นที่อื่น ๆ ก็เหมือนกัน

นอกจากนั้น ฉันยังได้รู้เรื่องเหมืองฝายที่อยู่ในแม่น้ำปิง นั่นแหละ-จึงรู้ว่าลำไยที่ฉันกินเข้าไปต้องใช้น้ำจากเหมืองฝายปลูก

ฝายที่ซุกตัวสงบอยู่ใต้น้ำ ถูกเปิดตัวขึ้นมาอีกครั้ง มีการพูดถึงฝายกลางน้ำแม่ปิงอยู่สองด้านด้วยกัน

ด้านหนึ่งซึ่งเป็นฝ่ายผู้ใช้น้ำบอกว่า ฝายมีประโยชน์มาก ทดน้ำเข้าลำเหมืองเพื่อการเกษตร ในเขตเชียงใหม่ –ลำพูน เป็นความมั่นคงทางอาหาร และตัวเหมืองช่วยบรรเทาน้ำท่วมเพราะเป็นพื้นที่รับน้ำ

แต่อีกฝ่ายในนามของรัฐบาลบอกว่า ฝายนั้นแหละทำให้น้ำไหลช้าน้ำเลยท่วมพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเมืองเชียงใหม่ มีการจะทุบฝายทิ้ง การคัดค้านของกลุ่มผู้ใช้น้ำจึงเกิดขึ้น และบอกว่าฝายหินทิ้งน้ำผ่านได้ไม่ได้ทำให้น้ำท่วมเมือง สาเหตุอื่นมากกว่า เช่นป่าถูกทำลาย แม่น้ำปิงถูกบุกรุก การสร้างผังเมืองผิด ถนนกั้นน้ำเอาไว้ และหากทุบจะไม่มีน้ำเพื่อการเกษตร ยื้อกันอยู่นาน

ฝ่ายรัฐผู้อยากทุบฝาย หาทางออกจะสร้างประตูระบายน้ำให้แทนฝาย แต่ผู้ใช้น้ำไม่แน่ใจ และเห็นว่า ฝายเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่มีมานานและยังมีประโยชน์อยู่ จะเอางบประมาณพันล้านไปสร้างประตูระบายน้ำทำไม และหากไม่ได้ผล ทุบฝายทิ้งแล้วจะสร้างใหม่ได้อย่างไร มันเสี่ยงเกินไป และที่รัฐต้องการจะทุบเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเรือสำราญล่องแม่ปิงโดยไม่ติดฝาย


บทสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้จึงจบลงได้ ด้วยบทที่ว่า “ ใบไม้ของโลก- เยาวชนอนุรักษ์เหมืองฝายและแม่น้ำปิง”

ในหนังสือเล่มนี้มีผู้ร่วมเขียน 5 คน คือ ถนอม ไชยวงษ์แก้ว
แสงดาว ศรัทธามั่น แพร จารุ หญ้าน้ำ ทุ่งขุนหลวง ธนภูมิ อโศกตระกูล


ด้วยความขอบคุณ

แพร จารุ




หนังสือเล่มนี้ ทำเพื่อสายน้ำแม่ปิงและเหมืองฝาย เพื่อเชื่อโยงกับแนวทางจัดการแม่น้ำปิงทั้งระบบอย่างมีส่วนร่วม

แต่กลายเป็นว่าบทสุดท้ายคือบทอวสานจริง ๆ ของฝายในแม่น้ำปิง หนังสือเล่มนี้อาจจะเป็นหนังสืองานศพของฝายพญาคำและฝายลูกอื่น ๆ ในแม่น้ำปิง เช่นฝายท่าวังตาล ฝายหนองผึ้ง



แก่ฝายคนสุดท้ายเล่าเรื่องฝายพญาคำให้เด็ก ๆ ฟัง


Create Date : 12 กรกฎาคม 2551
Last Update : 16 กรกฎาคม 2551 16:01:13 น. 39 comments
Counter : 705 Pageviews.

 
น้ำแม่ปิงยาว บ่ใช่สั้นๆ ไหลบ่อั้นตลอดแนว...
มาวันนี้ มีไผมีใครก็ไม่รู้ มาแปลงหม้อนรก เอานรกมาปกบ้านปกเวียง....

หมู่สู อู้ไปก็แล้ว แต่เหมือนแฮ้วบ่มีสาย...
หมู่เค้ามีแต่หม้อนรก พร้อมจะปกบ้านปกเวียง
บ่ฮู้จักอะหยัง บ่เข้าใจ๋อะหยัง
ฮู้แต่คำว่า "เงินๆๆ"

ลาก่อนเหมืองฝาย



โดย: หินทิเบตก้อนสุดท้าย (last_tibetstone ) วันที่: 14 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:16:47 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่แพร
ดูเหมือนตอนจบจะเศร้า นะคะ หวังว่า ความตั้งใจของพี่เพื่อนๆ คงไม่สูญเปล่านะคะ

ตอนที่พี่กลับไปนคร เพ็ญ ก็ปิดเทอมพอดี แต่เพ็ญ ก็เกรงใจไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของพี่ แต่ถ้า มาอีกคราวหน้า บอกเพ็ญได้เลย บ้านเพ็ญกับท่าศาลา ขับรถไม่เกินชั่วโมง ยินดีบริการ พาท่องเมืองนครค่ะ



โดย: เพ็ญ (PenKa ) วันที่: 14 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:43:41 น.  

 
เพ็ญ ดีมากเชียว

พี่อยากมีคนพาเที่ยวบ้านตัวเองอยู่พอดี เพราะอยู่บ้านไม่ค่อยได้ไปไหนเลย

ตกลงเพ็ญสอนอยู่ที่ไหนนะ

ไม่นานเอจกันค่ะ


โดย: แพรจารุ วันที่: 15 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:19:39 น.  

 
พี่หินฯ
จริงเหมือนที่พี่หินว่าทุกประการ

ต้องกล่าวคำอำลาแล้ว ไม่ใช่เหมืองฝาย หมายถึงศักดิ์และศรีของเมืองด้วยนะ


โดย: แพรจารุ วันที่: 15 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:22:17 น.  

 
สวัสดีค่ะ
คริ คริ พี่แพร ถ้าคนนคร สอง คน หลงทางในนครก็อย่าว่ากันนะคะ

เพ็ญ สอนที่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ค่ะ เป็นโรงเรียนเพิ่งตั้งใหม่ บางคนยังไม่รู้จักเลยค่ะ
แล้วเพ็ญ จะเมล์ไปคุยด้วยนะคะ จะได้แจกเบอร์


โดย: เพ็ญ (PenKa ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:49:22 น.  

 
เพ็ญ

ชื่อใหม่จริง ๆ แต่พี่ก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน เลยไม่รู้จัก

รู้จักแต่เบญจมราชูทิศ ซึ่งพี่สอบเข้าเรียนที่นั่นไม่ได้ ก็เลยต้องออกจากเมืองนครไปอยู่ประจวบวิทยาลัย เมืองประจวบฯ

เมืองนครจึงเป็นเมืองปิดเทอมเท่านั้น กลายเป็นลูกไกลบ้านมาเท่าทุกวันนี้


โดย: แพรจารุ วันที่: 16 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:05:50 น.  

 
แวะมาสวัสดีจ้ะ ฝากเยี่ยมเยียนเมืองน่านด้วยนะคะ ไม่ได้ไปหลายปีแล้ว

พี่หินก็จะไปเจียงฮายจ้ะ ศุกร์และเสาร์ ค้างสองคืนที่หมู่บ้านอาข่า

ถ้าผ่านแถวนั้น เชิญแวะกินอาคือเน้อ...




โดย: หินทิเบตก้อนสุดท้าย (last_tibetstone ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:05:10 น.  

 
ในเมื่อตัวอย่างมีเกิดขึ้นแล้ว
เขายังไม่รู้กันอีกหรือพี่ว่าฝายที่เค้าคิดว่าสร้างอย่างถาวรนั้น
มันทำความสะอาดได้ยาก
มันมีการสะสมของปริมาณขยะ
จนทำให้น้ำไม่อาจไหลได้ตามปรกติ
ที่สุดฝายก็แตก ไม่เหมือนฝายหินที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน


โดย: เพลงฝนต้นลมหนาว วันที่: 16 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:05:51 น.  

 
"เมืองแม่น้ำในหุบเขา"
และแล้วกฎหมายมังรายศาสตร์
ก็เหลือไว้เพียงความทรงจำ
เมื่ออวสานฝายพญาคำ...

บทเรียนของการพัฒนาที่เจ็บปวด..


โดย: ดอกเสี้ยวขาว วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:06:44 น.  

 
เพลงฝน

ใช่แล้วเพลงฝน พี่เคยไปดู
ฝายธงน้อย ที่น่านมาแล้วเป็นแบบเดียวกันกับประตูระบายน้ำนั่นแหละ หลังทำฝายธงน้อยแล้ว ปีที่น้ำมากน้ำก็ยังท่วมเมืองน่านหนัก

เรียกชื่อต่างกันเท่านั้น ที่เชียงใหม่เขาเรียกว่า ประตูระบายน้ำ

ใคร ๆ เขาก็รู้ว่ามันไม่ได้ป้องกันน้ำท่วม ที่นั่นเขาสร้างเพื่อการเษตรแต่ได้ผลแค่ไหนเราไม่รู้

ส่วนที่เชียงใหม่การเกษตรเขาไม่ได้มีปัญหาเขามีฝายหินทิ้งอยู่แล้ว
และจะไปสร้างประตูระบายน้ำทำไมให้เปลืองงบ และยังเสียสิ่งแวดล้อมด้วย และหากว่ามันใช้ไม่ได้ดีเท่าฝายหินทิ้ง

วันก่อนผู้ช่วยแก่ฝายบอกว่า กรมชลว่าสร้างแต่ไม่ทุบฝายหินทิ้ง อันนี้คือหลอกให้ผ่านไปก่อน และบอกว่า ถ้าใช้ไม่ได้ดีก็ใช้ฝายหินทิ้งตามเดิม

ว้าย ! แล้วงบเป็นเกือบพันล้านกับแท่งหินนั่นละ

คิดแบบง่าย ๆ นะเพลงฝน


โดย: แพรจารุ วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:45:33 น.  

 
ดอกเสี้ยวขาว

กฎหมายมังรายศาสตร์ ยังใช้ได้อยู่ตอนนี้ อาจารย์ ชัยพันธ์ บอกว่า ยังใช้ได้อยู่นะ



โดย: แพรจารุ วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:47:56 น.  

 
สักวันหนึ่ง พวกเขาจะตระหนักรู้และซาบซึ้งดีถึงภูมิปัญญา"คนบ่ะเก่า"...

วันนั้นพวกเขาจะร้องว่า..."เอ๋อเอ๊ย...เผื่อฮู้คิงน้ำปิงปอแห้ง"


โดย: แม่ไก่ วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:54:09 น.  

 
ขอบคุณแม่ไก่จริง ๆ ค่ะ



โดย: แพรจารุ วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:50:49 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณแพรจารุ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ และขอบคุณที่ไปเยี่ยมนะคะ

บ้านร่มไม้เย็น จขบ น่ารัก และร่มเย็นสมชื่อค่ะขอบคุณที่ชอบรูปน้องทิชาค่ะ

ความจริงตอนแรกตั้งใจจะมาทักทาย และ ลิ้งค์ รูปน้องทิชา

แต่ได้อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ
คุณและเพื่อนๆมีความตั้งใจดี อยากเอาใจช่วยนะคะ

อยากให้ความดีของคุณและเพื่อนๆของคุณ
จงมีผลดีต่อประเทศ และเยาวชน และพื้นที่พัฒนา ไม่มากก็น้อยค่ะ


น้องทิชาตอนเจ็ดเดือนอยู่หน้านี้ค่ะ




น้องทิชาตอนห้าเดือนอยู่หน้านี้ค่ะ


โดย: นายกุหลาบ วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:04:06 น.  

 

หนูยาย….ป้าไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย
ป้ารู้จักลำน้ำปิงเพียงแค่เป็นส่วนหนึ่งของเจ้าพระยา
ยิ่งคำว่าฝาย แค่เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยเห็น
รู้แค่ว่าใช้สะกัดทางเดินของน้ำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น
ก็ยอมรับในความไม่รู้

อ่านในบล็อกแล้วก็อึ้ง
การต่อสู้เพื่อรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ ถึงบทอวสานแล้วจริงๆหรือ
ป้าเป็นคนไกลยังรับกระแสกระทบทางใจได้ขนาดนี้
คนที่นี่ที่สู้ด้วยความคิด สู้ด้วยใจ สู้ด้วยความรัก
จะถูกทำร้ายด้วยแรงกระทบนี้ขนาดไหน
เป็นกำลังใจกับทุกๆคนจ๊ะ


happy / glitter /comment hi5 / code hi5

ขอให้เป็นวันหยุดที่อิ่มสุขอิ่มบุญนะจ๊ะ
รักษาสุขภาพจ๊ะ



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:15:31 น.  

 
รู้ว่าไปพักผ่อนที่น่าน
มีเรื่องตื่นเต้นให้เพื่อน ๆ
ได้อ่านกันอีกแล้ว
ประเด็นปัญหาการรื้อฝาย
กั้นแม่น้ำปิงของเชียงใหม่
ยังไม่รู้จะออกมาอย่างไร
ทางน่านก็เจอปัญหาน้ำท่วมอีก
ถ้าใครเคยไปน่านในอดีต
ลองเดินทางไปอีกสักครั้ง
จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของ
สภาพภูเขาที่ถูถางเสียจน
ไม่เหลือต้นไม้ เพื่อปลูกพืช
พลังงานทดแทน ผลกระทบ
เกิดเช่นใดเล่า ฝนตกมาก
ดินโคลนถล่ม แล้วอำเภอแม่แจ่ม
ของเชียงใหม่จะมีชะตากรรม
เช่นเมืองน่านหรือ ช่วยตอบที ?


โดย: กิ่ง IP: 202.149.25.241 วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:25:06 น.  

 
วันนี้วันหยุด
มาเด็กๆ มาเยี่ยมค่ะ





โดย: เช้านี้ยังมีเธอ วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:40:36 น.  

 
กิ่ง สวัสดีจ๊ะ

กลับมาแล้วค่ะมาถึงก็นอนหลับยาวนาน จึงได้ตื่นก่อนฟ้าสว่างมาเขียนถึงกิ่ง

เราไปน่านผจญภัยเล็ก ๆ กับนำท่วมบ้านเพื่อน เห็นชาวบ้านริมน้ำและวิถีชีวิตในช่วงน้ำท่วม

จริงของกิ่ง ภูเขาหัวโล้นเมืองน่านมากจริง ๆ พืชเชิงเดี่ยวข้าวโพดอยู่ถึงริมทาง และยางพาราด้วย ป่าลงมาจึงมีแต่โคลนตม และผืนดินถล่มนั้นเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นและต้องรับสภาพจริง ๆ

แล้วพบกันค่ะ



โดย: แพรจารุ วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:34:56 น.  

 
ป้าร่มไม้

ขอบคุณป้าร่มไม้มาก ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปจะไม่เรียกยายกุ๊กไก่แล้วนะคะ ชื่อป้าร่มไม้ดูอบอุ่นดี

อ่านcomment ของป้าแล้วมีกำลังใจขึ้นมาโขเลยค่ะ


โดย: แพรจารุ วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:6:38:20 น.  

 
ของพี่หินฯก็โล้นค่า โล้นตั้งแต่ก่อนถึงเชียงราย แล้วพอขึ้นไปทางดอยแม่สลองก็โล้นอีก
คือเจอแต่ดอยองุ่น ดอยข้าวโพด

น่าสร้างหนังนะ โล้นซ่าส์ภาคพิสดาร

แวะมาเยี่ยมค่ะเลยรู้ว่าแพรจารุเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ให้พี่หินแล้ว ขอบคุณค่ะ แต่ว่าทำไมไม่เอาที่เก่าออกด้วยล่ะค่ะ


โดย: last_tibetstone วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:37:18 น.  

 
พี่หินจ๋า

ไม่รู้ว่าจะเอาออกอย่างไร เพราะไม่ได้เข้าไปจัดการอะไรนานแล้ว เพลงที่เคยใส่ได้ก็ลืมไปแล้ว

กว่าจะเอาพี่หินเข้าไปเปลี่ยนได้
มาลานชา ต้องมาบอก

เดี๋ยวจะลองเข้าไปดู


โดย: แพรจารุ IP: 117.47.222.251 วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:14:56 น.  

 
น้องมาลานชา นี่สุดยอดค่ะ น่ามอบรางวัลโนเบลนะ แพรจารุว่ามั้ย

เธอทำได้ทุกอย่างเลย แผนที่เชียงใหม่สายด่วนพี่หินก็อาศัยเธอบอก.. วันนั้นโทร.ถามว่า "จะไปสนามบินตอนสองทุ่ม ทางลัดที่ด่วนที่สุด ใช้เวลาไม่เกินสิบนาทีไปทางไหน"
เธอก็บอกให้ได้ค่ะ โชคดีที่ไม่บอกให้ไปสวรรค์

มีปัญหา ปรึกษามาลานชา วาวี้


โดย: หินทิเบตก้อนสุดท้าย IP: 203.170.208.171 วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:12:29 น.  

 
พี่หิน

นี่ว่าจะปรึกษาเรื่องหมาหมากับเธอสักหน่อย

เพื่อนมีหมาอยู่สองตัวเป็นหมาแก่มากแล้ว หมาแกก็จะเป็นโรคผิวหนัง และบางตัวก็จะมีแผลที่หู ตัวที่แกที่สุดตามองไม่เห็นด้วย

เพื่อนเขาไปรับหมาแกมาสองตัวจากบ้านแม่ของเธอ เพื่อเอามารักษาตัวที่เชียงใหม่ มันเดินทางมาจากท่าวังผา

จะถามหาที่รักษาที่ดี และไม่แพงมาก ที่รู้จักมีเพื่อพูน กับโรงพยาบาลสัตว์เล็ก

หรือว่าพี่หินพอจะรู้เพราะพี่หินก็เคยดูแลหมาตัวโต ๆ และแกมากมาแล้ว


โดย: แพรจารุ IP: 222.123.133.94 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:36:46 น.  

 
พี่ยาย..หายไปนาน คิดถึงอยู่

ดีจังที่ พี่ยายมีงานหนังสือเล่ม ทำอีกแล้ว..

ของแจม ได้ข่าวผ่านเมล์ว่ามีงานผ่าน 1 ชิ้น จะรวมกับเพื่อนอีก 24 เรื่อง รวมเป็นเล่ม

น่าจะถือว่าได้ว่าเป็นชิ้นแรกของปีนี้ ที่ทำกับสำนักพิมพ์..

ไม่มั่นใจว่าเขาจะทำเมื่อไหร่.. ถ้ายังไงจะส่งข่าวเพิ่มว่า ok แน่นอนแล้วค่ะ

คิดถึงๆ

เจ้าตัวดีของพี่คนเดิม


โดย: แจม IP: 125.24.113.210 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:55:21 น.  

 
ทำประชาพิจารณ์ น่าจะมีการเข้าคูหาเหมือนเลือกตั้งนะ ทุกคนในพื้นที่ต้องไปใช้สิทธิ์อย่างทั่วถึง นี่อะไร ส่วนใหญ่ชาวบ้านแทบไม่รู้ข่าวเลยก็น่าจะพูดได้


โดย: เขาพนม วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:26:10 น.  

 
ยังไหวนะพี่ยาย
สายน้ำใจคงไม่ต้องกั้นด้วยฝายใดๆนะ


โดย: ตาพรานบุญ วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:32:51 น.  

 
ไม่อยู่บ้านอกีแล้วค่ะ ฝากหนูกับแมวเฝ้าบ้านเช่นเคย

เช้านนี้รอเดินทางไปบ้านตีนผา ข้ามดอยอินทนนท์ไปทางแม่แจ่ม หมู่บ้านเล็ก ๆ ซุกตัวอยู่ที่นั่น

ไปทำงานค่ะ ทำสารคดีหมู่บ้านนั้น

แล้วพบกันค่ะ

มิตรแก้วสหายคำ


โดย: แพรจารุ IP: 117.47.46.87 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:44:28 น.  

 
พี่ยายคะ แวะมาเยี่ยมเยือนค่ะ
มาถึงพี่ยายก็จรลีไปทำงาน อิอิ
เลยไม่ได้ไปเยี่ยมพี่ยายที่เชียงใหม่เลยค่ะ ไปถึงเชียงรายงานตรึมจนวันบินไปจีน ไม่ได้กระดิกตัวเลยค่ะ กลับมาถึงออสฯก็งานเพียบ สางสุดชีวิตเลยได้เพิ่งเข้ามาทักทายพี่ยาย และอ้ายแสงดาวค่ะ

ที่นี่หนาวมากค่ะ เมื่อคืนอากาศในเมืองลงเหลือ สององศากว่าๆ ไม่ออกจากที่นอนไปไหนเลยค่ะ หุหุ

ไว้จะมาเยี่ยมใหม่นะคะ


โดย: หมี่เกี๊ยว IP: 198.142.231.116 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:44:56 น.  

 
คุณหมอหมาที่ใจดีราคาไม่แพง..
อืม..
โจทย์ยากจัง
ไปซื้อยาที่แม่ปิงปศุสัตว์มารักษาเอง
น่าจะดีที่สุดค่ะ
เพราะราคาไม่แพง
บอกอาการไป
มียารักษาทุกโรคเลย


โดย: malarn cha วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:04:26 น.  

 
คลินิคหรือโรงพยาบาลบางแห่ง หลายๆคนว่าเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปค่ะ ที่พี่หินเคยใช้บริการน่ะแหละ

พักหลังจะมีปัญหามากค่ะ จากถูกและดี เป็นแพงและห่วย เจ้าค่ะ

เจ้าของน้องหมาน้องแมวเล่าให้ฟังหลายคน
ที่มาลานชาแนะนำก็น่าลองนะคะ



โดย: last_tibetstone วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:33:08 น.  

 
อือ เป็นเรื่องที่ห่างไกลสำหรับคนที่ยังไกลธรรมชาติ และวิถีชนบท
แต่แน่นอนย่อมมีผลกระทบเป็นลูกโซ่แน่นอน

อย่างว่า คนออกนโยบาย คนออกคำสั่งไม่ใช่คนที่อยู่ หรือใช้วิถีนั้น

ไม่ว่าในกรุง ในชนบท หลายสิ่งเลยดูพิกลพิการ เพราะคนเซ็นอนุมัติ ไม่ใช่คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งนั้น
ฉะนั้นเขาจะมีความเข้าใจอะไรมากสักแค่ไหน นอกจากว่าโครงการนี้จะได้ค่าคอมเท่าไหร่




โดย: p_tham วันที่: 26 กรกฎาคม 2551 เวลา:4:01:08 น.  

 
up blog แล้วจ้า
บอกไบ้ให้ว่า เป็นงานที่อ้ายหนอม
ถูกเชื้อเชิญ(มัดมือชก)

เชิญเข้าไปชกได้...เกร๊ง...เริ่ม


โดย: malarn cha วันที่: 27 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:13:20 น.  

 
สวัสดีจ้ะยาย

ตอนแรกตั้งใจว่าจะส่ง "ควันไฟและสายรุ้ง" ที่เพิ่งพิมพ์ให้อ่าน
แต่ปรากฏว่าวันงาน

พอฉีกห่อหนังสือเท่านั้นแหละก็แจกเสียเพลิดเพลินหมดตัว
เลยไม่มีส่งให้คนทุ่งเสี้ยว


โดย: พ่อพเยีย IP: 124.121.20.59 วันที่: 29 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:01:45 น.  

 
มันเป็นเช่นนั้นเอง
คือโดนทุบทิ้ง
เข่นฆ่า ทำลายล้าง
ให้ล่มสลาย

มันเป็นเช่นนั้นเอง
น้องปาย
พ่อหลวงน่าน
แม่อุ๊ยแจ่ม

มันเป็นเช่นนั้นเอง
มาบตาพุด
บางสะพาน
บ้านปิล็อก

มันเช่นนั้นเอง
พระ(นม)รุ้ง
หอย พระวิหาร
แม่ระมิงค์ แม่อิง แม่กก แม่ของ
หนองเล็งทรายแลกว๊านพระยาว
เรื่องราวก่อนเก่าเล่าขานนานนม
มันเป็นเช่นนั้น
มันเป็นเช่นนั้น

มันเป็นเช่นนั้นเอง
ท่านทั้งหลาย
สมแล้ว
ที่พวกท่านก้มกรานกราบไหว้
ยอมรับนับถือข้าเป็นพระเจ้า

มันเป็นเช่นนั้น
มันย่อมเป็นเช่นนั้น


โดย: มาชา IP: 118.172.129.215 วันที่: 29 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:24:46 น.  

 
บ้านหินทิเบตฯ ยังมีเหมืองฝายอยู่
ไปไหนๆมา พอจะเข้าบ้านก็จะผ่านเหมืองฝาย แถวนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ไม่มีใครสนใจมาทุบทิ้ง

นึกถึงฝายพญาคำ ชาวบ้านที่ผูกพันกันมานาน และคงนานกว่าที่หินทิเบตมาอยู่เมืองเหนือ

น่าเศร้าจริงๆ
ใครเอาหม้อนรกมาหา เวรกรรมคงตามทันแน่
โอม มณี ปัทเม หุม


โดย: หินทิเบตก้อนสุดท้าย IP: 203.170.208.171 วันที่: 1 สิงหาคม 2551 เวลา:17:03:27 น.  

 
สวัสดีค่ะ พีแพร
เมื่อคืนไปธุระ ที่ บ้านพังปริง ในตำบลกลาย ที่ท่าศาลามา เนื่องจากไปตอนกลางคืน เราไม่แน่ใจว่า ทางเข้าบ้านพังปริง อยู่ก่อนหรือ หลังสะพานกลาย หลงทางกันตั้งหลายรอบ
พี่แพร รู้จักมั้ยค่ะ บ้านพังปริง
นึกถึงพี่แพรค่ะ เลยมาเล่าให้ฟัง


โดย: เพ็ญ (PenKa ) วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:9:36:40 น.  

 
เพ็ญ

บ้านพังปริง อยู่เลยบ้านพี่ไปไม่ไกล เพ็ญเห็นโรงเรียนวัดเขาพนมไตรรัตน์ไหม นั่นเป็นโรงเรียนแรกในชีวิต พี่เคยเขียนเรื่องโรงเรียนแรกในเรื่องนกน้อยค่ะ

เลยโรงเรียนวัดเขาไปนิดหนึ่งก็ถึงพังปริงแล้ว

ทีหลังถ้าหลงทางแถวนั้นโทร.หาพีได้ หรือจะไปหาพี่ชายพี่ก็ได้ บ้านเราอยู่ตรงกันข้ามกับสถานีอนามัยกลาย


โดย: แพรจารุ IP: 117.47.41.27 วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:22:20:07 น.  

 
ชวนพี่ถนอมไปอ่านบล็อกพี่ปอนวันนี้


โดย: พ่อพเยีย IP: 124.121.24.19 วันที่: 3 สิงหาคม 2551 เวลา:8:58:25 น.  

 
เศร้าจังค่ะ...T_T


โดย: แก้วกังไส IP: 125.24.246.99 วันที่: 3 กันยายน 2551 เวลา:10:37:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แพรจารุ
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..
۞ บทกวีและเรื่องสั้น ถนอมไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท

..
۞ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว โดยถนอม ไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท 17 ต.ค.51
http://www.youtube.com/watch?v=L21lhWsu8QQ&feature=related object width="315" height="80">
หา โค้ดเพลงhi5 : hi5 song code search
Friends' blogs
[Add แพรจารุ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.