คนเขียนหนังสือ ชีวิตเบิกบานในการงาน
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
2 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
พระแม่แห่งความยากจน


โค้งภูเขาตามทางไปเปียงหลวง

พระแม่แห่งความยากจน

เธอนับถือแม่นางแห่งความยากจน ชื่อหนึ่งของพระนางคือ LADY POVERTY (นางแห่งความยากจน) เธอชื่นชอบบทกวีอยู่บทหนึ่งชื่อ Poverty : my only riches (ความยากจนคือสมบัติของฉัน)

และความยากจนก็ช่วยให้เธอรอด

ไม่ได้พูดเล่น ๆ หรือเอาให้ดูเท่ ๆ และไม่ได้ตั้งใจจะยากจนด้วย ตรงกันข้ามพยายามจะหนีความยากจน

เมื่อวันเวลาผ่านไป ต้องขอบคุณชีวิตที่ทุกข์ยากลำบากมากกว่าชีวิตที่สุขสบาย เพราะชีวิตที่ทุกยากลำบากและผ่านมาได้ทำให้วันเวลาที่เหลือมีค่ายิ่ง

เธอเล่าเรื่องความจนที่ทำให้รอด ให้เพื่อน ๆ ฟังในวันหนึ่ง เมื่อน้องสาวคนหนึ่งบ่นถึงความยากจน หนี้สินรุงรัง นำมาซึ่งความยุ่งยาก และท้อแท้ อีกทั้งหวั่นไหวว่าจะผ่านชีวิตไปได้อย่างไร และสาวน้อยอีกคนหนึ่ง เป็นหญิงสาวนักทำงาน แบบผู้หญิงแถวหน้า ป่วยเป็นโรคปวดเมื่อยที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง ไปหาหมอท่านวินิจฉัยออกมาว่า เป็นเพราะการทรงตัวมีปัญหา โดยเฉพาะการขับรถนาน ๆ

เธอเล่าว่า ให้น้องผู้ตกอยู่ในความวิตกกังวลเรื่องความยากจนฟังว่า ยิ่งจนเราก็ยิ่งพยายามหาเงินมาเพื่อทำลายความจน และยิ่งพยายามยิ่งผลักไสมันออกไปเราก็พบว่ามันเกาะเราแน่นขึ้น

เช้าวันหนึ่ง เธอบอกกับเพื่อนสนิทว่า “ฉันยอมรับแล้ว ชาตินี้ฉันคงไม่ร่ำรวย และฉันจะเป็นคนไม่ร่ำรวยตลอดไป”

เมื่อคิดได้ดังนี้ก็รู้สึกสบายปลอดโปร่งเหลือเกิน


เธอหัวเราะเบาๆ ก่อนเล่าต่อว่า
“ความยากจนนี้แหละทำให้หายจากการเจ็บป่วย จากโรคประจำตัวหลายอย่าง เมื่อก่อนฉันเป็นโรคปวดเข่า คล้าย ๆ มีก้อนเนื้อโผล่ขึ้นมาที่หัวเข่า ฉันกลัวเป็นมะเร็งมากที่สุด เพราะบ้านฉันมีสายพันธุ์มะเร็ง เขาว่ากันว่ามะเร็งมาทางสายพันธุ์ได้ด้วย พ่อฉันตายเพราะโรคมะเร็งกระดูก เป็นสายทางพ่อฉัน ส่วนสายทางแม่ลุงของฉันเพิ่งตายไปไม่นานเพราะเป็นมะเร็งลำไส้ ฉันจึงกลัวเป็นยิ่งนัก เจ็บหน้าอกนิดเดียวฉันก็คิดว่ามะเร็งมาแล้ว ปวดเข่าฉันคิดว่าใช่แน่ ๆ เลย เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

เพื่อน ๆ ต่างก็กังวล มีเพื่อนเสนอตัวพาฉันไปหาหมอ นัดให้เสร็จแต่เมื่อถึงวันจะไปจริง ฉันก็เปลี่ยนใจและอยู่กับความหวาดกลัวการเป็นมะเร็งต่อไป คิดต่อไปว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เช่นว่าฉันจะยอมให้ฉายแสงเหมือนพ่อไหม ถ้าฉายแสงหัวเข่าฉันจะไหม้เหมือนแผ่นหลังพ่อ ฉันก็ต้องเจ็บปวดอย่างสุดแสนเหมือนพ่อ และจากไปท่ามกลางลูกหลานและคนที่รัก... เหมือนส่งพ่อเดินทางไกลไปคนเดียว

ฉันยังคิดต่อไปอีกว่า จะมีใครรอส่งฉันบ้างนะ เพราะฉันไม่มีใครเลยมาอยู่เมืองหลวงคนเดียว มีแต่เพื่อน ๆ ไม่กี่คน พี่ ๆ น้อง ๆ ต่างมีครอบครัวกันหมดแล้ว พวกเขาก็อาจจะไม่ว่าง ฉันคงไปคนเดียวอย่างเดียวดาย ”

เธอหยุดเล่าเสียงขาดหายลงไปในลำคอ หยิบแก้วน้ำที่มีน้ำเหลือติดก้นแก้วขึ้นดื่ม
ก่อนจะเล่าต่อว่า
“จากนั้นฉันก็เตรียมตัวเดินทางไปหาคนรักต่างจังหวัด คิดว่าเวลาที่เหลือไม่มากนัก ควรจะได้ใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายอย่างมีความสุข ดีกว่าอยู่ในเมืองหลวงที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อรายจ่ายมากมายและค่าหมอค่ายา แต่ก่อนเดินทางหนึ่งวัน เพื่อนสนิทขอร้องให้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลก่อน หลังจากนั้นจะตัดสินใจอย่างไรเพื่อนไม่ว่า ฉันจึงไปโรงพยาบาลซึ่งอยู่ใกล้ ๆ สะพานตรงที่นวลฉวีถูกทิ้งลงไป จำนวลฉวีได้ไหม” เธอหยุดเล่าหันมาถาม

“เคยอ่านเรื่องของเธอหรือเปล่า นวลฉวีเป็นพยาบาล เธอเป็นผู้หญิงที่รักมากเกินไป ความรักของเธอทำให้คนที่อยู่ด้วยเหนื่อย และเหมือนถูกกักขังเอาไว้ในนามของความรัก ความหวง ผู้หญิงหลายคนมีอาการแบบนวลฉวี ทุกข์ เศร้า และตายไปเพราะความรักที่มากเกินไป”


เธอหันไปหาแก้วน้ำที่ว่างเปล่าอีกครั้ง หยิบขึ้นมาและวางลง พนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามากล่าวคำขอโทษที่ไม่ได้เติมน้ำในแก้วที่ว่างเปล่า เธอไม่ได้สนใจพนักงานเสิร์ฟ แต่เล่าต่อด้วยเสียงแห้ง ๆ ว่า

“หมอเคาะหัวเข่าฉัน เอามือกดดู และถามว่าฉันออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอะไรบ้างไหม ฉันตอบไปว่า วิ่งบ้าง และขี่จักรยาน แต่หลังจากปวดเข่าก็หยุดไปเลย หมอวินิจฉัยว่า เป็นหินปูนเกาะและอธิบายต่อยาวยืด จับใจความได้ว่ามีช่องว่างทำให้หินปูนเกาะ จะไม่หายนอกจากอาการทุเลาลงได้บ้าง และมีอีกวิธีหนึ่งคือผ่าตัดและขูดหินปูนออกอาจจะหายหรือไม่ก็พิการไปเลย ฉันอยากลุกขึ้นตีเข่าหมอด้วยเข่าข้างที่เจ็บสักสองที เพราะคำแนะนำของหมอแย่มาก ฉันจะผ่าตัดเพื่อขูดหินปูนทำไมเมื่อมีความเสี่ยงถึงขั้นพิการ ในที่สุดหมอก็สรุปว่า ให้ฉันเอายาไปกินเพื่ออาการจะได้ทุเลาลง และเจ็บ ๆ ปวด ๆ ไปอย่างนี้แหละ เป็น ๆ หาย ๆ ฉันบอกหมอว่า หมอควรจะตรวจให้ละเอียดฉันอาจจะเป็นมะเร็งก็ได้ หมอส่ายหน้าหัวเราะ และบอกให้พยาบาลเรียกคนป่วยคนต่อไป ...ฉันได้ยาสีสวยมา 1 ถุง”

พนักงานเสิร์ฟเต็มน้ำให้เต็มแก้วพร้อมกับถามว่า รับอะไรเพิ่มอีกไหมครับ เมื่อไม่มีใครตอบเขาก็เดินจากไป

“หลังจากนั้นฉันก็ขึ้นรถไฟมาหาคนรัก เพื่อถามเขาว่า ชีวิตที่เหลืออยู่เขาจะอยู่กับฉันตลอดไปไหม หลังจากนั้นเราก็เช่าบ้านราคาถูก ๆ อยู่ด้วยกัน บ้านที่ห่างไกลจากผู้อื่น เราต่างไม่มีอะไรเลย มีเพียงกระเป๋าเสื้อผ้าคนละใบเท่านั้น ถ้าเราจะเข้าเมืองหรือไปตลาดเราต้องเดินไป จากบ้านถึงปากซอย ระยะทางหนึ่งกิโลเมตร เราต้องเดินไปกลับสองกิโลเมตร และบางวันเราออกเดินเล่นไปตามหมู่บ้าน ดูบ้านเรือนของผู้คน เราเป็นคนแปลกของที่นี่เพราะมีแต่เราเท่านั้นที่ไปไหนมาไหนด้วยการเดินเท้า เราออกเดินทุกวัน ช่วงหลัง ๆ เราไม่ได้เดินทางถนนที่คนอื่นใช้ เราหาทางลัดของเราเอง บ่อยครั้งที่เราหลงเดินเป็นครึ่งวงกลมและกลับมาที่เดิม ผู้คนที่ผ่านมองเราแปลก ๆ และถามว่าไปไหน ทำไม่เดินไป ผู้คนได้ลืมการเดินทางด้วยเท้าไปแล้ว

“การเดินและท่าเดินของคนนี่แหละสง่างามที่สุดแล้ว” เขาพูดคล้ายคำปลอบใจหรือให้กำลังกัน

“เราหยุดดูต้นไม้ใบหญ้า ถ่ายรูปและเก็บดอกหญ้า เราบันทึกว่าเราพบอะไรบ้าง เราแอบเก็บดอกไม้ข้างรั้วบ้านคนอื่นเพราะทนความสวยสดของมันไม่ได้
และเราก็เริ่มหาพันธุ์ไม้มาปลูกหน้าบ้าน อัญชัน กุหลาบ ที่ฉันอยากปลูกมานาน ส่วนข้างบ้าน เราปลูกพริกขี้หนู กระเพรา โหรพา ผักชีฝรั่ง ผักมีกลิ่นที่ฉันชอบกิน เริ่มดายหญ้า ปรับพื้นที่สำหรับกางเต้นในหน้าหนาว

เรากินอาหารตามฤดูกาลและในพื้นที่ เพราะราคาถูกเหมาะกับสภาพเศรษฐกิจแบบเรา ผักประจำบ้านของเราคือผักกาดต้นเล็ก ๆ หน่อไม้ มะละกอ และผักบุ้งที่ไปเก็บได้ตามนาร้าง เรากินข้าวกล้องเพราะนอกเหนือจากประโยชน์ที่ได้รับแล้ว มันทำให้เรากินได้น้อย ข้าวกล้องอิ่มเร็วเป็นการประหยัดด้วย เพราะเรามีเงินเพียงน้อยนิด ”


เธอหัวเราะเบา ๆ พลางบอกว่า ลืมเรื่องมะเร็งที่หัวเข่า และลืมยาสีสวยไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้า ไม่ได้เอามันออกมากินเลย ไม่รู้ว่าอาการปวดหัวเข่าและโหนกเนื้อที่ขึ้นมามันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จำอาการวิตกกังวลได้ดี และถึงวันนี้ รู้สึกโชคดีที่ความยากจนนำเพามาที่นี่ เพราะความยากจนทำให้ไม่ได้กินอาหารแพง ๆ กินแต่ผักพื้นบ้าน โดยเฉพาะมะละกอ และเพิ่งรู้ว่าทำกินได้สารพัด ทั้งแกงเผ็ดแบบแกงป่า แกงกะทิ แกงส้ม ผัดกับไข่ ผัดวุ้นเส้น แกงเลียงกับผักอื่น ๆ สับแบบทำส้มตำแต่เอามายำใส่พริกกับมะนาว หรือลวกจิ้มน้ำพริก

เพราะความไม่มีอะไรเลย ไม่มีรถสักคันเดียว แม้แต่จักรยาน ดังนั้นถ้าจะไปไหนก็ต้องเดิน ด้วยเท้าของตัวเอง น่าจะเพราะได้เดินทำให้หายจากโรคปวดเข่าและโรควิตกกังวล


เธอหันมาหาน้องที่ปวดหัวไหล่บอกว่า คุณต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตบางอย่างให้สอดคล้องกัน เช่นการเดินยืน นั่งนอน และการกิน เพราะคุณมัวแต่ทำงานตอนเช้าคุณกินกาแฟแก้วเดียว ตอนเที่ยงคุณกินอาหารกล่องที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อและอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรือไม่ก็อาหารตามสั่งที่สั่งพนักงานน้อง ๆ ให้ซื้อมาให้ ซึ่งถ้าไม่ผัดกระเพราไก่ไข่ดาว ก็จะหมูทอดกระเทียมพริกไทย หรือข้าวผัดใช่ไหม

“พี่รู้ได้อย่างไร”สาวน้อยถามขึ้น
“ไม่รู้หรอก แต่คิดว่าเป็นวิถีธรรมดาของคนสมัยใหม่ เอาล่ะ...ถ้าเป็นไปได้คุณน่าจะลองทำอาหารกินเอง คุณจะพบว่ามันเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับชีวิต ช่วยให้ชีวิตไม่แห้งแล้งและน่าเบื่อ หลังจากนั้นค่อย ๆ คิดดูว่าจะเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างไรอีก เช่นว่า บ้านอยู่ใกล้แค่นี้เดินมาทำงานก็ได้ และหากไปไหนไกล ๆ ก็ให้คนอื่นเป็นคนขับรถบ้าง นี้เป็นตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนอย่างอื่นก็ต้องคิดเอาเอง

เธอหยุดเล่าและหันมาถามว่า น่าเบื่อไหมที่เล่ามา

“ เบื่อล่ะซิ ...เรื่องก็จะจบแล้วล่ะ เมื่อยอมรับได้ว่า ชีวิตนี้ไม่จำเป็นต้องรวย คือความจริงมันรวยไม่ได้แล้ว เราก็ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาหาเงินใช้หนี้และเพิ่มหนี้ แต่ค่อย ๆ ใช้หนี้อย่างใจเย็น หากไม่ตายไปเสียก่อนเราต้องใช้หมดแน่"

ดอกลั่นทมร่วงลงมา เธอหยิบขึ้นมาหมุนเล่นก่อนพูดต่อว่า

"ทุกวันนี้ ฉันจึงต้องบูชา LADY POVERTY (นางแห่งความยากจน) ฉันไม่รังเกียจหรือรำคาญความยากจน ฉันจะถือว่า ความยากจนเป็นทรัพย์สมบัติของฉัน และได้รู้จักกับความยากจนที่เป็นความสุข”


“มันขัดกับยุคสมัยที่ว่า ต้องบูชาสิ่งที่ทำร่ำรวย”



ทางสายน้ำ เส้นทางก่อนถึงเชียงดาว
(ภาพโดยหลานดี้)


Create Date : 02 กรกฎาคม 2550
Last Update : 2 กรกฎาคม 2550 22:01:00 น. 35 comments
Counter : 560 Pageviews.

 
ขอบคุณคุณแพรที่ไปเยี่ยมที่บล็อก ๒ ครั้ง เราพบกันครั้งสุดท้ายที่พนมรุ้ง งานช่อการะเกด ยังประทับใจที่คุณแพรพยายามหาข้าวปลาให้กิน แต่มันหมดเสียก่อนเพราะเหตุว่าไปถึงช้า

ขาแข้งไม่ดีเลยไม่ได้ไปนั่งในกลุ่ม แต่มานั่งเหงาเฉาเงียบอยู่คนเดียวบนระเบียงตึก เอามาเขียนเป็นเรื่องสั้นก็ไม่ผ่าน เพราะขาดเชิงชั้นและลีลา...

ภาพข้างบนสวยจังนะครับ ผมชอบภาพบรรยากาศของภาคเหนือมาก ๆ เคยไปที่อุ้มผางจังหวัดตาก ตลอดเส้นทางสวยมาก

ผมมาเชียงใหม่เมื่องานพืชสวนโลก มาอยู่บ้านลูกศิษย์ ๙ วัน ซื้อผลไม้จะไปหาไปฝากนักเขียนใหญ่และเล็กที่รู้จัก และรู้ว่าอยู่ตรงไหนสองสามคน แต่เกิดเปลี่ยนใจเสียดื้อ ๆ อารมณ์นักเขียนโนเนมอย่างผม ไม่ค่อยมั่นคง เดี๋ยวอยาก เดี๋ยวไม่อยาก คิดมาก และสิ่งที่คิดก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

ปีนี้ผมอายุ... บาปกรรมต่าง ๆ จึงทุเลา เมื่อวันที่ ๒๗-๓๐ มิย.๕๐ ผมไปที่งาน "สัมมนานักเขียนพานแว่นฟ้า" พบว่าศัตรูกลายเป็นมิตร จากที่ไม่มีใครรู้จักตอนนี้กลายเป็นได้รับการยกย่องว่า "นักเขียนผู้มีผลงานค่อนข้างมาก" ได้รับการยกชูจาก บก.ที่เคยกระทำดั่งว่าเป็นศัตรู โอ้ ผมคงหมดกรรมแล้วจริง ๆ (หมายถึงใกล้ตาย)

คุณแพรคงสุขสบายดีนะครับ


โดย: ลุงบูลย์ IP: 125.27.234.241 วันที่: 2 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:39:59 น.  

 
สวัสดีค่ะ..

ลุงบูลย์ มาบ่นที่นี่เอง.. อิอิ..

พี่ยาย ..

เรื่องนี้ถูกใจจริง อย่างแจมเนี่ยนะ ไม่รู้จะเป็นได้ไหม คนอะไร้..มีแต่เรื่อง "เฮงๆ" เข้ามาเรื่อย

แต่ก็นั่นแหละ ไม่เฮง..ก็ไม่รู้ ก็ไม่มีอะไรมาบ่นสิเนอะ



โดย: สีน้ำฟ้า วันที่: 2 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:15:15 น.  

 
สวัสดีจ้ะยาย


คล้ายๆว่าเคยอ่านเรื่องนี้ที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ ?

แต่จำไม่ได้แม่นว่าเคยอ่านที่ไหนมาก่อน

หรืออาจจะจำผิดพลาดก็ได้

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก

อยากบอกว่าชอบมากสำหรับมุมมองในเรื่องนี้


เพราะโดยส่วนตัวแล้วความร่ำรวยหรือยากจนเป็นนามธรรมอย่างแท้จริง
จำนวนเงินก็ไม่ได้เป็นตัวกำหนดให้คนไม่รู้จักพอรู้สึกว่าร่ำรวยได้เลย

แต่คนที่รู้จักพอไม่ว่าจะขัดสนเงินทองบ้าง แต่ไม่ได้โลภโมโทสันก็ถือว่าร่ำวยได้แล้ว






โดย: พ่อพเยีย วันที่: 2 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:19:48 น.  

 
ขอบคุณค่ะสำหรับคำอวยพรในวันเกิด


โดย: เจ้าหญิงแห่งดอกไม้ วันที่: 2 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:39:19 น.  

 
คุณไพบูลย์ เอาผลไม้มาแล้วมาไม่ถึง น่าเสียดายจรืง ๆ ต่อไปอย่าลังเลนะคะ
ช่วงไปงานช่อการะเกดมีเรื่องราวสนุก ๆ มากมาย จำได้ว่าที่ปราสาทหินพนมรุ้งหนาวเหลือเกิน แต่เราก็ออกมานั่งทนหนาว แบบไม่มีไฟผิงเพราะเรื่องราวของคนช่างฝันน่าสนใจเหลือเกิน นั่งคุยนั่งฟังกันเกือบสว่าง

ดีใจจังที่ แพรจารุ ทำเรื่องดี ๆ ให้คุณไพบูลย์จำ อย่าบอกทีหลังว่าจำคนผิดนะ (ฮา)


โดย: แพรจารุ วันที่: 2 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:35:34 น.  

 
พ่อพเยีย สวัสดีเจ้า

เรื่องนี้เเขยน แต่เขียนเน้นไปที่สุขภาพของหัวเข่า "ชีวจิต" และเล่าเรื่องแบบธรรมดา

แต่ครั้งนี้เป็นมุมมองใหม่ และอยากจะนำเสนอแบบเรื่องสั้น ที่ใช้ตัวละครเล่าเรื่องซ้อนกัน ง่าย ๆ ก็คือแบบใช้หลักนินทานั่นแหละ คือเราเล่าเรื่องคนหนึ่งผ่านคนหนึ่ง โดยผู้เล่าไม่มีบทบาทอะไรเลย ซึ่งมันจะยุ่งยากเล็กน้อย เราทำครั้งแรกตอนเขียนเรื่องแผลเป็นที่ลงในช่อการะเกด ใช้เพื่อนหญิงเล่าเรื่องของเธอให้เราฟังและเราเขียนแบบนั่งเล่าให้พี่สาวอีกทีหนึ่งว่าวัยเด็กของเพื่อนเป็นเช่นนี้ ฉากที่เกิดขึ้นคือในรถไฟ แบบเดียวกับเรื่องสั้นของคุณตอนไปงานช่อการะเกด แต่ไม่เปรี้ยงปร้าง และดังข้ามปี

เราไม่รู้หรอก เขียนไปตามประสา แต่ปรากฏว่า มันมีทฤษฎีการเขียนเรื่องสั้นแบบนี้
และมีประเด็นเรื่องวัถตุมงคล จตุคามฯที่มีรุ่นรวยแบบสารพัดเข้ามาด้วย เป็นแรงบันดาลใจให้เขียน

พ่อพเยียชอบก็ยินดีเจ้า
(ยินดีภาษาเหนือเขาว่าขอบคุณ)


โดย: แพรจารุ วันที่: 2 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:54:03 น.  

 
เจ้าหญิงแห่งดอกไม้ ชื่อเหมือนเทพนิยาย ทำให้ต้องเดินไปเยื่อน

ดอกไม้ให้คนสดชื่นได้เสมอ ความพิเศษของดอกไม้อยู่ตรงที่มีชีวิต "เพื่อผู้อื่น" มากกว่าตัวเอง


โดย: แพรจารุ วันที่: 2 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:17:50 น.  

 
สีนำฟ้าเจ้า

พรุ่งนี้พี่มีกรรมอีกแล้ว ต้องตื่นตั้งแต่หกโมง เขาจะมารับตอนหกโมงครึ่ง ไปน่าน พี่ก็ได้แต่บ่นรอบนอกทำไมต้องไปแหกขี้ตาไปแต่เช้า สักเก้าโมงก็จะเป็นไรไป ไม่กล้าบ่นดัง ๆ เพราะทีมที่เดินทางไปครั้งนี้ เป็น ส.ว (สูงวัย) ส่วนใหญ่ คือท่านเกษียณแล้วและมาทำงานเพื่อสังคมเต็มที่ เป็นกลุ่มคนที่น่ารักมาก ๆ ไม่ใช่เป็นส.วแล้ว ก็เหี่ยวแห้ง หงอยเหงา อยู่ที่บ้าน ยังสดใสกว่าเราอีกแนะ
เดินป่าขึ้นเขาสู้พวกท่านไม่ได้หรอก ท่านยังปั่นจักรยานท่องเที่ยวกัน ถ้าสีน้ำฟ้ามาเชียงใหม่พี่จะพารู้จักกับ ส.ว ที่น่ารัก ๆ ของเรา (แต่เรื่องตื่นเช้า ประชุมเช้าจริง ๆ เลย) พูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง


โดย: แพรจารุ วันที่: 2 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:25:46 น.  

 
สวัสดีคะน้ายาย น้าหนอม เห็นภาพแล้วคิดถึงคะ ดี้เพิ่งมีเวลามาเปิดดู ตอนนี้สบายดีคะ อากาศที่นี่กำลังสบาย ตกกลางตืนจะหนาวคะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องงานก็สนุกดีตะ คิดถึงบ้านมากๆๆ แม่กับพ่อโทมาหาทุกวันเลย แล้วดี้จะโทหาน้านะ


โดย: หลานดี้ IP: 75.0.2.188 วันที่: 2 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:36:33 น.  

 
พี่ยาย.. ของแจมวันนี้ก็ตื่นแต่เช้า ขนาดว่า..เมื่อวานนอนเร็ว วันนี้ก็ยังงัวเงีย

เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง (จ.เชียงราย) โทรมาบอกว่าจะเปลี่ยนหัวเว็บ + ข้อมูลข้างในน่ะค่ะ ก็เลยต้องรีบทำให้ท่าน เห็นว่าจะครบ 200 ปีวัดเจดีย์หลวงแล้ว (ถ้าจำไม่ผิด)

งานนี้ทำถวายวัดค่ะพี่.. งานแจมก็สนุกดี (ถ้ามีให้ทำเรื่อยๆ) แต่ช่วงนี้งานที่ได้สตางค์ค่อนข้างขาดมือ.. ต้องเร่งออกตลาดหาลูกค้า..

ไปนะคะ..แล้วค่อยมาคุยด้วยอีก


โดย: สีน้ำฟ้า วันที่: 3 กรกฎาคม 2550 เวลา:7:40:30 น.  

 
ชอบเรื่องนี้ค่ะ โดนใจมาก บูชาพระแม่แห่งความจนเหมือนกัน ท่านเสด็จมาอยู่ด้วยเอง ไม่ต้องไปเช่าหา หรือร่วมสร้างองค์พระแม่แต่ประการใด


โดย: ปอมปอมเกิร์ล วันที่: 3 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:31:50 น.  

 
หลานดี้

กำลังรออยู่พอดี ว่าง ๆ ก็ส่งรูปมาให้ดูบ้างนะ พ่อกับแม่เขาโทร.หาทุกวัน มีวิธีโทร.ทางไกลข้ามประเทศแบบถูก ๆ ด้วยหรือ น้าจะได้โทร.ไปหาบ้าง

งานที่เขียนเรื่องบ้านนาอ่อนเสร็จแล้ว จะเอามาไว้ใน
ปล๊อกให้ดี้ได้อ่านด้วย เขียนเบา ๆ เพราะว่า เรื่องมันหนักและเศร้าเกินไป ชื่อจดหมายจากนาอ่อน
หนังสือชื่อโศกนาฏกรรมคนชายขอบ มีคนเขียน 5 คน มีน้าเลน ด้วย

อีกสองวันจะเอามาลงใน blog ให้อ่าน
"จดหมายจากนาอ่อน" เผื่อดี้มีแรงบันดาลใจ เขียนจดหมายจากเนวดา
เพื่อนน้าคนหนึ่ง เขาเขียนเรื่อง บินไปฟ้องหย่าที่เนวดา เธอว่าที่นั่น เป็นเมืองที่ผู้หญิงมีสิทธิสูงมาก ฟ้องหย่าสามีมีชู้ได้
แล้วจะเขียนมาคุยใหม่ ห่างบ้านไกลเมืองดูแลตัวเองนะจ๊ะ
(พูดแบบโบราณ)


โดย: แพรจารุ วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:13:01:19 น.  

 
โดนใจที่ว่า "งานได้สตางค์ขาดมือ"
เหมียนกันเลย มีงานไม่ขาดมือ แต่สวนใหญ่เป็นงานที่เรียกว่า "ช่วย ๆ กัน" แบบว่าไม่ตกงานเลย
บ่นไปอย่างงั้นแหละ แต่ก็ยินดีทำ
แล้วพบกันใหม่


โดย: แพรจารุ วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:13:39:44 น.  

 
ปอม
เข้าไปดูรูปลูกชาย น่ารักจังเลย ดูสนุกสนานกับการเลี้ยงลูกนะคะ พี่ไม่มีลูกแต่ก็ชอบอ่านเรื่องลูก ๆ ของคนอื่น เคยเขียนเรื่อง ลูกสาวขึ้นรถไฟไปหาพ่อ เพราะช่วงนั้นไปส่งพี่สะใภ้กับหลานขึ้นรถไฟจากกรุงเทพฯไปหาพ่อเขา
ที่สุราษฏร์ธานี

วันนี้มีข่าวว่า ทั่วประเทศจะมีฝนตกอันเนื่องมาจากมรสุม บ้านพี่ (สันป่าตอง เชียงใหม่) ท้องฟ้าดูจะมืดมาแล้ว ลมก็พัดแรง ก็เลยไม่ออกจากบ้านไปไหน
สวัสดีคะ ไปเก็บของที่อาจจะโดนฝนก่อน และทำท่าจะเป็นหวัดด้วย เพราะอากาศเปลี่ยนเร็วมาก


โดย: แพรจารุ วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:18:51 น.  

 
สวัสดีพี่ยาย/ โตเอง ดีใจด้วยที่ พี่ยายมี web ให้อ่าน ฝากความคิดถึงพี่หนอมด้วยนะ หวังว่าพี่ๆสบายดี มีงานเขียนให้น้องๆอ่าน ตลอดไป โต....


โดย: โต.. (ศิลปิน อิสระ) IP: 61.91.164.73 วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:36:08 น.  

 
ที่่แท้ผมก็แขวนพระแม่แห่งความยากจนอยู่ด้วยองค์หนึ่งนี่เอง
แต่ก็ดี...
หากไม่จน มีหรือจะเข้าใจความทุกข์
หากไม่จน มีหรือจะปรารถนาความสุขอย่างลึกซึ้ง
และหากไม่จน ก็ไม่มีทางรู้ว่า แท้จริงความสุขอย่างลึกซึ้งมันก็มีอยู่ในคนจน


โดย: ธารดาว<script type="text/javascript" src="http://thaiblogger.org/webbands/weloveourking_right.js"></script> IP: 203.146.63.185 วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:46:43 น.  

 
สวัสดีครับ ยาย

อ่านเรื่องความยากจน แล้วสบายใจดี
โลกนี้แท้จริงแล้ว ขับเคลื่อนมาด้วยพลังของคนจนครับ
ถ้าคิดตามแบบพระพุทธเจ้าท่านสอน
ความจนเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ความรวยน่นแหละไม่ธรรมดา
เมื่อมีความรวย ย่อมมีความเสื่อมและสูญเสียความร่ำรวยไป
เหมือนอย่างที่ใครบางคนกำลังเจออยู่
นั่นแหละ ทุกข์...
เราเขียนเรื่องใหม่ในบล็อกแล้วนะ
จตุคามรามเทพด้วยนะ
รีบไปอ่านเถอะ
ตามมาโฆษณาด้วยนะเนี่ย...


โดย: รักษ์ (big onion ) วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:53:48 น.  

 
เหมือนกันเลย...
ผมก็บูชาความจน ชอบและคุ้นเคยกับคนจนและความจน

เพราะว่าผมเป็นคนจน...แม่นก่อนิ

เอาลิงค์ที่เขียนถึง รงค์ วงษ์สวรรค์ มาฝากครับ ผมเอาแปะไว้ใน ไทยไรเตอร์ เน้อ...

http://www.tinhub.net/thaiwriter/index.php?topic=165.0


โดย: pu_chiangdao วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:22:28 น.  

 
กลัวแพร จารุ เปิดไม่เปง ก็เลยเอามาแปะให้อ่านนี่เลยดีกว่า...

'รงค์ วงษ์สวรรค์


อีกครั้ง, ที่ผมมีโอกาสเดินทางไปเยือนสถานที่สงัด สันโดษและงดงามแห่งนี้

ขณะใบไม้พลิกกายอย่างช้าๆ ยามสายลมพัดต้อง ผมเหลือบมองเห็นความอ่อนเยาว์ของมะไฟลูกดกสดเขียวเริงร่าอยู่เต็มก้านกิ่ง ริมซุ้ม 'กิ๋นหอมต๋อมม่วน' บนสวนทูนอิน โป่งแยง แม่ริม เชียงใหม่ สายน้ำยังคงรินไหลรี่ลงจากโตรกผาห้วยบวกเขียด ดอกไม้หลากสีแข่งกันผลิบานในหน้าฝน นั่นเอื้องสีม่วงขาวพราวเกาะบนคาคบไม้ ข้างเรือนนอน

“เขาเป็นนักตกแต่งป่า...” เสียงใครคนหนึ่งเอ่ยออกมาให้เราได้ครุ่นคิด

คงเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะตอนที่เรากำลังเข้าสู่อาณาจักรแห่งนี้ ผมมองเห็นป้ายโดดเด่น สะดุดตา อยู่บนเนินโค้ง “ฆ่าหม่อน ฆ่าไหม ฆ่าต้นไม้ ฆ่าเงาไม้” เป็นคำคมที่ซ่อนแฝงด้วยความรู้สึกหวงแหนธรรมชาติอย่างนุ่มและนวล

และเมื่อพูดถึงสถานที่แห่งนี้ ทำให้ผมนึกถึงถ้อยคำของเขา ที่ “พูดกับบ้าน” ขึ้นมาทันใด

“...บ้านคนจนมันก็เป็นบ้านคนจน ! มันเป็นบ้านของต้นไม้ ก้อนหิน น้ำ แสงแดด และลมรำเพย นกและปลาอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่น ! ผมปลูกบ้านตามอารมณ์ของผม และมันเป็นอารมณ์แปรผันตามวันเวลา !”

ใช่ ผมหมายถึง ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2538 กับความงามและความสุขที่สัมผัสได้ในสวนทูนอิน วันนั้น- -วันครบรอบ 75 ปี ในวันฟ้าหมาดฝน

เมื่อพูดถึง ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกและสัมผัสได้ถึงอารมณ์เช่นนี้- - เหมือนกับที่ “ถนอม ไชยวงษ์แก้ว” นักเขียนเมืองเหนือจากกระท่อมทุ่งเสี้ยว เคยบอกเล่าเอาไว้ว่า...

“เขาเป็นนักเขียนที่ผมไม่จำเป็นต้องหยุดคิดทบทวนและลังเลใจ ที่จะตอบตัวเองว่า นี่คือนักเขียนคนแรกในวัยหนุ่ม ที่ผมได้อ่านงานเขียนของเขาแล้ว ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจอยากจะเขียนหนังสืออย่างรุนแรง...”

คงไม่มีใครปฏิเสธได้ และผมอยากเสริมอีกว่า เมื่อพูดถึง ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ต้องนึกความเป็น 'นักเดินทาง' ของเขาด้วย โดยเฉพาะถ้อยคำประโยคนี้

“การเดินทาง คือสายตาของนักเขียน...” ซึ่งทำให้ใครหลายใครต่างฮึดก้าวออกจากห้องสี่เหลี่ยม ห้องของความจน แล้วพาหัวใจและชีวิตไปผจญแสวง วเนจรไปหนทางแปลกใหม่อย่างมิรู้ร้อนรู้หนาว มิรู้จักเหน็ดหน่าย

และถนอมยังพูดถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ อีกว่า คือผู้ชายเข้มแข็งที่แทบไม่เคยแสดงความอ่อนแอใดๆ ออกมาให้ใครเห็น แม้ในยามเจ็บป่วยและเจ็บปวดอยู่ในเส้นแบ่งระหว่างชีวิตและความตาย

ครับ คงเป็นจริงเช่นนั้น หากใครมีโอกาสมาเยือนสวนทูนอิน และได้สัมผัสกับชีวิตเขา

แหละนี่คือบางถ้อยคำบางมุมชีวิต ความคิด และอารมณ์ขันของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ใน พ.ศ.นี้ แม้ว่าจะถูกโรคไตรุมเร้าชีวิต

“ผมเป็นเพียงผู้ชายอายุ 75 ปี ซึ่งไม่ค่อยแข็งแรง แต่ก็ไม่เรียกตัวเองว่าเป็นคนป่วย และไม่เรียกตัวเองว่าเป็นคนพิการ แค่เป็นโรคไต เป็นโรคที่รักษาไม่ได้...”

“...ทุกวันนี้ผมมีความสุขด้วยเหตุผลง่ายนิดเดียว เพราะคิดว่าตนเองไม่มีความทุกข์แค่นั้น คนเราที่ไม่มีความสุขเพราะไปคิดกังวลว่าเรามีความทุกข์...”

ทุกวันนี้ แม้ว่า ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ จะเดินทางน้อยลง (ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางจากสวนทูนอินลงมาในตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อฟอกไต สัปดาห์ละสองครั้ง) หากตัวหนังสือของเขากลับเคลื่อนไหวและเดินทางไกลและไกล ไม่เคยหยุดนิ่ง...

“...เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องรายงานเรื่องราวต่างๆ ให้สังคมทราบว่าอะไรเกิดขึ้นในโลก และผมเป็นคนอย่างนั้นเอง คือ ผมชอบรู้อะไรมันจะเกิดขึ้น...”

’รงค์ วงษ์สวรรค์ บอกกับเราว่า ทุกวันนี้ยังทำงานเขียนอยู่อย่างสม่ำเสมอ

“...ตื่นเช้า 8 โมงครึ่ง, 9 โมงครึ่งถึงโต๊ะทำงาน ทำงานถึงบ่ายโมง กินข้าวแล้วก็นอน ตื่นหกโมง ล้างหน้าล้างตา 1 ทุ่มก็ทำงานต่อจนถึงตีหนึ่ง กินข้าวมื้อสุดท้ายเมื่อตีสอง...”

ถูกต้อง ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ กับวัย 75 ปี ใน พ.ศ.นี้ ยังคงปล่อยความคิดและตัวหนังสือออกเดินทางไปสู่ผู้อ่านอย่างต่อเนื่อง...





โดย องอาจ เดชา

จากคอลัมน์ คนคือการเดินทาง
เสาร์สวัสดี กรุงเทพธุรกิจ วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2550



โดย: pu_chiangdao วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:56:42 น.  

 
อ่านแล้วจ๊ะ พี่หนอมฝากขอบคุณมาด้วยจ๊ะ อ่านงานชิ้นนี้แล้วต้องรีบลุกขึ้นมาทำงานทันใด

คุณรงค์อายุ 75 ปี เป็นโรคไต ยังทำงานมากว่าคนแข็งแรงอย่างเรา ๆ อายไม่ล่ะพรรคพวก


โดย: ยาย (แพรจารุ ) วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:55:07 น.  

 
คุณธารดาว

นอนดึกมากเลยนะคะ เกือบ ๆ ตีสองแล้ว เวลาของเราจะสวนทางกัน เพราะเราชอบนอนหัวคำ่และตื่นเช้า ๆ ตื่นขึ้นมาเฉย ๆ อย่างนั้นแหละนั่งใบไม้ ดูกระรอกที่มาโชว์ตัวทุกเช้า แต่ชอบออกไปไหนตอนเช้า

เวปที่เอามาแปะไว้เข้าไปดูไม่ได้คะ ลองใหม่อีกครั้งได้ไหมคะ
ขอบคุณนะคะ


โดย: ยาย (แพรจารุ ) วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:59:53 น.  

 
โต ตื่นเต้นจังที่ โต ศิลปินอิสระเข้ามา กำลังจะโทร.ไปนัดพบ วันที่ 30 กลับจากนครฯจะแวะที่กรุงเทพฯสักวันสองวัน ในช่วงที่อยู่กรุงเทพฯจะพักบ้านคุณหญิงจุฑามาศคะ
แล้วจะโทรนัดอีกครั้ง
พี่กับพี่หนอมสบายดีคะ ขอบคุณคะ


โดย: แพรจารุ วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:04:21 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ยาย (ขอเรียกตามคนอื่น อย่างหนิดหนม )

ขอบคุณที่ชมลูกชายค่ะ ยิ่งโตหน้ายิ่งไทย ไม่เห็นแววลูกครึ่งเล้ยย จะบอกว่าถ้าจะโทรแบบราคาถูกมาต่างประเทศก็ใช้บัตรโทรศัพท์โทรได้นะคะ ตามร้านเซเว่น จะมีขาย ชื่อว่า ฮาตาริโฟน หรือยังไงเนี่ยค่ะ โทรในราคาไม่แพงมาก

ตอนนี้ปอมโทรกลับบ้านคุยกับแม่ทุกอาทิตย์ ใช้บัตรโทรศัพท์เหมือนกัน ซื้อทางอินเตอร์เน็ต จากเวบ http://www.callthai.net มีบัตรสำหรับโทรจากไทยมาต่างประเทศด้วยค่ะ


โดย: ปอมปอมเกิร์ล วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:5:21:53 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ความจนอันคุ้นเคยเสียจน..มีความสุขที่ได้เกิดมาจน

เดือนหน้านกแสงตะวัน จะร่อนปีกขึ้นฟ้าสู่ล้านนาเจียงใหม่ค่ะพี่แพร
(ไม่รู้บอกทำไมเนาะ อย่างน้อยก็รู้สึกใกล้กันเข้ามานิดนึงกระมัง)



โดย: นกแสงตะวัน วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:43:24 น.  

 
อ่านแล้วรู้ว่านี่ล่ะ คนรวย
ความรวยที่เราตามหาอยู่
เป็นแบบนี้เอง


โดย: ตะวันออกไม่แพ้ วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:14:23 น.  

 
ปอม ขอบคุณมากนะคะ สำหรับความรู้เรื่องการใช้โทรศัพท์ทางไกล คืนนี้พี่อยู่บ้านคนเดียว เพราะัตอนบ่ายไปประชุุมในเมือง และไปร้านหนังสือชื่อร้านเล่า เขามีปาร์ตี้ปิดร้านสาขาแรก เสียดายมาก เขาจัดบรรยากาศร้านดีมาก เจ้าของร้านก็น่ารักและมีหัวใจเป็นอาสา ทำกิจกรรมมากกว่าธุรกิจ แต่ตึกที่เช่ากำลังจะถูกรื้อก็เลยต้องออก

วันนี้พี่เล่นเกมได้ดินสอไม้มาสองเล่มถูกใจมาก ๆ (ความจริงคือพี่ไม่มีทักษะดินสอนั้นเขาให้เป็นรางวัลปลอบใจ)

กลับมาคุณถนอมออกไปปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนของน้องชาย เวลาที่รอคอยก็เลยเขียนถึงปอมปอม


โดย: แพรจารุ วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:38:14 น.  

 
รอพี่ยายมาวันที่ 30 จะัได้พาพี่ยายไปกินข้าวกันสักมี้อ ยังใช้เบอร์เดิม 081-904-9940 แล้วพบกันที่ กทม.



โดย: โต IP: 61.91.162.43 วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:52:19 น.  

 
นกแสงตะวัน

ยินดีข่าวคราวมาเมืองเหนือ และยินดีต้อนรับสู่เมืองดอกไม้และขุนเขา (พี่ว่าอย่างนี้เข้าท่ากว่าที่รัฐบาลประกาศนะ เขาว่า เชียงใหม่ มหานครแห่งความมั่งคั่ง)ฟังแล้วป่วยจริง ๆ มาถึงแล้วโทร.มาคุยกันก็ได้คะ 086 9216065

ตะวันออกไม่แพ้ สวัสดีค่ะ
ขอบคุณนะคะ ขอให้ตามหาทุกอย่างที่ต้องการเจอนะคะแล้วคุยกันใหม่



โดย: แพรจารุ วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:59:00 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่แพร ที่ต้อนรับคนที่ราบสูง อบอุ่นใจจัง 21-23 สิงหา ถึงเมืองดอกไม้และขุนเขา ถ้าไม่ดึกจนเป็นการรบกวนอาจโทรสวัสดีนะคะ


โดย: นกแสงตะวัน IP: 125.24.105.34 วันที่: 8 กรกฎาคม 2550 เวลา:5:33:51 น.  

 
ไม่ถือเป็นการรบกวน

จำมาจากบทเพลงสนุก ๆ ของ ทาทายัง

"หากไม่เกรงเป็นการรบกวน ก็จะชวนเธอมารักกัน"
จะมาดื่มกาแฟหรือชากันสักแก้วก็ได้


โดย: แพรจารุ วันที่: 8 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:15:07 น.  

 
จนเงินดีกว่าจนใจ คิดไว้เหมือนกันถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชีวิตสุดท้ายอยากอยู่ชนบท พื้นที่สักแปลง ไม่ใหญ่มาก พอไว้ปลูกกระท่อม บ้านไม้มีระเบียบ ใต้ถุน ผูกเปลไว้นอนเล่น รอบๆ บ้าน ปลูกผักต่างๆ ดอกไม้ที่กินได้และไว้ชม เผื่อที่สำหรับพี่ยาย โตและมิตรสหาย ที่มีความรักที่งดงาม ฝันกำลังเดินทาง ช่วงนี้หาทรัพย์ก่อน
โต ดีใจที่เจอ ขอบคุณความห่วงใยที่มีให้ตลอดเวลา



โดย: วิมายา IP: 203.113.50.140 วันที่: 8 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:02:25 น.  

 
วิมายา

LADY POVERTY ต้องให้สิ่งนั้นแก่คุณแน่นอน เพราะคุณไม่ได้อยากได้บ้านหลังใหญ่ และคุณยังคิดเผื่อแผ่ถึงคนอื่น

กระท่อม ใต้ถุน ระเบียง ที่ผูกเปล ทำไว้ให้พร้อมนะคะ ส่วนเปลพี่หาไปเองได้

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ


โดย: พี่ยาย (แพรจารุ ) วันที่: 8 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:17:39 น.  

 


ชอบเรื่องนี้มากค่ะพี่ยาย


โดย: กาเกด IP: 61.91.94.204 วันที่: 8 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:20:43 น.  

 
ชอบจังเลยค่ะ

กานต์ก็จะนับถือ lady poverty เหมือนกัน

หลังจาก นับถือ lady money, lady creditcard เหอ เหอ

เอ้า สู้สู้


โดย: karnlaka วันที่: 18 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:48:39 น.  

 
มีอยู่ช่วงหนึ่งค่ะที่ทำงานประจำ
แล้วตื่นเช้ามาก็กินแต่ไมโลกล่องกับแซนด์วิชของเซเว่น
กินมันทุกวัน เพราะเร็ว ง่าย
จะว่าไปมันก็ไม่ถึงกับไม่มีประโยชน์
แต่ว่าควรกินข้าวให้เป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าน่ะค่ะ


โดย: ม่วนน้อย วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:7:15:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แพรจารุ
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..
۞ บทกวีและเรื่องสั้น ถนอมไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท

..
۞ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว โดยถนอม ไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท 17 ต.ค.51
http://www.youtube.com/watch?v=L21lhWsu8QQ&feature=related object width="315" height="80">
หา โค้ดเพลงhi5 : hi5 song code search
Friends' blogs
[Add แพรจารุ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.