คนเขียนหนังสือ ชีวิตเบิกบานในการงาน
Group Blog
 
 
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
15 กันยายน 2550
 
All Blogs
 

สามนักเขียนชนเผ่าพื้นเมือง




สามนักเขียนชนเผ่าพื้นเมือง
หวังอะไรในงานเขียน


โถ่เรบอ นักเขียนจากชนเผ่าปาเกอะญอหรือกระเหรี่ยง ผู้เขียนงาน รวมเรื่องสั้น เชวาตัวสุดท้าย

บ้านโถ่เรบอ อยู่ป่าสนวัดจันทร์ แม่แจ่ม ปัจจุบันเขาเป็นครูศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนชาวไทยภูเขา ที่แม่แจ่มบ้านเกิด และเขียนหนังสือไปด้วย เรียกว่ามาถูกทางมาก ขานรับกับการพูดจากันในห้องประชุมที่สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


เมื่อ (7 กันยายน 2550) เกี่ยวกับเรื่องระบบการศึกษาว่า ผู้วางนโยบาย และครูสอนไม่เข้าใจชนเผ่า ไม่รู้เรื่องวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ และเป้าหมายในการเรียนก็ไม่ตรงกับการำเนินชีวิต เพราะเป็นการเรียนที่มุ่งหวังจะให้คนที่เรียนเดินออกจากหมู่บ้าน เพื่อทำงานต่างถิ่นหรือ ทำให้ผู้เรียนมีความคาดหวังสูงเกินไป รวมถึงระบบการศึกษาที่ผลิตคนสู่สังคมที่ใช้เรื่องอาชีพ การทำเงิน หรืออาชีพที่มีหน้ามีตา มากกว่าให้เป็นคนดี ให้ช่วยตัวเองและผู้อื่น


โถ่เรบอ จึงเป็นนักเขียนหนุ่มที่เป็นครูชนเผ่า ที่สอนหนังสือชนเผ่า แม้จะอยู่ในระบบภายใต้นโยบาย แต่เขาย่อมมีความเข้าใจต่อชีวิตได้ดี และเขียนหนังสือของเขาก็เป็นการอีกหนทางหนึ่ง

โถ่เรบอ มาร่วมงานมหกรรมชนเผ่าพื้นเมืองในครั้งนี้ด้วย เขาพูดถึงการเป็นคนเขียนหนังสือว่า

“ คนที่เขียนหนังสือ เขียนเรื่องราวของชนเผ่าส่วนใหญ่เป็นคนมาจากข้างนอก ไม่ใช่คนในชนเผ่า การเข้าใจในวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา อาจจะเข้าใจผิดไปบ้าง เนื่องจากพี่น้องมีข้อจำกัดในการสื่อสาร ”

นี้คือส่วนหนึ่งที่ทำให้โถ่เรบอลุกขึ้นมาเขียนหนังสือ

“ศิลปินนักเขียนก็ทำได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ผมอยากเห็นความจริงใจจากหน่วยงานต่าง ๆ

พี่น้องชนเผ่า บางแห่งถูกจำกัดให้อยู่เฉพาะพื้นที่ที่จัดให้ เพื่อเป็นตัวรองรับให้กับนักท่องเที่ยวเข้ามาดูความแปลก เช่น ชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวที่แม่ฮ่องสอน ชนเผ่าปะหล่องที่เชียงดาว ทางรัฐ หรือกลุ่มนักวิชาการบางกลุ่ม กลับเห็นว่าพวกเขาควรอยู่ในพื้นที่กำหนดให้จะดีกว่า ถ้าหากพวกเขาออกนอกพื้นที่หากไม่มีบัตรหรือใบอนุญาตไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พวกเขาก็จะถูกจับหรือถูกปรับ ทั้งๆที่ชนเผ่าเหล่านี้ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานมากบางชนเผ่าอาศัยอยู่มาแล้วมากกว่า 100 ปี

โถ่เรบอ ยังคิดว่าถึงตอนนี้แล้วไม่อยากให้ชนเผ่าออกมาเรียกร้องอะไรมากนัก เพราะการเรียกร้องจากรัฐ เสมือนพี่น้องชนเผ่าเป็นคนอื่นไม่ใช่คนไทย จะกลายเป็นคนชายขอบตามที่รัฐต้องการให้เป็น เพราะรัฐมองเป็นเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคง การจัดมหกรรมครั้งนี้ จะทำให้ชนเผ่าเข้าใจและมีความรู้เพิ่มขึ้นว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

“สิ่งที่กลุ่มศิลปินนักเขียนทำได้ในวันนี้ก็คือการมาให้กำลังใจกับพี่น้องชนเผ่า เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการต่อสู้เพราะลำพังศิลปินนักเขียน เสียงของพวกเขาอาจจะไม่ดังพอที่รัฐหรือสังคมจะได้ยิน

ชนเผ่าแต่ละชนเผ่าถูกกำหนดและจำกัดสิทธิหลายอย่างและมองเป็นปัญหาความมั่นคง มากกว่าที่จะมองในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน การถูกเลือกปฏิบัติ การมองชนเผ่าเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวภายใต้คำว่าการพัฒนา”

********************





ชิ สุวิชาน

ชิ สุวิชาน นักดนตรีนักเขียน ปกาเกอะญอและนักดนตรีชนเผ่ามีเตหน่า กู เครื่องดนตรีโบราณ

ชิ เสนอบทเพลง และเขียนหนังสือเพื่อ เล่าเรื่องราวของชนเผ่า ด้วยท่วงทำนองที่เรียบง่าย และเป็นมิตรกับผู้คน เพราะแนวของเขาเป็นแนววัฒนธรรม แต่เขาได้แบบอย่างได้แนวทางมาจากรุ่นพี่อย่างลีซะ (ลีซะ ชูชื่นจิตสกุล) ที่เป็นนักเขียนชนเผ่าอีกคนหนึ่ง

อีกทั้งมีบทเพลงทา เป็นนิทานในวัยเยาว์มาเป็นพื้น เป็นทางให้เขาได้เริ่มสานต่อ

งานเขียนของชิ สะท้อนยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลง ในเชิงเปรียบเทียบกับวัฒนธรรม แต่ก็มีความหวัง

ชิ สุวิชาน เขียนไว้ตอนหนึ่งในว่า

ชุมชนปกาเกอะญอ หันมองสถานการณ์ปัจจุบันอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์จากภายนอกชุมชนที่เข้ามาก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชนว่า การเปลี่ยนแปลงหรือสิ่งที่มาจากภายนอกในปัจจุบัน มีความสลับซับซ้อนและรุนแรงมากกว่าเดิมหลายเท่าจนตั้งตัวแทบไม่ทัน

โดยภาพรวมที่สำคัญคือ มีการปรับเปลี่ยนค่านิยมความเชื่อและการยึดมั่นต่อประเพณีวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ที่มาจากภายนอกมีมากขึ้นจนมีแนวโน้มที่จะแปรสภาพตามกระแสหลักมากขึ้น ถูกครอบงำด้วยกระแสวัฒนธรรมปริโภคนิยม

ในขณะที่ฐานการผลิตเพื่อยังชีพ พึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติ ถูกปรับให้เป็นการผลิตแบบเชิงพาณิชย์ ผูกติดกับระบบการตลาดและบริการของรัฐมากขึ้น ทำให้คนมีความผูกพันพึ่งพิงป่าลดลงเรื่อย ๆ นอกจากนี้แล้วโครงสร้างของระบบนิเวศในชุมชนปกาเกอะญอก็มีแนวโน้มเสียความสมดุลมากขึ้น

ผู้คนต่างหันมาพึ่งพาเครื่องกลและเทคโนโลยีในการผลิตและในการดำรงชีวิตมากขึ้น เช่น ชุมชนแจ่มน้อยในอดีตมีการไถนาด้วยควายและหันมาซื้อรถไถนา เนื่องจากสะดวกรวดเร็วกว่า แม้ต้องซื้อด้วยเงินและต้องซื้อน้ำมันแต่คนก็ยอมที่จะจ่ายเงินตรงนั้นเพื่อได้มาใช้รถไถนา

พาตี่พาซูแมะ วัย 85 ปี ผู้อาวุโสชนเผ่าปกาเกอะญอคนหนึ่งกล่าวว่า ผู้เฒ่าผู้แก่คนปกาเกอญอในอดีตเคยทำนายพยากรณ์ล่วงหน้าหลายปีแล้วกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของชุมชนปกาเกอะญอ แต่เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจเช่นคนปกาเกอญอสมัยก่อนบอกว่า

“วันหนึ่งงูใหญ่จะเข้ามาในชุมชน กลืนเอาลูกหลานของคนปกาเกอะญอลงไปในท้องงู จะมีช้างหัวแบนขึ้นมาอาละวาด ม้าจะมีเขาขึ้นมาบินไปบินมาในชุมชน คำพูดของคนจะเดินทางไปอวกาศ ข้าวเปลือกจะตำตัวเอง แมงมุมจะชักใยทั่วหมู่บ้าน”

“มาวันนี้สิ่งที่ผู้เฒ่าผู้แก่ได้บอกไว้นั้นเป็นจริงแล้ว งูใหญ่ก็คือ ถนนที่ตัดผ่านหมู่บ้านทำให้ลูกหลานปกาเกอะญอสามารถเดินทางเข้าเมืองได้ เมืองก็คือท้องงู ช้างหัวแบนก็คือรถยนต์ที่มาวิ่งขนของต่าง ๆ ในชุมชน ม้าที่มีเขาก็คือ รถจักรยานยนต์นั่นเองที่วิ่งไปวิ่งมาทั่วหมู่บ้าน

ข้าวเปลือกตำตัวเองก็คือ โรงสีข้าวขนาดเล็กที่คนไม่ต้องตำข้าวมันสีข้าวสารออกมาเอง แมงมุมชักใยทั่วหมู่บ้านก็คือ สายไฟฟ้านั่นเองที่มีการลากโยงใยทั่วหมู่บ้าน ล่าสุดคำพูดหรือเสียงของคนเดินทางในอวกาศก็คือ โทรศัพท์นั่นเอง” พาตี่พาซูแมะกล่าว

สิ่งที่พาตี่พาซูแมะ กล่าวมาเป็นสิ่งที่แสดงถึงสถานการณ์ของยุคปัจจุบัน ที่เป็นยุคของการบริโภคความทันสมัย ความสะดวกรวดเร็วโดยมีเครื่องกลและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ


************


ลีซะ ชูชื่นจิตสกุล นักเขียนชนเผ่า เป็นคนแม่แฮใต้ อ.แม่แจ่ม เชียงใหม่

เขาป็นคนเขียนเพลงและเขียนบทความ

“เรื่องเล่าจากภูเขา” วิถีโลกป่า” คือหนังสือเล่มหนึ่งของเขา

ลีซะ บอกว่า เขาเขียนหนังสือเพื่อให้มนุษย์ชาติแสวงหาการอยู่ร่วมกันกับโลกอย่างสันติสุข

ถือได้ว่า ลีซะเป็นนักเขียนชาวปกาเกอะญอคนแรก และเขายังเป็นเด็กสี่คนแรกที่ดินข้ามภูเขามาเรียนหนังสือที่แม่สะเรียง

ลีซะกล่าวว่า เดี๋ยวนี้เขาหันมาเขียนเรื่องเล็ก ๆ เพื่ออธิบายเรื่องใหญ่ ๆ ซึ่งต่างขากเมือก่อน ที่เขามันจะเขียนแต่เรื่องที่หนัก ๆ และรุนแรง แต่เดี๋ยวนี้เขาพบว่า แนวทางต้องเปลี่ยนไป แต่เป้าหมายนั้นยังคงเดิม

เขาพูดถึง นักเขียนรุ่นใหม่อย่างชิและโถเรบอว่า พวกเขาทำได้ดีกว่า

แต่ทั้ง โถเรบอ ชิ สุวิชาน และลีซะ เขาต่างเขียนเพื่อสะท้อนภาพชนเผ่า ให้โลกรับรู้ความจริงในชีวิตของพวกเขา เช่นว่า วันหนึ่งชิบอกกับว่า เขาจะต้องอธิบายง่าย ๆ อย่างไรให้คนรู้ว่า เขาไม่ได้ปลูกพืชทำไร่เลื่อนลอย แต่เป็นไร้หมุนเวียน เช่นว่า มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งแบ่งเป็นเจ็ดส่วนและเราก็หมุนเวียนกันใช้ในเจ็ดแปลงนั่นแหละ เพื่อให้ผืนดินได้พัก และเราเวียนมาปลูกใหม่



วันหนึ่งในวัยเยาว์ ชิ สุวิชาน เคยเล่าให้ฟังว่า เขาไม่กล้าบอกใครว่า เป็นชนเผ่า อายเพื่อน แล้ววันหนึ่งเพื่อนก็ไปเที่ยวบ้านเขา เพื่อนบอกว่า ก็อยู่ตามปกติ ไม่เห็นเหมือนที่เขารู้มาว่าคนดอยตัดไม้ทำลายป่า

ชิ จึงมีความมั่นใจขึ้น แต่เขาไม่ลืมวันที่ต้องทำข้อสอบ คำถามว่า ป่าเมืองไทยเหลือน้อยลงเพราะอะไร ก.เกิดภัยธรรมชาติ ข.การสัมปทานป่า ค ชาวเขาตัดไม้ทำลายป่า ง.ไม่มีข้อถูก เขาจำเป็นต้องกาข้อ ค. ชาวเขาตัดไม้ทำลายป่า เพราะเขาอยากได้คะแนน อยากสอบผ่าน

ชิ สุวิชาน และเพื่อน ๆ นักเขียนชนเผ่า จึงคิดว่า การเขียนหนังสือของเขาเพื่อหาแนวทางหนึ่งทำความเข้าใจกันถ้าเราเข้าใจกัน เราก็จะรู้ว่าควรจะปฏิบัติต่อกันอย่างไร และจะปฏิบัติต่อกันได้อย่างถูกต้อง





ลีซะ ชูชื่นจิตสกุล


***************


จากงานมหกรรมชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่




 

Create Date : 15 กันยายน 2550
31 comments
Last Update : 16 กันยายน 2550 8:02:37 น.
Counter : 920 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะ พี่ยาย

แจมกลับลำแทบไม่ทันแน่ะ ไม่ทราบว่าพี่อัพบล็อกวันนี้ อิอิ..

เพลงนี้พอฟังได้นะคะ.. เข้ากับบรรยากาศใช้ได้เลย (เข้าข้างตัวเองไว้ก่อน) ..

วันก่อนเพิ่งเห็นงานพี่โถ่เรบอบนแผง (แต่ยังไม่ได้ซื้อนะ..) วันนี้เห็นพี่อัพบล็อกเลยรู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดนักเขียนมากขึ้น อิอิ

เสร็จงานแล้ว คืนนี้จะมาเล่าเรื่องวิ่งหนีสึนามิให้ฟัง ...รับรอง.."ซานุ้ก..ซาหนุก"

 

โดย: สีน้ำฟ้า IP: 61.7.150.45 15 กันยายน 2550 23:24:13 น.  

 

สีน้ำฟ้า

ตกลงจะมาปูสื่อรอเลยแหละ สงสัยจะฉายตอนดึก...

ใช่แล้ว หนังสือ เชวาตัวสุดท้ายน่าสนใจมาก

พี่ไม่ได้เอารูปโถ่เรบ่อมาลง เพราะวันต่อมาหาตัวเขาไม่เจอแล้ว พวกนักเขียนเขามากันตอนฟ้ามืด และช่วงฟ้ามืดพี่ก็ต้องรีบกลับบ้านเพราะว่า รถสีเหลือจะหมด ช่วงนี้พี่ออกจากบ้านบ่อย ใช้บริการรถสีเหลือตลอด แรก ๆ คิดว่าจะเดินทางอย่างไรดีนะ

ตอนนี้สบายมาก รู้สึกดีด้วย เพราะการได้นั่งรถสีเหลือง ได้เห็นชีวิตผู้คนในรถเหมือนดูหนังสั้นหนึ่งชั่วโมงกว่า ๆ
ไปกลับก็สองชั่วโมง พี่กำลังเขียนเรื่องในรถสีเหลือง รับรองว่าไม่สนุก แต่ตลก

ตอนนี้ฉายเรื่อง มหกรรมชานเผ่าไปก่อนะจ๊ะ (จะอัพบล็อกให้เร็วขึ้น ) แบบฉายโดยไม่ขายยา ( เคยดูไหม หนังฉายขายยา เกิดทันหรือเปล่า พอฉายไปม้วนหนึ่งก็หยุดขายยาครั้งหนึ่ง - ยาถ่ายพยาธิ์ ...เอาใส่ขวดมาโชว์ด้วย เหมือนเส้นบะหมี่สำเร็จรูป- ใครกำลังกินอยู่บ้าง นั่นแหละ คล้ายกันเลย)

 

โดย: แพรจารุ 16 กันยายน 2550 7:50:05 น.  

 

อยากอ่าน ๆ ๆ ๆ

งานของทั้งคู่ ล้วนล้ำลึก

 

โดย: เงาศิลป์ IP: 203.146.63.182 16 กันยายน 2550 10:42:49 น.  

 

ดีใจที่ชอบค่ะพี่..

ออกนอกบ้านบ่อยนี่เอง..ถึงได้หายๆ ไป

 

โดย: สีน้ำฟ้า IP: 61.7.150.69 16 กันยายน 2550 10:51:15 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณเงาศิลป์

ขอโทษนะคะ เคยมาทำงานที่เกาะพีพีหรือเปล่าเอ่ย..

เห็นลายมือแว๊บๆ ว่ามีการส่งรายงานเกาะพีพีเข้ากรุงเทพฯ ลงชื่อว่าเงาศิลป์.. ไม่ทราบคนเดียวกันไหม

ถ้าไม่ใช่ ขออภัยค่ะ..ที่ทักคนผิด

(แต่ตั้งใจนะ..หาเรื่องทัก จะได้คุยกะคุณเงาศิลป์ได้ อิอิ)

 

โดย: สีน้ำฟ้า IP: 61.7.150.69 16 กันยายน 2550 10:53:11 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะพี่
กลับจากภาคสนามแล้ว
กำลังทำใจกับการจากลา

แล้วก็เร่งทำมาหากิน
เลิกเขียนหนังสืออย่างศิลปิน
มาเขียนหนังสือเพือทำมาหากิน แทน อ่ะ

 

โดย: ดาริกามณี 16 กันยายน 2550 12:49:22 น.  

 

สีน้ำฟ้า
พี่เข้าใจว่า เงาศิลป์ที่ว่าเป็นคนเดียวกัน เท่าที่รู้เธอเคยไปทำงานหลังช่วงสึนามิ

และชื่อเงาศิลป์ก็คงไม่ซ้ำใครหรอก
ตอบแทนเธอนะจ๊ะ

 

โดย: แพรจารุ 16 กันยายน 2550 22:00:23 น.  

 

พี่ยาย
โทรศัพท์อยู่กับพี่ยายละยัง
อยากคุยด้วยน่ะ
วันก่อนโทรหา
ก็ได้คุยกะอิ๋ว..

 

โดย: malarn cha 16 กันยายน 2550 22:08:32 น.  

 

คุณสีน้ำฟ้า
โห....ไม่น่าเชื่อ

ใช่รายงานเกี่ยวกับการพิพาทของชาวเกาะกับพอท.ใช่มั้ยคะ

จำได้ว่าส่งไป ไอทีวี ใช่ไหมคะ

หรือว่าคุณสีน้ำฟ้า เจอที่อื่น กรุณาบอกด้วย

ที่จริงก็อยากคุย อิ อิ อิ

 

โดย: เงาศิลป์ IP: 203.146.63.182 17 กันยายน 2550 1:24:32 น.  

 

ประมาณนั้น..แต่คุณเงาศิลป์ส่งที่ไหนไม่ทราบหรอกค่ะ..

แต่รายงานต้นฉบับนั่น มีลายมือคุณ(เข้าใจเอาเอง) + กับเบอร์โทร

เอ๊..งั้นสงสัยเราจะเคยพบกันแฮะ

ถ้าไปหาข้อมูลที่เกาะพีพี ไม่พบคนที่พิมพ์ข้อมูล หรือทำหนังสือรวมเล่มเกี่ยวกับความคืบหน้าของเกาะฯ หลังสึนามิมานี่..ถือว่าแปลกค่ะ

ฮิฮิ..แล้วก็ได้คุย

 

โดย: สีน้ำฟ้า 17 กันยายน 2550 2:45:33 น.  

 

ยาย เอารหัสpassword ในเมนู setting ออกด้วย เข้าไปอ่านในโอเคเนชั่นไม่ได้จ้า

เรื่อง พอท. ไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิน

ยาย จริงๆแล้วเราถูกตัดออกสาระบบของ NGO ส่วนกลางนานแล้ว ไม่รู้ว่างานนี้ใครจัด

อาจเป็นเพราะเราทำตัวเงียบหายไปเอง เพราะอยู่ต่างจังหวัด แต่หลังจากงานสึนามิ ก็ดูเหมือนว่า เรื่องที่เราทำอยู่ที่บ้านเกิดเป็นการทำงานคนเดียวจริงๆ ไม่ใช่กีดกันใคร แต่บอกข่าวใครๆไป มันไม่สามารถรวมอยู่ในแผนงานของเพื่อน NGO คนไหนได้ เราจึงเลิกพยายามจะร้องขอความช่วยเหลือ

เราไม่มีเงินสำหรับการทำงานเพื่อส่วนร่วม (ยายคงเข้าใจเรื่องนี้ดี)บ่อยครั้งที่มีการประชุมแล้วมีคนเชิญเรามา เช่น เรื่องการเมือง(ที่ไม่ใช่ปัญหาหลักของเรา) เราไม่ได้ไปร่วม เพราะไม่สามารถเบียดบังเงินเล็กน้อยที่มีอยู่ (ซึ่งเป็นเงินของแม่ด้วยซ้ำ)ไปใช้ได้

คิดว่าตัวเองเป็นชาวบ้านคนหนึ่งควรจะแหกปากอยู่แถวนี้ ตามประสาชาวบ้านทั่วไป และพยายามทำอะไรที่มากกว่าชาวบ้านทั่วไปทำได้ คือใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ บางทีอาจจะดีกว่าใช้วิธีของ NGO ก็ได้ เพราะเราใช้"หัวใจโง่ๆ"

นี่คือครั้งแรกที่เราพูดเรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง เพราะเชื่อว่าเธอเข้าใจสภาพเรา

เราทำงานเท่าที่จะทำได้ ซึ่งควรจะเป็นเช่นนั้น แม้เมื่อมีการเชิญไปร่วมประชุม การจ่ายค่ารถให้ ค่าที่พักให้...ยังทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เพราะค่าใช้จ่ายอื่นๆก็ต้องมี และนั่นคือสิ่งที่เราต้องระวัดระวังในการใช้จ่าย (ไม่งั้นเป็นการเบียดเบียนตัวเอง) แต่ถ้าให้ขอทุนทำงาน...คิดทบทวนมาสามปีแล้ว เราทำไม่ลง (และอาจไม่ได้เงิน เพราะรู้ว่า เงินทุนหายาก)

ในเมื่อความจริงก็คือ เราเป็นชาวบ้าน คนอื่นๆก็เป็นชาวบ้าน ฉะนั้นเราเลือกที่จะแลกใจกับพวกเขา โดยไม่เอาเงินและโครงการมาบีบรัด

ที่สุดมันอาจจะไม่เกิดผลอะไรเลยก็ได้ แต่สิ่งที่เราได้คือ"ความจริง ที่แท้จริง"ในทุกประการ

คุณ สีน้ำฟ้าคะ เจอแต่น้องผู้ชายที่เป็นเลขาสหกรณ์เกาะพีพีน่ะคะ

อยู่พีพี ในช่วงที่อพท.เข้าไปประชุมและมีคนวอคเอ้าท์น่ะคะ

 

โดย: เงาศิลป์ IP: 203.146.63.189 17 กันยายน 2550 8:59:49 น.  

 

แวะมาเยี่ยม หลังห่างหายไปหลายวัน

ยังอบอุ่นเสมอนะครับ

 

โดย: รักษ์ (big onion ) 17 กันยายน 2550 9:36:57 น.  

 

ศิลป์ที่รัก

ข้าเจ้าเข้าใจดีมาก ๆ ทุกวันนี้ เราก็ไม่ต่างจากศิลป์หรอก แต่ว่าเราชัดเจนในส่วนที่เป็นคนเขียนหนังสือ เราเขียนในเรื่องที่สนใจ และเรื่องที่เราสนใจก็เป็นเรื่องที่เอ็นจีโอทำงานอยู่ เราจึงทำงานด้วยกันในบทบาทนักเขียน

รายได้อันน้อยนิดก็จากงานเขียน เพื่อยั่งชีพ งานไหนที่เราสนใจได้รับความสะดวกจากเอ็นจีโอบ้างเช่นนำลงพื้นที่ อาหารการกินในระหว่างทำงาน

หรือเอ็นจีโอรู้ว่าเราสนใจงานพวกไหนเขาก็ส่งข้อมูลเข้ามา หรือเชิญร่วมงานบ้าง บรรยากาศการทำงานร่วมกันที่นี่เป็นไปค่อนข้างดี ด้วยเป้าหมายของงานเดียวกัน

เราว่าที่ศิลป์ทำอยู่นั่นแหละดีแล้ว ไม่ต้องพึ่งหน่วยงาน ไม่ต้องขอทุนองค์กรไหน เพราะว่าเอ็นจีโอก็ไม่มีทุนแล้ว ทำงานสักครั้งก็ลำบากยิ่ง

อย่างภาคีคนฮักเชียงใหม่ ไม่ได้เป็นเอ็นจีโอ เป็นแบบชาวบ้านเงาศิลป์ และชาวบ้านแบบเรานี่แหละ มารวม ๆ กัน ซึ่งก็มีคนทำงานเอ็นจีโอรวมอยู่ด้วย แต่ไม่มีทุนเลย เรียกว่าเบียดเบียนตัวเองกันเหมือนกัน โชคดีอยู่บ้างก็ตรงที่อาจารย์เกษียณจำนวนหนึ่งมีเงินส่วนตัวมาจุนเจือ และนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า นักธุรกิจเพื่อสังคม และนักเขียนที่มีฐานะอีกคน

ส่วนพวกที่ไม่มีเงินแบบเรา ๆ ก็ใช้แรงงาน แรงใจ

งาน อพท. เขาเชิญมาทางภาคีคนฮักเชียงใหม่ เราก็ขอไปในนามของคนเขียนหนังสือและสนใจงานนี้

แต่ตอนนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะไปหรือเปล่า เพราะมีงานที่ค้างเขียนมากมาย แต่ไม่ค่อยมีรายได้เหมือนกัน

หน้านิตยสารเขาก็ไม่ค่อยมีให้แล้ว เมื่อวานคุยกับ แสงดาว ศรัทธามั่น เขาถามว่าทำไมไม่เขียนคอลัมน์ประจำที่ไหน นอกจากประชาไท

เราบอกว่าความจริงที่เราพูดเสมอตอนนี้ก็คือ ไม่มีเนื้อที่สำหรับงานเรา คือว่างานเราไม่เหมาะสมกับหน้าหนังสือหรือว่าหน้าหนังสือต่าง ๆ ไม่เหมาะสมกับงานเรา และเราก็ไม่รู้จะพยายามไปทำไม

เคยอ่านงานของนักเขียนรุ่นพี่คนหนึ่ง เขาเขียนว่า งานเขียนก็เหมือนดอกไม้ที่เอามาประดับแจกัน แจกันบางอันก็ไม่เหมาะสมกับดอกไม้ เช่นเดียวกับดอกไม้ไม่เหมาะสมกับแจกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าดอกไม้ไม่สวยหรือแจกันไม่งามเสมอไป

เราทำความเข้าใจเรื่องนี้ และไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไร แต่คงตั้งหน้าตั้งตาเขียนหนังสือต่อไปเท่าที่มีช่องทางเสนองาน เช่นการเขียนบล็อก เขียนงานให้กับหนังสือเอ็นจีโอทั้งหลาย ที่เผยแพร่ได้เพียงน้อยนิด ค่าเรื่องเพียงแค่ค่าข้าวสาร 15 กิโล เท่านั้น เขียนแลกกับข้าวสาร

ตอนหลังเราบอกพวกเขาว่า มาให้เราช่วยเขียนงาน เขียนโฆษณา เขียนอะไรไม่มีเงินก็เอาเป็นข้าวสาร อาหารแห้งก็ได้

ครั้งหลังสุดน้องคนหนึ่งโทร.ทางไกลมาว่า กำลังอยู่งานสมุนไพรที่กรุงเทพฯ ช่วยส่งเมล์โปสเตอร์งานไปตามหน้าหนังสือพิมพ์ให้ที เขาจะซื้อกะปิมาฝาก

จริง ๆ ได้กะปิอย่างดีมาสองกล่อง ที่เล่ามาก็ไม่ได้ลำบากอะไรนะ มีความสุขดีจากการทำงาน คือเขียนที่เราอยากเขียนนั่นแหละ แถวบ้านเราก็มีหน่อไม้ มีขี้เหล็ก มีพริกขี้หนู มีฟักเขียว มีตำลึง มะละกอ และฝรั่งผักหญ้าหากินเอาได้

ถือว่าอุดมสมบูรณ์ เงินทองเป็นเรื่องมายา ข้าวปลาอาหารเป็นของจริง (ใครพูดก็ไม่รู้ พูดต่อ ๆ กันมา )

กลับมาที่เงาศิลป์อีกที เราคิดก่อนหน้านี้แล้วที่จะใช้ชีวิตแบบเงาศิลป์ ตั้งแต่สมัยที่เป็นอาสาสมัคร คอส.และลาออกเราก็ชัดเจนว่า เราจะทำงานของเราเอง เพราะเราทำงานแบบรูปองค์กรไม่ได้ เราเคยกลับไปอยู่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรแบบเงาศิลป์หรอก

พอดีช่วงจังหวะที่มาพบคนที่อยากอยู่บ้านเดียวด้วย จึงหยุดอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งก็ถูกจริตกับเรามาก ๆ จากการได้ทำงานกับพวกเอ็นจีโอ แบบทำงานด้วยกันได้
ต่างเห็นประโยชน์ในงาน

เราเขียนมายาวยืด เป็นจดหมายส่วนตัวแต่ไม่เป็นไรหรอกนะ เพราะว่ามีอารมณ์ตอบที่นี่แล้ว

อย่างไรก็ตามบนถนนสายที่เราคิดว่า ทำงานไปคนเดียวนั้น มีเพื่อนร่วมทางมากมายนะเงาศิลป์ (ที่ตายไปแล้วก็มี-ฮา)


 

โดย: แพรจารุ 17 กันยายน 2550 11:12:49 น.  

 

ฮา !

เป็นอันว่า เราต่างมีทีทางที่เหมาะเจาะลงตัว ที่จะอยู่บนโลกนี้อย่างมีความสงบสุขตามอัตคัด เอ๊ย อัตภาพ

ไม่มีอะไรที่ง่าย และไม่มีอะไรที่ยากจนเกินไป จริงไหมเพื่อน

 

โดย: เงาศิลป์ IP: 202.91.18.194 17 กันยายน 2550 12:11:22 น.  

 


..เข้ามาอ่านเงียบๆ โดยไม่รบกวนเจ้าของบ้านค่ะ..

 

โดย: หทัยชนก (Nok_Noah ) 17 กันยายน 2550 21:00:27 น.  

 

ขอบคุณนะนก ไม่ถือเป็นการรบกวน

้เหมือนเพลงของทาทายัง ที่ว่า

หากไม่เกรงเป็นการรบกวนก็จะชวนเธอมารักกัน

 

โดย: แพรจารุ IP: 203.113.50.14 17 กันยายน 2550 22:08:09 น.  

 

ม่าม๊าแอบเข้ามาฟังเพลง น่าฟังดีนะ ม่าม๊าจะแวะมาฟังบ่อยๆนะ

 

โดย: mamamodern 17 กันยายน 2550 23:32:23 น.  

 

ม่าม๊า ขอบคุณค่ะ เข้าไปที่บ้านม่าม๊าแล้ว กำลังชวนคนเรียนอินเตอร์เน็ทดีค่ะ
น่าสนใจมาก

 

โดย: แพรจารุ 18 กันยายน 2550 0:20:45 น.  

 

เคยอ่านงานคุณแพรฯ มาตั้งนาน เพิ่งได้เจอบล็อกวันนี้เองค่ะ ขอฝากตัวเป็นขาประจำนะคะ

 

โดย: ดวงลดา 18 กันยายน 2550 9:07:33 น.  

 

มาอ่านเรื่องราวของนักเขียนบนภูค่ะ

อบอุ่นดีนะคะ...
และดีมากๆที่ได้มีผลงานของท่านเหล่านั้นมาเผยแพร่ให้คนข้างล่างได้รับรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรม

 

โดย: ปลายแปรง 18 กันยายน 2550 10:13:00 น.  

 

เงาศิลป์
ลืมตอบว่า ที่ยังไม่ปลดpassword เพราะว่ายังไม่ได้เขียนอะไรเลยจ๊ะ
จริงของเงาศิลป์สงบสุขตามอัตคัดจริง ๆ
************
คุณดวงลดา
ยินดีเป็นอย่างยิ่งจ๊ะ ชื่อเพราะจัง
ดวงลดาแปลว่าดอกไม้ใช่ไหม
**********

"ปลายแปลง"
ขอบคุณแทนนักเขียนบนภูทั้งสามคนด้วยเจ้า สุวิชานนท์ยังเขียนอยู่ที่ประชาไทดอดคอมอยู่ค่ะ ตามอ่านเป็นกำลังใจได้ค่ะ
วันนี้บ้านเราฝนตกทั้งวัน แต่เป็นวันดี ๆ มีเพื่อน ๆ ขับรถมาเยี่ยมถึงบ้าน พอให้ชีวิตสนุกสนานสำราญ

ตอนนี้กลับไปหมดแล้ว เพราะต้องไปรับลูกกลับจากโรงเรียนกัน

 

โดย: แพรจารุ 18 กันยายน 2550 15:56:17 น.  

 

ใช่แล้วค่ะ คุณแพรฯ แปลว่าดอกไม้ ... ขอบคุณที่ไปทักทายที่บล็อกนะคะ

 

โดย: ดวงลดา 18 กันยายน 2550 16:33:55 น.  

 


แวะเข้ามาเสพกลิ่นอายจริงๆ ไม่มายา
....
เรามักชื่นชมคนที่อยู่กับธรรมชาติได้ดี

 

โดย: p_.. IP: 124.120.166.125 19 กันยายน 2550 1:03:25 น.  

 

^
^
ข้าพเจ้าเอง

 

โดย: p_tham IP: 124.120.166.125 19 กันยายน 2550 1:03:58 น.  

 

กำลังจะทำ .. เขาเรียกอะไรดีล่ะ.. จุลสารไหมคะ..

เป็นรายงานความคืบหน้าการฟื้นฟูเกาะพีพี เล่มใหม่ เห็นทีจะต้องลงเกาะอีกรอบค่ะ

เอ..ไม่ทราบหลุดถึงมือคุณเงาศิลป์สักเล่มไหม เป็นคล้ายๆ รายงานที่คุณได้แต่ว่าเข้าเล่มหนาพอสมควร มี 2 เวอร์ชั่น สี กับ ขาวดำ แบบว่าทุนกันเองควักกระเป๋านี่แหละค่ะ

แรกๆ ออกเป็นรายเดือน ต่อมาปีหนึ่งมีสอง สามหน.. นี่เป็นปีแล้วจะมีอีกหนค่ะ

ถ้ายังไงตอนนี้ปรากฏว่าคนที่มีครบที่สุดน่าจะเป็น "พี่สุพจ" จากประชาไทนะคะ วันก่อนแจมถ่ายเอกสารและเข้าเล่มให้ไปใหม่อีก

ส่วนของแจมเก็บไม่ดี .. ปลวกยำซะเละแล้ว

เหลือแต่ต้นฉบับที่ไม่ได้พริ้นท์ ซึ่งถึงพริ้นท์มาก็ไม่น่าจะเหมือนเดิม เพราะเล่มก่อนๆ แก้สดๆ แล้วพริ้นท์ก็มี

จุดประสงค์ที่ทำ ก็เพื่อรายงานความคืบหน้าให้สมาชิก คนในเกาะทราบข่าวอย่างเป็นทางการ เป็นลายลักษณ์อักษร (ประมาณนั้น)

จะมีก็ที่พี่แสน แจกสื่อฯ บ้าง

ถ้ายังไงมีโอกาสแล้วจะมาคุยด้วยอีกนะคะ พี่ยาย.. คุณเงาศิลป์

ฝากความคิดถึงให้ทุกคนด้วย.. ช่วงนี้แจม ขอตัวทำงานก่อนค่ะ

ปล. งานเยอะ ไม่ได้หมายความว่าได้เงินเยอะนะ.. พี่ยายนั่นแหละ ทราบมากกว่าแจม เพราะเกิดก่อน (ฮา)



ถ้ายังไงก่อนไปเกาะ (คิดว่าอีก 2-3 วัน ขอเคลียร์งานบนฝั่งก่อน) แจมจะลองไปหาเพลงบรรเลงมาเปลี่ยนให้ จะได้ไม่เบื่อกันค่ะ

 

โดย: สีน้ำฟ้า IP: 61.7.164.208 19 กันยายน 2550 1:26:12 น.  

 

สีน้ำฟ้า

ข้าเจ้าเอาเพลงใส่เองได้แล้ว คราวนี้เบาใจไปได้เยอะเลย

อยากตามสีน้ำฟ้าไปเกาะบ้าง

ตามไปคุยกับพี่เงาศิลป์ ที่โอเคเนชั่นก็ได้นะ แกมีเรื่องราวน่าสนใจเยอะ พี่เอาลิงค์มาวางไว้แต่ก็ใช้ไม่ได้ ไป เข้าทางบ้านพ่อพะเยียก็ได้

พี่ก็อาศัยหน้าต่างบ้านแกเข้าไปบ้านใคร ๆ อยู่เสมอ

 

โดย: แพรจารุ 19 กันยายน 2550 9:56:45 น.  

 

คุณน้องแจม อยากได้ค่ะ
อยากได้มาก

เพราะว่ามีข้อมูลเดิม มีรูปถ่ายที่อยากจะเขียนฟ้องร้องชาวโลก

ถ้าได้อัพเดท ข้อมูลยิ่งแจ๋ว

ชื่อแจม..แสดงว่าต้องอยู่ในทีมทำงานของโกช้วนปะคะ ถ้าไม่ใช่ก็ต้องขอโทษที

ระลึกถึงพี่แสนด้วยค่ะ

คุยทางเมล์ shadowy26@hotmail.com

จะส่งที่อยู่ให้ ขอๆ ๆๆๆๆ

 

โดย: เงาศิลป์ IP: 203.146.63.182 19 กันยายน 2550 11:13:36 น.  

 

ยายเพื่อนเราย้ายไปอยู่เนชั่นนะ
http://www.oknation.net/blog/SNAIL
เขาคงไม่ได้แจ้งใครแน่ แต่อยากให้ลิงค์ไว้ด้วย (ถ้าแกลิงค์เป็นแล้ว...)

 

โดย: เงาศิลป์ IP: 203.146.63.182 19 กันยายน 2550 11:18:13 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ยาย

เพิ่งรู้จักนักเขียนชนเผ่าก็จากบล็อกของพี่ เคยได้ยินชื่อของ ชิ สุวิชานนท์ มาบ้าง จากพวกข่าวแวดวงวรรณกรรม หรือเกี่ยวกับเพลงนี่แหละ จำไม่ได้ แหะๆ

สิ่งที่โถ่เรบอ พูดประโยคนี้ว่า
“ คนที่เขียนหนังสือ เขียนเรื่องราวของชนเผ่าส่วนใหญ่เป็นคนมาจากข้างนอก ไม่ใช่คนในชนเผ่า การเข้าใจในวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา อาจจะเข้าใจผิดไปบ้าง เนื่องจากพี่น้องมีข้อจำกัดในการสื่อสาร ”

อ่านแล้วนึกถึงตอนเรียนเรื่องวรรณกรรมหลากวัฒนธรรม (Multicultural Literature) นักเขียนและนักวิชาการที่เป็นคนที่มาจากวัฒนธรรมนั้นจริงๆ มักจะถกเถียงกันถึงเรื่องความถูกต้องในการนำเสนอด้านวัฒนธรรมของคนเชื้อชาตินั้นๆ การนำเสนอข้อมูลผิดพลาด ก็ทำให้คนอ่านมีความเชื่อที่ผิดๆ ได้ (เหมือนข้อสอบที่บอกว่าป่าไม้หมดเพราะชาวเขา)

อยากให้มีนักเขียนไทยที่มาจากชนเผ่า หรือจากชุมชนเชื้อชาติอื่น เขียนเรื่องมาเผยแพร่ออกมาให้มากขึ้น อย่างน้อยก็ช่วยให้คนไทยเรารู้จักกันมากขึ้นนะคะ

ป.ล. แอบอ่านจดหมายส่วนตัวที่คุยกัน นับถือคนมีอุดมการณ์อย่างพี่ยาย และคุณเงาศิลป์ค่ะ


 

โดย: ปอมปอมเกิร์ล 2 ตุลาคม 2550 3:09:36 น.  

 

พี่นก
อ่านแล้วเศร้ามาก เชวาตัวสุดท้าย

 

โดย: ZiamZee IP: 118.172.53.132 5 กรกฎาคม 2551 13:15:17 น.  

 

เชวาตัวสุดท้าย อ่านแล้วสนุกมากค่ะ

 

โดย: ki IP: 58.9.143.103 21 พฤษภาคม 2552 18:57:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แพรจารุ
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..
۞ บทกวีและเรื่องสั้น ถนอมไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท

..
۞ จากกระท่อมทุ่งเสี้ยว โดยถนอม ไชยวงษ์แก้ว
อัพเดท 17 ต.ค.51
http://www.youtube.com/watch?v=L21lhWsu8QQ&feature=related object width="315" height="80">
หา โค้ดเพลงhi5 : hi5 song code search
Friends' blogs
[Add แพรจารุ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.