Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
25 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 

... โสมส่องแสง ...




วสันตดิลกฉันท์ ๑๔


๏ แสงโสมประโลมนยะจะกล่อม
จะถนอมหทัยนวล
กล้ำกรึงคะนึงทุขะกระบวน
มนะหวนบ่เลือนหาย

๏ มองจันทร์ก็ผันจิตะกระหวัด
ปฏิพัทธะพี่ชาย
แม้ห่างระหว่างระยะจะหมาย
จิตะคล้ายบ่คลายคลอน

๏ จันทร์เอยผิว์เผยบทะสล้าง
รุจิพร่างฑิฆัมพร
ภาพเอยก็เผยบทะสะท้อน
ตะละตอนก็ขับไข

๏ เยียบเย็นบ่เว้นขณะคะนึง
พละตรึงกะหนึ่งใคร
โอ้ลาญจะผลาญจุละไฉน
อุระไหม้ก็ยังคอย

๏ ดวงใจไฉนบ่ละถวิล
บ่ชะจินตะจางรอย
แม้กาละผ่านกมละพลอย
จะละห้อยระโหยหา

๏ หรือกรรมะนำทุรประสบ
เฉพาะพบก็เพื่อพา
รับทัณฑ์มหันตะกะสภา-
วะจะฝ่าก็สุดฝืน


.......................................

๏ พร่างพรายระบายศศินะแสง
ชุติแต่ง ณ ค่ำคืน
ขอจันทระบั่นนิละทะมื่น
ทะนุยื่นประโลมนวล
















 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2551
41 comments
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2551 4:57:22 น.
Counter : 1130 Pageviews.

 

อรุณสวัสดิ์ครับ

 

โดย: นายแจม 25 กุมภาพันธ์ 2551 7:31:20 น.  

 



คุณนาง...



วสันตดิลกฉันท์ ..งดงามเหลือเกิน
แม้นกจะไม่เป็นในเรื่องของฉันท์เลย

๏ เยียบเย็นบ่เว้นขณะคะนึง
พละตรึงกะหนึ่งใคร
โอ้ลาญจะผลาญจุละไฉน
อุระไหม้ก็ยังคอย

ไม่ว่าจะเป็นบทประพันธ์บทใด
ความอ่อนหวาน มั่นคง มิเคยแปรเปลี่ยน

เฉกเดียวกับคุณนางที่นกเป็นผู้ชมแถวหลัง
และเก้าอี้สุดท้ายค่ะ




 

โดย: Nok_Noah 25 กุมภาพันธ์ 2551 7:34:49 น.  

 

พี่เข้าใจความหมายบทนี้นะ แต่ยังไม่รู้วิธีอ่าน
เขาแบ่งจังหวะการอ่านยังไงน่ะเต่าน้อย

ภาพสวยมาก

 

โดย: ชุ้น IP: 124.120.173.238 25 กุมภาพันธ์ 2551 10:44:45 น.  

 

คุณนาง

๑๔ ราชินีฉันท์มาเอง... งามค่ะ
ขอตอบสักน้อย ( น้อยจริง ๆ 555+ )


โสมยามอร่ามรุจิผกาย
สินะคล้ายจะทอดทอ
เพื่อปลอบประโลมหทย พอ-
จะผจญและทนทัณฑ์



 

โดย: ปลิวตามลม 25 กุมภาพันธ์ 2551 11:17:22 น.  

 


เข้ามาอ่านเช่นเคยค่ะคุณนาง


ท่านรองฯ กะ ท่านเลขาฯ มาแล้วเร็วจังแฮะ

 

โดย: ไลเดเลีย 25 กุมภาพันธ์ 2551 18:05:53 น.  

 


สวัสดีค่ะพี่นาง

พี่นางค่ะบัวพอจะอ่าน วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ ขอพี่นาง
กับพี่สดายุได้แล้วค่ะ แต่ก่อนอ่านไม่ค่อยจะเข้าใจ
บัวก็มาอ่านของพี่นางของพี่สดายุเลยพอรู้แล้วค่ะ
พออ่านรู้ความหมายเพราะและลึกซึ้งจังค่ะ
พี่นางสบายดีนะค่ะ ช่วงนี้ฝนตกแล้วค่ะพี่นาง
ระวังไม่สบายนะค่ะ
บัวขอให้พี่นางและฝากคำถึงพี่สดายุ
ขอให้พี่ทั้งสองมีความสุขโชคดีค่ะ

 

โดย: ดอกบัว IP: 124.121.9.251 25 กุมภาพันธ์ 2551 18:57:36 น.  

 

เขียนไม่เป็นเลยคะ แต่แปลได้บ้าง

คิดถึงเช่นเดิมคะคุณนาง

 

โดย: mameehanako 25 กุมภาพันธ์ 2551 23:44:16 น.  

 

๏ มองจันทร์ก็ผันจิตะกระหวัด
ปฏิพัทธะพี่ชาย
ไกลห่างระหว่างระยะจะหมาย
ผิวะถ่ายบ่อาจถอน <===

อ่านดูแปลกแปลกนะ

๏ มองจันทร์ก็ผันจิตะกระหวัด
ปฏิพัทธะพี่ชาย
ไกลห่างระหว่างระยะจะหมาย
หฤทัยมิคลายคลอน

ติดคำหรือเปล่า ลองเกลางานใหม่สิ

ด้วยความหวังดี

 

โดย: maejitr 25 กุมภาพันธ์ 2551 23:45:46 น.  

 

สุดยอดจริงๆ
คำบางคำไม่คุ้นเลย
แทบลืมเลือนไปแล้วด้วยซ้ำ
สุดยอดๆๆ

 

โดย: ตาพรานบุญ 26 กุมภาพันธ์ 2551 0:36:35 น.  

 



มองอะไรก็เห็นงาม
สงสัยได้ฉันฉันท์เพิ่มอีกอย่างหนึ่งแล้ว
มีอะไรบางอย่างของฉันท์เรียกหา
รากไทยนี้มันแรงเอาการน๊ะ

วันนี้มิตรของอ่าน
วันหน้าช่วยอ่านให้มิตรด้วย

ขอไล่ล่าอีกหนึ่งภาระกิจ
แบบเกาะเก้าอี้แถวหน้าเลย...ฮ่า...

 

โดย: กระบี่ไล่ล่า ///// IP: 58.147.40.5 26 กุมภาพันธ์ 2551 9:36:31 น.  

 

ขอมอง..บทเดียวกับ...แม่จิต
แต่อีกมุมมอง....

๏ มองจันทร์ก็ผันจิตะกระหวัด - - - วรรคนี้ชัดเจน
ปฏิพัทธะพี่ชาย - - - วรรคนี้ก็ชัดเจน

ไกลห่างระหว่างระยะจะหมาย - - - วรรคนี้ขอเปลี่ยน
แม้น - ห่างระหว่างระยะจะหมาย....สร้างเงื่อนไขขึ้นด้วย
คำว่า...แม้น...หรือ..แม้...ก็ได้เหมือนกัน

ผิวะถ่ายบ่อาจถอน - - - วรรคนี้ก็ต้องเปลี่ยนให้รับกัน...เป็น

จิตะคล้ายบ่คลายคลอน....เป็นการจบเงื่อนไขที่สร้างขึ้น
ในวรรคก่อนหน้าว่า...แม้จะรู้อยู่ว่า..เขา..ห่างไกลเกิน
จะสร้างฝันร่วมกันได้ก็ตาม...แต่จิตใจก็ยังไม่อาจคลายจาก
ความรู้สึกที่มีต่อเขาได้


๏ ดวงใจไฉนบ่ละถวิล ....โอเค
บ่ชะจินตะจางรอย....โอเค

แม้กาละผ่านนัยนะพลอย-....ตรงนี้ไม่น่าใช้..นัยนะ
ที่แปลว่าดวงตา...น่าจะเป็นดวงใจ...คือ..หทัย หรือ กมล
มากกว่า...
และที่คำว่า...พลอย...ควรมีขีดต่อท้าย...เพราะเป็นการ
แสดงว่ายังไม่จบความ

จะละห้อยระโหยหา
ทำไมจึงว่าควรใช้....หทัย...หรือ กมล ก็เพราะ...
ระโหยหา...นี่ไง
แต่ถ้าจบด้วย...ระโหยเห็น...ถึงควรจะใช้...นัยนะ
นะขอรับ...อิๆๆ

 

โดย: พี่เอง IP: 58.137.10.34 26 กุมภาพันธ์ 2551 12:17:14 น.  

 

เพราะจังค่ะ
แต่งฉันท์ไม่เป็นเลย ได้แต่อ่าน

 

โดย: pumpond 26 กุมภาพันธ์ 2551 17:45:28 น.  

 

ซาบซึ้งและได้อารมณ์ดีจังครับ

 

โดย: คนตัวดำ IP: 118.172.1.150 26 กุมภาพันธ์ 2551 22:08:40 น.  

 

นายแจม.....

อรุณสวัสดิ์ค่ะ





คุณนก.....

นางเชื่อว่า...อีกไม่นาน
คุณนกก็จะต้องเริ่มหัดเขียนฉันท์บ้าง
อย่างแน่นอนค่ะ





พี่ชุ้น.....

วสันตดิลกฉันท์ แบ่งหวะการอ่านแบบนี้ค่ะ
บาทที่ 1 และ 3 แบ่งจังหวะ 2 - 2 - 4
บาทที่ 2 และ 4 แบ่งจังหวะ 3 - 3

จากตัวอย่างบทที่ 1 จะอ่านอย่างนี้ค่ะ

แสงโสม ประโลม นยะจะกล่อม
จะถนอม หทัยนวล
กล้ำกรึง คะนึง ทุขะกระบวน
มนะหวน บ่เลือนหาย

ค่ะ นางก็ว่าภาพนี้สวยมาก
ภาพผู้หญิง...ได้มาจากเว็บภาพถ่ายที่พี่แนะนำให้
แล้วนางก็เอาภาพพระจันทร์มาแต่งใส่เพิ่มอีกที

เดินทางปลอดภัยนะคะพี่
อีกสองอาทิตย์...นางก็จะได้ออกเหมือนกัน





คุณปลิว.....

บทเดียว...แต่ความหมายกินใจนะคะ





คุณฝน.....

มาช้าดีกว่าไม่มาเนอะ





น้องบัว.....
เป็นไงบ้างจ๊ะ ไม่เจอพักใหญ่ สบายดีหรือเปล่า
พี่เพิ่งหายหวัด...แต่ยังไออยู่มาก
คงต้องไปหาหมออีก

มีเวลา ก็แวะมาคุยกับพี่อีกนะจ๊ะ





คุณจีน.....

คุณจีนเป็นคนมีความตั้งใจสูง...
ถ้าได้ศึกษาเรื่อง คำครุ - ลหุ ในภาษาไทย เพิ่มเติม
นางเชื่อว่า คุณจีนจะเขียนฉันท์ได้แน่นอนค่ะ

คิดถึงเช่นเดียวกันนะคะ





แม่จิตร.....

ไม่ได้คุยกับแม่จิตรนานมากจริงๆ

ขอบคุณจากใจเช่นกัน สำหรับบทที่ช่วยติงให้
และเห็นด้วยว่าดูแปลกๆ

แม่จิตรสบายดีนะคะ
ถึงไม่ได้คุยกัน แต่ก็ระลึกถึงเสมอค่ะ





คุณพรานตาบุญ.....

คนเขียนยังใหม่เรื่องฉันท์
คงต้องฝึกอีกเยอะเลยค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ





คุณกระบี่.....

ที่นางหัดเขียน ก็เพราะเริ่มจากชอบอ่านก่อน
แล้วก็ศึกษาฉันทลักษณ์ และ คำครุ-ลหุ

จะรออ่านของคุณกระบี่นะคะ
ถึงนางจะยังไม่เก่ง แต่ถ้ามีอะไรพอช่วยได้ ก็ยินดีค่ะ





พี่สดายุ.....

ขอบคุณมากนะคะ
สำหรับคำแนะนำอย่างละเอียด
ทั้งเหตุและผลของการเลือกใช้คำ

นอกจากต้องระวัง ในการเลือกใช้คำในการเขียนแล้ว
ต่อไปเวลาอ่าน...ก็คงต้องเพิ่มความละเอียด
ในการอ่านมากขึ้นด้วยค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งนนะคะ





คุณ pumpond.....

ลองดูซิคะ...
ไม่ยากไปกว่าความตั้งใจเลย...จริงๆ นะคะ





คุณคนตัวดำ.....

ขอบคุณนะคะ...
และ ดีใจที่ยังตามมาอ่านกันอยู่
ค่อยใจชื้นหน่อย...ที่เขียนแล้วมีคนอ่านเข้าใจ

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
รักษาสุขภาพนะคะ

 

โดย: เพรง.พเยีย 27 กุมภาพันธ์ 2551 5:19:55 น.  

 

มาอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชื่นชอบบทกวี ชื่นชมคนเขียน

 

โดย: ม่านแพร IP: 118.174.36.167 27 กุมภาพันธ์ 2551 16:41:59 น.  

 

อย่าดื่มน้ำเย็น อย่าทานของทอด แล้วนอนพักเยอะๆ
ดูแลตัวเองดีนะเต่าน้อย

 

โดย: ชุ้น IP: 124.120.172.120 27 กุมภาพันธ์ 2551 17:18:45 น.  

 

ดูแลตัวเองดีๆ นะเต่าน้อย

 

โดย: ชุ้น IP: 124.120.172.120 27 กุมภาพันธ์ 2551 17:20:06 น.  

 

เหนื่อย ง่วงนัก

มาราตรีสวัสดิ์ก่อน

 

โดย: นายแจม 27 กุมภาพันธ์ 2551 20:18:24 น.  

 

น้องม่าน.....

คนเขียน...ก็ชื่นชมคนอ่านคนนี้อยู่มากเช่นเดียวกันค่ะ
ดีใจแทนเด็กๆ ที่มีแม่พิมพ์อย่างนี้





พี่ชุ้น.....

น้ำเย็น กับ ของทอด
ก็ถูกแม่ห้ามเหมือนกันค่ะ

ขอบคุณนะคะ...พี่ชาย





นายแจม.....

อรุณสวัสดิ์ค่ะ
หายเหนื่อยหรือยังคะ

 

โดย: เพรง.พเยีย 29 กุมภาพันธ์ 2551 4:39:57 น.  

 

ตอนนี้ก็ปลอดคนแล้วนะ... มาคุยกันสองคนดีกว่า ฮิ ๆ ๆ
( หาโอกาสมานานละ )

คุณนางรู้ตัวไหม ? ว่าตัวอักษรของคุณนางให้ความรู้สึก
เยือกเย็น สงบ งาม... ซึ่งข้าเจ้ามั่นใจว่า สื่อออกมาจาก
ภายในที่งดงาม อ่อนหวาน อ่อนโยน แต่มั่นคง...

สำหรับคนอย่างข้าเจ้า... คนขั้วตรงข้ามของคุณนาง...
รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านสิ่งที่คุณนางเขียนประกอบ
บรรยากาศเย็น ๆ ของบล็อกที่สร้างขึ้นด้วยภาพและเสียง
เพลงประกอบ

แต่... ในความสุขที่ได้รับนั้น ทำไมนะ ทำไมยามที่ข้าเจ้า
ปิดบล็อก หัวใจกลับเปื้อนคราบน้ำตาของความเจ็บปวด...
ไม่เข้าใจจริง ๆ

..ไม่เข้าใจ..


/* ตกลงเลยไม่รู้ว่า มาชวนคุณนางคุยหรือมาเพ้อให้อ่าน
กันแน่ 555+ */

 

โดย: ปลิวตามลม 2 มีนาคม 2551 12:28:18 น.  

 


สวัสดีค่ะ..คุณนาง


จะบอกว่าชอบที่คุณนางเขียนทุกบท
ก็คงจะได้นะคะ..

โสมส่องแสง...
บทนี้อ่านแล้วทำให้นึกถึงนิยายนะคะ..

โสมส่องแสงและรอยอินทร์....เคยอ่านนานแล้วค่ะ

หากรวบรวมสมาธิ..ได้ดีกว่านี้แล้วจะลอง
เขียนฉันท์ใหม่ค่ะ..

คุณนางเขียนฉันท์แล้วทำให้เรารู้ว่า..ผู้หญิงก็เขียนได้ไพเราะนะคะ..

รักษาสุขภาพค่ะ..

 

โดย: พิจักษณา 2 มีนาคม 2551 21:39:00 น.  

 

คุณปลิว.....

จำได้หรือเปล่าคะ...นางเคยบอกว่า
คุณปลิวน่ะ...มีความอ่อนโยน อ่อนไหว
ในแบบผู้หญิงอยู่เต็มเปี่ยม
เพียงแต่พยายามไม่แสดงออก...

นางกลับไม่คิดว่า คุณปลิว ต่างขั้วกับนางเลย
นางก็เหมือนคุณปลิว...ในยามที่คุณปลิวปิดบล็อก

...ยิ้มทั้งน้ำตา...


ไม่มีใครรู้...
ทั้งๆ ที่อยากให้ใครบางคนรับรู้ใจจะขาด
แต่ก็ทำไม่ได้...
ได้แต่เก็บไว้...รับรู้เองอยู่อย่างนั้น

ความรู้สึกอย่างนี้ใช่ไหมคะ...


สำหรับนาง...ความมั่นคง
เป็นความยึดมั่น...ถือมั่นอย่างหนึ่ง
ยิ่งมีมาก...ก็ทุกข์มาก
รู้ทั้งรู้...แต่ก็ตัดไม่ขาดเสียที

ตอนนี้...ก็กำลังพยายามอยู่ค่ะ
ด้วยความรู้สึกบอกว่า...วันนั้น...ใกล้เข้ามาทุกที

และในโลกไซเบอร์...ที่เราเสมือนจุดเล็กๆ อันเบาบาง
ก็พร้อมจะถูกเลือนหายไป...อย่างเงียบ ง่าย
จนเหมือน...ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เป็นเช่นนั้นเอง...


ว้า...นางว่าจะฟังคุณปลิวคุย...กลับเพ้อไปเสียเองแล้ว

 

โดย: เพรง.พเยีย 3 มีนาคม 2551 4:54:49 น.  

 

คุณพิจักษณา.....

นางก็เคยอ่านเรื่องโสมส่องแสง และ รอยอินทร์
เป็นเรื่องที่ประทับใจมาก อ่านไป น้ำตาก็ไหลไป

ชื่อโสมส่องแสง...เป็นชื่อที่เพราะด้วยความหมายมากนะคะ
พอเขียนบทนี้ขึ้นมา...ก็เลยนำมาตั้งเป็นชื่อ

จะรออ่านฉันท์บทต่อไปของคุณพิจักษณานะคะ
และ ดีใจ...ที่ได้กลับมาคุยกันอีกค่ะ

 

โดย: เพรง.พเยีย 3 มีนาคม 2551 4:59:11 น.  

 

สองสาวคุยอะไรกันนี่...
เฮ้อ...

 

โดย: พี่เอง IP: 58.137.10.34 3 มีนาคม 2551 12:12:58 น.  

 



ระยะทางไกล
แสงจันทราช่างโดดเด่น
ความหมายของจันทรช่างเดี่ยวดาย
เธอนิ่งดั่งเป็นนิรันดร...นาน

อยากให้เธอสบายใจ...ได้โปรด...
ขอจันทร์เคลื่อนกายเข้ามาอีกนิด
อย่าปล่อยให้สิ่งที่คิดซุ่มซ่อนยั้งหยุดโดยมิได้สืบหา

เพราะมิอยากให้เธอวุ่นวาย
ขอรบกวนเพียงจันทรเวทนา
จึงต้องขอรบกวนท่านเพียงผู้เดียว...นะ
โปรดได้กรุณาขยับกายเข้ามาอีกนิด
เพื่อข้า....และเพื่อท่าน

เพื่อวันต่อไปท่านก็มิต้องโดดเดี่ยว
เธอก็ไม่ต้ิองเดียวดาย
ข้าก็อิ่มเอม...เสมอกัน



 

โดย: กระบี่ไล่ล่า //// IP: 58.147.40.38 3 มีนาคม 2551 13:58:49 น.  

 

นอนไม่หลับ แวะมาคุยกะคุณนางอีก ..ยิ้ม..
( นิยมกวนประสาทคนค่ะ 555+ )

เรื่องที่คุยกัน...
คือ... เหมือนจะคุยคนละเรื่องเดียวกันแฮะ บอกไม่ถูก

" คุณปลิวน่ะ...มีความอ่อนโยน อ่อนไหว
ในแบบผู้หญิงอยู่เต็มเปี่ยม
เพียงแต่พยายามไม่แสดงออก... "


ยิ้มแก้มปริ ที่มีคนยืนยันความคิดนี้... ใช่ครึ่งเดียวนะ
ขอรับแค่ 2 บรรทัดแรกค่ะ... แต่บรรทัดที่ 3 นี่ไม่คิดว่า
จะเป็นแบบนั้นนี่นา ที่ข้าเจ้าแสดงออกก็เป็นตัวเองแหละ
แบบที่ฝนบอกคือ เป็นผู้หญิงอะ แต่ไม่ใช่ผู้หญิ้ง ผู้หญิง
เพราะงั้นจะให้แสดงออกมากกว่านี้ ก็หลุดจากตัวตนของ
ตัวเอง...


" ...ยิ้มทั้งน้ำตา...


ไม่มีใครรู้...
ทั้งๆ ที่อยากให้ใครบางคนรับรู้ใจจะขาด
แต่ก็ทำไม่ได้...
ได้แต่เก็บไว้...รับรู้เองอยู่อย่างนั้น

ความรู้สึกอย่างนี้ใช่ไหมคะ... "


ไม่ใช่อารมณ์ข้าเจ้าตอนนั้นเลย... ยามที่ทุกข์ใจ ร้องไห้
โมโห ฯลฯ ข้าเจ้ามักจะป่าวประกาศให้รู้กันทั่ว โดยเฉพาะ
ต้นเหตุแห่งทุกข์ต้องรับรู้คนแรก... ขาวีนอย่างข้าเจ้า...
อย่าให้ said เลยค่ะ 555+

แต่... คุณนางกำลังยิ้มทั้งน้ำตา ให้เขาเข้าใจว่าทนไหว
ให้เขารู้สึกดี ไม่มีร้อนใจ จากกันไป ให้เขาสุขใจก็พอ...
แบบในเพลงเหรอคะ ? มันทรมานเกินไปไหมนะ เฮ้อ...

ไม่ว่า คุณนางจะตัดสินใจอะไร อย่างไร ก็ตาม... ขอให้
รับรู้ไว้อย่างหนึ่งนะคะ... เมื่อข้าเจ้ามอบมิตรภาพให้ใคร
แล้ว... จะเป็นเช่นนั้นตลอดไป คุณนางก็เช่นกัน ไม่มีวัน
เป็นเพียงจุดเล็กๆ อันเบาบาง ที่พร้อมจะถูกเลือนหายไป
อย่างเงียบ ง่าย แน่นอน เพราะหากเกิดการจากลาจริง...
ข้าเจ้าเป็นคนหนึ่งล่ะที่ต้องทุกข์ใจกับการสูญเสียเพื่อน
ที่มีจิตใจงดงามไปคนหนึ่ง... เกิดพายุลกใหญ่ปั่นป่วนเน็ท
แหง ๆ ไม่อยากจินตนาการถึงวันนั้นเลยค่ะ

ตอนแรกกะจะจี้เอวให้สนุก ไหง ..น้ำตาซึม.. ซะงั้น เฮ้อ...

 

โดย: ปลิวตามลม 4 มีนาคม 2551 2:27:01 น.  

 



เอา...มิตรปลิวตามลม
นี้....ผ้าห่ม

อ้าว...ไม่ได้ให้เอาไปห่ม
มิตรบี่*...ให้เอาไปซับน้ำตา.....ดู้....

ไหลนองท่วมไปถึงน้ำโขงโน่น...อู้..



 

โดย: กระบี่ไล่ล่า //// IP: 58.147.40.38 4 มีนาคม 2551 16:38:16 น.  

 



ฝากเพลงผนในใจให้มิตรเพรง.พเยีย
เพื่อ...อะไรในใจจะได้เจือจางบ้าง...อิ..อิ...

เพลง...ฝนในใจครับ

มองฟ้าครึ้มอยู่บนถนน มีเม็ดฝนที่ร่วงมา
ดูผู้คนสับสนวุ่นวาย ไม่เห็นมีใครมองมา
เคยคิดๆจะลองสักครั้ง อยากชวนคนอยู่ข้างทาง
ใครซักคน ที่ไม่รู้จัก แค่ขอเป็นคนร่วมทาง

ตอนเย็นๆ ทุกวัน แอบมีฝนในใจทุกวัน
หมดเวลาทำงาน คงทำให้ว่างเกินไป

จากตรงนี้ก็ยังไม่รู้จะไปไหนดี ไม่มีที่ไปจากนี้
ที่เดิมไม่มีอีกแล้ว ไม่รู้ว่าอยู่ไหน
จากตรงนี้ก็ยังไม่รู้จะไปไหนดี ทุกวันก็เป็นอย่างนี้
และคงจะเป็นอย่างนี้ ไม่รู้ถึงเมื่อไหร่

นานแล้วนะ ที่เคยมีเธอ ให้ไปเจอได้ทุกวัน
เคยนัดกัน ได้เจอที่เก่า อย่างน้อยก็พูดคุยกัน
กลับบ้านเหรอ ได้อยู่คนเดียว ไปที่ไหนก็เหมือนกัน
เจอผู้คน ยิ่งมากเท่าไหร่ แต่เสียงในใจเงียบงัน


ยังไม่รู้ ไม่รู้จะไปไหนดี ทุกวันก็เป็นอย่างนี้
และคงจะเป็นอย่างนี้ ไม่รู้ถึงเมื่อไหร่...
ยังไม่รู้ ไม่รู้จะไปไหนดี ไม่มีที่ไปจากนี้
ที่เดิมไม่มีอีกแล้ว ไม่รู้ว่าอยู่ไหน
จากตรงนี้ก็ยังไม่รู้จะไปไหนดี ทุกวันก็เป็นอย่างนี้
ชีวิตคงเป็นอย่างนี้ แบบนี้ตลอดไป

.............ด้วยฝนที่มองไม่เห็น




...........ขอเป็นกำลังใจให้เช่นเดิม



 

โดย: กระบี่ไล่ล่า //// IP: 58.147.40.38 4 มีนาคม 2551 16:44:57 น.  

 


คุณนาง

บ้านน้ำเจิ่งนองแล้ว..
ผ้าค่ะเอาผ้ามาให้ค่ะ..มีคนสั่งขี้มูกไว้ด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้

เฮ้อ..ออกแนวซึ้งพูดไม่ออก



สาวปลิว
เป็นโรคนอนไม่หลับอีกแล้วเหรอนั่นน่ะ
เดี๋ยวก็ไม่สบายอีกรอบหร๊อก
(บ่นอีกแหล่ะเรา..เฮ้อ)

 

โดย: ไลเดเลีย 4 มีนาคม 2551 19:51:55 น.  

 



คุณนาง อัลจ๋า..


ว่าจะมาราตรีสวัสดิ์คุณนาง กลับมาอ่านในสิ่งที่
..เข้าใจ..และมองได้แบบ ทะลุปรุโปร่ง
นกอาจถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดไม่ได้
แต่บอกได้เพียงว่า...เข้าใจ..อย่างยิ่ง

คุณนางคะ...นกก็เช่นเดียวกับอัล
มิตรภาพของทุกคน ไม่เคยเหือดหายไป
กับความรู้สึกของนกนะคะ

..ปิดบล็อก..นกหวังไว้ว่า
จะไม่ได้เห็นการกระทำเช่นนั้น
ไม่ว่าจะจากมิตรคนไหนค่ะ

พร้อมส่งมิตรภาพมาให้อย่างสม่ำเสมอนะคะ

 

โดย: Nok_Noah 4 มีนาคม 2551 23:00:08 น.  

 

พี่.....

เรื่องของผู้หญิงคุยกัน
ห้ามผู้ชายแอบฟังด้วย
ฮึ...







คุณกระบี่.....25, 28

คำขอต่อจันทร์เจ้า...ดีจังค่ะ
เอื้ออาทรกันและกัน
และสะท้อนให้เห็นน้ำใจของผู้ขอ

ขอบคุณสำหรับเพลงที่นำมาฝากนะคะ
แม้ไม่ได้ยิน...แม้จะเป็นฝนที่มองไม่เห็น
แต่สัมผัสได้...ถึงความฉ่ำเย็น

แต่อยากจะบอกคุณกระบี่ว่า...
นางเพิ่งหายหวัดเอง
มาเจอฝนมาในใจอีก...คราวนี้ปอดบวมแน่ๆ เลย

 

โดย: เพรง.พเยีย 5 มีนาคม 2551 4:48:05 น.  

 

คุณปลิว.....

ถ้าอย่างนั้น...นางคงเห็นภาพคุณปลิวผิดไปจากที่เป็นอยู่
ต่างขั้วกันทีเดียวเลยนะคะ...สำหรับอาการวีนนั่น

แต่อย่างน้อย...นางก็ดูออกหรอกน่า
ว่าคุณปลิว...ไม่ใช่ทอมซักหน่อย

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ และ น้ำใจของคุณปลิวที่มีให้นะคะ
ทำให้รู้สึกว่า...จุดเล็กๆ ตอนนี้มันโตขึ้นมาอีกนิดแล้วล่ะ

แล้วทำไมนอนไม่หลับคะ...ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า
เล่าให้กันฟังได้นะคะ นางคุยไม่เก่ง...แต่เป็นผู้ฟังที่ดี
ถึงการแสดงออกเราจะต่างกัน
แต่นางก็เชื่อว่า...ความจริงใจที่นางมีให้
จะไม่น้อยไปกว่า...ที่นางได้รับจากคุณปลิวเลยค่ะ

จะมาจี้เอวนางเหรอ
นางบ้าจี้ด้วยนะจะบอกให้
เวลาบ้าจี้แล้ว...ก็จะชอบกอดคนที่มาจี้ด้วยล่ะ


 

โดย: เพรง.พเยีย 5 มีนาคม 2551 4:57:49 น.  

 

คุณฝน.....

นั่นสิคะ...น้ำเจิ่งนองท่วมบ้านแล้ว
ก็คุณกระบี่นั่นแหล่ะ...พาฝนมาตกแถวนี้
(ขออนุญาตพาดพิงนะคะ...คุณกระบี่ )





คุณนก.....

คุณนก...เป็นเพื่อนที่มีน้ำใจ มีความจริงใจ ให้กับเพื่อนเสมอ
นั่นเป็นสิ่งที่นางสัมผัสได้จากคุณนกค่ะ

กระซิบถามคุณนก...
ว่าท่านรองปลิวฯ เป็นอะไรก็ไม่รู้
เห็นว่านอนไม่หลับ...ไปเคาะประตูถามกันดูมั้ยคะ

 

โดย: เพรง.พเยีย 5 มีนาคม 2551 5:12:30 น.  

 

นั่งฟังแบบเงียบมากๆๆคะ...

 

โดย: mameehanako 5 มีนาคม 2551 14:00:21 น.  

 

ตามมาเก็บผ้าห่มของมิตรกระบี่ไปซัก อบ รีด 555+
ขอบใจหลาย ๆ เด้อ ..ยิ้ม..


คุณนาง...

ข้าเจ้าไม่มีเรื่องไม่สบายใจหรอกค่ะ น่าจะเรียกว่า
สบายกว่าปกติด้วยซ้ำ ฮิ ๆ ๆ ร่าเริง แจ่มใสกว่าที่
เคยเป็นซะด้วย... เลยนอนไม่หลับ

งั้น... ขอจี้เอวอีกนะ อยากให้คุณนางกอด 555+

 

โดย: ปลิวตามลม 5 มีนาคม 2551 23:00:01 น.  

 

คุณจีน.....

นาง กับ คุณปลิว คุยกันเสียงดังเกินไปหรือเปล่าคะนี่





คุณปลิว.....

นั่นสินะ...เวลาดีใจ ก็นอนไม่หลับได้เหมือนกัน
ดีใจนะคะ...ที่นอนไม่หลับเพราะมีเรื่องดีๆ ที่ผ่านเข้ามา

มาค่ะ...มากอดกันซักทีเนอะคะ

 

โดย: เพรง.พเยีย 6 มีนาคม 2551 5:11:36 น.  

 








แม้มิอาจหัวเราะได้ด้วยตัวเอง
แต่ก็ขอเฝ้าฟังเสียงหัวเราะของคนรอบข้าง
แม้เรามิอาจจะเพียงมีรอยยิ้ม
แต่ก็ขอไล่ติดตามรอยยิ้มของคนรอบกาย
แม้โลกนี้จักเต็มไปด้วยหม่นหมอง
ก็จะมิขอให้คนรอบข้างต้องหมองหม่น...

แม้สองตาจะพร่ามัว
แต่ก็พอใจที่สองหูได้ยินเสียงหัวเราะ

....อ้าวร้องไห้เหรอ
....เปล่า..ผมดีใจจนน้ำตาไหลต่างหาก...เฮ้อ





 

โดย: กระบี่ไล่ล่า //// IP: 58.147.40.115 6 มีนาคม 2551 12:26:23 น.  

 

คุณกระบี่.....

เมื่อเราเป็นมิตรกันแล้ว
หากมีเรื่องอะไรอยากคุย อยากเล่า
จะเป็นด้วยรอยยิ้ม หรือ น้ำตา
นางก็ยินดีนะคะ

นางไม่เอาเปรียบ ยิ้มฝ่ายเดียวหรอก จริงๆ นะ

 

โดย: เพรง.พเยีย 11 มีนาคม 2551 5:23:07 น.  

 

หลงไหลกลิ่นอักษร
บรรจงลงกลอนปราถนา
แค่สัมผัสแรกเริ่มกรุ่นกลิ่นอาย
ดิ่งลงลึกห้วงในหัวใจตน

มั่วอ่ะ (ขอโทดน้า... )
ประทับใจแรกอ่าน...ประทับจิตทราบซึ้ง

สั่งสอนด้วยค่ะ ^^'

 

โดย: แค่เงาของก้อนหิน IP: 58.9.80.145 12 ตุลาคม 2552 12:41:50 น.  

 

มาคาระวะพี่เพรงพ.เยีย
อ่านฉันท์ที่พีแต่งแล้วซึ้งใจจังค่ะ
เสียดายที่ชีวิตคนชอบเขียนกลอน
มักขาดผู้รู้ใจในการร่วมร่ายบทกวี

แม้นวันจะผันจรลุผ่าน ศุภกานท์ประทับทรวง
สานสายหฤทย์สถิระพ่วง รมยา ณ ลานโสม

จับจิตลิขิตวรวิลาส วทะวาดก็ไล้โลม
สองใจประพัทธ์กมลโน้ม ก็ผสานผสมใย

ยวงรัก ธ ห้วง อติตะกาล ฤ...ก็จารสลักใน
ฉาบลึก ณ ธาร หทยใส ฤ..จะเลือนจะลับหาย

จักกอบและเก็บอุรุทยา รกษามิกลับกลาย
กว่าปราณจะมอด ฤ จะมลาย ก็จะรักนิรันดร

 

โดย: ลานจันทร์ IP: 202.28.27.4 18 สิงหาคม 2553 14:01:56 น.  

 

...โสมงาม...

โสมงามจรัสแสง
อุระแฝงจะหมายปอง
ยลจันทร์ฤทัยครอง
ดลถึงคะนึงอร

พักตร์เจ้ายะเย้ยจันทร์
ฤดิพลันสะท้านจร
ข้ามลาน ณ อัมพร
ก็ประทับลุโฉมนงค์

หยาดฟ้าสถิตหล้า
ลลิตาวิรามคง-
ปานหนึ่งสุรางค์องค์
จรแดน ธ แมนสรวง

เก็บภาพพธูรัก
ดนุภักดิ์มิหลอกลวง
ร้อยสายประพัทธ์พ่วง
วรกานท์นิรันดร

วอนดวงบุหลันฉาย
รุจิสายประภัสสร
ห้อมห่มกมลอร
ดุจกรจะโอบกาย

ให้นวลนรีอุ่น
อุระกรุ่นละเลื่อมพราย
ไอรักฤเสื่อมคลาย
จะประโลมประโคมคลอ

ผ่านม่านนิศากาล
พิริยานมิย่อท้อ
ใยรักจะถักทอ
อรนุชตลอดวาร


ดวงจันทร์ของพี่นี่โศกซึ้งดีแท้ ^___^

 

โดย: หลงกวี IP: 192.168.1.105, 114.128.177.216 25 กันยายน 2553 13:14:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เพรง.พเยีย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




... ฝนปรอย กับรอยยิ้ม ...



1.
๏ ละอองสายฝนชื่นจากคืนค่ำ
คงโปรยร่ำหยาดปรุงจนรุ่งสาง
หอมเอยหอม..กลิ่นไอยังไม่จาง
หอมบางบาง..ชื่นใจของไอดิน

๏ ร่วงจากฟ้าสู่พื้น..เพื่อชื่นฉ่ำ
โปรยหยาดน้ำทอดตัวไปทั่วถิ่น
เสียงเปาะแปะ..ไกล..ใกล้..เมื่อได้ยิน
ราวเพลงพิณร่ายดล..จากคนธรรพ์

2.
๏ ตรงเบื้องหน้า..ริมชาน..ลานลั่นทม
ลานอารมณ์ซ่อนโลก..ยามโศกศัลย์
ร้อนแล้ง..เย็นเยียบ..และเงียบงัน
สะท้อนวันเก่าเก่ากับเฝ้าคอย

๏ เนิ่นนาน..บนทางอันว่างเปล่า
กี่ครั้งเจ้า..บานรอจนร่วงผล็อย
ดอกสีขาวราวช้ำ..ซ้ำซ้ำรอย
เมื่อระทม..ด้วยพลอยแต่น้อยใจ

๏ หากยามนี้กลีบดอกเจ้าออกแย้ม
เมื่อแตะแต้มด้วยร่ำหยาดน้ำใส
เปาะแปะเมื่อพบ..กระทบใบ
เหมือนเจ้าไหว..ตามจังหวะเริงระบำ

3.
๏ สิ้นสุดแล้วสินะ..ความร้อนแล้ง
ที่ทิ่มแทงทุกคราวแห่งก้าวย่ำ
วนเวียนในกรอบกรงแห่งทรงจำ
ที่ตอกย้ำ..กำซาบกับภาพเงา

๏ พร้อมสายฝนชะล้าง..บางความหลัง
ฉันกำลังยิ้มรับให้กับเจ้า
เมื่อนึกถึงยิ้มบางบาง...ที่แบ่งเบา
ยิ้มของเขา..ฝากประทับ..ลงกับใจ

๏ มิต่างเลย..ชื่นปรายแห่งสายฝน
ดับทุกข์ทน..ด้วยหยาดสะอาดใส
จึงรู้ว่าชื่นเย็นเป็นเช่นไร
เมื่อเชื้อไฟมอดพ้น..ทุรนทุราย

๏ มิต้องมีหวานใดมาปรุงแต่ง
หรือเสกแสร้ง..งดงามด้วยความหมาย
มิต้องมีใดสรร..มาบรรยาย
ก็พร่างพรายงดงามด้วยความจริง

๏ ผ่านรอยยิ้ม..แทนคำ..แทนคุณค่า
ก็คล้ายว่า..โลกตรมเคยจมดิ่ง
กลับเต็มตื้นอุ่นแอบ..เมื่อแนบอิง
พร้อมพักพิงบนทาง..เพื่อวางใจ

๏ ละลายสิ้นในอุบัติเคยกัดกร่อน
ลบภาพตอน..เก่าเก่าเคยเผาไหม้
พร้อมสายฝนหล่นปรอย..แต่นี้ไป
จะหลั่งไหลแต่ยิ้ม..แห่งยินดี

๏ ขอบคุณในเจ้าของ..รอยยิ้มนั่น
มาแบ่งปันจนเกิด..รอยยิ้มนี่
ตามหัวใจใสสะอาดขึ้นวาดวี
พร้อมแต่นี้คร่ำครวญ..ไม่หวนคืน..
Friends' blogs
[Add เพรง.พเยีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.