สวรรค์ที่ปายยังห่างไกล...
สวรรค์ที่ปาย ยังห่างไกล..
โลกยังคงโหดร้ายสำหรับผมเสมอ แม้จะตั้งใจทำในสิ่งที่ดี อยากทำดีทั้งต่อตัวเองและคนอื่น แต่ สุดท้าย
สิ่งที่หวังไว้ กลับล้มเหลวอีกครั้ง เนื่องจากงานที่ไปอบรมมา สุดท้าย กลายเป็นงานจ้างเหมา และ ค่อนข้าง ไม่คุ้ม ที่ผมจะเสียเวลาไปทำ แม้ดูเหมือน ค่าตอบแทนที่ได้ น่าจะเยอะ แต่ คิดไปคิดมา กลับโดนเอาเปรียบ จนผมสุดทน

งาน pc ที่ว่านั้น เป็นงานเหมาจ่ายค่าแรง ด้วยแยกเป็น เงินเดือน 4 พัน โอที+ค่าเสียเวลา+ค่าติดต่องาน
รวม 3.000 และ ได้ค่าเช่าที่พักในต่างจังหวัด 2.000 รวมๆ 9.000 บาท/เดือน
เหมือนจะมาก แต่ถ้าคิดจริงๆ หัก ค่าเช่า น้ำ+ไฟ 2.500 บาท เหลือ 6.500 บาท
หักสองพันบาท เพราะ เงินเดือนจ่าย ทุก 15 วัน เหลือ 4.500 บาท ในเดือนแรก ต้องหาที่พักเอง
ค่าเช่าออกเองก่อน ค่าประกันที่พัก โอ้วววววว แม่เจ้า เข้าใจแล้วววววว..

ไม่พอแน่ๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าหน้าที่ประสานงานขาย ถึงมาเล่าเรื่องแย่ๆ ของ pc ที่ได้ออกไปทำงานก่อนผม เจอๆกัน เลวร้ายมาก มาม่าสองห่อ กิน 15 วัน แบบนี้เอง ต้องฝากชีวิตกับยอดขาย และ เงินเดือนที่จะมาอีกครึ่งเดือน ( แค่ 2.000 ).. แล้วจะไปเหลืออ่ะไร สวรรค์บ้านนอกล่มสลายในพริบตา..
ค่าคอม จากการขายไม่ได้ช่วยชีวิตพวกที่ออกไปลงสนามก่อน ได้ทันเวลาเลย สุดท้าย พวกที่ทนไม่ไหวกลับใจจากคนดีไปเป็นโจร ทุจจริตเพือ่ให้อยู่รอดรอค่าคอม อนาถสุดๆ คนที่มีทุนไปเยอะหน่อย ก็พอรอดได้ แต่ จะได้สักกี่น้ำกัน บริษัทมันมองไม่เห็นค่าพนักงานขายด้วยซ้ำ .. แถมตบซ้ำด้วยการจ่ายค่าตอบแทนของบริษัทนี้ไม่เอาใหนจริงๆ แม้จะจ่ายค่าเดินทางให้ผู้มาอบรมที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ก็ยังไม่ค่อยเต็มใจจะจ่าย แถมเงินที่ให้ก็ให้แบบเสียไม่ได้ ให้แบบ ฉันมีบุญคุณกับเธอนะยะ เนี่ยชั้นให้นะ คนอื่นไม่ได้หรอก ประมาณนั้น แย่ว่ะ..

ระหว่างอบรม เป็น 4 วันที่ผมยอมเสียค่าใช้จ่ายไปฟังด้วยเหตุผล ว่าเพราะอ่ะไร ทำไม บริษัทไม่จ่ายค่าแรง แบบพนักงานปรกติแบบเราๆคุ้นเคยกันดี พยายามหาข้อมูล สถานที่ๆ จะได้ไปทำงานเพื่อคาดเดา สถานการณ์ ว่า อ่ะไร จะเกิดขึ้นถ้าผมไป จริงไม่จริง วัดกันเลย

เป็น pc แม้จะไม่ได้เงินเดือนขึ้นเพราะเป็นงานเหมาจ่าย ไม่ได้โอที และ ไม่มีสิทธิ์กลับก่อนร้านปิด จริงเหรอ ประสบการณ์ในอดีต สมัยที่เคยทำงานห้างที่แรกคือ .................ที่นั่นความคิดนี้ไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะ ผมเป็นคนเช็คบัตรตอกพนักงาน pc ทั้งเข้าและออก ในแต่ละวัน แน่นอน เราได้คุยกันบ่อย ถึงบริษัทของแต่ละคน ส่วนใหญ่ ที่มีความสุขและรายได้ดี มักป็น pc ที่ได้อยู่กับบริษัท ที่คิดรายได้แบบพนักงานบริษัท ไม่ใช่งานเหมาจ่าย ผมนึกถึงพี่นา

พี่นาเป็น pc คนแรกๆ ที่เคยคุยด้วย สมัยนั้น พี่นาจะค่อนข้างประหยัด และ คิดก่อนใช้เงิน
เพราะแกเพิ่งเริ่มทำงาน เราเลยแบ่งข้าว แบ่งขนมกันทานหลายๆครั้ง บริษัทของพี่นา จะปรับเงินให้ทุกๆปี ตามความสามารถของแก และ แน่นอน แกต้องทำโอที สมัยนั้น ค่าแรงไม่มาก และ มีคอมมิชชั่นด้วย
เดือนที่สองที่แกเงินเดือนออก แกร้องไห้ ยอดขายที่แกทำได้ รวมเงินเดือนสมัยนั้น เกือบหมื่น เยอะมากนะ ในความคิดตอนนั้น ทำเอาผมขนลุก อยากทำงานขายบ้าง แต่ ไม่มีพนักงานชายคนใหน ได้ขายชุดว่ายน้ำ ผมอดทำ และ ลืมเรื่องนี่ไปตามกาลเวลา.....

ไม่นาน พี่นาสะสมเงิน ซื้อที่ ซื้อบ้าน แล้วเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก เพราะผมย้ายที่ทำงาน และเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว ผมยังคงเป็นพนักงานบริษัทเหมือนเดิม ไม่ใช่ pc เพราะผมไม่ชอบรักษายอดขาย ที่ผมมองว่า มันไม่ค่อยแฟร์ กับคนขาย มันจ่ายน้อยเกินไป เอาเปรียบ และ ให้ผลตอบแทนน้อย ผิดกับเงินเดือนผม ที่ตอนนั้น เริ่มไต่ระดับไปเท่า pc ที่ทำยอดได้มากๆแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องทำโอที และ ไม่ต้องรักษายอดขาย แค่ ทำงานเป็นพนักงานประจำแผนก ผมเริ่ม อยากมีบ้าน อยากมีรถ เหมือนเพื่อนๆ
แต่ไม่ยักจะนึกถึงงานขาย - - ย้ายงานหลายที่เพื่อเพิ่มเงินเดือน แต่วุฒิน้อย ผมได้ค่าตอบแทนไม่มาก แน่นอน งานพิเศษ สมัยผมเริ่มสร้างตัวคือ งาน รับจ้างทำแบบสอบถามให้กับบริษัทที่รับเหมางานมา ค่าตอบแทนดีทีเดียว ถ้าเป็นงานยากๆ ก็ได้ค่าตอบแทน/ชุดเอกสารมากตาม ไม่น่าเชื่อ แม้จะทำไม่กี่ครั้ง ทนทำไปแบบนั้นไม่นาน วั้นนี้มันดันมีประโยชน์ต่อชีวิตผม

งานแบบนี้ ทำให้ผมกล้าที่จะถาม กล้าคิดและมองในหลายๆมุม และ ได้เข้าออกบริษัทต่างๆ เพื่อขอสัมภาษณ์ และ ขอข้อมูลของกลุ่มคนทำงาน และ มันทำให้ผมพอมองออกว่าบริษัทแบบใหนที่จ้างงานแบบเป็นธรรม และ บริษัทใหน จะเติบโตได้เร็ว บริษัทใหน จะต้องรอคนรุ่นต่อไปมาบริหารจึงจะก้าวหน้า บางครั้ง ผมรู้สึกเสียดายเวลาที่ไปทำ แต่ ครั้งนี้กลับดีใจ ผมเลือกตัดสินใจได้ดีขึ้น

นี่เป็นสัญญานว่า ผมเริ่มกลับไปสู่จุดที่เคยประสบความสำเร็จอีกครั้ง แปลว่า อีกไม่นานชีวิตผมจะเดินไปในแนวทางที่ดีขึ้นแน่ๆ เสือตัวเก่าตื่นแล้ว แม้จะช้าไปบ้าง แต่ ไม่ได้ช้าจนเสียโอกาส

ประสบการณ์จากบริษัท pc ที่ไปอบรมมา กลับทำให้แน่ใจ ผมเข้าใจงานขายมากกว่าเจ้าของบริษัท ผมมีประสบการณ์ และ วิเคราะห์ตัวสินค้าได้ดีกว่า ผู้จัดการฝ่ายขายในวันนั้น ( แกไม่เคยผ่านงานขาย แต่ ดันมาอยู่ฝ่ายขาย ) . ผมเชื่อมั่นว่าสินค้าบริษัทนี้ต้องขายได้ เพราะไลท์ผลิดนั้นยอดเยี่ยมมาก

น่าเสียดายที่กิจการนี้บริหารโดยครอบครัวคนจีน แล้ว ยังมีความคิดแบบเก่าๆในการบริหารงาน หลายๆหนที่ผม พยายามชี้แจงกับฝ่ายบุคคลว่า วิธีการจ้างพนักงานของเค้า จะไปทำให้บริษัทโตช้า คุยกันไป คุยกันมา ผมเลยถอดใจ ถ้าบริษัทนี้ทุ่มทุนสร้างได้แค่ เพื่อให้สินค้าของตัวเองขายได้ แต่ไม่สนใจเรื่องทรัพยากรมนุษย์ และ ดันมีความเชื่อว่า เงินค่าตอบแทนที่ให้นั้นเหมาะสม กำจึงตกอยู่กับ pc.

แถมท้ายด้วยทัศนะคติแย่ๆ ของผู้จัดการฝ่ายขาย ที่มองแค่ pc เป็นได้แค่ พนักงานเฝ้าของ เชียร์สินค้า และแค่ คนโง่ๆ ที่ไม่มีที่ไปเลยเดินไปสมัครงานบริษัทนี้ หลายๆครั้งในห้องอบรม ตานี่ ดูถูกคนซื้อ ดูถูกพนักงาน pc และ พูดจาไม่เชื่อมั่นในงานที่ตนทำ แถมท้ายด้วยการดูถูกบริษัท เพราะดันมีความเชื่อว่า pc ไม่ควรมีรายได้เกิน 15.000บาท/เดือน - -

นายเอ้ยย .. ไม่น่ามาเป็นผู้จัดการฝ่ายขายเลยจริงๆ นี่คือข้อเสียของบริษัทพี่ๆน้องๆ บริหารไม่เป็น ใช้คนผิดงาน ไม่ได้เข้าใจเล้ย ว่า ผู้จัดการฝ่ายขาย มีหน้าที่ทำให้ pc รวย ต้องรวยเท่านั้น เพราะนั่นจะทำให้บรษัทมีกำไร มียอดขายมาก ต้องทำให้ pc เชื่อมั่นในสินค้า และ ภาคภูมิใจในการเป็นตัวแทนของบริษัท ที่ได้ติดต่อกับลูกค้าปลีกอย่างไกล้ชิด สร้างความเชื่อมั่น และ ทำให้ pc เห็นต่างหากว่าถ้าทำงานด้วยกันนานๆ คุณภาพชีวิตของพนักงานขายจะดีขึ้นจริงๆ

พี่แกดันเห็นได้แค่ pc ทำงานเฉพาะเวลามีลูกค้ามาชื้อของ นั่งๆ เดินๆ ยืนคุยฆ่าเวลา รอเวลาหมดงาน บ้าเอ้ย ช่างคิดแท้ หมดกัน รวมถึงวิธีการจ้างแบบเหมาจ่ายเนี่ย ผมไม่ได้โอที ไม่ได้วันหยุดเลยสักวัน ถ้าวันใหนหยุด โดนหักเงิน(น่าจะมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำนะ ) ไม่มีสิทธิ์ลาพักร้อน หมดสิทธิ์ป่วย ( ป่วยสิ มีใบรับรองแพทย์ ก็จริง แต่หักเงินเฟร้ยยยยย.. )แถมท้ายด้วยการให้พนักงาน pc ไปหาข้อมูลของคู่แข่ง ทั้งตัวสินค้าโปรโมชั่น ตลาด ชนิดสินค้าที่มีวางจำหน่าย จำนวนร้านที่มีสินค้าวางขายในจังหวัดนั้นๆ
พี่เอ้ย พี่สั่งเหมือนสั่งป๊อกเกี๊ยะ เอาทุกๆอย่างที่เป็นของดี แต่มีจ่ายได้แค่ 5 บาท กำจิง หวังว่าบริษัทของพี่คงได้ข้อมูลที่เป็นจริงนะ ส่วน pc ที่หาข้อมูลให้คงไม่อยู่ช่วยงานพี่นานนัก แน่นอน บริษัทใหนให้
ความมั่นคงในชีวิตได้มากกว่า จ่ายค่าตอบแทนคุ้มกว่า มองเห็นคุณค่าในตัวพนักงาน ใครบ้างจะไม่ย้ายครับ... เสียดายเวลาจิงๆ..

ผมบอกลาอย่างไม่อาลัย กลับบ้านมารอเช้าวันใหม่ดีกว่า ผมมีสัมภาษณ์งานตอนเช้าอีกบริษัท กลัวทำไม ผมไม่ได้ไปขอเงินคุณใช้นะครับ ผมไปสมัครทำงาน ค่าแรงของผมได้จากการทำงาน งานที่ผมทำ ผมใช้สมองคิด และ ใช้สติกำกับการตัดสินใจ ผมไม่ได้โง่ และ ผมรู้ว่างานขายเป็นอย่างไร ทำอย่างไร
ควรขาย และ ไม่ขายอย่างไร และผมไม่ทำงานกับบริษัทที่เอาเปรียบลูกจ้าง ผมชอบนายจ้าง ทีทำงานแบบ win win

ปล. หลายๆครั้งที่ผมใช้มุขข้าวผัดวัดทัศนคติของนายจ้างที่ผมจะทำงานด้วย ว่าเป็นคนแบบใหน ไม่เคยผิดหวังเลยสักนิด ผมคิดถูกที่ไม่เลือกทำงานที่นี่ ลาขาดนะนายจ๋า.......


นายปลาดาว..
28/06/51



ปล. ผมอาจคิดและ ตัดสินใจผิดก็ได้นะ แต่วันนั้นคิดแบบนี้จริงๆครับ..



Create Date : 16 สิงหาคม 2551
Last Update : 16 สิงหาคม 2551 0:54:26 น.
Counter : 215 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

yjam
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ถนนบางสาย..

ทำไมมัันยาวจัง

บางเส้นก้สั้นนิดเดียว

แต่ เส้นใหนจะเป็นเส้นสุดท้ายวะ..

เดินทางไกลไปมั้ยเนี่ยชั้น..

จะไปใหน ไปทำไม ไปอย่างไรก้็ไ่มรู้

รู้แต่ ต้องก้าวเดินต่อไป

เท่านั้นเอง ..
สิงหาคม 2551

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog