|
บายศรี
บายศรี
ในพิธีการ งานมงคลของชาวไทย จะนำบายศรีมานำหน้าพิธีการงานต่างๆ บ้านใครมีงานพิธีอะไร เช่น มงคลสมรส อุปสมบท โกนจุก งานบุญ งานไหว้ครู ตั้งศาลพระภูมิ ศาลเพียงตา พิธีอันเชิญเทพ เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์งานหล่อพระ งานชักพระ งานสำคัญพิธีกรรมบรวงสรวง
บายศรีเป็นของสูง สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับชาวไทยตั่งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน _______________________________________________________
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บายศรี หมายถึง เครื่องเชิญขวัญหรือรับขวัญ ทำด้วยใบตอง รูปคล้ายกระทง เป็นชั้น ๆ มีขนาดใหญ่เล็กสอบขึ้นไปตามลำดับ เป็น 3 ชั้น 5 ชั้น 7 ชั้น หรือ 9 ชั้น มีเสาปักตรงกลางเป็นแกน มีเครื่องสังเวยวางอยู่ในบายศรีและมีไข่ขวัญเสียอยู่บนยอดบายศรี มีหลายอย่าง เช่น บายศรีตอง บายศรีปากชาม บายศรีใหญ่ ( ภาษาเขมร บาย = ข้าว + ศรี = สิริ หมายความว่า ข้าวอันเป็นสิริหรือข้าวขวัญ )
ประวัติ บายศรีนั้นมีข้อสันนิษฐานว่าได้ประดิษฐ์ขึ้นมาจากคติความเชื่อ ของพราหมณ์ พิจารณาจากการนำใบตองมาประดิษฐ์บายศรี เนื่องด้วยใบตองนั้นเป็นของสะอาดบริสุทธิ์ไม่มีมลทินของอาหารเก่า ให้แปดเปื้อน และอีกประการหนึ่งก็คือ รูปร่างลักษณะของบายศรี ที่ได้จำลองเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นที่สถิตของพระอิศวร ตลอดจนเครื่องสังเวยก็มีความเชื่อมาจากคติพราหมณ์ เช่น ไข่ แตงกวา มะพร้าว รวมถึงพิธีการ เช่น การเวียนเทียน การเจิม และพิธีการต่าง ๆ เหล่านี้พราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีทั้งสิ้น
ประเภทของบายศรี
ในภาคเหนือจะเรียกบายศรีว่า " ใบสี " , " ใบสรี " หรือ " ใบสีนมแมว " และจะเรียกพานบายศรีว่า ขันใบสี เพราะชาวล้านนาจะเรียกพานว่า ขัน แล้วเรียกขันว่า สลุง บายศรีแยกเป็น 4 ประเภท คือ
บายศรีหลวง บายศรีนมแมว บายศรีปากชาม บายศรีกล้วย ส่วนในภาคอีสานจะเรียกบายศรีว่า " พาบายศรี " " พาขวัญ " หรือบางท้องถิ่นเรียกว่า " ขันบายศรี " ในภาคอีสานจะแยกบายศรีออกเป็น 3 ประเภท คือ
พาขวัญ พาบายศรี หมากเบ็ง ในส่วนภาคอีสานที่มีเชื้อสายของเขมรจะมีการเรียก บายศรีว่า " บายแสร็ย " ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
บายแสร็ยเดิม ( บายศรีต้น ) บายแสร็ยเถียะ ( บายศรีถาด ) บายแสร็ตจาน ( บายศรีปากชาม ) _______________________________________________________
ช่วยกันสนับสนุนส่งเสริมสินค้าไทย ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ
วันนี้ 12 กพ.2552 ได้ไปงานโอทอป จัดที่ มข. ซื้อบายศรีเทพมา1คู่ พนักงานขายอัธยาศัยดีมาก อธิบายเรื่องธรรมดา-กลายเป็นเรื่องพิเศษ กลับมาหาข้อมูลใน google ไม่ค่อยมีการบันทึกไว้ เลยขอนำมาเขียนไว้เพื่อการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โชว์ภาพ บายศรี ที่ซื้อมาไว้บูชาพระ สวยมากขอบอก


_______________________________________________________ มาชมภาพ บายศรี จากเวปไซด์ ของ..ผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลหนองป่าครั่ง


 1.บายศรีบงกช
 2.บายศรีพานพุ่ม
 3.บายศรีผูกข้อมือ บายศรีขันผูกมือ ใช้สำหรับพิธีแต่งงาน งานบวช สืบชะตา หรือให้เป็นของขวัญของที่ระลึก
 4.บายศรีเทพหงส์ ริบบิ้นเงิน-ทอง
 5.บายศรีผูกข้อมือ บายศรีขันผูกมือ ใช้สำหรับพิธีมงคลของชาวล้านนา
 6.บายศรีผูกข้อมือ
 7.บายศรีผูกข้อมือ
 8.บายศรีผูกข้อมือ
 9.บายศรีผูกข้อมือ
 10.บายศรีผูกข้อมือ
 11.บายศรีเทพ
 12.บายศรีเทพ
 13.บายศรีเทพ
 14.บายศรีเทพ
 15.บายศรีเทพ
 16.บายศรีเทพ
 17.บายศรีเทพ
 18.บายศรีเทพ
 19.บายศรีเทพ
 20.บายศรีเทพ
 21.บายศรีพานพุ่ม
 22.บายศรีพานพุ่ม
 23.บายศรีพานพุ่ม
 24.บายศรีเทพ
 25.บายศรีเทพหงส์
 26.บายศรีเทพหงส์
 27.บายศรีเทพ
 28.บายศรีเทพ
 29.บายศรีเทพ
 30.บายศรีเทพพรหม
 31.บายศรีเทพพรหม
 32.บายศรีธรรมจักร
 33.บายศรีเทพ
_______________________________________________________

บายศรี ความหมาย ของ คำว่า บายศรี
บายศรีนั้นเป็นคำภาษาเขมร บาย หมายถึงข้าว ศรี คือสิริมงคล รวมความแล้วหมายถึง ข้าวอันเป็นมงคล บางครั้งก็เรียกกันว่า ข้าวขวัญ ด้วย ... ส่วนอีกความหมายหนึ่ง ใช้เรียกภาชนะใส่เครื่องสังเวยในพิธีทำขวัญ
... ตามคติความเชื่อสืบเชื้อแต่โบราณกาล การตั้งเครื่องสังเวยบูชาด้วยบายศรี เพื่ออัญเชิญปฐมบรมครูคือ พระพุทธเจ้าบรมศาสดา บิดา มารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ตลอดจน ท้าวมหาพรหม มหาเทพทั้งหลาย อีกทั้งเทพแห่งศิลปศาสตร์ อาทิ พระตรีมูรติ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพิฆคเณศวร พระแม่อุมา ปาวารตี พระแม่ลักษมี พระแม่สุรัสวดี พ่อแก่ (ปู่ฤษี) พระประคนธรรพ์ ปัญจสิงขร พระพิภพ และวิษณุกรรม มาประสาทพรประสิทธิ์ชัย ให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
ประเภทของบายศรี บายศรีมีหลายประเภทแยกตามการใช้งานดังนี้
๑. บายศรีราษฎร์ ได้แก่
- บายศรีปากชาม เป็นบายศรีขนาดเล็กสุด บรรจุในชามขนาดพอเหมาะ (ชามข้าวต้ม ไม่ใช่ชามโฟม อย่างปัจจุบัน) ใช้สำหรับบวงสรวงบูชา ครู เทพยดา ทั่วไป
- บายศรีใหญ่ หรือ บายศรีสู่ขวัญ หรือ บายศรีเชิญขวัญ บางที่เรียก บายศรี รับขวัญ เป็นบายศรีขนาดใหญ่ จัดใส่ พาน โตก ตะลุ่ม จะทำหลายชั้นซ้อนกันก็ได้ตามขนาดของพิธี
๒. บายศรีพิธีหลวง พระราชประเพณีนิยม ประกอบด้วยบายศรี ๓ ชนิดดังนี้
- บายศรีสำรับเล็ก ประกอบด้วย บายศรีทำจากผ้าตาดเงินมี ๓ ชั้น บนพานแก้ว เรียกว่า บายศรีแก้ว ถ้าผ้าตาดทองเรียก บายศรีทอง ถ้าผ้าตาดเขียวเรียก บายศรีเงิน จัดวางโดยบายศรีทองอยู่ขวา บายศรีเงินอยู่ซ้ายและบายศรีแก้วอยู่ตรงกลาง
- บายศรีสำรับใหญ่ เหมือนบายศรีสำรับเล็ก แต่มีขนาดใหญ่กว่า สำหรับพิธีทำขวัญสมโภชงานสำคัญ โดยจัดแต่ละชุดมี ๕ ชั้น
- บายศรีตองรองทองขาว ก็คือบายศรีใหญ่ ใช้แป้น และแกนเป็นทองขาวแทนไม้ทั่วไป
*** นอกจากนี้ ยังมี บายศรีชั้นหรือบายศรีต้น มีหลายขนาดตามบรรดาศักดิ์คือ
- ๙ ชั้น สำหรับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
- ๗ ชั้น สำหรับ เจ้านายชั้นเจ้าฟ้า และพระราชอาคันตุกะชั้นประธานาธิบดี
- ๕ ชั้น สำหรับ เจ้านายที่ทรงกรมหรือเสนาบดี
- ๓ ชั้น ใช้ในพิธีสมรสชั้นหลานของเจ้านายฝ่ายเหนือ
- ส่วนประกอบสำคัญในพิธีต้องมีบายศรี ปากชาม ข้าวปากหม้อ บรรจุกรวยตองเป็นยอดบายศรี ไข่ต้มสุก (แข็งๆ) เสียบยอด ดอกไม้มงคล สดประดับให้สวยงาม ตามด้วย ธูป เทียน สำหรับบูชา
- โอกาสที่จะใช้บายศรี พิธีที่จะใช้บายศรีนั้น ได้แก่ งานมงคลทั่วไป ทั้ง งานแต่งงาน งานบวช รับขวัญ ส่งขวัญต่างๆ ขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และ ขอขมาต่อ เจ้ากรรมนายเวร ผู้มีพระคุณ
- คติธรรม ที่ได้จากบายศรี
ปกติการทำบายศรี จะต้องทำจากใบตองตานี อาศัยความประณีต อดทนยิ่งยวดผสมกับศาสตร์ และศิลป์ในตัว ผู้ทำบายศรีต้องไม่กล่าวคำหยาบ (ถ้าเป็นบายศรีที่ใช้ในพิธีกรรมทาง พราหมณ์ ผู้ทำบายศรี ต้องถือศีล 8 จึงจะทำให้บายศรีนั้นๆ ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง) มีความหมายทางธรรมะว่า การทำความดีนั้นทำได้ยาก ต้องอดทน รักดี ใฝ่ดี ต้องมีสติ มีสมาธิ เมื่อเราเตรียมตอง ฉีดตอง เช็ดตอง ม้วนนิ้วบายศรี ประกอบตัวบายศรี และแม้แต่การแต่งบายศรีด้วยดอกไม้มงคลนาม ต้องทำอย่างใจเย็น เบามือ ตองจะได้ไม่แตกจนเสียงาน นั่นคือการฝึก สมาธิ ต้องมีสติ และ สามัคคี ตลอดเวลาจึงจะสำเร็จ จะเห็นได้ว่า บายศรี แท้จริงคือ อุบายสั่งสอนลูกหลาน ปลูกฝัง ธรรมะ ทั้งความอ่อนน้อม ความจงรักภักดี ความรับผิดชอบ ความสามัคคี ฯลฯ ซึ่งเราควรชื่นชมในภูมิปัญญาบรรพชนไทย ของเรา
.... จุดประสงค์หลักของการทำขวัญ ก็เพื่ออำนวยชัยให้พร ให้ ประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง มีความสุข และ กำลังใจที่ดี เพื่อต่อสู้กับชีวิตต่อไป หากใครจะถามว่า เราใช้บายศรีเมื่อไร? งานใดบ้าง? ก็คงต้องบอกว่า ใช้ในงานพิธีมงคลของคนไทยโดยทั่วไปนั้น นอกจากทำขวัญเด็กแรกเกิด แล้วยังปัดเป่าเสนียดจัญไรต่าง ๆ ไม่ให้แผ้วพาน นอกนั้นยังมีอีกหลายโอกาสที่ต้องใช้บายศรี ดังนี้
- พิธีทำขวัญเดือน , พิธีทำขวัญตัดจุกหรือโกนจุก ,พิธีทำขวัญบวชเณร และ บวชนาค , แต่งงาน (เราเรียกพิธีนี้ว่า ทำขวัญบ่าวสาว รดน้ำสังข์ นั่น เอง) , การสู่ขวัญ รับขวัญ ผู้ที่มารับตำแหน่งใหม่ การเลื่อนยศ การจบการศึกษา การกลับมาจากสงคราม , เจ็บป่วยด้วยอุบัติเหตุ ต้องทำพิธีเชิญขวัญจากที่เกิดเหตุใส่ภาชนะกลับมาบรรจุลงในชามบายศรี ก่อนเริ่มพิธีด้วยเมื่อหายป่วยก็ทำขวัญให้อีกครั้ง เพื่อให้ญาติพี่น้องมาแสดง ความยินดีกับผู้หายป่วย , ขึ้นบ้านใหม่เพื่อให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยมีบายศรีสังเวยผีบ้าน ผีเรือน กับพระภูมิเจ้าที่ , เมื่อข้าวเริ่มออกรวง มีพิธีบายศรีสังเวยทำนา บูชาแม่โพสพให้บำรุงรักษาต้นข้าว บูชาพระพิรุณ ให้บันดาลฝนตกพอเพียงแก่การทำนา มีน้ำท่าบริบูรณ์ตลอดฤดูกาล , ทำขวัญข้าว เราจะทำเมื่อเก็บเกี่ยวเต็มยุ้งฉางแล้ว สำหรับเชิญขวัญแม่ โพสพให้มาอยู่ในยุ้งฉาง ยามขายก็ให้ได้ราคา ประกอบด้วยบายศรีต้น ๕ ชั้น พร้อมเครื่องสังเวยถือว่า เป็นงานใหญ่เพราะอัญเชิญเทพยาดาทุกชั้นฟ้ามาร่วมพิธี ,
-- ในการตั้งศาลภูมิ หรือสังเวยประจำปีต้องตั้งบายศรีประกอบด้วย ทุกครั้ง พิธีวางศิลาฤกษ์ หรือยกเสาเอกของบ้านเรือน และสิ่งก่อสร้าง ต่าง ๆ นั้น ต้องทำพิธีเซ่น เจ้ากรุงพาลี พระภูมิเจ้าที่ แม่พระธรณี เทวดาอารักษ์ทั้งหลายก่อนยกเสาลงหลุม ทำบัตรพลีบูชา ตั้งบายศรีสังเวย และ ขอขมา ตลอดจนเจ้าที่เจ้าทาง นางไม้ ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเสาอันเคยเป็นต้นไม้ใหญ่อยู่ในป่ามาก่อน ขอให้งานดำเนินไปด้วยดี ไม่มีอุปสรรค์ใด ๆ
-- พิธีไหว้ครูดนตรี โขน ละคร ฟ้อนรำประจำปี หรือแม้แต่ก่อนแสดง ครั้งสำคัญ ๆ ต้องมีการตั้งเครื่องสังเวยบูชาด้วยบายศรีทุกครั้ง เพื่ออัญเชิญปฐมบรมครู คือ สมเด็จพระบรมศาสดา บิดา มารดา ครู อุปัชฌาย์อาจารย์ ที่ประสิทธิ์ประสาทสรรพวิชาให้หาเลี้ยงตน ตลอดจนท่านท้าวมหาพรหม มหาเทพทั้งหลาย อีกทั้งเทพแห่งศิลปะ ศาสตร์ อาทิ พระศิวะ พระนารายณ์ พระพิฆเนศวร พ่อแก่ พระ ประคนธรรพ์ พระปัญจสิงขร พระพิราพ และพระวิษณุกรรม มาอวยชัยให้พร มักใช้บายศรีปากชาม ๗-๙ ชั้น จำนวน ๓ คู่ พร้อมเครื่องสังเวย ๓ สำรับ
-- บางครั้งเมื่อได้รับโชคลาภสิ่งของอันเป็นมิ่งมงคล หรือก่อนลงมือทำงานอันสำคัญ เราอาจหาฤกษ์งามยามดี ตั้งพิธีบวงสรวงสังเวยเทพยดา เพื่อขอความเมตตาในบางสิ่งบ่างอย่าง หรือแสดงความขอบคุณในกรณีที่ได้ลาภ ได้ยศประกอบด้วย
- บายศรีปากชาม ๙ ชั้น ๑ คู่
- บายศรีใหญ่ ๙ หรือ ๑๖ ชั้น สำหรับเทพพรหมอันสูงศักดิ์ ๑ คู่
- พิธีเช่นนี้ ทำเพื่อบอกกล่าวขอขมาลาโทษ เนื่องจากอาจกระทำ สิ่งใดผิดพลาดไปทั้งที่รู้และไม่รู้ต่อพระพุทธเจ้า ตลอดจนบิดามารดา กับผู้มีพระคุณทั้งหลาย ครู อาจารย์ ด้วยเหมือนเป็นการสารภาพบาป
-- ต่อไปก็เป็นพิธีเชิญทำขวัญช้างคนโบราณก่อนเข้าป่าคล้องช้าง ต้องทำพิธีเซ่นสังเวยเทวดา ผีบ้านผีเรือนเพื่อเอาฤกษ์ บำรุงขวัญ ครั้นจะลงมือคล้องช้างก็เซ่นสรวงผีป่า เทวาอารักษ์ให้คล้องช้าง โดยปลอดภัย เมื่อถึงบ้าน ก็ทำขวัญให้เลี้ยงเชื่อง จงรักภักดีต่อตนเองและควาญช้าง
-- ชาวอีสาน เมื่อได้พระพุทธรูปมาใหม่ หรือ ใครนำพระพุทธรูปไปถวาย จะช่วยกันทำบายศรีใหญ่ใส่ขันโตกทองเหลือง หรือโตกสาน โตกไม้สูง ใหญ่หลายชั้น เพื่อทำขวัญเนื่องในงานฉลองพระพุทธรูปและขอพรพระ พุทธานุภาพ และเทพยดาที่ประจำพระพุทธรูปองค์นั้น ขอให้คุ้มครอง พวกตนให้อยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป ส่วนคณะผู้นำพระมาถวายนั้น ขอให้เดินทางสวัสดีมีโชคชัยอย่างนี้ เป็นต้น จะเห็นได้ว่า พิธีกรรม บางอย่าง มีไว้เพื่อจุดประสงค์ เป็นอุบายในการสั่งสอนลูกหลานผ่าน พิธีกรรม เพื่อให้มี ธรรมะ มีสติ มีความอดทน ความศรัทธา ความสามัคคี เป็นการปลูกฝังคุณธรรมหลายอย่าง ทั้งความกตัญญูความอ่อนน้อมถ่อม ตน ความจงรักภักดี ความรับผิดชอบ การรู้หน้าที่แห่งตน การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ความสามัคคี ฯลฯ จึงไม่ควรมองข้าม ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยไป หรือเห็นว่าเป็นเรื่องงมงาย
ข้อมูลที่มาเพื่อการศึกษาและดำรงไว้ ซึ่งพิธีกรรมอย่างถูกอย่างควร http://www.freethailand.com/indexsite.php?act=m&catid=32884&username=napak# _______________________________________________________
พานบายศรีสู่ขวัญ บายศรี คือ ภาชนะที่จัดตกแต่งให้สวยงามเป็นพิเศษด้วยใบตอง และดอกไม้สดเพื่อเป็น สำรับใส่อาหาร หวาน คาว ในพิธีสังเวยบูชา และพิธีทำขวัญต่างๆ ทั้งของพระราชพิธ และของราษฎร เช่น พระราชพิธีบวงสรวงสังเวยเทพเทวดา, พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต, พระราชพิธีสมโภชพระพุทธรูป, พระราชพิธีสมโภชรับพระขวัญ, พระราชพิธีสมโภชช้าง, พิธีตั้งศาลพระภูมิ, พิธียกเสาเอก, พิธีทำขวัญต่างๆ ทำขวัญวัน ทำขวัญเดือน ทำขวัญนาค ทำขวัญเมื่อหายป่วยแล้ว ทำพิธีสู่ขวัญคู่บ่าวสาว การทำบายศรีสู่ขวัญเป็นประเพณีโบราณ ที่บรรพบุรุษ ได้เคยปฏิบัติกันสืบ ๆมา ถือกันว่าเป็นสิริมงคลอันดีแก่การเป็นอยู่ คือการสวัสดิภาพในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่การทำบายศรีสู่ขวัญนั้น ต้องอาศัยนักปราชญ์ผู้ฉลาดในวิธีการกระทำจึงเป็น สิริมงคลได้ ถ้าทำไปสักว่าทำ ไม่มีพิธีการก็จะมีผลน้อย เพราะการกระทำทั้งนี้ เกี่ยวกับจิตวิทยาอย่างหนึ่ง ถ้าผู้ทำเป็นผู้ฉลาดในพิธีการตั้งอกตั้งใจ ทำจริง ๆ อย่างนี้ จึงได้รับประโยชน์ในการกระทำนั้น โบราณ ถือว่า บายศรีมีครูแรง ถ้าใครไม่ได้ครอบ (อนุญาต) ห้ามทำบายศรีอัปรีย์จะกิน ทำให้คนทั้งหลายกลัวไม่กล้าฝึกทำตามลำพัง หรือตามอย่างครู โดยครูไม่บอกอนุญาตให้เรียน ทั้งนี้คงมีจุดมุ่งหมายที่แฝงอยู่คือ ให้เรียนหรือฝึกหัดทำด้วยความตั้งใจอย่างดี เพื่อให้ได้สวยงามทำได้ดีที่มีครูสอนเพราะบายศรีเป็นของสูง เป็นเครื่องสังเวยเทพเทวดา ไม่ควรทำสุกเอาเผากิน จึงได้มีการปรามเอาไว้ กันคนที่ไม่ค่อยประณีตไม่ตั้งใจจริง ไม่ให้ทำ อีกประการหนึ่ง เป็นการปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีให้เกิดขึ้น แก่ลูกหลาน ให้รู้จักเครารพครูอาจารย์ มีกตัญญู ไม่ลบหลู่คุณครูอาจารย์ จะเรียนอะไร ทำอะไร ต้องได้ชื่อว่าศิษย์มีครู จึงจะเกิดความมั่นใจและ ทำได้ดี สมัยโบราณจึงมีพิธีครอบการทำบายศรี พิธีครอบ ของครูบายศรี ไม่มีอะไรมากมายนัก เพียงให้จุดธูปอธิษฐาน ถึงครูบายศรี ตั้งแต่ครูคน แรกที่เป็นผู้คิดประดิษฐ์ทำ และผู้รักษาสืบต่อมา จนถึงครูของเราปัจจุบันนี้ ขอคุณครูจงช่วยอวยพรชัยให้ทำบายศรี ได้สวยงามดี สำเร็จเป็นศิริมงคล ถ้าแม้นว่าจะทำผิดพลาด ประการใดขอคุณครูได้เมตตา อภัยให้ด้วยเถิด การทำบายศรี นั้น นักปราชญ์โบราณเคยทำสืบ ๆ กันมา มี 2 วิธี คือ วิธีที่ 1 จะนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป รับศีลรับพร และประพรมน้ำมนต์ วิธีที่ 2 ตั้งเครื่องบูชาพาขวัญ (บายศรี) ตามประเพณีนิยม มีข้าวสาร กล้วย ข้าวต้ม ขนม
ธูปเทียน ผ้าแพรวา (ถ้าสู่ขวัญคน จะมี เครื่องสำอางค์ด้วย) ฝ้ายผูกแขน เทียนรอบหัว และเท่าตัว ยอดกล้วย ยอดอ้อย ด้ายขาว 1 ในขันโตก ขันทองเหลือง การทำบายศรี มี 2 อย่าง คือ บายศรีหลัก บายศรีปากชาม 1. บายศรีหลัก จะทำในงานทั่วไป เช่น งานมงคลต่าง ๆ แขกมาเยี่ยมบ้านแต่งงาน ทำขวัญผู้ใหญ่ ฯลฯ 2. บายศรีปากชาม นั้นมักจะมีคู่ซ้าย ขวา จะทำในพิธีบวงสรวงหลักเมือง หรือเจ้าที่ เจ้าทาง หรือยกครู ไหว้ครู ทางไสยศาสตร์ ในสมัยโบราณ การทำบายศรีจะทำในงานสำคัญเท่านั้น และทำเป็นสี่หลักข้างต้น แต่เมื่อล่วงนานมาประมาณ พ.ศ.2500 ทาง พุทธให้มีหลักสูตรสอน ศาสนาพิธีนั้น พานบายศรีก็มีการเปลี่ยนแปลง ไปตามกาลสมัย มี 3 ชั้น 5 ชั้น 7 ชั้น 9 ชั้น ตามคำสวดที่อัญเชิญเทพมาในงานพิธีนั้น ๆ
บายศรีสู่ขวัญภาคอิสาน บายศรีขนาดใหญ่จัดประดิษฐ์ใส่ในภาชนะขนาดใหญ่ เช่นโตกโดยซ้อนเรียงกัน 3 ชั้น ใช้ในพิธีสู่ขวัญของชาวอิสานประกอบด้วย ตัวบายศรีชั้นละ 6 ตัว แต่ละชั้นจะลดหลั่นกันพองาม ชั้นบนมีพุ่มยอดบายศรี บายศรีสู่ขวัญภาคเหนือ บายศรีชั้นเดียวขนาดใหญ่ จัดประดิษฐ์ในขันน้ำพานรอง ใช้ในพิธีสู่ขวัญของชาวภาคเหนือประกอบด้วย ตัวบายศรี 6 ตัว และดอกไม้ใบไม้มงคลสีสันสดใส บายศรีปากชาม บายศรีขนาดเล็ก ใช้ในงานพิธีบวงสรวง สังเวย และอาจใช้ตั้งเป็น ส่วน ประกอบบนชั้นยอดของบายศรีใหญ่ประ กอบด้วยตัวแมงดา กรวยใส่ข้าว กล้วยน้ำว้าผ่าสามเส้าและไข่ต้มบนยอดกรวยบวงสรวง บายศรีตอ บายศรีชั้นเดียว ใช้ในงานพิธีบวงสรวง สังเวย บูชาครูช่างแขนงต่างๆ ประกอบด้วย หยวกกล้วยสำหรับทำบายศรี ตัวบายศรี แมงดา เข็มขัด กรวยข้าว ไข่ต้มและกล้วยน้ำว้า บายศรีสู่ขวัญกำแพงเพชร บายศรีขนาดใหญ่ จัดประดิษฐ์ในภาชนะเครื่องปั้นดินเผาใช้ในพิธี สู่ขวัญ สมโภช และบูชาพระบรมธาตุ ประกอบด้วยตัวบายศรี และกำแพงแก้วทุกชั้น ดอกไม้ใบไม้มงคล บายศรีสู่ขวัญบางกอก บายศรีขนาดใหญ่ จัดประดิษฐ์ในภาชนะรูปพานซ้อนกัน 5 ชั้น ใช้ในพิธีสู่ขวัญ สมโภชของชาวภาคกลาง ประกอบด้วยตัวบายศรี ชั้นละ 5 ตัว แต่ละชั้นลดหลั่นกันมีพุ่มกรวยยอดบายศรี ตกแต่งด้วยดอกดาวเรือง บางทีเรียกว่าบายศรีดาวเรือง บายศรีเทพ บายศรีชั้นเดียวขนาดใหญ่ทรงพุ่ม ใช้ในพระราชพิธีต่างๆ และพิธี ของราษฎร สำหรับเป็นเครื่องบวงสรวง สังเวยบูชาเทวาอารักษ์ ซึ่งประกอบไปด้วยตัวบายศรีเป็นทรงพุ่ม และดอกไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล บายศรีพรหม บายศรีชั้นเดียวขนาดใหญ่ ใช้ในพระราชพิธีต่างและพิธีของ ราษฎร สำหรับเป็นเครื่องสังเวยบูชาครูบาอาจารย์ชั้นพรหม ประกอบด้วยตัวบายศรีชั้นขึ้น 4 ตัว ลง 4 ตัว มีกรวยใส่ข้าวและดอกไม้มงคล บายศรีต้น 3 ชั้น ใช้เป็นเครื่องสมโภช สังเวยในพิธีมงคลต่างๆ หรือสู่ขวัญ ในพิธีสมรสของชั้นหลานเจ้านายฝ่ายเหนือใช้ใบตองพับเป็นกลีบหน้า นาคตัดกับต้นกล้วยเป็น 3 ชั้น คาดเข็มขัดมาลัยแบน ตกแต่งด้วยดอกไม้สด บายศรีต้น 5 ชั้น ใช้ในพิธีต่าง ๆ สำหรับเจ้านายที่ทรงกรมหรือเสนาบดี บายศรีต้นนี้เป็นบายศรีที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บายศรีตอง-รองทองขาว ซึ่งแต่ละชั้นของบายศรีจะบรรจุด้วยขนมหวานหรือดอกไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล บายศรีต้น 7 ชั้น ใช้สำหรับเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า และพระราชอาคันตุกะชั้นประธานาธิบดี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า บายศรีต้นกลีบหน้านาคแต่ละชั้นจะประดับด้วย ดอกบัวใช้ในพิธีสมโภชพระพุทธรูป บายศรีต้น 9 ชั้น ใช้ สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในพิธีหรือพระราชพิธีที่เป็นมงคลต่างๆในภาพเป็นบายศรีกลีบบัวหลวง ตกแต่งด้วยอุบะ ดอกจำปา ฐานเป็นฟักทองแกะสลัก _______________________________________________________
สินค้า บายศรี http://www.thaitambon.com/Tambon/tcompsrc.asp?page=1&search=Go&sSearch=%BA%D2%C2%C8%C3%D5&FL=sProduct&ORDER=sProduct&sProvCode=&showimg=&cSmeType=2&cSpacial=&sCatCode=
http://bysri.com/cont.html ________________________________________________________________
http://www.be2hand.com/scripts/shop.php?user=lllphakinlll
 ธรรมจักร บังลังพระพุทธเจ้า
 พานผู้ใหญ่ พานขมา ขันหมาก อื่นๆ
 บายศรี พรหม
 บายศรีเทพ
 พรหม เทพ นารายณ์
 บายศรี พิฆเนศวร
 นารายณ์ เปิดโลก สุริยันต์ จันทรา
 บังลังก์ องค์เทพ เทวา ต่าง
 กุมกันณ์
 พานบารมี ชุดเล็ก
 บายศรี ปากชาม
 หลํก สาม
 บังลังก์เทียน
 หลัก สิบหก ชั้นฟ้า
http://members.lycos.co.uk/baisri/main/phakinbaisri.htm? ________________________________________________________________
หนังสือ เพื่อศึกษาหาความรู้ งานศิลปประดิษฐ์ โดย... อุมาวดี ทรัพย์สิน
 หนังสือบายศรีสู่ขวัญโดย... อุมาวดี ทรัพย์สิน
 หนังสือบายศรีเครื่องบูชาชั้นสูงโดย... อุมาวดี ทรัพย์สิน
 หนังสือบายศรี ปากชามโดย... อุมาวดี ทรัพย์สิน
 หนังสือบายศรี บูชามหาเทพ โดย... อุมาวดี ทรัพย์สิน
 หนังสือบายศรีผ้าจิ๋วโดย... อุมาวดี ทรัพย์สิน
 หนังสือบายศรีผ้าจิ๋วโดย... อุมาวดี ทรัพย์สิน
_________________________________________________________
 บายศรีไหว้ครู เป็นบายศรีที่ใช้ในพิธีการไหว้ครูของทุกวิชาชีพทุกแขนง การไหว้พระภิกษุสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ หรือการไหว้บูชาพระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น
 บายศรีบูชาพระพิฆเนศวร มหาเทพแห่งปราชญ์ ความรอบรู้และศิลปะ ผู้ซึ่งต้องทำการบูชาก่อนการทำพิธีกรรมใด ๆ เพื่อขอความสำเร็จในศิลปะแขนงต่าง ๆ การขจัดอุปสรรคทั้งปวง การประทานความรู้ ความมีโชคและทรัพย์
 บายศรีบูชาพระศิวะ มหาเทพผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล พระองค์ทรงประทานพรให้แก่ผู้ที่กระทำความดีและยึดมั่นในศีลธรรม
 บายศรีบูชาพระนารายณ์ พระผู้เป็นเจ้าผู้รักษาโลก เพื่อพ้นจากความชั่วร้ายและความทุกข์โศกทั้งปวง
 บายศรีบูชาองค์จตุคามรามเทพ องค์เทพผู้ประทานพรแห่งความสมหวัง โชคลาภ ความสุขและความเจริญ แต่ผู้บูชาต้องตั้งมั่นในศีลและความดีงาม
 บายศรีบูชาท้าวมหาพรหม พระผู้สร้างทุกสรรพสิ่งบนโลก ผู้ตั้งมั่นในพรหมวิหารสี่ จะได้รับสัมฤทธิ์ผล ความสำเร็จ มั่นคงในธุรกิจการงาน
 บายศรีบูชาพระปิยะมหาราช พระพุทธเจ้าหลวงของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงนำมาซึ่งความสุขและความเจริญแก่สยามประเทศจวบจนปัจจุบัน
สนใจ ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ที่มา...http://umavadee.freeservers.com/ ____________________________________________________
| Create Date : 26 สิงหาคม 2552 |
|
0 comments |
| Last Update : 26 สิงหาคม 2552 11:16:10 น. |
| Counter : Pageviews. |
|
|
|