Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
27 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
==l เกี๊ยวหนึ่งพันตัว.. l==

เมื่อใดก็ตามที่ฉลองเทศกาลตรุษจีน ฉันมักบอกเพื่อนๆว่าฉันอยากกินเกี๊ยวมาก
แค่คิดถึงเกี๊ยวก็ทำให้ฉันน้ำลายสอแล้ว พอได้ยินดังนั้น เพื่อนๆซึ่งกินข้าวเป็นอาหารหลัก
จะจ้องฉันงงๆเช่นทุกครั้ง จากนั้นก็เดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไรซักคำ
ฉันแทบจะได้ยินความคิดในใจเพื่อน.. เกี๊ยวอีกแล้ว

ความชอบกินเกี๊ยวของฉันย้อนหลังไปในวัยเด็ก ทุกปีเมื่อใกล้วันตรุษจีน
แม่จะสั่งสอนฉันกับพี่น้องว่า "ลูกๆจะต้องเป็นเด็กดีและเชื่อฟัง ไม่เช่นนั้น
แม่จะไม่ให้กินเกี๊ยวพิเศษในวันตรุษจีน" ตอนนั้นครอบครัวเรายากจน และขัดสน
เราไม่ค่อยได้กินของดีๆเหมือนคนอื่น ดังนั้น เราจึงทำตัวดี
และเฝ้ารอคอยวันพิเศษที่จะมาถึง

ก่อนวันตรุษจีน แม่และพี่สาวจะนั่งบนเตียงอิฐที่ข้างใต้จุดไฟให้อุ่นได้ และเริ่มทำเกี๊ยว
แม่กับพี่สาวจะคุยกันไป หัวเราะกันไปขณะนวดแป้งและหั่นผัก
ฉันถูกมองว่ายังเด็กเกินว่าจะร่วมวงแรงงานที่ "เชี่ยวชาญ" แต่มักเกาะอยู่แถวนั้น
เพื่อร่วมวงสนุกสนานไปในโอกาสพิเศษนี้ แม่กับพี่ๆจะนั่งทำเกี๊ยวเป็นชั่วโมงๆ
ไม่แสดงท่าทางว่าเหนื่อยล้า พอเกี๊ยวแต่ละตัววางเรียงกันเป็นแถว
แม่จะเจียดเกี๊ยวบางส่วนไปทำเป็นมื้อเย็น และเก็บส่วนใหญ่ไว้สำหรับวันรุ่งขึ้น

ตอนเช้า แม่จะตื่นราวตีห้าหรือหกโมงเช้าเอาเกี๊ยวปีใหม่ใส่น้ำเดือดและปลุกพวกเรา
ให้ตื่น พวกเราจะกระวีกระวาดกระโดดลุกจากเตียง ใส่เสื้อผ้าปีใหม่และดูพ่อจุดประทัด
จากนั้น ทั้งครอบครัวจะนั่งล้อมวงกินเกี๊ยว

สมัยนั้น ฉันเชื่อหมดใจว่าเกี๊ยวของแม่อร่อยที่สุดในโลก เมื่อโตขึ้นฉันได้เดินทางไปยังที่ต่างๆและไม่ว่าที่ไหน ฉันจะแสวงหารสชาติที่คุ้นเคย
แบบเกี๊ยวของแม่ .. แต่ไม่เคยพบเลย ฉันคิดว่าสิ่งที่หายไปคือความทรงจำ
อันอบอุ่นในการทำและกินเกี๊ยวเหล่านั้นกับครอบครัว

หลังกินเสร็จ พวกเราจะไปสวัสดีปีใหม่ญาติมิตรและเพื่อนบ้าน
เป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่ดีที่สุดของปี ตลอดสามวันถัดมาห้ามด่าทอต่อว่ากัน
ทุกๆคนต้องพูดจาหวานหู

ในวันที่สองของปีใหม่ แม่จะสั่งให้เราไปรอบๆละแวกบ้าน
และแจกจ่ายเกี๊ยวที่ยังเหลืออีกมาก
"ยังมีคนที่ไม่มีเกี๊ยวจะกิน" แม่จะบอกเราอย่างนั้น
"แต่แม่ทำเกี๊ยวไว้มากแค่ไหน เรายังมีพอที่จะแจกจ่ายอีกหรือ" เราจะย้อนถาม
"หนึ่งพันตัว" แม่ตอบพร้อมรอยยิ้ม

เราออกจากบ้านพร้อมอุ้มชามเกี๊ยวไว้ ฉันมองว่านี่เป็นภารกิจศักสิทธิ์
และแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะแบ่งเกี๊ยวของเราให้ผู้ด้อยโอกาสกว่า
เรารู้สึกเหมือนเป็นคนรวย.. อย่างน้อย แม่ก็ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น

ตอนฉันอายุราวเจ็ดหรือแปดขวบเนื้อสัตว์เป็นของหายาก แม่ใส่เนื้อหมูนิดหน่อยในใส้เกี๊ยว
แต่ก็ยังทำเกี๊ยวออกมาได้พันลูก หลายๆปีต่อมา เมื่อครอบครัวเราฐานะดีขึ้น แม่ผสมเนื้อ
ลงไปในใส้เกี๊ยวมากขึ้น และธรรมเนียมการแบ่งปันเกี๊ยวให้คนจนยังคงสืบเนื่องต่อมา

หลักจากเรียนจบ ฉันได้งานทำที่ต่างเมือง บางครั้งฉันกลับบ้านไปฉลองตรุษจีนไม่ได้
ช่วงหลายปีนั้นฉันจะรับโทรศัพท์กลับบ้านและถามแม่ว่า "แม่ทำเกี๊ยวกี่ตัวคะ"
คำตอบของแม่เหมือนเดิมเสมอ "หนึ่งพันตัวจ้ะลูก"
ในใจฉันแทบจะเห็นภาพที่แม่ยิ้มด้วยความอิ่มเอมใจยิ่งนัก

หกปีต่อมาฉันย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศ การดิ้นรนเพื่อสร้างตัวในต่างแดน
ทำให้ฉันไม่สามารถกลับบ้านไปช่วงตรุษจีนได้ ฉันจึงหัดทำเกี๊ยว

ฉันจะโทรศัพท์กลับบ้านในช่วงเทศกาลเสมอ "แม่คะปีนี้เราจะทำเกี๊ยวหนึ่งพันตัวอีกหรือเปล่า"
"ไม่มากขนาดนั้นแล้วหล่ะลูก แม่แก่แล้ว ลูกหล่ะ .. ที่นั่นมีเกี๊ยวกินหรือเปล่า"
"ค่ะ แม่ หนูจะทำเกี๊ยวกินเอง"
"ดีแล้ว" แม่จะพูดเช่นนั้น

ฉันสัมผัสได้ว่า แม่รู้สึกโล่งในมากและมีความสุขสำหรับฉัน แม่เป็นผู้หญิงพูดน้อย
ฉันเดาว่า สำหรับแม่ ถ้าฉันมีเกี๊ยวกิน ชีวิตในต่างแดนน่าจะไปได้ดี

ช่วงไม่กี่ปีมานี้หูของแม่เริ่มไม่ค่อยได้ยิน และความทรงจำก็ไม่แจ่มชัดเหมือนเดิม
ฉันโทรศัพท์หาแม่เมื่อสองปีก่อนเพื่อบอกว่าฉันกำลังจะทำเกี๊ยวหนึ่งพันตัว
สำหรับตรุษจีน "หนูจะโทรฯเรียกเพื่อนๆมากินเกี๊ยวนะคะแม่"

พักหนึ่งกว่าแม่จะนึกออกว่าฉันพูดถึงอะไร
"ดีแล้วหล่ะลูก" แม่ตอบในท้ายที่สุด "ลูกโตแล้ว"
เสียงของแม่ตะกุกตะกักขณะพูด

พี่สาวคนที่สองเล่าให้ฟังว่า ในวันนั้น

"แม่ร้องไห้หลังวางโทรศัพท์"

ทันใดนั้นฉันเพิ่งเข้าใจในเหตุผล แม่ยึดหลักความโอบอ้อมอารีมาตลอดชีวิต
โดยแสดงให้พวกเราเห็นวิธีแสดงออกถึงความรักต่อเพื่อนบ้าน ตอนนี้
ในบั้นปลายของชีวิตแม่คงรู้สึกสมใจว่า ตนได้ส่งต่อการสืบสานตำนาน
ความโอบอ้อมอารีไปยังรุ่นอนุชนรุ่นถัดมา


แม่คงมองเห็นอนาคตว่า นับจากนี้ต่อไป ลูกๆทุกคนของแม่จะเป็นผู้ใหญ่
และรู้จักเอื้อเฟื้อแบ่งปันโดยไม่หวงแหน ฉันคิดว่านั้นคือ
ความปราถนาจากหัวใจของแม่ที่มีต่อลูกๆทุกคน








Create Date : 27 มีนาคม 2551
Last Update : 7 เมษายน 2551 11:13:07 น. 3 comments
Counter : 345 Pageviews.

 
ผ่านมาได้อ่านแล้วชอบจังเลยค่ะ


โดย: สายป่าน (Doungtawan ) วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:1:12:29 น.  

 
Hello ...........nice to see you to day !!!!!!!


โดย: Opey วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:4:05:11 น.  

 
ซึ้งงงงงสุดใจเลยค่ะ


โดย: Hobbit วันที่: 5 เมษายน 2551 เวลา:1:45:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พีพีคุง
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ซักวันหนึ่ง...
Friends' blogs
[Add พีพีคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.