Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
1 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
มาทำ ครีม Whitenting สำหรับทาผิวกายใช้กันเองเถอะ!

มาทำ ครีม Whitenting สำหรับทาผิวกายใช้กันเองเถอะ!


ใครอยากมีผิวสว่างใสทั่วเรือนร่างบ้าง ขอให้ยกมือขึ้น!


ใครอยากมีผิวสุขภาพดี แข็งแรง อ่อนเยาว์บ้าง ขอให้ยกมือขึ้น!


แน่นอนว่าทั้งคุณสุภาพบุรุษ และคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย ใครๆ ก็อยากมีผิวขาวสุขภาพดีกันทั้งนั้นใช้ไหมครับ  แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ? 


ใคร ต่อใครหลายคนต่างพยายามสรรหาครีม Whitening บำรุงผิวที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง แต่ก็มีใครอีกหลายๆ คน เช่นตัวผมเเอง ก็มีเบี้ย หอยน้อย จะไปซื้อครีมแพงๆ มาใช้ก็นะ...บางทีก็ต้องยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อให้ได้่มาใช้  เห้อ! ช่างน่าสงสารเสียยิ่งกระไร โดยเฉพาะครีม Whitening สำหรับทาผิวกายแล้วล่ะก็ หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกนะ เพราะขนาดครีม Whitening สำหรับใช้กับผิวหน้าดีดี ยังมีราคาแพงหลายพัน แล้วนี่จะเอามาใช้กับหน้า คงไม่มีใครกล้าทำขายหรอกนะ!

 

เมื่อพูดมาทั้งหมด แบบนี้จะมีมั้ย? ครีม Whitening บำรุงผิวที่ใช้แล้วทำให้ผิวมีสุขภาพดี ขาวขึ้น สว่างใส ดูอ่อนเยาว์ ปลอดภัย แต่ราคาไม่ถึงร้อย และใช้ได้แบบไม่ต้องแคร์เเงินในกระเป๋าสตางค์ของคุณ


พูดไปแล้ว บางคนคงแอบหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขว่า มันจะมีได้ยังไงกัน!! แต่ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้! เมื่อตอนนี้เราได้พบสิ่งนั้นแล้วครับ กับครีม Whitening บำรุงผิวกาย แบบ DIY ระดับเทพ ด้วยวิตามินซีกันแล้ว  เย้ๆ ๆ ๆ ๆ


ก่อนที่จะไปรู้จักครีม Whitening บำรุงผิวกาย แบบ DIY ตอนนี้มาดูข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจกันก่อนครับ


ส่วนผสมที่ให้การบำรุงที่เป็นประโยชน์กับผิว ถือเป็นสาร Whitening และมีผลการวิจัยรับรองอย่างเป็นทางการทั่วโลก ที่มีอยู่ในครีม DIY ที่ผมจะกล่าวถึงนี้ นั่นก็คือ Vitamin C นั่นเองครับ โดยเฉพาะ L-Ascorbic Acid ที่ช่วงหลังๆ มานี้กระแสเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะบรรดาเครื่องสำอางเคาท์เตอร์แบรนด์ทั่วไป ต่างก็ใช้ส่วนผสมของ L-Ascorbic Acid ที่ชูโรงว่าเป็นสาร Whitening ที่มีประสิทธิภาพสูงในการที่ทำให้ผิว "ขาวขึ้น" ได้จริง ซึ่งสามารถสังเกตได้เลยครับว่า ยิ่งผลิตภัณฑ์ตัวไหนมีส่วนผสมของ L-Ascorbic Acid ราคาก็จะพุ่งเข้าไปสู่หลักพันทันที


L-Ascorbic Acid ดีอย่างไร? ทำไมมันถึงได้แพง และเป็นที่นิยมได้ขนาดนี้ ผมจะมาเจาะลึกให้ทุกท่านได้ทราบกัน ณ บัดนี้!!! ปรบมือ....Smiley


Smiley L-Ascorbic Acid คือ รูปแบบหนึ่งของวิตามินซี โดยทั่วไปที่ขายๆ กันจะมีลักษณะเป็นแบบผงละเอียดสีขาวบริสุทธิ์ แต่ถ้าแบบเกรดดีหน่อย จะเรียกว่าแบบ Ultrafine คือมีความละเอียดมาก เหมือนแป้งเด็ก โดย L-Ascorbic Acid มีคุณสมบัติละลายในน้ำได้ มีประสิทธิภาพสูงมากในการบำรุงผิว แต่ก็เสื่อมง่ายมากเช่นกัน เมื่อสัมผัสกับน้ำ, อากาศ และแสงSmiley

ประโยชน์ของวิตามินซีในแง่ของการนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางนั้น มันเยอะแยะมากมาย มีคุณนานัปการ ครอบจักรวาล All in one  (อะไรจะขนาดน๊านนน!!)  ซึ่งผมได้รวบรวมประโยชน์ของวิตามินซีมาเป็นข้อๆ เพื่อให้อ่านได้ง่าย ดังนี้ครับ



  1. ขัดขวางการผลิตเม็ดสีเมลานิน ทำให้จุดด่างดำลดลง เป็นหนึ่งในสาร Whitenning ชั้นเลิศตัวหนึ่งที่นิยมใช้กัน!

  2. ลดความเสียหายและปรับสภาพผิวที่ถูกทำร้ายจากรังสี UV

  3. ทำให้ผิวแข็งแรงและทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น

  4. ลดอาการผื่นคัน และการอักเสบของผิวหนัง

  5. มีส่วนช่วยเสริมสร้าง Collagen

  6. ช่วยเสริมประสิทธิภาพการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

  7. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง

  8. มีอัตราเสี่ยงในการแพ้



    1. ทำไม? ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ L-Ascorbic Acid ถึงได้แพงสูบเลือดสูบเนื้อขนาดนี้!Smiley

     

     

     

     

     

     


    ถือว่าเป็นข้อเสียของเจ้าL-Ascorbic Acid ที่ เมื่อละลายเข้ากับน้ำแล้ว มันจะเสื่อมได้ไวมาก! ทั้งยังมีปัจจัยในเรื่องของแสงและ อ๊อกซิเจน ที่เป็นตัวทำให้เสื่อมลงไปอีก แบรนด์ฺเครื่องสำอางทั่วไปจึงต้องพยายามหา เทคโนโลยีต่างๆ นานาเพื่อคงสภาพของวิตามินซีไว้ให้นานและเสถียรเพื่อให้่ถึงมือลูกค้า ซึ่งต้นทุนจริงๆ ของ L-Ascorbic Acid นั้นไม่แพงเลย จะเรียกว่า ถูกคอดๆ ก็ได้นะจ๊ะ 


    1. สรุป ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของวิตามินซีจะมีราคาสูงนั้น ก็เพรา่ะผู้ผลิตมีต้นทุนเพิ่มขึ้นกับส่วนผสมที่ช่วยรัีกษาสภาพของวิตามินซีให้ใช้ได้นานๆ นั่นเอง (นี่ยังไม่รวมกับค่าใช้จ่ายทางการตลาดอีก)

     

     

     

     

     

มาทำ ครีม Whitenting สำหรับทาผิวกายใช้กันเองเถอะ!

เมื่อเราทราบประโยชน์ของวิตามินซีในรูปแบบของ L-Ascorbic Acid กันแล้ว ต่อไป เราจะเข้าสู่การ DIY กันเล้ย!   


เริ่มจาก เตรียมอุปกรณ์ให้ครบดังนี้


1.  L-Ascorbic Acid 

2. Glycerin

3. กระดาษวัดค่า pH

4. ครีมบำรุงผิวที่ท่านชื่นชอบ ส่วนตัวลองมาหลายยี่ห้อ มาลงตัวกับ Vaseline total moisture มากที่สุด เพราะผสมแล้วเนื้อจะไม่เหลวจนเกินไป หมายเหตุ รายการที่ 1 - 3 หาซื้อได้ที่ร้านวิทยาศรม หรือ ร้านที่ขายอุปกรณ์วิทยาศาสตร์นะจ๊ะ


มา! เมื่อเตรียมพร้อมแล้ว เราจะมาเริ่มผสมทุกสิ่งอย่างให้เข้ากันดังนี้


1. แบ่ง Vaseline total moisture ใส่ในขวดเล็กที่เตรียมไว้ โดยใช้ในปริมาณที่คิดว่าจะสามารถใช้ 3 - 5 วัน หมด เพราะ L-Ascorbic Acid นั้นเสื่อมง่าย จึงต้องรีบใช้ให้หมดอย่างไว ในที่นี้

 

2. ผสม L-Ascorbic Acid ลงไปประมาณ 15 - 20% ของปริมาณเนื้อโลชั่นที่แบ่งออกมา ในที่นี่ผมใช้ 1 ช้อนชาพอดี

 

 


 

 

3. ผสม Glycerin ลงไปสัก 10% ถ้าใครมีผิวแห้งมาก ก็สามารถผสมเพิ่มไปได้อีก


 

 

4. จากนั้น เขย่า ๆ ๆ  ให้ส่วนผสมเข้ากัน และเพื่อเพิ่มอรรถรสมากขึ้น ในช่วงที่กำลังเขย่าแนะนำให้บิด/ส่าย ก้น อง เอว และเปิดเพลงให้เข้าจังหวะไปด้วย ก็จะช่วยเร้าอารมณ์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว Smiley

 

 

 

 


5. เมื่อเสร็จจากการส่ายก้น เอ๊ย! เมื่อส่วนผสมเข้ากันแล้ว ทีนี้แหละ เราจะมาตรวจสอบผลงานกันว่าจะสามารถใช้ได้จริงหรือไม่ โดยการใช้กระดาษลิตมัสวัดค่า pH ให้อยู่ระหว่าง 3 ไม่เกิน 4 แบบนี้


เพียงเท่านี้! คุณก็จะได้สุดยอดครีม Whitening บำรุงผิวกายแบบ DIY ที่มีประโยชน์กับผิวอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องไปเสียสะตุ้ง สะตังค์ซื้อครีมแพงๆ มาใช้แล้ว! สุดยอดโป๊ะเชะไปเลยมั้ยล่ะ


ข้อแนะนำเพิ่มเติม


1. เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรทาครีม DIY ทิ้งไว้อย่างน้อย 10 - 15 นาที และการผสมแต่ละครั้งควรใช้ให้หมดภายใน 3 - 5 วัน


2. การผสม L-Ascorbic Acid ลงไปในครีมบำรุงผิวบางยี่ห้อ อาจทำให้เนื้อครีมเหลวเพิ่มขึ้น และใช้ยากกว่าเดิม แนะนำให้เก็บครีม DIY ที่ผสมแล้วไว้ในตู้เย็นจะช่วยทำให้ใช้ง่ายขึ้น แถมยังคงความสดของวิตามินซีได้ดีด้วยนะ 


3. การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ L-Ascorbic Acid อาจทำให้เสื้อผ้าที่คุณสวมใส่อยู่ โดยเฉพาะเสื้อขาว เปื้อนคราบเหลืองได้ ซึ่งถือเป็นอาการปกติ เนื่องจาก L-Ascorbic Acid จะทำปฎิกิริยาอ๊อกซิไดซ์กับอากาศ ทำให้เกิดคราบเหลือง เพราะฉะนั้น ถ้าวันไหนจะใช้ครีม DIY นี้ แนะนำให้ใส่เสื้อสีเข้มแทน แต่ถ้าพบว่าเสื้อ ผ้าปูที่นอน หมอน และมุ้ง เปื้อนไปแล้ว ก็แนะนำให้หาผงซักฟอกที่มีส่วนผสมของ Hydrogen peroxide มาจัดการนะครับ


4. หากคุณใช้กับผิวแล้วมีอาการแสบยิบๆ แสดงความเป็นเรื่องปกติ เพราะ L-Ascorbic Acid จะมีประสิทธิภาพสูงเมื่อมีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ


5. การผสม L-Ascorbic Acid มากเกินไป และปล่อยให้ค่า pH น้อยกว่า 3 อาจจะทำให้ผิวไหม้ได้นะจ๊ะ ผมเคยโดนมาแล้ว ทรมานมากมาย T_T


6. หากครีม DIY ที่ผสมแล้วทีค่า pH ต่ำเกินไป ให้ผสมเนื้อครีมเพิ่ม ตรงกันข้าม หากมีค่า pH สูงเกินไป ก็ให้ผสม L-Ascorbic Acid เพิ่มครับ


ข้อดี


Smiley ได้รับประโยชน์ของ วิตามินซี L-Ascorbic Acid อย่างเต็มที่อย่างที่ได้กล่าวมาประโยชน์มาข้างต้น


Smiley ราคาถูกมาก ถูกเว่อร์ ถูก ถู๊ก ถูก ไม่ต้องง้อครีมแพงๆ แล้ว เย้ๆๆๆๆ


ข้อเสีย


Smiley อายุการใช้งานสั้น


Smiley เกิดคราบเหลืองกับเสื้อผ้า


Smiley ต้องกะปริมาณส่วนผสมของ L-Ascorbic Acid และค่า pH ให้ดี




 

 

 

 

 

 

ขอบคุณ เครดิตจาก : 

 

 

title Wisdom of social 

 

 

 

 

 

 




Create Date : 01 มิถุนายน 2555
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 9:28:04 น. 3 comments
Counter : 6119 Pageviews.

 
น่าสนมว๊กกค่า น่าเอาไปทำเป็นโครงงานชิ้นเอก อิอิ


โดย: Reigaz วันที่: 1 มิถุนายน 2555 เวลา:11:20:12 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ


โดย: อีฟ IP: 180.183.113.50 วันที่: 12 กรกฎาคม 2555 เวลา:12:41:33 น.  

 
L-Ascorbic Acids หาซื้อได้ที่ไหน



โดย: ชุลี IP: 49.48.29.91 วันที่: 6 ตุลาคม 2555 เวลา:7:22:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wintersnowwhite
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Photobucket
Friends' blogs
[Add wintersnowwhite's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.