จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ ... จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ ... สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ ... การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
2 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน





"พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน"


พุทธโอวาทก่อนปรินิพพานนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานแก่พระอานนท์ผู้เป็นพระอุปัฏฐากและพระภิกษุคราที่ทรงปรงพระชนมายุสังขารออกเดินทางด้วยพระบาทเปล่าจากปาวาลเจดีย์ไปยังกรุงกุสินาราสถานที่ปรินิพพานตลอดพระชนมชีพ พระพุทธเจ้าหาได้ทรงท้อแท้หรือเหน็ดเหนื่อยต่อการเผยแพร่ธรรมไม่ยังทรงประกาศพระธรรมอันประเสริฐที่ทรงค้นพบด้วยพระองค์เองแก่พุทธบริษัท 4ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้คราเมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึงปาวาลเจดีย์ ได้ประทับอยู่ใต้ต้นไม้ที่มีเงาครึ้มต้นหนึ่งโดยมีพระอานนท์หมอบลงที่พระบาทมูลแล้วทูลว่า


“ ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอพระองค์อาศัยความกรุณาแก่ข้าและหมู่สัตว์จงดำรงพระชนมชีพต่อไปอีกเถิดอย่าเพิ่งด่วนปรินิพพานเลย ”กราบทูลเท่านี้แล้วพระอานนท์ก็ไม่ทูลอะไรต่อไปอีกเพราะโศกาดูรท่วมท้นหทัย“


อานนท์เอ๋ย ” พระศาสดาตรัสพร้อมทอดทัศนาการไปเบื้องหน้าอย่างสุดไกลลีลาอันเด็ดเดี่ยวฉายออกมาทางพระเนตรและพระพักตร์ “เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ตถาคตกลับใจตถาคตจะต้องปรินิพพานในวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขะ อีกสามเดือนข้างหน้านี้ อานนท์เราได้แสดงนิมิตโอภาสอย่างแจ่มแจ้งแก่เธอพอเป็นนัยมาไม่น้อยกว่า 16 ครั้งแล้วว่าคนอย่างเรานี้มีอิทธิบาทภาวนาที่ได้อบรมมาด้วยดีถ้าประสงค์จะอยู่ถึงหนึ่งกัปป์หรือมากกว่านั้นก็พออยู่ได้ แต่เธอหาเฉลียวใจไม่ได้ทูลอะไรเราเลยเราตั้งใจไว้ว่าในคราวก่อนๆนั้นถ้าเธอทูลให้เราอยู่ต่อไปเราจะห้ามเสียสองครั้งพอเธอทูลครั้งที่สามเราจะรับอาราธนาของเธอแต่บัดนี้ช้าเสียแล้ว เรามิอาจกลับใจได้อีก”


“ อานนท์เอ๋ย ” บัดนี้สังขารอันเป็นเหมือนเกวียนชำรุดนี้เราได้สละแล้วเรื่องที่จะดึงกลับมาอีกครั้งหนึ่งนั้นไม่ใช่วิสัยแห่งตถาคต....บุคคลย่อมต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่พึงใจเป็นธรรมดาหลีกเลี่ยงไม่ได้ อานนท์เอ๋ย ชีวิตนี้มีความพลัดพรากเป็นที่สุดสิ่งทั้งหลายมีความแตกดับไปสลายไปเป็นธรรมดาจะปรารถนามิให้เป็นอย่างที่มันควรจะเป็นนั้นเป็นฐานะที่ไม่พึงหวังได้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปเคลื่อนไปสู่จุดสลายตัวทุกขณะ ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ศีลเป็นพื้นฐานที่รองรับคุณอันยิ่งใหญ่ประหนึ่งแผ่นดินเป็นสิ่งที่รองรับและตั้งลงแห่งสิ่งทั้งหลาย เป็นต้นว่าพฤกษาลดาวัลย์มหาสิงขรและสัตว์จตุบททวิบาทนานาชนิด บุคคลผู้มีศีลเป็นพื้นใจย่อมอยู่สบายมีความปลอดโปร่งเหมือนเรือนที่บุคคลปัดกวาดเช็ดถูเรียบร้อย ปราศจากเรือดและฝุ่นเป็นที่รบกวน ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ศีลนี้เองเป็นพื้นฐานให้เกิดสมาธิ คือ ความสงบใจ สมาธิที่มีศีลเป็นเบื้องต้นเป็นสมาธิที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก บุคคลผู้มีสมาธิย่อมอยู่อย่างสงบ เหมือนเรือนที่มีฝาผนังมีประตูหน้าต่างปิดเปิดเรียบร้อย มีหลังคาป้องกันลม แดดและฝน ผู้อยู่ในเรือนเช่นนี้ ฝนตกก็ไม่เปียกแดดออกก็ไม่ร้อนฉันใด บุคคลผู้มีจิตเป็นสมาธิก็ฉันนั้น ย่อมสงบอยู่ได้ไม่กระวนกระวายเมื่อลม แดดและฝนกล่าวคือโลกธรรมแผดเผา กระพือพัดซัดสาดเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าสมาธิอย่างนี้ย่อมก่อให้เกิดปัญญาในการฟาดฟันย่ำยี และเชือดเฉือนกิเลสอาสวะให้เบาบางและหมดสิ้นไป ”


“ อันว่าจิตนี้เป็นธรรมชาติที่ผ่องใสอยู่โดยปกติ แต่เศร้าหมองไปเพราะคลุกเคล้าด้วยกิเลสนานาชนิด ศีลสมาธิและปัญญา เป็นเครื่องฟอกจิตให้ขาวสะอาดดังเดิม จิตที่ฟอกด้วยศีล สมาธิและปัญญาย่อมหลุดพ้นจากอาสวะทั้งปวง ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาทางทั้งหลาย มรรคมีองค์ 8 ประเสริฐที่สุด บรรดาบททั้งหลายบท 4 คืออริยสัจประเสริฐที่สุด บรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคะ คือ การปราศจากความกำหนัดยินดี ประเสริฐที่สุดบรรดาสัตว์สองเท้า พระตถาคตเจ้าผู้มีจักษุประเสริฐที่สุด มรรคมีองค์ 8นี่แลเป็นไปเพื่อทัศนะอันบริสุทธิ์ หาใช่ทางอื่นไม่ เธอทั้งหลายจงเดินไปตามทางมรรคมีองค์ 8 นี้อันเป็นทางที่ทำมารให้หลงติดตามมิได้ เธอทั้งหลายจงตั้งใจปฏิบัติเพื่อทำทุกข์ให้สิ้นไปตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทางเท่านั้น เมื่อปฏิบัติดังนี้พวกเธอจักพ้นจากมารและบ่วงแห่งมาร”

--------------------------------------------


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอจงมองดูโลกนี้โดยความเป็นของว่างเปล่า มีสติอยู่ทุกเมื่อ ถอนอัตตานุทิฐิ คือความยึดมั่นเรื่องของตนเสีย ด้วยประการฉะนี้เธอจะเบาสบายคลายทุกข์คลายกังวลไม่มีความสุขใดยิ่งกว่าการปล่อยวางและการสำรวมตนอยู่ในธรรม ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม่มีความสุขใดเสมอด้วยความสงบ ความสุขชนิดนี้สามารถหาได้ด้วยตัวเรานี้เองตราบใดที่มนุษย์ยังวิ่งวุ่นแสวงหาความสุขจากที่อื่น เขาจะไม่พบความสุขที่แท้จริงเลยมนุษย์ได้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆขึ้นไว้เพื่อให้ตัวเองวิ่งตามแต่ก็ตามไม่เคยทันการแสวงหาความสุขโดยปล่อยใจให้ไหลเลื่อนไปตามอารมณ์ที่ปรารถนานั้นเป็นการลงทุนที่มีผลไม่คุ้มเหนื่อยเหมือนบุคคลลงทุนวิดน้ำในบึงใหญ่เพื่อต้องการปลาเล็ก ๆ เพียงตัวเดียวมนุษย์ส่วนใหญ่มัววุ่นวายอยู่กับเรื่องกาม เรื่องกินและเรื่องเกียรติ จนลืมนึกถึงสิ่งหนึ่งซึ่งสามารถให้ความสุขแก่ตนได้ทุกเวลา สิ่งนั้นคือดวงจิตที่ผ่องแผ่ว เรื่องกามเป็นเรื่องที่ต้องดิ้นรนเรื่องกินเป็นเรื่องที่ต้องแสวงหา เรื่องเกียรติเป็นเรื่องที่ต้องแบกไว้ภาระที่ต้องแบกเกียรติเป็นเรื่องที่ใหญ่ยิ่งของมนุษย์ผู้หลงตนว่าเจริญแล้วในหมู่ชนที่เพ่งแต่ความเจริญทางด้านวัตถุนั้น จิตใจของเขาเร่าร้อนอยู่ตลอดเวลาไม่เคยประสบความสงบเย็นเลย เขายินดีที่จะมอบตัวให้จมอยู่ในคาวของโลกอย่างหลับหูหลับตาเขาพากันบ่นว่าหนักและเหน็ดเหนื่อย พร้อมๆกันนั้นเขาได้แบกก้อนหินวิ่งไปบนถนนแห่งชีวิตอย่างไม่รู้จักวาง”


“ ภายในอาคารมหึมาประดุจปราสาทแห่งกษัตริย์ มีลมพัดเย็นสบายแต่สถานที่เหล่านั้นมักบรรจุไปด้วยคนที่มีจิตใจเร่าร้อนเป็นไฟอยู่เป็นอันมากภาวะอย่างนั้นจะมีความสุขสู้ผู้มีใจสงบที่อยู่โคนไม้ได้อย่างไร ”


“ ความสุขนั้นอยู่ที่ความรู้สึกทางใจเป็นสำคัญ อย่างพวกเธออยู่ที่นี่มีแต่ความพอใจแม้กระท่อมจะมุงด้วยใบไม้ ก็มีความสุขกว่าอยู่ในพระราชฐานอันโอ่อ่าแน่นอนทีเดียวคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตนี้มิใช่คนใหญ่คนโต แต่เป็นคนที่รู้สึกว่าชีวิตของตนมีความสุขสงบเยือกเย็น ปราศจากความเร่าร้อนกระวนกระวาย ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภและยศนั้นเป็นเหยื่อของโลกที่น้อยคนนักจะสละละวางได้ จึงแย่งลาภและยศกันอยู่เสมอเหมือนปลาที่แย่งเหยื่อกันกิน แต่หารู้ไม่ว่าเหยื่อนั้นมีเบ็ดเกี่ยวอยู่ด้วยหรือเหมือนไก่ที่แย่งไส้เดือนกัน จิกตีกัน ทำลายกันจนพินาศกันทั้งสองฝ่าย น่าสังเวชสลดจิตยิ่งนักถ้ามนุษย์ในโลกนี้ลดความโลภลง มีการเผื่อแผ่เจือจานโอบอ้อมอารี ถ้าเขาลดโทสะลง มีความเห็นอกเห็นใจกันมีเมตตากรุณาต่อกัน และลดโมหะลง ไม่หลงงมงาย ใช้เหตุผลในการตัดสินปัญหาและดำเนินชีวิตโลกนี้จะน่าอยู่อีกมาก แต่ช่างเขาเถิดหน้าที่โดยตรงและเร่งด่วนของเธอ คือ ลดความโลภความโกรธและความหลงของเธอเองให้น้อยลง แล้วจะประสบความสุขเยือกเย็นขึ้นมาก เหมือนคนลดไข้ได้มากเท่าใดความสบายกายก็มีมากขึ้นเท่านั้น ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ยิ่งเจริญก็ดูเหมือนจะมีเสรีภาพน้อยลงทั้งทางกายและทางใจดูแล้วความสะดวกสบายและเสรีภาพของมนุษย์ยังสู้สัตว์เดรัจฉานบางประเภทไม่ได้ที่มันมีเสรีภาพที่จะทำอะไรตามใจชอบอยู่เสมอ ดูอย่างเช่น ฝูงวิหกนกกา มนุษย์เราเจริญกว่าสัตว์ตามที่มนุษย์เราเองชอบพูดกันแต่ดูเหมือนพวกเราจะมีความสุขน้อยกว่าสัตว์ ภาระใหญ่จะที่ต้องแบกไว้ คือ เรื่องกาม เรื่องกินและเรื่องเกียรติ สัตว์เดรัจฉานตัดไปได้อย่างหนึ่งคือเรื่องเกียรติ คงเหลือแต่เรื่องกามและเรื่องกินนักพรตอย่างพวกเธอนี้ตัดไปได้อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องกาม คงเหลือแต่เรื่องกินอย่างเดียวแต่การกินอย่างนักพรตกับการกินของผู้บริโภคกามก็ดูเหมือนจะบริโภคแตกต่างกันอยู่ผู้บริโภคกามและยังหนาแน่นอยู่ด้วยโลกียวิสัย บริโภคเพื่อยุกามให้กำเริบจะต้องกินให้มีเกียรติกินให้สมเกียรติ มิได้กินเพียงเพื่อให้ร่างกายนี้ดำรงอยู่ได้อย่างสมณะความจริงร่างกายคนเราไม่ได้ต้องการอาหารอะไรมากนัก เมื่อหิวก็ต้องการอาหารบำบัดความหิวเท่านั้นแต่เมื่อมีเกียรติเข้ามาบวกด้วย จึงกลายเป็นเรื่องกินอย่างเกียรติยศ และแล้วก็มีภาระตามมาอย่างหนักหน่วงคนจำนวนมากเบื่อเรื่องนี้แต่จำเป็นต้องทำ เหมือนโคหรือควายซึ่งเหนื่อยหน่ายต่อแอกและไถแต่จำใจต้องลากมันไป อนิจจา ”

------------------------------------------


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เครื่องจองจำที่ทำด้วยเชือก เหล็กหรือโซ่ตรวนใดๆเราไม่กล่าวว่าเป็นเครื่องจองจำที่แข็งแรงทนทานเลย แต่เครื่องจองจำ คือ บุตรภรรยาและทรัพย์สมบัตินี่แลตรึงมัดรัดผูกสัตว์ให้ติดอยู่ในภพอันไม่มีที่สิ้นสุด เครื่องผูกที่ผูกหย่อนๆคือ บุตร ภรรยาและทรัพย์สมบัตินี่เอง รูป เสียง กลิ่น รสและโผฏฐัพพะเป็นเหยื่อของโลกเมื่อบุคคลยังติดอยู่ในรูปเป็นต้นนั้น เขาจะพ้นจากโลกมิได้เลย ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย กลิ่นดอกไม้กลิ่นจันทน์ไม่สามารถหอมหวนทวนลมได้แต่กลิ่นแห่งเกียรติคุณความดีงามของสัตบุรุษนั้นแล สามารถจะหอมไปได้ทั้งตามลมและทวนลมคนดีย่อมมีเกียรติคุณฟุ้งขจรไปได้ทั่วทุกทิศ กลิ่นจันทน์แดง กลิ่นอุบล กลิ่นดอกมะลิจัดว่าเป็นดอกไม้กลิ่นหอม แต่ยังสู้กลิ่นศีลไม่ได้ กลิ่นศีลยอดเยี่ยมกว่ากลิ่นทั้งมวลถ้าภิกษุหวังจะให้เป็นที่รักที่เคารพ เป็นที่ยกย่องของเพื่อนพรหมจารีแล้วพึงเป็นผู้ทำตนให้สมบูรณ์ด้วยศีลเถิด ”


“ สัตว์โลกเมื่อเกิดมาย่อมนำความทุกข์ติดตัวมาด้วย ตราบใดที่เขายังไม่สลัดความพอใจในสังขารออกความทุกข์ก็ย่อมติดตามไปเสมอ เหมือนโคที่ยังมีแอกเกวียนครอบคออยู่ ล้อเกวียนย่อมติดตามไปทุกฝีก้าว ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติของจิตเป็นสิ่งดิ้นรนกลับกลอกง่าย บางคราวปรากฏเหมือนช้างตกมันพวกเธอจงเอาสติเป็นขอเหนียวรั้งช้าง คือจิตที่ดิ้นรนนี้ให้อยู่ในอำนาจบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดและควรแก่การสรรเสริญนั้นคือผู้ที่สามารถเอาชนะตนของตนเองไว้ในอำนาจได้สามารถเอาชนะตนเองได้ ผู้ชนะตนได้ชื่อว่าเป็นยอดนักรบในสงคราม เธอทั้งหลายจงเป็นยอดนักรบในสงครามเถิดอย่าเป็นผู้แพ้เลย ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้อดทนต่อคำล่วงเกินของผู้สูงกว่าก็เพราะความกลัวอดทนต่อคำล่วงเกินของผู้เสมอกันเพราะเห็นว่าพอสู้กันได้แต่ผู้ใดอดทนต่อคำล่วงเกินของผู้ซึ่งด้อยกว่าตนได้ เราเรียกความอดทนนั้นว่าสูงสุด ผู้มีความอดทน มีเมตตาย่อมเป็นผู้มีลาภ มียศ อยู่เป็นสุข เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อลืมตาขึ้นดูโลกเป็นครั้งแรกเราก็ร้องไห้พร้อมกำมือไว้แน่นเป็นสัญลักษณ์ว่าเกิดมาเพื่อจะหน่วงเหนี่ยวยึดถือ แต่เมื่อจะหลับตาลาโลกนั้นทุกคนแบมือออกเหมือนจะเตือนให้ผู้อยู่เบื้องหลังสำนึกและเป็นพยานว่าเขามิได้เอาอะไรไปด้วยเลย ”


“ เมื่อหัวใจยึดไว้ด้วยความรัก หัวใจนั้นจะสร้างความหวังขึ้นอย่างเจิดจ้า แต่ทุกครั้งที่เราหวังความผิดหวังก็จะรอเราอยู่ ”

“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาว่าไม้จันทน์แม้จะแห้งก็ไม่ทิ้งกลิ่น อัศวินก้าวลงสู่สนามก็ไม่ทิ้งลีลาอ้อยแม้เข้าสู่เครื่องยนต์แล้วก็ไม่ทิ้งรสหวาน บัณฑิตแม้ประสบความทุกข์ก็ไม่ทิ้งธรรม ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความตระหนี่ลาภเป็นความโง่เขลา เหมือนชาวนาที่ตระหนี่ไม่ยอมหว่านพันธุ์ข้าวลงในนาข้าวเปลือกที่หว่านลงแล้วหนึ่งเมล็ดย่อมให้ผลหนึ่งรวงฉันใด ทานที่บุคคลทำแล้วก็ฉันนั้นย่อมมีผลมากผลไพศาล คนดีมีทรัพย์แล้วย่อมบำรุงมารดา บิดา บุตร ภรรยา บ่าวไพร่ให้เป็นสุขบำรุงสมณะพรหมาจารย์ให้เป็นสุข เปรียบเสมือนสระโบกขรณีอันอยู่ไม่ไกลจากบ้านหรือนิคม มีท่าลงเรียบร้อยสะอาดเยือกเย็น น่ารื่นรมย์ มหาชนย่อมได้อาศัย นำไปอาบดื่มและใช้สอยตามต้องการโภคทรัพย์ของคนดีย่อมเป็นดังนี้ หาอยู่โดยเปล่าประโยชน์ไม่ ”


“ การเสียสละนั้น คือการได้มาซึ่งผลอันเลิศในบั้นปลาย ผู้ไม่ยอมเสียสละอะไรย่อมไม่ได้อะไร จงดูเถิดมนุษย์ทั้งหลายรดน้ำต้นไม้ที่โคนแต่ต้นไม้นั้นย่อมให้ผลที่ปลาย ”


“ บุคคลไม่ควรประมาทว่าบุญหรือบาปเพียงเล็กน้อยจะไม่ให้ผลหยาดน้ำที่ไหลลงทีละหยดยังทำให้แม่น้ำเต็มได้ฉันใด การสั่งสมบุญหรือบาปเพียงเล็กน้อยก็ฉันนั้นผู้สั่งสมบุญย่อมเปี่ยมล้นไปด้วยบุญ ผู้สั่งสมบาปย่อมเพียบแปล้ไปด้วยบาป ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันร่างกายนี้สะสมแต่ของสกปรกโสโครก มีสิ่งปฏิกูลไหลออกจากทวารทั้งเก้ามีช่องหูช่องจมูก เป็นต้น เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เล็กสัตว์น้อย เป็นป่าช้าแห่งซากสัตว์นานาชนิด เป็นรังแห่งโรคเป็นที่เก็บโรค อุปมาเหมือนถุงหนังซึ่งบรรจุเอาสิ่งโสโครกต่างๆเข้าไว้แล้วซึมออกมาเสมอๆเจ้าของกายจึงต้องชำระล้าง ขัดถูวันละหลายๆครั้ง เมื่อเว้นจากการชำระล้างแม้เพียงวันเดียวหรือสองวันกลิ่นเหม็นก็ปรากฏเป็นที่น่ารังเกียจ เป็นของน่าขยะแขยง ”


“ ดูกรอานนท์ บิณฑบาตทานที่มีอานิสงส์มาก มีผลไพศาล คือ เมื่อนางสุชาดาถวายเราก่อนตรัสรู้ครั้งหนึ่งและอีกครั้งหนึ่งที่จุนทะถวายนี้ ครั้งแรกเสวยอาหารของสุชาดาแล้วตถาคตก็ถึงซึ่งกิเลสนิพพานครั้งหลังนี้เสวยอาหารของจุนทะบุตรนายช่างทอง แล้วเราก็นิพพานด้วยขันธ-นิพพาน คือ ดับขันธ์อันเป็นวิบากที่ยังเหลืออยู่ ถ้าใครๆจะพึงตำหนิจุนทะ เธอพึงกล่าวให้เขาเข้าใจตามนี้ถ้าจุนทะพึงจะเดือดร้อนใจ เธอพึงกล่าวปลอบให้เขาหายกังวลใจเสียอาหารของจุนทะเป็นอาหารมื้อสุดท้ายสำหรับเรา ”


“ อานนท์เอ๋ย พึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าธรรมวินัยอันใดที่เราได้แสดงแล้ว บัญญัติแล้วขอให้ธรรมวินัยอันนั้นจงเป็นศาสดาของพวกเธอแทนเราต่อไป ”


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งเราแล้ว เราขอเตือนพวกเธอทั้งหลายให้จำมั่นไว้ว่าสิ่งทั้งปวงมีเสื่อมและสิ้นไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด ”


ย่างเข้าปัจฉิมยาม ณ ใต้ต้นสาละคู่แห่งกุสินารานครมีพระผู้มีพระภาคเจ้าพึงปรินิพพานอยู่ในที่นั้นและพรั่งพร้อมด้วยพุทธบริษัทเนืองแน่นเป็นปริมณฑลทอดไกลสุดสายตา พระธรรมที่พระองค์ทรงพร่ำสอนมาตลอดพระชนมชีพว่าสัตว์ทั้งหลายมีความตายเป็นที่สุดนั้น เป็นสัจธรรมที่ไม่ยกเว้นแม้แต่พระองค์เอง



ที่มา : http://www.facebook.com/akkadhammo2517




Create Date : 02 มกราคม 2555
Last Update : 2 มกราคม 2555 15:38:22 น. 47 comments
Counter : 876 Pageviews.

 



สวัสดีปีใหม่ 2555
เริ่มต้นชีวิตด้วยความดี คิดดี พูดดี ทำดี ตลอดปีและตลอดไป ชีวีรุ่งเรืองสดใส
ภยันตรายใดไม่แผ้วพาน สุขกาย สุขใจ สุขภาพแข็งแรงตลอดไปค่ะ

~*~ H a P P y N e W Y e a R 2012 ~*~



โดย: พ่อระนาด วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:15:44:51 น.  

 
Photobucket


โดย: คนที่ใช่ ในวันที่ผิด วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:17:07:07 น.  

 
ลงท้ายด้วย 7 หมดเลยอ่ะพี่ สวยจริง ๆ ด้วย อิอิ


โดย: คนที่ใช่ ในวันที่ผิด วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:18:33:29 น.  

 


โดย: สุนันยา วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:20:10:45 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:21:04:41 น.  

 
อนุโมทนาค่ะ คุณปุ๊ก

สวัสดีปีใหม่นะค่ะ
สุขกาย สุขใจ เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปค่ะ


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:21:37:03 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะน้องปุ๊ก

สุขสดชื่นสมหวัง
เปี่ยมด้วยพลังทั้งกายและใจค่ะ

แอมอร



โดย: peeamp วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:22:04:45 น.  

 


Happy New Year ค่ะ


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 3 มกราคม 2555 เวลา:13:16:14 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ ส่งใจอวยพร
เขียนเป็นคำกลอน ให้พรสุขี
ขอให้ทุกท่าน พ้นผ่านไพรี
อยู่ดีกินดี โชคดีตลอด
มั่งมีเงินทอง ข้าวของสินสอด
รายได้ตลอด ให้ปลอดโรคภัย
เรื่องเจ็บอย่าป่วย ความซวยห่างไกล
ทุกข์เข็ญจัญไร จงไกลห่างตัว
จงสุขสำราญ เบิกบานกันทั่ว
ความเลวความชั่ว ห่างตัวห่างใจ
จงมีแต่สุข เรื่องทุกข์อย่าใกล้
โชคดีปลอดภัย คนไทยทุกคน .....





โดย: kruchang tossapol วันที่: 3 มกราคม 2555 เวลา:17:50:57 น.  

 



สวัสดีปีใหม่ 2555 ย้อนหลังค่ะปุ๊ก

ขอให้วันใหม่ เดือนใหม่ ปีใหม่ เป็นวาระของกายที่แข็งแรง
จิตใจที่แจ่มใส เบิกบาน
ก้าวหน้ายิ่งขึ้นทั้งวิถีโลกและวิถีธรรม

เป็นวันใหม่ เวลาใหม่ ที่พร้อมรับพลังแห่งบุญ
สู่ความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ประสบแต่สิ่งที่ดีงาม สว่าง สงบ เย็น
และล่วงทุกข์ได้ด้วยธรรมโอสถค่ะ

HAPPY NEW YEAR 2012 ค่ะ



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 3 มกราคม 2555 เวลา:18:21:24 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 มกราคม 2555 เวลา:5:38:17 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ 2555 ครับ

ขอให้ปีใหม่นี้ พบเจอแต่สิ่งที่ ดี ขอให้จิตใจสงบ กายาแข็งแรง พบถึงที่หมายในเร็ววันด้วยนะครับ

บทความ พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน นี้เป็นบทที่ส่วนตัวแล้วชอบมาก อ่านแบบลึก ละเอียด ถึง นิพพานได้เลยครับ...


โดย: ผัสสะ วันที่: 4 มกราคม 2555 เวลา:11:11:33 น.  

 
นิมิตตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา
ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี

เป็นคนดี มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 8 มกราคม 2555 เวลา:13:36:12 น.  

 



สวัสดีค่ะคุณปุ๊ก


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 9 มกราคม 2555 เวลา:6:01:07 น.  

 
สวัสดีครับ


โดย: ในความฝันของใครสักคน วันที่: 9 มกราคม 2555 เวลา:8:21:19 น.  

 
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุเส

คนที่สมบูรณ์ด้วยความรู้และความประพฤติ
เป็นผู้ประเสริฐสุด ทั้งในหมู่มนุษย์และเทวดา

เป็นผู้ประเสริฐสุดในทุกที่ทุกสถาน ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 12 มกราคม 2555 เวลา:9:25:13 น.  

 


สวัสดีค่ะ..

แวะมาชวนขึ้นเขาคิชฌกูฏกันค่ะ..

ไปด้วยกันไหม๊..?




โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:22:26:00 น.  

 
แวะมาทักทายวันหยุดค่ะ
สบายดีนะคะ เราไม่ได้คุยกันนานเลยเนอะ
อากาศไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนา
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ^^


โดย: JinnyTent วันที่: 15 มกราคม 2555 เวลา:11:10:08 น.  

 
อุภินฺนมตฺถํ จรติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ
ปรํ สงฺกุปิตํ ญตฺวา โย สโต อุปสมฺมติ

ผู้ใดรู้ว่าคนอื่นโกรธแล้ว มีสติ ระงับได้ ผู้นั้นชื่อว่า
บำเพ็ญประโยชน์แก่คนถึง ๒ คน คือ ทั้งแก่ตนเอง และแก่คนอื่นนั้น

มีความสุขในการบำเพ็ญประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 16 มกราคม 2555 เวลา:11:31:27 น.  

 
ปญฺญา ว ธเนน เสยฺโย
ปัญญาแล ประเสริฐกว่าทรัพย์

ใช้ปัญญาในการดำเนินชีวิต เพื่อความสำเร็จและความสุข ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 17 มกราคม 2555 เวลา:12:34:32 น.  

 
สพฺพํ สุตมธีเยถ หินมุกฺกฏฐมชฺฌิมํ
สพฺพสฺส อตฺถํ ชาเนยฺย น จ สพฺพํ ปโยชเย
โหติ ตาทิสโก กาโล ยตฺถ อตฺถาวหํ สุตํ

อันความรู้ควรเรียนทุกอย่าง ไม่ว่าต่ำสูง หรือปานกลาง
ควรรู้ความหมาย เข้าใจทั้งหมด แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกอย่าง
วันหนึ่งจะถึงเวลาที่ความรู้นั้น นำมาซึ่งประโยชน์

มีความสุขกับการเรียนรู้ เพื่อยังประโยชน์ในภายหน้า ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 18 มกราคม 2555 เวลา:11:33:00 น.  

 
สุขที่สุดคือสุขจากความสงบ สาธุจ้ะ


โดย: JohnV วันที่: 18 มกราคม 2555 เวลา:15:07:32 น.  

 
สวัสดีครับคุณปุ๊ก
แวะเข้ามาทักทายและฟังเพลงเพราะๆ ครับ...เป็นไงบ้างครับ สบายดีไหมครับ


โดย: kruchang tossapol วันที่: 18 มกราคม 2555 เวลา:19:57:43 น.  

 

...เมื่อน้ำใสกระจ่างแจ๋ว ก็จะมองเห็นหอยกาบ หอยโข่ง กรวด ทราย และฝูงปลาได้ชัดเจน ฉันใด...

เอวํ อนาวิลมฺหิ จิตฺเต โส ปสฺสติ อตฺตทตฺถํ ปรตฺถํ

เมื่อจิตไม่ขุ่นมัว จึงจะมองเห็นประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่นได้ชัดเจน ฉันนั้น

มีความสุขกับการรักษาจิตมิให้ขุ่นมัวได้ ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 19 มกราคม 2555 เวลา:10:09:44 น.  

 

ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี
ปัญญา เป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ได้เล่าเรียน

ใช้ปัญญาคู่กับสติในการดำรงชีวิต ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 20 มกราคม 2555 เวลา:11:07:44 น.  

 
สุขสันต์วันตรุษจีนจ้ะเด็กดื้อ



โดย: JohnV วันที่: 20 มกราคม 2555 เวลา:12:41:03 น.  

 
สวสดียามบ่ายครับคุณปุ๊ก แวะเข้ามาทักทายน่ะครับ เป็นไงบ้างครับ สบายดีไหมครับ


โดย: kruchang tossapol วันที่: 20 มกราคม 2555 เวลา:16:28:00 น.  

 

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ ค่ะ


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 21 มกราคม 2555 เวลา:14:30:28 น.  

 



新正如意 新年发财

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้

ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ

คิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังสมปรารถนาในปีใหม่นี้
มีแต่ความสุขมั่งคั่ง โชคดีร่ำรวยตลอดปีค่ะปุ๊ก



โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:21:55:28 น.  

 
สวัสดีวันตรุษจีนครับคุณปุ๊ก
วันนี้แวะเข้ามาทักทายและส่งคำอวยพรดีๆ ครับ



万事如意 กงสี่ฟาไฉ ขอให้ร่ำรวย
万事如意 ว่านซื่อหยูอี้ สมความปรารถนา
财源广进 ไฉเหยียนกว่างจิ้น เงินทองไหลมา
年年有余 เหนียนเหนียนโหย่วหยวี๋ เหลือกินเหลือใช้
事事顺利 ซื่อซื่อซุ่นลี่ ทุกเรื่องราบรื่น,
金玉满堂 จินยวี้หม่านถัง ร่ำรวยเงินทอง
一本万利 อิ้เปิ่นว่านลี่ กำไรมากมาย
龙马精神 หลงหม่าจินเสิน สุขภาพแข็งแรง
好运年年 เห่ายวิ่นเหนียนเหนียนโชคดีตลอด


โดย: kruchang tossapol วันที่: 23 มกราคม 2555 เวลา:11:08:22 น.  

 


สวัสดีค่ะพี่ปุ๊ก ร่ำรวยๆ รวยๆ เงินทองไหลๆโชดดีๆนะค่ะ^^


โดย: mastana วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:11:21:21 น.  

 
ปญฺญาสหิโต นโร อิธ ทุกฺเข สุขานิ วินฺทติ
คนมีปัญญา ถึงแม้ตกทุกข์ แต่ก็ยังหาสุขพบ

มีความสุขในทุกสถานการณ์ของชีวิต ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:14:53:07 น.  

 
สวัสดียามค่ำครับคุณปุ๊ก เป็นจะไดพ่องครับ


โดย: kruchang tossapol วันที่: 25 มกราคม 2555 เวลา:18:39:57 น.  

 
ปญฺญา เจนํ ปสาสติ
ปัญญา เป็นเครื่องปกครองตัว

ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญารักษาตัว ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 26 มกราคม 2555 เวลา:10:01:00 น.  

 
อนฺโธ ยถา โชติมธิฏฐเหยฺย

ขาดตาปัญญาเสียแล้ว ก็เหมือนคนตาบอด
เหยียบลงไปได้ แม้กระทั่งไฟที่ส่องทาง

ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างนำทางชีวิต ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:10:56:30 น.  

 
ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา
ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ

คนมีปัญญา ถึงสิ้นทรัพย์ ก็ยังเป็นอยู่ได้
แต่เมื่อขาดปัญญา ถึงจะมีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้

ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขด้วยสติและปัญญา ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 30 มกราคม 2555 เวลา:10:32:44 น.  

 
เทวว ตาต ปทกานิ ยตฺถิ สพฺพํ ปติฏฐิตํ
อลทฺธสฺส จ โย ลาโภ ลทฺธสฺส จานุรกฺขนา

ผลประโยชน์ทั้งปวง ตั้งอยู่ที่หลัก ๒ ประการ
คือ การได้สิ่งที่ยังไม่ได้ และการรักษาสิ่งที่ได้แล้ว

ใช้ปัญญาในทางที่ถูกที่ควร เพื่อผลประโยชน์ทั้งปวง ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 31 มกราคม 2555 เวลา:13:47:35 น.  

 
น หิ จินฺตามยา โภคา อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา

โภคะของใคร ไม่ว่าสตรีหรือบุรุษ ที่จะสำเร็จเพียงด้วยคิดเอา ย่อมไม่มี

ขยันหมั่นเพียรในการงานที่ถูกที่ควร ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:26:31 น.  

 
ราโค โทโส มโท โมโห ยตฺถ ปญฺญา น คาธติ

ราคะ โทสะ ความมัวเมา และโมหะ เข้าที่ไหน
ปัญญาย่อมเข้าไม่ถึงที่นั่น

ขอบคุณทุกคำอวยพรที่มอบให้ปอป้า
ขอให้พรนั้น สนองตอบกลับปุ๊กและครอบครัวร้อยเท่าพันทวี

มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขทั้งกายและใจ ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:07:48 น.  

 
อุฏฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ อปฺปมตฺโต วิธานวา
สมํ กปฺเปติ ชีวิตํ สมุภตํ อนุรกฺขติ

ขยันทำงาน ไม่ประมาท ฉลาดในวิธีจัดการ เลี้ยงชีพแต่พอดี
ย่อมรักษาทรัพย์สมบัติให้คงอยู่และเพิ่มทวีได้

ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:00:29 น.  

 
ปญฺญาชีวึ ชีวิตมาหุ เสฏฐํ
ปราชญ์ว่า ชีวิตที่อยู่ด้วยปัญญา ประเสริฐสุด

พัฒนาปัญญาในทางที่ถูกที่ควร ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:42:35 น.  

 
สกมฺมุนา โหติ ผลูปปตฺติ
ความอุบัติแห่งผล ย่อมมีได้ด้วยการกระทำของตน

คิดดี พูดดี ทำดี เพื่อผลที่ออกมาดี ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:58:25 น.  

 
วายเมเถว ปุริโส ยาว อตฺถสฺส นิปฺปทา

เป็นคนควรพยายามเรื่อยไป จนกว่าผลที่หมายจะสำเร็จ

มีความสุขกับผลแห่งความพยายามในกิจอันสุจริต ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:44:32 น.  

 
.....คนโง่ ถึงมียศ ก็กลายเป็นทาสของคนมีปัญญา เมื่อมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น.....

ยํ ปณฺฑิโต นิปุณํ สํวิเธติ สมฺโมหมาปชฺชติ ตตฺถ พาโล

บัณฑิตจัดการเรื่องใดอันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนโง่ย่อมถึงความหลงใหลในเรื่องนั้น

....ข้าพเจ้ามองเห็นเหตุผลนี้ จึงกล่าวว่า.....

ปญฺโญว เสยฺโย น ยัสสฺสิ พาโล

คนมีปัญญาประเสริฐกว่า คนโง่ถึงจะมียศก็หาประเสริฐไม่

หมั่นพัฒนาปัญญาเพื่อความประเสริฐแห่งตน ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:26:43 น.  

 



Happy Valentine's Day
วันแห่งความสุขด้วยรัก วันแห่งมิตรไมตรีและเอื้ออาทร
ป้าขอถือโอกาสนี้มอบกุหลาบแทนความปรารถนาดีที่มีต่อกันค่ะปุ๊ก




โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:04:53 น.  

 
นตฺถิ ปญฺญา อฌายิโน
ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ

พิจารณาทุกสิ่งในชีวิตด้วยสติและปัญญา ตลอดไป...นะคะ




วาเลนไทม์นี้ ปอป้าขอมอบหัวใจมิรู้โรยให้เพื่อนบล๊อกทุกท่าน
ขอให้รักและมิตรภาพของหมู่เฮาอย่าได้โรยรา ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:42:30 น.  

 
นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา
แสงสว่างเสมอด้วยปัญญา ไม่มี

รักษาแสงสว่างแห่งชีวิตไว้ ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:01:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พ่อระนาด
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพียรฝึกตนใฝ่รู้ หลักธรรม

จิตเพ่งคิดจดจำ บ่มไว้

หมายเพียรมุ่งตัดกรรม วัฏฏะ

หวังสละจิตสุดท้าย ดิ่งเข้านิพพาน..

Friends' blogs
[Add พ่อระนาด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.