จงทำสิ่งที่คุณทำได้...ด้วยสิ่งที่คุณมี...ณ จุดที่คุณยืนอยู่ - ธีโอดอร์ รูสเวลท์
Uploaded with ImageShack.us
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
25 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
ฝันเฟื่องใต้ต้นมะเฟืองหวาน



บ้านเพิงพเยีย







มะเฟืองข้างบ้านต้นนี้แหละเขียนถึง








(จักรยานคันนี้ที่หายไป)





แค่เปลญวนใต้ต้นไม้ ถ้าเราพอใจก็เหมือนนอนเล่นในวิมานแล้ว





ถ้อยคำของนโปเลียน ฮิลล์ผมเขียนไว้ที่ประตูเข้าบ้าน
เพราะคำพูดประโยคนี้ที่ทำให้ผมลุกขึ้นมาได้













ผมยังจำเหตุผลที่ผมตัดสินใจซื้อมะเฟืองต้นนี้มาจากสวนจตุจักรได้ดี เป็นเพราะความรู้สึกฝังใจในวัยเด็กที่เคยไปเที่ยวสวนบ้านเพื่อนแล้วเห็นลูกมะเฟืองห้อยระโยงระยางอยู่เต็มต้น ลูกสุกสีเหลืองทองอร่าม ส่วนลูกที่ยังดิบอยู่ก็เขียวสดรูปทรงเป็นแฉกสวยงาม ซ้ำยังมีรสหวานอมเปรี้ยวที่ถูกใจนัก

ตอนผมย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ใหม่ๆ ผมซื้อต้นไม้หลายชนิดมาปลูกในสวนเล็กๆข้างบ้าน มะเฟืองต้นนี้ก็นับว่าเป็นต้นไม้รุ่นแรกที่เริ่มปลูก และพูดได้ว่ามันเป็นต้นไม้ในบ้านผมต้นเดียวที่ออกดอกออกผลจนกระทั่งเหลือกินแบ่งปันเพื่อนบ้านได้ ซ้ำยามที่ลูกดกมากๆกินไม่ทันก็หล่นลงพื้นเต็มไปหมด

ต้นมะม่วงเขียวเสวยที่ซื้อมาพร้อมกันกลับแคระแกร็น ไม่เคยออกลูกให้เห็นสักลูก แม้แต่ช่อก็ยังไม่เคยผลิ ผมเลยเลือกที่จะเด็ดยอดอ่อนมะม่วงไปจิ้มน้ำพริกแทนที่จะรอกินลูกของมัน ต้นมะดันที่ปลูกรุ่นราวคราวเดียวก็เช่นกัน ออกแต่ใบเต็มต้นนานๆจะมีลูกให้เห็นสักครั้ง แต่ก็แทบจะไม่ค่อยได้เห็นลูกมันเอาเสียเลย

ต้นมะเฟืองหวานของผมจึงเป็นพระเอกในสวนข้างบ้าน เพราะมันสูงกว่าต้นไม้ต้นอื่นๆ นอกจากให้ร่มเงาแล้วยังออกลูกมาให้กินได้ ซ้ำยังมีรสหวานเจี๊ยบ เพื่อยืนยันความจริงที่คนขายเคยบอกกับผมไว้ว่ามันเป็นมะเฟืองหวาน นับว่าเป็นเวลานานพอสมควรที่กว่าผมจะรู้ว่าพ่อค้าคนนั้นพูดความจริง

เพราะว่าตอนที่ผมซื้อนั้นต้นมันเล็กอยู่ ความสูงไม่ถึง 1 ฟุต ผมไม่มีทางใดจะพิสูจน์ความจริงได้ก่อนเลยว่า ต้นมะเฟืองต้นนี้มีรสหวานอย่างที่เขาบอกหรือไม่ ผมซื้อเพราะผมเชื่อในคำพูดของเขาเท่านั้น !

ผมดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยมันเหมือนต้นไม้ต้นอื่นๆ ไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ ถ้าจะเทียบอายุมันแล้วก็พอๆกับอายุบ้านหลังนี้ บริเวณโคนต้นที่ลูกสุกร่วงหล่นลงมา อีกไม่นานก็จะมีต้นเล็กๆงอกขึ้นที่พื้นดิน เพื่อนบ้านบางคนก็มาขอไปปลูกบ้าง บางต้นก็ตายไปตามยถากรรมเพราะผมไม่ได้ใส่ใจที่อยากจะได้ต้นมะเฟืองใหม่ในสวนนี้อีก

เมื่อราว 4 – 5 ปีที่ผ่านมา…ผมกับภรรยาขวนขวายหารายได้เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ด้วยการให้ภรรยาผมทอดปลากรอบขายในยามว่างจากงานประจำ ที่มุมหนึ่งในสวนเราทำพื้นที่เล็กๆและทำหลังคาขึ้นมาเพื่อเป็นที่ทอดปลากรอบ บนหลังคาเราก็ทำปล่องสังกะสีสูงขึ้นไปเพื่อให้ถูกสุขลักษณะ เวลาทอดปลากลิ่นของมันก็จะถูกลมพัดขึ้นไปตามปล่องแล้วลอยไป ไม่รบกวนเพื่อนบ้าน

หลังคาที่สร้างขึ้นใหม่เบียดกับต้นมะเฟืองพอดี หลังจากที่สร้างหลังคาขึ้นมาดูเหมือนว่าต้นมะเฟืองที่ถูกเบียดจะรีบเติบโตอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้ากิ่งและใบของมันก็ไปปกคลุมหลังคาและยังช่วยบดบังปล่องสังกะสีนั้น ทำให้มองดูนุ่มนวลขึ้น

ทั้งที่ผมเป็นคนปลูกมันมากับมือ แต่พอมีลูกออกมาแล้วผมกลับไม่ได้พิศวาสรสชาติอะไรของมันนัก เพราะรสมันหวานจัดไม่อมเปรี้ยวเหมือนตอนที่ผมเคยได้กินที่สวนของบ้านเพื่อนเมื่อตอนเป็นเด็ก แต่รสชาติหวานเจี้ยบของมันเป็นที่ถูกปากถูกใจของภรรยาผมและเพื่อนบ้านนัก
เมื่อเธอมีเวลาเธอก็จะเลือกมะเฟืองลูกสวยๆมาฝานเป็นชิ้นรูปดาวขนาดพอคำ แล้วแช่ตู้เย็นให้เย็นเจี๊ยบจิ้มกับพลิกเกลือ เป็นของกินเล่นที่เห็นแล้วชวนให้น้ำลายสอดีนัก

มีอยู่ครั้งหนึ่งต้นมันถูกเพลี้ยลงเต็มต้น ผมตัดสินใจตัดกิ่งก้านและใบออกจนโกร๋น ในช่วงนั้นเองมีอยู่วันหนึ่งขณะที่ภรรยาผมทอดปลาในวันหยุดตอนกลางวัน เธอบ่นว่าวันนี้รู้สึกร้อนอบอ้าวเหลือเกิน เป็นจังหวะที่ผมเห็นต้นมะเฟืองที่อยู่ในทรงโกร๋นก็ให้ฉุกคิดขึ้นได้ว่า เป็นเพราะผมตัดกิ่งใบของมะเฟืองออกนั่นเอง จึงทำให้อากาศร้อนอบอ้าว

เพราะในช่วงที่ต้นมะเฟืองเต็มไปด้วยกิ่งและใบ สถานที่เดียวที่ยืนอยู่กันตรงนี้จะร่มเย็นกว่าขณะนี้อย่างเห็นได้ชัด ผมเองก็ยังสัมผัสได้ ขนาดตัดต้นไม้ต้นเดียวข้างบ้าน ยังทำให้อากาศข้างบ้านร้อนขึ้นได้ขนาดนี้ ถ้าต้นไม้ในทั้งป่าถูกทำลายหมดโลกนี้จะร้อนขึ้นขนาดไหนหนอ ?

ผมเคยฝันเล่นๆว่าประเทศไทยน่าจะมีกฏหมายให้ประชาชนทุกคน ต้องมีต้นไม้เป็นของตัวเองอย่างน้อยคนละหนึ่งต้น ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ยืนต้นหรือไม้ล้มลุกก็ตาม แล้วแต่ผู้เป็นเจ้าของมีสิทธ์เลือก ใครไม่มีต้นไม้เป็นของตัวเองจะถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนจะถูกปรับหรือถูกจับอย่างไรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แม้คนยากจนข้นแค้นอย่างไรก็จะต้องมีต้นไม้เป็นของตัวเอง ไม่มีพื้นที่ก็จะมีที่ทางรัฐจัดไว้ให้ปลูก แต่จะต้องมีหน้าที่ดูแลต้นไม้ไม่ให้ตาย หากใครทำต้นไม้ตายก็จะต้องหาต้นไม้ต้นใหม่มาดูแลต่อไปอีก

มันก็แค่ฝันเฟื่องของคนรักต้นไม้คนหนึ่ง ความฝันบางอย่างก็มีเอาไว้แค่ฝันเล่นๆเท่านั้นแหละ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีทางเป็นความจริงได้หรอก !



-----------------------------





ผมเขียนเรื่องข้างบนนี้ไว้ราว 6-7 ปีที่ผ่านมาแล้ว
ไม่ว่าเวลาจะผ่านเลยไปนานเพียงไร
ใจผมก็ยังรักต้นไม้เหมือนเดิม

เมื่อเร็วๆนี้ผมตั้งใจปลูกต้นไม้ถวายในหลวงไว้ที่ดอยวาวี
คลิกชม>>ด้วยรักและลงมือทำ


และเมื่อไม่กี่วันนี้ผมทราบข่าวเรื่อง 1 ล้านกล้าถวายพ่อของปตท.
คลิกชม >> 1 ล้านกล้าถวายพ่อ

ผมรู้สึกดีใจที่คนไทยส่วนใหญ่หันมาสนใจร่วมปลูกต้นไม้กัน
และหวังว่าคงไม่เป็นเพียงแฟชั่นหรือกระแสเท่านั้น

รักต้นไม้รับรองว่าไม่มีคำว่าผิดหวัง
ต้นไม้ไม่ทำให้อกหักได้เหมือนคน










Create Date : 25 มิถุนายน 2553
Last Update : 25 มิถุนายน 2553 8:31:51 น. 57 comments
Counter : 2059 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะพี่โดม จากเรื่อง
ต้นไม้กลายมาเป็นเรื่อง
ของความรักชอบจังที่พี่โดม
บอกว่า " ต้นไม้ไม่ทำให้
อกหักได้เหมือนคน "

แต่ตอนนี้พอต้นมะนาวของ
ปรายไม่มีลูกมะนาวเหมือน
เมื่อก่อน ปรายก็รู้สึกอกหัก
ยังไงไม่รู้?


โดย: ปราย IP: 118.172.172.123 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:8:26:42 น.  

 
ต้นไม้ไม่ทำให้อกหักได้เหมือนคน
น่าสนใจในคำพูดนี้

ทำไมละ
เป็นเพราใจคนเราไม่ใช่รึ
ที่คิดหวังต่าง ๆ นาๆ
พอไม่ได้อย่างที่หวัง
ก็รู้สึก เสียใจ
สูญเสียความมั่นใจ

จริง ๆ แล้วต้นไม้
ก็เหมือนกับคน
ต้องการการดูแลเอาใจใส่
แค่เราเห็นต้นไม้เจริญเติบโต งอกงาม
เราก็มีความสุข
แล้วคนรักของเรา
ถ้าเราแค่อยากจะเห็น
เค้ามีความสุข
ไม่คาดหวังอะไรมาก
เราก็คง ไม่อกหัก
ไม่เสียใจ

พอใจในสิ่งที่มีอยู่และสิ่งที่เป็นไป


โดย: ดอกหญ้าสีม่วง IP: 114.128.106.26 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:8:57:47 น.  

 

ชอบต้นไม้
ชอบเปลญวน
ชอบถ้อยคำของนโปเลียน
ชอบเขาสัตว์ที่แต่งบ้าน มุมนั่งเล่น
ชอบความร่มเย็นจากกิ่งใบมะเฟือง

ชอบเรื่องที่เขียน
ชอบ
ชอบ
และ
ชอบประโยคสุดท้าย
แต่..ไม่เชื่อ

มีจริงเหรอคะ
คนที่ไม่เคยอกหักน่ะ




โดย: มะเฟืองเฟื่องฝัน IP: 118.172.63.171 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:10:08:54 น.  

 
ใครนั่งรถจากอนุสาวรีย์หลักสี่มุ่งตรงไปยังแจ้งวัฒนะผ่านราชภัฎพระนครอยู่ฝั่งซ้าย แล้วมองไปทางฝั่งขวาจะเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่มีต้นโพธิ์สูง ๆ ขึ้นเยอะมาก ทั้งริมถนนและที่ถัดเข้าไปด้านใน แต่ปีที่แล้ว มีต้นหนึ่งใหญ่ขนาด 3 -4 คนโอบริมถนนถูกตัดโค่น เสียดายมาก เหมือนเจ้าของร้านจะขยายพื้นที่ทำกิจการอะไรสักอย่าง


โดย: J IP: 58.136.224.217 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:10:59:17 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:11:06:31 น.  

 
ที่บ้านมีต้นชมพู่ต้นนึงค่ะ
มันขยันออกลูกมากแต่เพราะที่บ้านไม่ได้ฉีดยากันแมลง
ลูกที่เต็มต้นเลยไม่ได้ได้ทานมันเลย
นอกจากจะเป็นอาหารของแมลงและเป็ด
แต่ก็ยังไม่คิดจะโค่นมันออกเพราะมันคือร่มเงาที่ดีมากๆ
แถมยังมีนกมาอยู่อาศัยมากมายอีกด้วย


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:13:22:10 น.  

 
ผมพึ่งอ่าน "ควันไฟและสายรุ่ง" จบไปเมื่อวันก่อน พอมาเห็นรูปกับอ่านฝันเฟื่อนใต้ต้นมะเฟืองหวาน รู้เลยว่า พี่โดมรักต้นไม้ขนาดไหน ไม่รู้ตอนนี้ยังพอเหลือกล้ามะเฟืองหวานอีกป่าวครับ


โดย: ดอกหญ้า บนทางดิน วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:14:59:44 น.  

 
มองว่ามะเฟืองเป็นต้นไม้โรแมนติก...
มีดอกกระจิดริดเป็นช่อสีชมพูอมม่วง
เกาะติดตามกิ่งก้านไปทั่วต้น
ดูมีเสน่ห์เฉพาะตัว
เหมือนเป็นไม้ดอกมากกว่าไม้ผล

เมื่อติดผลก็เป็นรูปแฉกสวยงาม
จากสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล...ถึงเหลืองทอง
เวลาสอยจะเลือกไม่ถูกว่าจะเก็บลูกไหนก่อนดี
เพราะละลานตาเต็มต้นไปหมด

เมื่อเอามาฝานขวางก็เป็นรูปดาวอย่างอัศจรรย์
รสชาติก็ ฮึมม..อร่อย หวานชื่นใจ

ปลูกต้นไม้กันคนละต้นนะคะ
จะได้ร่มรื่นทั้งกายและใจ...

ถ้าต้องการกล้ามะเฟืองบ้านพ่อพเยีย
ตอนนี้ใต้ต้นมีกล้าแข็งแรงให้ขุดไปปลูกต่อได้เป็นสิบต้นเลยค่ะ ^__^


โดย: แก้วเจียระไนย IP: 192.168.51.74, 58.136.74.208 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:16:09:37 น.  

 
เรื่องฝันเฟื่องใต้ต้นมะเฟืองหวาน เป็นเรื่องโปรดของหนูแป้งเธอเลยล่ะ

จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่ได้ไปเก็บมะเฟืองหวานที่บ้านลุงโดม ถึงแม้จะเป็นลูกเล็ก ๆ แต่เธอก็รูสึกตื่นเต้นและมีความสุข

จากวันนั้นถึงวันนี้ก็หลายปีแล้วล่ะ

แต่เธอก็ยังเก็บหนังสือ "ริมรั้วหัวใจ" ปกเขียว ที่มีเรื่องของมะเฟืองหวานไว้ในลิ้นชักหนังสือเรียน (และในลิ้นชักแห่งความทรงจำ) วันดีคืนนี้ก็ยังหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความชื่นบาน

พอรู้ว่าลุงโดมกำลังซ่อมบ้าน เธอก็บอกว่าอยากไปเที่ยวบ้านลุงโดมอีกครั้ง และอยากเจอป้ากล้วยและพี่พเยียด้วยค่ะ

คงไม่เป็นการฝันเฟื่องจนเกินไปเนอะ


โดย: หนอนฯ IP: 10.20.3.30, 202.28.180.202 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:16:40:16 น.  

 
น้าโดม... น้าเขียนถึงต้นมะเฟืองแล้วทำให้หนูนึกอยากจับมาหั่นแช่เย็นๆ จิ้มกินกับพริกน้ำตาลเกลือเสียจริง อึ๊ยยย นึกแล้วน้ำลายสอ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:16:40:43 น.  

 
สวัสดีครับทุกๆท่าน

วันนี้ผมง่วนอยู่กับการจัดเรียงหนังสือทั้งวัน กว่าจะเสร็จก็เย็นย่ำพอดี
พอมาเปิดบล็อก โอ้โฮ...ดีใจที่เห็นคอมเม้นท์ของทุกๆท่าน

เป็นความสุขเล็กๆของคนเขียนบล็อกครับ

สวัสดีจ้ะหนูปราย

ช่วงนี้ยังไม่ได้เข้าไปอ่านนิยายรักของหนูที่บล็อกนักล่าน้ำตกเลยนะ

ยังยุ่งๆอยู่

ประโยคที่ว่า..."รักต้นไม้รับรองว่าไม่มีคำว่าผิดหวัง
ต้นไม้ไม่ทำให้ อกหักได้เหมือนคน"

ก็พูดๆไปงั้นแหละ...รักต้นไม้น่ะก็ดีไปอย่างเย็นใจไม่รุ่มร้อน และมันก็บ่นไม่เป็นด้วย

สวัสดีครับดอกหญ้าสีม่วง

ไม่รู้คุณเกิดทันสุภาษิตเชยๆประโยคนี้หรือเปล่านะ "อกหักดีกว่ารักไม่เป็น"

ความรักประเภทที่อยากเห็นเขามีความสุขโดยไม่เรียกร้องสิ่งใดนั้น
เป็นความรักที่ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นอีก

ดีจังเลยครับ !
ถ้ารักใครด้วยความรู้สึกแบบนั้น - หนักไปทางเมตตาแล้วครับ !

เพราะเมตตาแปลว่า ปรารถนาให้เธอเป็นสุข


สวัสดีครับคุณมะเฟืองเฟื่องฝัน

สงสัยคุณอ่านเร็วไปหน่อย

ชอบประโยคสุดท้าย
แต่..ไม่เชื่อ

มีจริงเหรอคะ
คน ที่ไม่เคยอกหักน่ะ


ผมไม่ได้เขียนอะไรที่คุณเข้าใจแบบนั้นเสียหน่อย

สวัสดีครับคุณ J

ต้นไม้ต้นหนึ่งกว่าจะโตใช้เวลานานมาก แต่เวลาตัดแป๊บเดียวเอง

ผมเองก็รู้สึกเสียดายทุกครั้งที่เห็นคนโค่นต้นไม้ใหญ่


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:18:37:28 น.  

 
สวัสดีตอนเย็นครับคุณหาแฟนตัวเป็นเกลียว

หาแฟนเจอหรือยังครับ ?

สวัสดีจะมัยดีนาห์

ที่ดอยวาวีอาก็ปลูกต้นชมพูมะเหมี่ยวไว้เหมือนกัน ชอบใบและลูกมันสวยดี

ต้นไม้มีแต่ให้มนุษย์ทุกอย่างเลย - - ลองพิจารณาดูสิ

สวัสดีครับคุณดอกหญ้า บนทางดิน

ต้นกล้ามะเฟืองน่าจะพอหาได้ เพราะไม่ต้องเพาะ มันร่วงหล่นลงมาก็งอกเอง

เมื่อสองสามวันนี้ผมต้องดค่นต้นที่สูงทิ้งต้นหนึ่ง เพราะมันไปขึ้นติดกับรั้วเพื่อนบ้าน เกรงว่าดตมีลูกแล้วจะมีปัญหา เสียดายก็เสียดายแต่ก็จำใจต้องตัดทิ้งถึงโคน


สวัสดีจะแก้วเจียระไนย

บอกแล้วให้ไปเขียนหนังสือก็ไม่ยอมลงมือสักที

ปีนี้น่าจะลงมือเขียนได้แล้วนะ
เพราะดูสำนวนแล้วน่าจะเขียนหนังสือได้ ถ้าเอาจริง


อย่างน้อยเวลาเป็นคนเขียนหนังสือจะได้เข้าใจคนเขียนหนังสือมากขึ้น

สวัสดีจ้ะหนอนฯ

ยังจำได้ว่าหนูแป้งชอบเรื่องนี้

ชอบตอนที่ฝานเป็นรูปดาวแช่ตู้เย็นแล้วจิ้มพริกเกลือนั่นแหละ



โดย: พ่อพเยีย วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:18:47:49 น.  

 
สวัสดีจ้ะแพนด้ามหาภัย

ได้ข่าวว่ากลับมาเมืองไทยแล้วใช่ไหม ? ช่วงนี้น้าไม่ได้ไปเยี่ยมที่บล็อกเลย พูดถึงมะเฟืองจิ้มเกลือแล้วน้ำลายสอ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:18:49:13 น.  

 

แวะมาอ่าน
แล้วนึกอยากทานมะเฟืองหวานจังค่ะพี่โดม
เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปซื้อมาทานค่ะ
แวะมาช่วยเชียร์บราซิล 3 ทุ่มค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:20:46:06 น.  

 
ทางเหนือของเรา

ก็มีประเพณีให้เด็กแรกเกิดฝากตัวเป็นลูกของต้นไม้ 1 ต้น และต้องดูแลต้นไม้ต้นนั้นเป็นอย่างดีตลอดชีวิต ด้วยนะครับ

จำไม่ได้ว่าเป็นชาวเขาเผ่าไหน



โดย: วั ล น์ ภ พ IP: 118.173.62.2 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:20:52:55 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โดมนิยายที่ปราย
เขียน ปรายเขียนถึงแง่มุม
ของความรักทุกรูปแบบ
เหมือนกับว่าเรากำลังดูหนัง
เรื่อง Minute of love

เล่าย่อๆให้พี่โดมฟังนิดนึง
ค่ะ เป็นเรื่องของนักร้องที่
ชื่อเจฟกับเจน ทั้ง 2 คน
ต้องคอยรับมือกับพวก
นักข่าวปาปารัซซี่ รวมถึง
มีเรื่องความรักเข้ามา
เกี่ยวข้องด้วย...

และกล่าวถึงอีกครอบครัว
หนึ่งที่เปิดร้านขายกาแฟ
และขายขนมไปด้วย...
และทั้งหมดต้องเข้ามาเกี่ยว
ข้องกัน ทั้งมาในรูปแบบ
เรื่องการทำงานและเรื่อง
ความรัก หลังจากนั้นจะเป็น
อย่างไรต้องติดตามค่ะ...

เรื่องนี้มีความรักหลายรูป
แบบรักต่างวัย รักเพศเดียว
กัน และรักที่สายไป กว่าจะ
รู้ใจตัวเองเค้าก็ตายไปแล้ว



โดย: ปราย IP: 118.172.181.190 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:21:00:33 น.  

 
สวัสดีครับคุณอุ้มสี

ฟุตบอลลโลกปีนี้เชียร์ทีมไหน - - ?

สวัสดีครับคุณวั ล น์ ภพ


เคยได้ยินมาเหมือนกัน แต่ไม่ยืนยัน เมื่อซักถามเอาข้อมูลจริงๆ บางคนก็ว่าเป็นชาวอาข่า เพราะเมื่อตายแล้วจะต้องใช้ทำโลง

แต่ถ้าทุกคนบนดอยมีต้นไม้ประจำตัวจริงๆ ดอยคงไม่โล่งเตียนหรอก คนเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ป่าไม้เหลือน้อยลง

สวัสดีจ้ะหนูปราย

โอ้...โฮ เขียนถึงความรักได้หลายรูปแบบจัง

สงสัยรู้จักความรักหลายรูปแบบมาจริงๆ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 26 มิถุนายน 2553 เวลา:9:13:01 น.  

 
บ้านคุณโดม ร่มรื่นน่าอยู่จังค่ะ ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเคยปลูกไว้ต้นหนึ่ง พ่อขุดหลุมให้ด้วยนะ พอถึงฤดูร้อนมันก็ตาย เพราะไม่ได้อยู่ดูแล อยากได้มะเฟืองมาปลูกใหม่ แต่หายาก ใช้เมล็ดเพาะจะขึ้นไหม แล้วใช้เวลานานเท่าไหร่กว่ามันจะให้ผล ไม่ได้อยากกินหรอกนะ แต่ชอบผลมันสวยดี เอาไว้ดูเล่น อีกอย่างชอบที่จะให้นกมันมาจิกกิน
นครสวรรค์ฝนกำลังตกปรอยๆ ค่ะคุณโดม


โดย: nop IP: 222.123.238.162 วันที่: 26 มิถุนายน 2553 เวลา:16:24:11 น.  

 
หวัดดีค่ะ คุณโดม

คุณแม่ท่านชอบทานมะเฟืองหวาน รวมทั้งแก้วมังกรและผลไม้สดอีกหลายชนิด

นับว่าคนไทยโชคดีมากที่มีผลไม้รสชาติอร่อยมากมายหลายชนิด ในขณะที่ตัวเองกลับทานมะเฟืองหวานและแก้วมังกรไม่เป็นซะงั้น
แต่ชอบทุเรียนและเงาะแทน

ชอบปลูกต้นไม้เช่นกันค่ะ สมัยก่อนชอบไม้ใบ มาถึงเดี๋ยวนี้ชอบไม้ดอกมากกว่า โดยเฉพาะชบาและกล้วยไม้ เพราะออกดอกง่าย สีสวยดี ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคจากแมลงน่ะค่ะ

ปกติต้องทำงานที่เครียดมากอยู่ตลอดเวลา เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วได้ดูแลต้นไม้ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขขึ้น รู้สึกเหมือนมีใครหลายคนรอคอยเราอยู่ที่บ้านเสมอ

หลายครั้งที่รู้สึกผิดเมื่อไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ต้นไม้เท่าที่ควร แต่พวกเขาก็ยังผลิดอกออกใบมาให้ชื่นชมอยู่เสมอ

ส่วนลูกสาวนั้นเคยคิดที่จะให้น้องเขามีต้นไม้เป็นของตัวเอง แต่ไม่สำเร็จเพราะเคยมีครั้งหนึ่งช่วงที่เขานั่งลงใส่รองเท้ารัดส้นที่เชิงบันไดบ้านพักสมัยอยู่จังหวัดยะลานั้น บังเอิญว่าโดนหนามอันแหลมคมของต้นแคตตัสทิ่มตำก้นเอาน่ะค่ะ หลังจากนั้นสังเกตได้ว่าน้องเขาไม่ยอมยุ่งเกี่ยวกับต้นไม้ทุกชนิดอีกเลย

แต่ก็มีเรื่องขำคราวที่มีการตัดต้นไม้ใหญ่หน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี น้องเขายืนด่าดัง ๆ บริเวณซากต้นไม้ใหญ่ว่า "ตั้งแต่เกิดมาเคยปลูกต้นไม้มากี่ต้นน่ะ ทำไมถึงได้สั่งโค่นต้นไม้จนเหี้ยนเต้ซะขนาดนี้"


โดย: บินหลาแสนสวย IP: 118.173.182.71 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:5:09:24 น.  

 

มะเฟืองว่าหวาน

อ้อยใจหวานกว่า ชริ ชริ


โดย: pi IP: 114.128.107.89 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:9:44:38 น.  

 
สวัสดีครับคุณ nop

มะเฟืองปลูกง่ายมาก ใช้เมล็ดมันเพาะก็ขึ้น

ที่บ้านผมปลุกต้นเดียว แต่ต้นต่อๆมามันขึ้นเองจนต้องขุดทิ้งเพราะมีเนื้อที่น้อย

แบ่งให้เพื่อนบ้านเอาไปปลูกบ้าง บางคนเอาไปปลุกถึงต่างจังหวัดที่ไกลออกไปอีก

เขาเล่าให้ฟังว่าออกลุกแล้ว - แค่นี้เรายังดีใจเลย


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:9:46:41 น.  

 
สวัสดีครับคุณบิหลาแสนสวย


ความสุขบางอย่างเป็นเรื่องง่ายๆและใกล้ตัวจริงๆ

ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง กว่าเขาจะรู้ว่าเป็นคนรักต้นไม้ก็ต่อเมื่อก็ลูกโตเป็นหนุ่มแล้ว

เธอบอกว่าไม่รู้เป็นอะไรเวลาอยู่กับต้นไม้หรืออยู่ในสวนแล้วรู้สึกมีความสุขกว่าเดินห้างเสียอีก

หรือไม่ลองสังเกตเวลาเราอยู่ในป่าที่มีต้นไม้ กับเวลาที่เราอยู่บนถนนที่ไม่ต้นไม้เลย เราจะรู้สึกแตกต่างกันอย่างไร

คุณบินหลาเองก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่า...ต้นไม้ให้ความสุขสบายใจอย่างไรกับเราบ้าง


คุณ pi

คุณเป็นใครกันนะ ?
พูดอีกก็ถูกอีก


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:9:56:26 น.  

 
วันนี้
มีเวลาว่าง
ได้อ่านหนังสืออยู่บ้าน
มีความสุขอีกแบบ
มีรูปคุณลงใน
เนชั่นสุดสัปดาห์ด้วย
สงสัยในใจว่า
เวลาถ่ายรูปคุณเคยยิ้มบ้างไหม


โดย: ดอกหญ้าสีม่วง IP: 110.49.205.75 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:10:39:54 น.  

 
แวะมารายงานตัวค่ะ
ยังติดตามอ่าน"ริมรั้วหัวใจ"ในขวัญเรือนอยู่เหมือนเดิม
ขอให้มีความสุขทุกวันค่ะ


โดย: หกพันไมล์ วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:10:55:36 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โดม แอบขำคำ
พูดของพี่โดม...

เขียนสิ่งที่ไม่รู้นั้นเขียนยาก
เขียนสิ่งที่รู้นั้นเขียนง่าย
อะคริ อะคริ ..^^..
(นิยามการเขียนของปราย)

ป.ล. หวังว่าพี่โดมคงจะจัด
บ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วนะ
คะ...อย่าลืมแวะไปอ่านนินึง
นะคะพี่โดม บอกอีกทีเข้า
บล็อกนักล่าน้ำตก คลิกที่
กรุ๊ปบล็อกนิยายแวะรัก
กลางฤดูร้อน แล้วก็จะเจอ
คำว่า นิยายของปราย...


โดย: ปราย IP: 118.172.176.80 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:14:25:44 น.  

 
สวัสดีครับคุณดอกหญ้าสีม่วง


ตามปกติคุณอ่านเนชั่นสุดสัปดาห์ด้วยหรือครับ ?

ขอบคุณที่บอกให้ทราบ
พอดีผมรับเนชั่นสุดฯทุกสัปดาห์

เห็นรูปตัวเองแล้ว

นั่นคงหลายปีมาแล้ว สมัยใส่เสื้อลายๆสีนั้นน่าจะแสดงว่ายังเมาอยู่แน่ๆเลย

เวลาถ่ายรูปแล้วแอ็คชั่นยิ้มไม่เป็นน่ะครับ ต้องยิ้มๆออกมาจริงๆแล้วถ่าย
แต่ยิ้มหรือไม่ยิ้มค่าก็คงพอๆกัน


สวัสดีครับคุณหกพันไมล์



อยากทราบที่มาของชื่อล็อกอินว่า หกพันไมล์ จัง ว่ามีที่มาอย่างไร เล่าให้ฟังได้ไหมครับ ?


สวัสดีจ้ะหนูปราย



ว่างๆต้องเข้าไปดูแน่นอน
ว่าหนูปรายพัฒนานิยายไปถึงไหนแล้ว
ได้พี่เลี้ยงดีแล้ว สบายใจได้



โดย: พ่อพเยีย วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:17:17:09 น.  

 
สวัสดีครับพี่โดมสบายดีนะครับ ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ค่อยได้แวะมาผมสบายดีจะมาเชียงคำเมื่อไหร่บอกนะครับ


โดย: ภู ชัยภูมิ วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:17:24:21 น.  

 
สวัสดีค่ะ........

ความงามของหมอกและดอกไม้นั้นแสนสั้น ไม่ต่างจากชีวิต เรามีเวลาเบ่งบานในโลกนี้น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ช่วงโอกาสที่จะปรากฎความงามนั้นสั้นนัก

จากริมรั้วหัวใจ เพิ่งอ่านจบตะกี๊นี้เองค่ะ

ที่บ้านมีต้นตะลิงปลิง หายากนะคะ ถ้าต้องการจะแบ่งให้ค่ะ


โดย: จันท์เจ้า IP: 118.172.251.144 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:20:39:30 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่โดม เวลาที่ปราย
ได้เขียนสิ่งที่อยากเขียน
สิ่งที่จินตนาการไว้ในใจ
แล้วถ่ายทอดออกมาเป็น
ตัวอักษร ... ในช่วงเวลานั้น
เหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่าง
กำลังหยุดเคลื่อนไหว โลก
ทั้งใบกำลังอยู่ในมือ...

เงียบ...สงบ...ได้ยินเพียง
แค่เสียงลมหายใจของตัว
เอง รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
พี่โดม หลับฝันดีค่ะ...



โดย: ปราย IP: 118.172.173.144 วันที่: 27 มิถุนายน 2553 เวลา:20:45:33 น.  

 
"หกพันไมล์"
คือการเดินทางหนึ่งเที่ยว ของความคิดถึง จากคนคนนี้ ถึงใครคนนู้น น่ะค่ะ คุณโดม
...(เอิ๊กกกกกกกกกกกกกก...หวานซ้าาา)



โดย: หกพันไมล์ วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:0:56:07 น.  

 
พี่โดมครับ
ผมตื่นมาแต่ตีสองกว่า
นั่งทำอะไรก๊อกแก๊กๆ ซ้อมมือในบล็อก แวะมาบ้านนี้
ที่วาวีมีแต่คนบ่นคิดถึงลุงโดม...
ฝนตก ตกตก หยุดหยุด ดีที่ผมไปลงกล้วยแล้ว ร้อยต้น ได้ไม่เท่าไหร่เองครับ สามแถวเอง จะมาวาวีเมื่อไหร่บอกผมนะครับ ขันอาสาไปรับเอง


โดย: แก้มหอม IP: 203.172.208.153 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:4:19:56 น.  

 


สวัสดีค่ะพี่โดม
เดือนนี้ ขวัญเรือนออกเร็วมาก ได้อ่าน 'สีแห่งสยาม'แล้วค่ะ ตอนที่ได้ยินชื่อนี้ครั้งแรก ก็นึกถึง 'รักแห่งสยาม' อ่านมาเรื่อย ๆ ก็มีหนึ่งคู่รักที่มีความทรงจำกับโรงหนังสยามด้วย
ครั้นพอเห็นแต่ละภาพที่พี่ถ่ายมา ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง The Pianist ตอนที่พระเอกจมูกยาวเดินบนซากปรักหักพัง อารมณ์และฉากที่เห็นในหนังหดหู่มากค่ะ และตัวเขาก็เกือบจะถูกยิงเพราะใส่เสื้อของศัตรู ตอนนั้นก็ยังไม่เคยคิดเลยว่า เมืองไทยที่รักของเราจะอยู่ในสภาพนี้ได้ (ช่วงที่ดูตอนนั้น ยังคิดแค่ว่า วันนี้จะใส่เสื้อสีอะไรออกบ้าน)
แต่ก็นั่นแหละ คำว่า ให้อภัย ไม่ใช่คำโต แต่เป็นคำที่ฟังอยู่บ่อย ๆ ถ้าปฏิบัติจริงก็เห็นประโยชน์กันถ้วนหน้าแน่นอน

ชอบเพลงคุณประภาส ชลศรานนท์เพลงนี้ด้วยค่ะ
'บ้านเราจะเหมือนเดิม'
เป็นความหวังที่ไม่เกินหวังหรอก
ขอบคุณค่ะ :)




โดย: ภูเพยีย วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:7:39:33 น.  

 
สวัสดีครับทุกๆท่าน

ขอเอาเพลงนี้มาฝากให้ฟังกันก่อน

"รักวันเติมวัน"








โดย: พ่อพเยีย วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:8:27:31 น.  

 
สวัสดีครับคุณภู ชัยภูมิ

ระลึกถึงเสมอ เมื่อนึกถึงเชียงคำ

และยังขอบคุณไม่รู้ลืมที่ขับรถไปรับผมลงจากดอยผาหม่นน้อย

เพราะอยากลงแล้วไม่มีรถให้ลง


สวัสดีครับคุณจันท์เจ้า

ขอบคุณครับสำหรับต้นตะลิงปลิง

ผมก็ปลูกไว้ริมรั้วต้นนึง พวกบ้าน - เธอชอบลักษณะลูกที่มันห้อยตามกิ่ง

ผมเลยปลูกตามใจเธอ

สวัสดีจ้ะหนูปราย

ดีใจจังที่เห็นหนุปรายลงมือเขียนหนังสือ

วันหนึ่งคงได้เห็นเป็นเล่มแน่นอน
ถ้าไม่หยุดเขียนไปเสียก่อน
มีความสุขในขณะที่เขียนก็ถือว่ากำไรแล้วจ้า

สวัสดีครับคุณหกพันไมล์


หกพันไมล์ แค่ใจเอื้อม

ฟังแล้วดูโรแมนติคดี

ถ้าเป็นผมสงสัยจะเรียกว่าหกพันกิโลเมตร ฟังแล้วคงเชยๆน่ะ


สวัสดีครับแก้มหอม

คงอีกนานกว่าจะได้ไปดอยวาวี

ขอบคุณสำหรับรูปต้นไม้ปัจจุบันที่ส่งมาให้ดู เอาไปลงเอ็นทรี่ด้วยรักและลงมือทำแล้ว

วันหนึ่งต้องมีโอกาสได้นั่งรถเก๋งของแก้มหอมแน่นอน - ขอบคุณล่วงหน้าที่จะลงมารับ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:8:37:11 น.  

 
สวัสดีครับภูเพยีย

ที่จริงตั้งชื่อเรื่องนี้ก็ได้ไอเดียมาจาก "รักแห่งสยาม" นั่นแหละ แต่เห็นว่ามีเรื่องสีหลายสีเข้ามเกี่ยวข้อง ก้เลยตั้งว่า สีแห่งสยาม


ได้ดูเรื่อง The pianist แล้วนานมาแล้ว แต่จำได้ว่ามีฉากที่ประทับใจอยู่หลายตอน

ที่ผ่านมาดูหนังหลายเรื่องเหมือนกัน

แต่ที่ชอบมากมีสองเรื่องของจีนและเกาหลี

เรื่อง To Live (คนตายยาก - เขียนโดย หยูฮัว)

กำกับโดย จางอี้โหมว - กงลี่แสดงนำ

ส่วนเกาหลีเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้ใครๆเขาก็คงดูกันแล้ว ถ้าใครยังไม่ได้ดูก็ถือว่าใหม่ - Frozen Flower

ถือว่าเป็นหนังที่น่าดูเรื่องหนึ่ง

ไม่ได้คุยกันเสียนาน -สบายดีนะครับ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:8:45:17 น.  

 


สวัสดีอีกครั้งค่ะพี่โดม
พูดถึงหนังเรื่อง คนตายยาก ภูเพยียไม่ทราบเลยค่ะว่าเป็นภาพยนตร์ด้วย ได้อ่านหนังสือทั้งสามเล่มของหยูหัวค่ะ To Live นี่เค้าว่าเป็นมาสเตอร์พีซทีเดียว แต่ภูเพยียชอบเรื่องพี่กับน้องมากค่ะ เขียนรีวิวไปแล้วด้วยเพราะอ่านแล้ววางไม่ลง หนาก็หนา ยังมาคิดเลยว่า แต่ก่อนเวลาซื้อหนังสือเราไม่เคยขอที่คั่นหนังสือเลย เมื่อเวลาผ่านไปซื้อหนังสือถามหาที่คั่นหนังสือเพราะหลัง ๆ มานี่ อ่านหนังสือช้า ปวดตาง่าย ต่อให้กระหายอยากรู้แค่ไหนก็จะไม่ฝืนสังขาร รออ่านในวันต่อไปได้ จากที่เคยอ่านแบบบ้าระห่ำสุดก็คือเรื่องเพชรพระอุมา อ่านแบบไม่อยากนอน อาจจะเพราะตอนนั้นยังสาวอยู่ เนื้อเรื่องก็ชวนให้ไม่อยากวาง

ส่วนเรื่อง Frozen Flower นี่ ครั้งแรกเป็นเพราะอ่านหนังที่คุณเกี๊ยงแนะนำ ที่ไหนสักแห่งแล้วจดไว้ หาแผ่นดูไม่ได้แล้ว จนกระทั่งรุ่นพี่ที่นับถือบอกว่า ดูในยูทิวบ์ก็ได้ เพราะแผ่นที่ยืมมาน่ะ ตัดฉากอีโรติก เสียอรรถรสหมด กอปรกับพี่ที่เป็นเกย์(รุ่นใหญ่) บอกมาว่า ดูซะเธอ..เขาดูแล้วร้องไห้ บอกว่าพระเอกทรยศต่อความรัก ตอนที่ฟังยังไม่ทราบว่า สองคนนี่ ใครพระเอกระหว่าง กษัตริย์กับเด็กที่เอามาเลี้ยงและจิตใจเป็นชายสมบูรณ์นั่น แต่ดูก็เศร้าจัง ชอบตั้งแต่เปิดเรื่อง เพลงประกอบ นางเอกสวยมาก ปิดฉากความรักได้สะเทือนใจที่สุด ฉากตัดกลับไปที่รูปออกรบเคียงข้างของกษัตริย์กับคู่รัก เห็นแล้วก็ร้องไห้
หนังสวยค่ะ กษัตริย์เก่งมาก ๆ พระเอกหล่อทั้งสองคนเลยค่ะ ก็ยังเป็นหนังแผ่นที่มีและส่งต่อให้เพื่อน ๆ ได้ดูอีกหลายคน หากเจอแผ่นดีวีดีคงหาเก็บไว้เหมือนกันค่ะ

ชีวิตนี้คงได้ดูแต่หนังแผ่นแล้วค่ะ ลืมไปแล้วว่าดูหนังในโรงน่ะเป็นยังไง

สำหรับเชียงใหม่ ก็มีโรงหนังแสงตะวัน ฟ้าธานี นครหินอ่อน ทิพเนตร ฯลฯนั่นก็สูญหายไปหมดแล้ว เห็นใครต่อใครกล่าวถึงโรงหนังสยามในความทรงจำ เรายังคิดเลยว่า เราก็มีนะ แต่เป็นความทรงจำกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ และไม่เป็นที่รู้จักของใคร เรื่องที่จะเขียนถึงโรงหนังของเราคงจะจับใจเราและเป็นปัจเจกมากกว่าน่ะค่ะ

วันนี้ใช้พื้นที่เยอะจริง ๆ อาจจะพูดถึงสิ่งที่เคยอ่านเคยดูน่ะค่ะ

เกือบลืม..จะบอกว่า บ้านพี่โดมร่มรื่นจัง ต้นไม้เยอะเหมือนบ้านแม่ภูเพยียเลยค่ะ

ภูเพยียสบายดีค่ะ ขอบคุณค่ะ :)








โดย: ภูเพยีย วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:11:28:24 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ตามปกติเมื่อมีเวลาว่าง
มักอ่านหนังสือ แบบตามใจฉัน
คืออยากอ่านอะไรก็อ่าน
นับเป็นความบังเอิญที่อ่านเนชั่นหลังจาก หันหลังให้เนชั่นไป ประมาณ 2 ปีกว่า

พักหลัง อ่านมติชน สุดฯ กับวรรณกรรมเยาวชนเป็นส่วนมาก

การได้อ่านหนังสือเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

การได้อยู่เงียบ ๆ กับตัวเองก็เป็นสิ่งที่ดี
แม้บางครั้งความเหงาจะเข้ามาเป็นเพื่อนสนิทบ้าง

หรือคุณว่าไงค่ะ


โดย: ดอกหญ้าสีม่วง IP: 114.128.109.171 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:14:35:32 น.  

 
คุณภูเพยียคะ

ดูเหมือนรสนิยมในการดูหนังของเราจะคล้ายๆกัน

อ่านในบล็อกของคุณก็พูดถึงหนัง Season Change

ซึ่งตัวเองก็ชอบ...และนึกถึงวัยมัธยมปลายเหมือนกัน

To Live ก็สนุก Frozen Flower ดูแล้วก็สะเทือนใจ

หนังดีๆบางเรื่องก็ช่วยจรรโลงใจ

โดยเฉพาะถ้าได้ดูร่วมกับคนที่เรารัก...

จุ๊ จุ๊ -- อยากบอกว่าระยะนี้มีความสุขกับการดูหนังกับคนที่รักทุกวันเลยค่ะ ^__^





โดย: แก้วเจียระไนย IP: 192.168.51.74, 58.136.74.208 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:16:03:47 น.  

 
สวัสดีครับภูเพยีย

เป็นนักอ่านแล้วยังเป็นนักดูหนังอีก

ขอแย้งนี้ดนึง คิดว่านางเอกเรื่องนี้ไม่ถึงกับ สวยหรอก
ดูธรรมดามากกว่า

แต่มีบางตอนที่ไม่ธรรมดาเท่านั้นเอง


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:16:20:59 น.  

 
สวัสดีครับคุณดอกหญ้าสีม่วง

ดีใจที่คุณชอบอ่านหนังสือ
เพราะหนังสือทำให้โลกทัศน์ของเรากว้างขึ้น
ผมได้อะไรหลายๆอย่างในชีวิตจากการอ่าน

ผมชอบอยู่กับความเงียบสงบ
และไม่เหงาเลยถ้ามีหนังสือที่ถูกใจอยู่ด้วย


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:16:25:55 น.  

 
สวัสดีคุณแก้วเจียระไนย


ใช้น้ำหล่อที่ขาโต๊ะคอมด้วยนะ ระวังมดจะขึ้น


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:16:28:41 น.  

 
ตะลิงปลิง กับ มะเฟืองๆ ต้นไม้ในดวงใจเหมือนกันจ้ะ พี่โดม
บ้านงามเพราะคนอยู่
ชอบไอเดียเขียนคำคมที่ประตูมากๆ เก๋จริงๆ
แต่ลายมือไม่สวย พี่โดมมาเขียนให้ได้ป่ะค่ะ อิอิ


โดย: ยิปซีฯ IP: 124.122.219.166 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:17:22:25 น.  

 
ช้าไปนิดแต่อยากบอกว่าชอบดอกมะเฟืองเหมือนกันค่ะ ดอกเล็กๆน่ารัก ตอนเด็กๆนั่งดูผ่านหน้าต่างที่มีผ้าม่านฉลุฝ่มือแม่ เฮ้อมีความสุข...เห็นด้วยค่ะว่าให้ทุกคนปลูกต้นไม้เพราะร้อนจนแปลกใจแล้ว..ปลูกต้นไม้เพิ่มดีกว่าจะได้ไม่อกหักเป็นครั้งที่พัน..อิอิ


โดย: รอนร้าว IP: 124.120.235.118 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:21:38:12 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่โดม



บ้านพี่ดูเหมือนสวนป่าย่อมๆมากกว่าครับ
มอบจากด้านนอกก็ครึ้ม
มองจากด้านในก็เหมือนป่าเลยครับ

ชอบคำนั้นนะครับ

ใช่เลยครับ

"ท่านทำได้"

เพียงแต่ท่านจะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:5:26:33 น.  

 
จริงอยู่ว่าถ้าได้อยู่กับหนังสือที่ถูกใจสักเล่ม
ก็ไม่เหงา
แต่ต้องมีบางช่วงบางตอนที่ความเหงาเข้ามาทักทาย
แต่ก็ยังรู้สึกดี
ที่ได้รู้จักตัวและใจของตนเอง



โดย: ดอกหญ้าสีม่วง IP: 112.142.120.229 วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:7:51:21 น.  

 
ชอบป่าบ้านพ่อพเยียมาก อยากให้บ้านตัวเองครึ้มตะพึดแบบนี้บ้าง ดูยังไงก็ร่มเย็นไม่เห็นรก

เห็นด้วยกับกฏหมายมีต้นไม้เป็นของตัวเอง ต้นเดียวน้อยไป ขอเพิ่มเป็นสามต้นกำลังดี
บ้านเสร็จยังคะ....เหนื่อยอ่วมแน่ๆเลย


โดย: ตะเบบูญ่า IP: 58.8.249.236 วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:11:08:15 น.  

 


สวัสดีค่ะพี่โดม
ขอใช้คำว่าชอบอ่านและชอบดูหนังดีกว่าค่ะ
นัก..นี่ดูมันมืออาชีพน่ะค่ะ ภูเพยียไม่ใช่น่ะค่ะ

ขออนุญาตทักทายคุณแก้วเจียระไนยสักนิดนะคะ

สวัสดีค่ะพี่แก้วเจียระไนย
เรื่องบังเอิญมากกว่านะคะ ที่เราได้ดูหนังคล้าย ๆ กัน
แต่ก็ดีใจที่ได้ดูหนังดี ๆ เหมือนกัน
ปกติหนูดูหนังสะเปะสะปะ ดูเท่าที่พอมีเวลา
ดูไม่บ่อยค่ะ ที่บ้านก็ดูหนังอาทิตย์ละครั้ง
ดูก็ทั่ว ๆ ไปเช่น รักแห่งสยาม ,ความจำสั้นฯ,
สะบายดี หลวงพะบาง,หนังตลก
เดี่ยว 8 หรือทุกเดี่ยวของโน้ส อุดม
มิส พ็อตเตอร์ ,หนังไทยที่เด็ก ๆ และสามีอยากดู

ส่วนหนังดี ๆ ที่หนูชอบน่ะ ต้องคะยั้นคะยอสามีดูค่ะ
ไม่ใช่แค่หนังนะที่ต้องคะยั้นคะยอ เพราะหนังสือ เค้าก็ไม่อ่าน
สมัยเป็นแฟน บีบคออ่านฟ้าจรดทราย รัศมีจันทร์ ทรายสีเพลิง
เค้าก็อ่าน แต่พออยู่ด้วยกันแล้ว ไม่อ่านอะไรเลยค่ะ
เดี๋ยวนี้ดีหน่อย อ่านงานของนิ้วกลมค่ะ เค้าว่าอ่านง่าย
แต่ไม่เคยได้ยินเค้าชมนะคะว่าดีหรือไม่ดี..
มาเข้าเรื่องหนังต่ออีกนิดนะคะ^^
ตอนแรกก็เหมือนจะดูกันสองคนนะ แต่พอเปิดแผ่นไปสัก 5 นาที
ก็จะมีเสียงในฟิล์มเป็นเสียงเรือ(กรน)ไฟ พ่อคุณกรนสนั่น (ฮา)
เอาเป็นว่า ที่ต้องดูคนเดียว เพราะเหตุฉะนี้แล 555
ไม่มีบรรยากาศโรแมนติกแบบพี่เลยค่ะ
หนูเลยต้องดูหนังดีคนเดียวด้วยความจำเป็น
และรู้สึกจรรโลงใจมากกว่า
เนื่องจากไม่ต้องการเสียงซาวด์แทร็กของคุณเธอน่ะค่ะ :)

แต่ดูบอลคุณสามีไม่เป็นอย่างนี้นะคะ
มีตั้งนาฬิกาปลุกชวนลูก ๆ เชียร์อีกค่ะ

พี่แก้วฯ ดูบอลมั้ยคะ เชียร์ทีมไหนพิเศษหรือเปล่า :)







โดย: ภูเพยีย วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:11:44:38 น.  

 
ชอบชื่อเอนทรี่นี้


โดย: Love At First Click วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:15:39:39 น.  

 
หวัดดีน้าโดมครับ...ผมเองก็ชอบตันไม้ครับปีหน้าคงไปปลูกตันไม้ทีบ้านของผมทีเชียงใหม่ครับ


โดย: จุมพล หิรัญยานนท์ tum IP: 125.25.47.109 วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:19:00:08 น.  

 
สวัสดีโดม
รูปหัว มุมนี้คงต้องลงไปข้างล่างใช่ไหม
ดูกรุงเทพฯวันอาทิตย์ฉบับนี้(ที่ผ่านมาสิ)หรือเปล่า
มุมเดียวกัน แต่เราเห็นคอกวัวหนะ

รูปที่สองที่ไปวาดที่บ้านวาวี
เห็นรูปบ้านเพิงเพยียแล้วก็รำลึกความหลัง
ยังกะเมื่อวานนี้นะ
ที่ไปยักแย่ยักยันถอยรถจอดรถกันเป็นงานช้าง
ซุ้มไม้สวยน่ารื่นรมย์ใจจัง
แต่ระวังงูเขียวหางไหม้ไว้บ้าง เขาชอบซุ้มเซิงจัง


โดย: ดาวส่องทาง วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:19:03:21 น.  

 
สวัสดียามค่ำครับทุกๆท่าน

ขอตอบเป็นรายบุคคลก็แล้วกัน

สวัสดีครับคุณดอกหญ้าสีม่วง

ถ้ารู้จักตัวเอง ผมถือว่าเป็นการรู้จักที่มีค่ามาก
เพราะคนที่รู้จักยากที่สุดนี่แหละคือตัวเรา

เพราะเรารักตัวเราเหลือเกิน
เราจึงไม่ค่อยเป็นกลางกับตัวเรา

สวัสดีจ้ะตะเบบูญ่าผู้น่ารัก

ยังไงก็สวยร่มรื่นสู้แถวบ้านตะเบบูญ่าไม่ได้หรอกน่า

วันนี้หนูปลูกต้นไม้แล้วหรือยัง ?



โดย: พ่อพเยีย วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:19:40:06 น.  

 
สวัสดีจ้ะยิปซี

ไม่น่าเชื่อเลยว่าประโยคที่เขียนด้วยชอล์ค ผ่านมาตั้งหลายปีไม่ลบเลือนเลยนะ
ตอนนี้เพิ่งลบไปแล้ว เพราะทาสีประตูใหม่

ย้ายไปเขียนไว้ที่หัวใจเรียบร้อยแล้ว


สวัสดีครับคุณรอนร้าว

คุณเก่งจัง มีโอกาสอกหักได้ตั้งพันครั้ง


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:19:55:33 น.  

 
สวัสดีครับภูเพยีย

เรื่องเวลานอนดูหนัง
ถ้าหลังเอนมากเกินไปเมื่อไร
ก็อาจเผลอหลับได้ทั้งนั้นแหละครับ


ต้องเป็นเรื่องที่ตั้งอกตั้งใจดูจึงจะไม่เผลอหลับ





โดย: พ่อพเยีย วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:19:57:51 น.  

 
สวัสดีครับคุณจุมพล

คุณอยู่เชียงใหม่
อยูนเมืองเลยหรือว่าอยู่นอกเมืองออกไปครับ ?


สวัสดีครับพี่ปอน

รูปหัวรูปนี้ มุมที่ผมยืนถ่ายรูปคือต้องไปยืนอยู่ที่สวนชาอู่หลงตรงข้ามระเบียงบ้านผมนั่นแหละครับ

วันอาทิตย์นี้จะรอดูในกรุงเทพวันอาทิตย์ครับ

รูปนั้นผมจำได้ว่าที่มีคอกวัว พี่ปอนเขียนสวย ผมก็ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย

น่าจะใช่รูปเดียวกัน

ที่บ้านเพิงพเยีย
ปัจจุบันยิ่งหาที่จอดรถยากขึ้นกว่าเดิมอีกครับ
โชคดีที่ผมมีแค่จักรยาน
เลยไม่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:20:03:51 น.  

 
ขอบคุณมากครับพี่โดม
ความจริงตอนสัมภาษณ์คุยยาวมากเลยครับ
แต่พอตัดคำสัมภาษณ์ออกมา
ดูไม่เยอะเลยครับ 555

ผมเองก็ดีใจครับพี่
ผมทุกข์มาเป็นสี่ห้าปี
เพื่อที่จะได้รู้ว่า
ความทุกข์ของเรามันเล็กน้อยมาก
เมื่อเทียบกับธรรมชาติครับ

ผมคิดว่าการได้รู้จักตัวเอง
เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับการเกิดเป็นมนุษย์
เมื่อไหร่ที่เรารู้ว่าเราเกิดมาเพื่อทำหน้าที่อะไร
แล้วทำหน้าที่นั้นอย่างดีที่สุด

ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องเกิดอีกแล้ว
เพราะเราได้ทำชีวิตนี้อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว
เท่าที่คนๆหนึ่งพึงกระทำน่ะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:20:10:57 น.  

 
ชื่อโรงหนังบ้านพี่อลังการมากค่ะ ขอบคุณที่เล่าให้ฟัง

แถวเมืองชลฯมีแต่ชื่อเรียบๆ เช่น เพชรรามา เมืองชลรามา ต้องมีคำว่า รามา ต่อท้าย ไม่งั้นไม่ขลัง


โดย: Love At First Click วันที่: 30 มิถุนายน 2553 เวลา:8:24:31 น.  

 
ชอบที่คุณเขียนจัง

คิดตรงกันที่น่าจะมีการปลูกต้นไม้คนละต้น


โดย: ตะพานหิน IP: 223.207.132.233 วันที่: 25 ธันวาคม 2554 เวลา:19:13:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พ่อพเยีย
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]







ด้วยความยินดี...
หากมีผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่าย,บทความ
หรือข้อเขียนต่างๆ
ใน Blog นี้ไปใช้
ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด
สามารถทำได้เลยทันที
โดยไม่ต้องขออนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

เว้นเสียแต่ว่า…
ถ้านำไปพิมพ์จำหน่าย
กรุณาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ด้วย

อ่านเรื่องของ "ปะการัง" ที่นี่



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


www.buzzidea.tv
Friends' blogs
[Add พ่อพเยีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.