Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
23 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
กำลังเดินทาง

เครื่องบินที่ฉันกำลังนั่งอยู่กำลังทะยานขึ้นไป สู่ท้องฟ้า ฉันรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนในขณะที่เจ้าพาหนะลำนี้กำลังไต่ระดับขึ้นไป ยังชั้นบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการบิน โชคดีที่ฉันได้นั่งริมหน้าต่าง แสงแดดภายนอกสาดส่องเข้ามา หลายคนเลื่อนแผ่นทึบมาบังเอาไว้ แต่สำหรับฉัน ฉันอยากจะเก็บบรรยากาศครั้งสุดท้ายไว้ให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะจากเมืองนี้ไป บ้านอื่นเมืองอื่นที่ใครหลายคนเรียกกัน แต่สำหรับฉันมันคือบ้านหลังที่สองเลยก็ว่าได้ เพราะฉันใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เป็นเวลานานกว่าหกปีมาแล้ว และวันนี้ฉันจะได้กลับไปบ้านหลังแรก บ้านที่ฉันจากมา


สายตาของ ฉันทอดมองออกไปผ่านหน้าต่างใสๆของเครื่องบินลำนี้ แม้ทิวทัศน์เบื้องล่างจะถูกบดบังด้วยปุยเมฆสีขาวๆบ้าง แต่ก็ยังเห็นพื้นดินและตึกรามบ้านช่องบ้าง ฉันพยายามมองหาหอพักที่ฉันเคยอยู่ แต่ยิ่งมองหาไปเท่าไร ผืนดินเบื้องล่างก็แทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน และในที่สุดฉันก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากท้องฟ้าสีฟ้าและปุยเมฆสีขาวๆเล็กน้อย


ฉัน จำได้ตอนมาที่นี่เป็นครั้งแรกฉันรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินในวันนั้น ท้องไส้ของฉันมันปั่นป่วน ฉันกลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวเพราะไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร กลัวว่าจะทำตัวไม่ถูกบนพาหนะที่ฉันแหงนมองทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเมื่อครั้ง สมัยอนุบาลถึงชั้นประถม นั่นคือการนั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรกของฉันเลยเชียวนะ จะไม่ให้ฉันกังวลได้ไงล่ะ ตอนนั้นฉันอยู่แค่ปีสาม ฉันมาที่สนามบินครั้งแรกคนเดียว หิ้วกระเป๋ามาแค่สองใบ เดินตามป้ายชี้ทางไปอย่างผิดๆถูกๆ ถามคนนั้นที คนนี้ที มองไปรอบๆ มีแต่คนกอดกัน ล่ำลากัน คิดถึงวันนั้นแล้วใจมันยังหวิวๆมาจนวันนี้เลยทีเดียว


“แกคิดว่า สิ่งที่แกเลือกมันดีแล้วหรือไง ชั้นไม่น่าเสียเงินฝากแกไปเรียนโรงเรียนดังๆ ชั้นไม่น่าเสียเงินให้แกไปเรียนพิเศษเลย ถ้าคิดว่าแกจะตัดสินใจอะไรโง่ๆแบบนี้”


นี่คือคำพูดของแม่หลังจาก วันประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย เมื่อแม่รู้ว่าฉันไม่เลือกเรียนคณะแพทยศาสตร์ อย่างที่แม่คาดหวัง ทั้งๆที่คะแนนฉันก็มากพอที่จะเรียนคณะนี้ได้ แต่อันดับเดียวที่ฉันเลือกคือ คณะวิทยาศาสตร์ ไม่มีแม้แต่คณะจิตรกรรมที่ฉันใฝ่ฝันและคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่พ่อบอกว่าจะก้าว หน้าในหน้าที่การงานนักหนา และวันนั้นฉันก็ได้รู้ว่า การที่ไม่มีชื่อของฉันอยู่บนกระดานประกาศผลว่าฉันสอบติดหรือไม่นั้นเพราะ เหตุใด ฉันอยากจะบอกแม่เหลือเกินว่า ฉันไม่เคยไปเรียนพิเศษเลย เงินที่เด็กๆตอบแทนพ่อที่สอนพิเศษให้พวกเขานั้นในที่สุดก็เอาไปจ่ายให้กับ สถาบันสอนพิเศษใหญ่ๆ และฉันอยากบอกแม่เหลือเกินอีกว่าฉันไม่เคยภูมิใจเลยที่ฉันเข้าเรียนใน โรงเรียนประจำจังหวัดที่แม่ฝากให้ และฉันยังค้างคาใจว่าวันนั้นฉันสอบได้หรือไม่ได้กันแน่


“ในเมื่อ ลูกคนนี้ของแม่โง่ขนาดนั้น สักวันลูกคนนี้นี่แหละจะพิสูจน์ให้รู้ว่ามันจะได้ดีในสิ่งที่มันเลือกโดยไม่ ต้องพึ่งเงินจากพ่อกับแม่เลยซักบาท”


คำพูดของฉันไม่กี่ประโยคใน วันนั้น มันทำให้ฉันเจ็บปวดมาจนถึงวันนี้ ไม่รู้อะไรดลใจฉันให้พูดแบบนั้นไป ความน้อยใจ ความเสียใจ หรือความหมดศรัทธาในตัวคนที่อยู่ตรงหน้ากันแน่ ฉันไม่ชอบใจนักที่แม่ใช้เส้นสายกับการเรียนของฉัน ฉันไม่ชอบใจนักที่แม่คิดว่าการเรียนพิเศษคือสิ่งที่ทำให้ฉันแข่งขันกับคน อื่นได้ ฉันอายที่พ่อเปิดสอนพิเศษที่บ้าน ฉันคิดว่าอาชีพครูคือบุคคลที่สอนให้กับศิษย์โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ฉันจะภูมิใจมากถ้าพ่อจะสอนเด็กๆพวกนั้นโดยไม่คิดค่าสอนเพิ่มเติม ฉันไม่ชอบที่พวกเขาคิดว่าอาชีพที่ทำเงินสูงๆจะทำให้เรามีความสุขได้ สิ่งนั้นมันสะสมในใจฉันตลอดมา และคำพูดในวันนั้นฉันคิดว่ามันคือความอัดอั้นตันใจ “พ่อและแม่ไม่เคยเชื่อมั่นในตัวฉันเลย”


“ถ้าแกอวดดี อวดเก่งนัก ก็ไปเลย ถ้าทำไม่ได้อย่างที่แกพูด ก็อย่าซมซานกลับมาก็แล้วกัน”


ฉัน ช็อก!! แม่พูดประโยคนั้นออกมา น้ำตาฉันไหลออกมาอย่างอัตโนมัติ มันพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย ในเมื่อวันนั้นความมุ่งมั่นและความต้องการอยากจะเอาชนะมันมากกว่าสิ่งอื่นใด แม้แต่น้ำตาของแม่ที่ฉันมั่นใจเหลือเกินว่ามันไม่น้อยกว่าฉันเลย ฉันไม่ลังเลที่จะก้าวออกมาจากบ้านในวันนั้น ฉันเก็บทุกอย่างที่จำเป็นออกมา เงินเก็บของฉันมีอยู่แค่สามพันบาท ค่าเทอมที่จะเรียนยังไม่มีพอด้วยซ้ำ ฉันมองกลับไปที่บ้านอีกครั้ง เสียงร้องไห้ของแม่ยังก้องออกมา แต่ไม่มีสิ่งใดฉุดฉันไว้ได้อีกแล้ว “ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก หากไม่ได้ดีอย่างที่พูดไว้”


วันแรกของการรายงานตัวเข้า มหาวิทยาลัย ฉันต้องวุ่นวายอย่างหนัก แม้เอกสารฉันจะพกติดตัวมาครบ แต่ฉันไม่มีผู้ปกครอง ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าเทอม ฉันออกจากบ้านมาได้เดือนกว่าแล้ว เงินเก็บที่ติดตัวมา บวกกับเงินจากการรับวาดรูปและการรับจ้างทุกอย่างที่ฉันพอจะทำได้ มันเพียงพอแค่สำหรับค่ารถเดินทางมากรุงเทพฯ ค่าเช่าที่พัก และค่าข้าวประทังชีวิตไปวันๆเท่านั้น แต่โชคยังเข้าข้างฉัน ฉันได้อาจารย์ท่านหนึ่งเป็นผู้ปกครองให้ โดยที่ฉันให้เหตุผลว่าฉันมาจากต่างจังหวัด พ่อและแม่ยากจนมากไม่สามารถมารายงานตัวได้ เหตุผลนี้ทำให้ฉันไม่ต้องเสียค่าเทอมในวันนั้นด้วย


ในชีวิตการ เรียนมหาวิทยาลัย ชีวิตของฉันแทบไม่มีเวลาว่างให้คิดอะไรมากนัก ฉันโชคดีที่ใช้สิทธิกู้ยืมเรียนได้ ทำให้ค่าเทอมไม่จำเป็นต้องจ่ายอีกต่อไป แม้เงินที่ได้มาไม่มากมายนัก แต่ก็ช่วยฉันได้เยอะทีเดียว ฉันได้งานประจำที่ร้านอาหารใกล้มหาวิทยาลัย แม้จะได้เงินน้อยแต่อย่างน้อยค่าที่พักก็จะไม่ต้องจ่าย

ชีวิตของฉัน ดำเนินอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เช้าไปเรียน เย็นกลับมาเสิร์ฟอาหาร เที่ยงคืนเก็บร้านแล้วเข้านอน ฉันไม่มีเวลาอ่านหนังสือเพราะฉะนั้นเวลาเรียนในห้องฉันจึงตั้งใจมากเป็น พิเศษ เมื่ออาจารย์สอนจบหากฉันไม่เข้าใจส่วนใดก็จะถามอาจารย์ทันที เพราะรู้ดีว่าหลังจากนี้คงมีเวลาทบทวนน้อยมาก นั่นคือช่วงตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้าเท่านั้น


เมื่อไม่มีเวลาฉันก็ เลยไม่มีเพื่อนมากนักหรือแทบไม่เลยด้วยซ้ำ เพราะฉันไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมกับพวกเขา และพวกเขาก็ไม่เคยมาพูดกับฉัน แต่ฉันก็ไม่สนใจพวกเขาหรอก ความมุ่งมั่นของฉันมันมากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด หลายคนมองฉันแปลกๆ เพราะฉันนั่งหน้าห้องทุกครั้ง ฉันถามอาจารย์ทุกครั้งหลังเลิกเรียน


เมื่อสอบกลางภาคเป็นครั้ง แรก ช่วงนั้นฉันแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนกับการอ่านหนังสือ ฉันเกือบโดนไล่ออกเพราะโดดงานมาอ่านหนังสือนั่นเอง แต่ฉันคิดว่าคุ้มนะกับการโดนดุด่าบ้างเล็กน้อยแลกกับคะแนนสอบที่มาอันดับ หนึ่งของชั้นเรียน และหลังจากวันนั้นฉันก็เป็นที่รู้จักของทุกคนมากขึ้น หลายคนเริ่มเข้ามาคุยกับฉัน หลายคนเข้าใจฉันมากขึ้น


แต่ชีวิตของ ฉันพลิกผันเมื่อมีทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาชั้นปีที่สาม ให้ไปเรียนต่อต่างประเทศ ฉันไม่ลังเลที่จะสมัคร และในที่สุดฉันก็ได้มันมา ฉันจำความรู้สึกวันนั้นได้ มันเป็นความยินดีที่สุดที่ฉันเคยได้รับตั้งแต่มาเรียนที่นี่เลยนะ


วัน นั้นฉันยืนอยู่หน้าตู้โทรศัพท์สาธารณะเป็นเวลานานมาก มีเหรียญอยู่เต็มกำมือ ฉันยกหูโทรศัพท์หลายครั้ง ฉันกดเบอร์นั้นหลายรอบ แต่ยังไม่ทันโทรติดฉันก็วางลงทุกที ใช่แล้วล่ะเบอร์ที่บ้านของฉันเอง ฉันประสบความสำเร็จแล้วเหรอ กับทุนการศึกษาแค่นี้ ไม่หรอกมันแค่จุดเริ่มต้นที่ฉันจะประสบความสำเร็จต่างหาก ฉันจะต้องเรียนจบกลับมาให้ได้ และแล้ววันนั้นฉันก็ไม่ได้โทรไป


การ ไปเหยียบต่างแดนครั้งแรกของฉัน มันไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปนักกับที่ที่ฉันเคยอยู่ ยกเว้นเรื่องภาษาที่ฉันต้องฝึกฝนอย่างหนักเลยทีเดียว ส่วนเรื่องการเรียนนั้นเรียกว่าหายห่วง เพราะฉันเป็นคนซักช่างถามมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ผลการเรียนของฉันก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ จนทำให้ฉันได้รับทุนเรียนต่อในระดับปริญญาโทและเอก ฉันสนุกกับการเรียนที่นั่นจริงๆ ตลอดเวลาที่ฉันเรียนที่นั่น ฉันไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านที่ฉันทำงานอยู่ เพื่อนๆทุกคน หรือแม้กระทั่ง “พ่อและแม่” แม้จะเหงาบ้างแต่ฉันก็มีอะไรทำเยอะแยะให้ช่วยคลายเหงาได้


“คุณเป็นคนไทยใช่ไหม” ชายหนุ่มผมทองที่นั่งอยู่ข้างๆถามขึ้น


“ใช่ ฉันเป็นคนไทย” ฉันตอบเขาไปอย่างนั้น ใจฉันจดจ่อกับจุดหมายปลายทางมากกว่าเพราะใกล้จะถึงจุดหมายเต็มทีแล้ว พ่อกับแม่จะมารับฉันหรือเปล่านะ


“คุณเคยไปพัทยาหรือเปล่า”คนข้างๆถามอีกครั้ง

“ไม่เคย ทำไมเหรอ?”ฉันถามกลับบ้าง

“ผม กำลังจะไปที่นั่น เพื่อนผมบอกว่ามีที่เที่ยว ผู้หญิง และสถานบันเทิงครบวงจรเลย คอยดูนะผมจะใช้ชีวิตเจ็ดวันที่นั่นกับผู้หญิงหลายคนต่อวันเลย”ชายหนุ่มข้างๆ ตอบมา


“คุณมาประเทศของฉันเพื่อจุดประสงค์นี้จริงเหรอ”ฉันถามออกไป ไม่พอใจนักที่ผู้ชายคนนี้มองประเทศของฉันแบบนั้น

“จริงสิ ใครๆก็มาเที่ยวที่นี่ เพื่อจุดประสงค์นี้ทั้งนั้นแหละ”


จาก นั้นฉันก็ไม่พูดอะไรอีกเลย ทำได้เพียงแต่หันไปบอกกับพนักงานว่า ขอหนังสือท่องเที่ยวประเทศไทยให้กับคนที่อยู่ข้างๆหน่อย จะว่าไปผู้ชายคนนี้ก็เหมือนๆกับฉัน มองอะไรแค่ด้านเดียว ฉันยังนึกเสียใจพี่พูดกับพ่อและแม่ในวันนั้น ฉันมัวแต่คิดในมุมของฉัน ไม่เคยรู้เลยว่าพ่อกับแม่ลำบากเพื่อฉันขนาดไหน ฉันมัวแต่ปล่อยให้ทิฐิและการเอาชนะครอบงำมาตลอดเวลา ทำให้การเดินทางของฉันมันก็เหมือนกับเครื่องบินลำนี้ รอบข้างช่างเคว้งคว้างและเปล่าเปลี่ยว แม้จะเต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่สูง แต่จะดีได้อย่างไรในเมื่อฉันต้องก้าวเดินไปตามลำพัง

"แม่ อีกสองวัน จะกลับบ้านนะ จะไปถึงสนามบินตอนเช้าๆ" นี่คือเสียงที่กรอกไปตามสายเมื่อสามวันที่แล้ว แม่อาจจะอึ้งอยู่เลยไม่พูดกับฉัน ฉันคิดอย่างนั้นนะ


เสียงประกาศของกัปตันดังก้อง บอกให้รู้ว่าใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว


มีคนรอฉันอยู่ที่นั่น หรือฉันอาจไม่มีใครเลย


Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2554 2:39:38 น. 0 comments
Counter : 306 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pormare
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียนนะคะ ขอให้สนุกกับการอ่านค่ะ

Friends' blogs
[Add pormare's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.