-= The Buddha's Warrior =-
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
28 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
ศาสนาพุทธไม่ได้ปฏิเสธเทวดา...

จริงๆ อยากเล่าตั้งแต่คราวก่อนน่ะครับ แต่เดี๋ยวมันจะยาวเกิน จริงๆ ถ้าจะเล่าเรื่องนี้นี่ ขึ้น Gr Blog ใหม่ได้เลยนะครับเนี่ย


เมื่อคราวที่ได้ใช้เส้นวังน้ำเขียวเมื่อคราวก่อนนั้น ระหว่างทางรู้สึกเลยครับว่า น่ากลัวเหลือเกิน เต็มไปด้วย "ท่าน" ทั้งหลาย ตามป่าเขาที่ยังค่อนข้างอุดมสมบูรณ์อยู่ เส้นทางน่าหวาดเสียวประมานนึง แต่เรื่องอื่นน่าขนลุกกว่าเยอะ เหมือนกับโดนใครจ้องอยู่ตลอดเวลา...

มีครั้งนึงที่มีพยานยืนยันชัดเจน... ตอนนั้นอยู่ปี 6 ครับ ไปฝึกงานที่พะเยากับเพื่อน 4 คน มีวุดด้วยคนนึง ตอนนั้น 5 ทุ่มกว่าแล้ว พึ่งเสร็จงาน ออกจากห้อง comp. ซึ่งต้องผ่านห้องตรวจ... ผมน่ะเห็นเลย ว่ามีเงาขาวๆ ผมยาวๆ ลอยจากเสานึงไปอีกเสานึง รีบหันหลังกลับทันที เดินทำไม่รู้ไม่ชี้กลับบ้านอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะไม่ผิดสังเกต แป๊ปเดียววุดก็เดินตามมาข้างๆ แล้วก็ก็ถาม "เฮ้ย มึงรู้สึกรึเปล่า" ผมก็ตอบสั้นๆ ว่า "เออ กูก็เห็น" แล้วเรา 2 คนก็จ้ำอ้าวเลยครับ ไอ้อีก 2 คนก็เดินสบายใจอยู่นั่นแหละ ผมกับวุดชิ่งไปก่อนแล้ว...


อีกครั้งที่เห็นชัดๆ คือตอนที่มาสกลครั้งแรก ตัดสินใจมาอยู่ที่สกล... ตอนใกล้ๆ เข้าเมือง... ระหว่างขับรถ ก็สัมผัสกระแสของเมตตาแรงอยู่... ว่าท่านทั้งหลายที่นี้ ยินดีต้อนรับ...

อีกครั้ง ที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังเท่าไร... คือระยะแรกที่ทำในรูปแบบ หลังจากที่ไปกราบ พอจ. ครั้งแรกได้ไม่นาน หลังจากที่ปลงใจหันหลังให้โลกอย่างถาวร... จะเดินจงกรม จะนั่งสมาธิ เหมือนมีใครมานั่งด้วยเสมอๆ ได้คำสอน พอจ. ครับ ว่าให้เพิกเฉยซะ รู้ไปว่ารู้สึก รู้ว่าเห็น แล้วจบแค่รู้... ท่านเหล่านั้นก็ไม่มาให้เห็นอีก... แต่ไม่รู้ว่ามารึเปล่า

ประกอบกับที่ผ่านมา สังโยชน์ 1 ใน 3 ข้อแรกก็ว่าไว้เกี่ยวกับการมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะเท่านั้น ไม่มีสิ่งอื่น ผมเองจึงมักไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ ก็แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลไปตามเรื่อง แต่มาวันนึง โดน CD พอจ.เข้ากลางหน้าผาก... ท่านว่าเรื่องเทวดาเอาไว้ แล้วก็มีโยมท่านนึงถามเรื่องนี้พอดี ว่าไม่ควรกราบไหว้เทวดา หรืออะไรประมานนี้... ท่านก็ว่าไม่ถูก... ท่านว่าศาสนาพุทธไม่ได้ปฏิเสธเทวดา แต่พึงเคารพท่านอย่างผู้มีคุณธรรมสูง จนสามารถไปจุติบนเทวโลก คบกันได้ เป็นมิตรกันได้ แต่ไม่ใช่สรณะเพื่อความหลุดพ้น...

จากนั้น ผมก็ปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ มาเป็นอย่างที่ท่านสอน....


ผมรู้สึกเสมอๆ เลยว่า ส่วนใหญ่แล้ว เวลาไปไหนมาไหน ไม่ได้ไปคนเดียว ไม่ได้อยู่คนเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเดินปัญญามากๆ เข้า ผมก็มักจะแผ่เมตตาไปทุกๆ ภพภูมิ เลยดูเหมือนท่านทั้งหลาย จะเอ็นดูเป็นพิเศษ จะไปไหน จะทำอะไร ค่อยช่วยเหลือให้ลุล่วง กรรมเก่าใดๆ มากระทบ ก็ผ่อนหนักเป็นเบา... แต่ก็ไม่ได้ตลอดนะครับ บางครั้งไม่รู้ท่านหายไปไหนกันหมด... แอบหวาดเสียวเล็กน้อย ไม่มี back... วุดเองก็พูดเหมือนกันว่า พักนี้เหมือนมีคนคอยช่วย อะไรๆ ดูง่ายดาย ทะลุปรุโปร่งไปซะหมด...


เอ่อ วันนี้เป็นอะไรนะ เล่าเรื่องอะไร พิลึก...


เอาเป็นว่า ไม่หนีจากที่ พอจ. สอนเลยครับ เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดา...


วันนี้มี progress noteupdate เหมือนเคย... ติดที่เดิมๆ เหมือนเคย... เฮ้อ ไม่รู้จักจำซะที...


เจริญในธรรมนะครับ ทุกท่าน



Create Date : 28 กรกฎาคม 2552
Last Update : 28 กรกฎาคม 2552 10:38:23 น. 9 comments
Counter : 263 Pageviews.

 
ตอนที่ไปที่ ปลอ. (เดาเอาเองนะ) แม่ชีว่าให้แผ่เมตตา แผ่ส่วนกุศลก่อนจะนั่งสมาธิหรือเดินจงกรมน่ะ ลองดูนะ แบบว่าให้ไปก่อนเลยอ่ะ....


โดย: Noteja... IP: 115.67.51.204 วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:53:22 น.  

 
มาอ่านด้วยความสนใจค่ะ
มีประสบการณ์ทำนองนี้แต่ต่างกันที่ได้กลิ่นหอมและเสียงไพเราะเหมือนเสียงระฆังแว่วๆ เวลาที่นั่งสมาธิค่ะ

น่ายินดีนะคะ แม้กระทั่งเทวดาท่านยังมาอนุโมทนาบุญด้วยเลย ^^


โดย: นางฟ้าหน้าหมวย (บินปร๋อ ) วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:35:26 น.  

 
เอ่อ... นึกอยู่พักนึง... นึกไม่ออกแฮะ

แต่โดยเนื้อหาสาระแล้ว... เอ๋... ให้ก่อนเลยเหรอโน๊ต ไม่รู้นะนิ นึกว่า ให้หลัง..

ok ok จะลองดูจ้า


สวัสดีครับคุณนางฟ้า แหมๆ หายไปนานเลย สบายดีนะครับ...

ได้ยินว่าบนเครื่อง ติดหวัดง่าย... เป็นไงบ้างล่ะครับ ทางสายการบินมีมาตราการอะไรรึเปล่า ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ


โดย: Pormaid วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:19:53 น.  

 
เคยได้ยินพระที่เคารพนับถืออยู่ ท่านก็พูดอยู่เสมอนะค่ะ ว่าวัดที่ท่านสร้างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากเทวดาช่วยค่ะ และท่านก็สอนเสมอให้ทำตัวเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์และเทวดา ก็คงจะเป็นของคู่กันมั่งค่ะ...

แล้วการเห็นที่สายตาธรรมดาไม่สามารถเห็นได้ เกิดจากการฝึกสมาธิหรือเปล่าค่ะ เพราะเมื่อก่อนก็ไม่เคยเห็นอะไรเลยแต่พอได้ฝึกสมาธิมากเข้าจนเมื่อช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปฝึกปฎิบัติที่วัดป่าแถวป่าละอู หลังจากกลับมาเวลาอยู่ที่บ้านมั่กจะเห็นเหมือนแว๊ปๆ คล้ายๆเวลาเราหันไปแล้วเขาหลบ ก็รู้สึกกลัวๆเหมือนกันเพราะปกติก็เป็นคนกลัวผี แต่มาคิดอีกทีก็อยากเห็นให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเหมือนกัน
ไม่ทราบว่าคุณPormaid พอมีอะไรแนะนำได้มั่งไหมค่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:10:26 น.  

 
ท่านว่าศาสนาพุทธไม่ได้ปฏิเสธเทวดา แต่พึงเคารพท่านอย่างผู้มีคุณธรรมสูง จนสามารถไปจุติบนเทวโลก คบกันได้ เป็นมิตรกันได้ แต่ไม่ใช่สรณะเพื่อความหลุดพ้น...

เป็นข้อความที่เราบอกกับคนอื่นๆ บ่อยๆเหมือนกัน
เพราะงานที่ทำ ตอนนี้เกี่ยวข้องกับเทวดาอยู่เนืองๆ อิอิ

อนุโมทนาในปัญญาที่ จขบ. มอบให้คนอื่นๆ
เจริญในธรรมค่ะ


โดย: เอ็มมี่ วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:17:47 น.  

 
สวัสดีครับ คุณเอ็มมี่

จำได้ครับ


สวัสดีครับคุณนุ่มฯ

เอ่อ... จะว่าไงดีล่ะครับ อยากเจอรึเปล่า หรืออย่างไรครับ


ผมตอบกว้างๆ แล้วกันนะครับ

ส่วนตัวแล้ว ไม่รู้ว่าทำอย่างไร จะมี"ตาดี" กว่าปุถุชน... ถ้าภาษาบาลีคงเรียกทิพจักขุ คือผมตั้งใจจะเดินทางเพื่อมรรคผลนิพพานเป็นหลัก ผมจึงใช้คำว่า "เป็นผลข้างเคียงจากการเจริญวิปัสสนา" มากกว่านะครับ เพราะงั้นจึงไม่อาจบอกได้ว่า ทำอย่างไรจึงจะเห็น จึงจะมีตาดีกว่าปกติน่ะครับ

อีกประการหนึ่ง ถ้าลองดูย่อหน้าที่ 3 จะเห็นว่า ผมเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อนเจริญวิปัสสนา อันนี้อาจเป็นมาแต่ชาติก่อน เคยทำมาน่ะครับ เพราะงั้น วัตถุประสงค์ของ blog นี้จึงไม่ได้สื่อไปทางว่า เรื่องลี้ลับหรือสิ่งที่มองไม่เห็นนั้นมีอยู่จริง แต่อยากสื่อว่า มีสิ่งที่มองไม่เห็นท่านอนุโมทนา ยินดีด้วยในกุศลอันเกิดจากการเจริญปัญญาน่ะครับ

แต่อย่างไรก็ตาม พอจ. ท่านก็สอนบ่อยๆ นะครับว่า จะมีจริงหรือไม่นั้น ไม่สำคัญเท่ากับรู้ว่าเรารู้สึกตัว เวลากลัวหรือรู้สึกถึงสิ่งที่มองไม่เห็นเหล่านั้น... อีกอย่าง ผมว่า เห็นบ่อยๆ ก็ไม่ใช่เรื่องสนุกนะครับ... อิอิ


มีอะไรคุยกันได้นะครับ


โดย: Pormaid วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:55:19 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ....ที่ช่วยตอบคำถามให้
จริงๆแล้วก็ไม่อยากเห็นหรอกค่ะ (กลัวหัวใจวาย) ก็แค่สงสัยนะค่ะว่าแอ๊ะอะไรแว๊ปๆ แล้วก็จะมาคิดใช่ไม่ใช่ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าใช่ก็คงจะกลัวแหละค่ะ
เอาเป็นว่าไม่อยากเจอแล้วดีกว่า ไอ้ที่ว่าอยากเห็นให้รู้แล้วรู้รอดถ้าเป็นไปได้ ก็ขอเป็นช่วงกลางวันนะค่ะ

ถ้ามีอะไรอยากขอคำแนะนำ จะขอเข้ามาหาใหม่นะค่ะ หรือว่าคุณPormaid มีอะไรจะแนะนำก็ยินดีค่ะ


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:45:13 น.  

 
แม่ชีท่านว่าอย่างนั้นน่ะ.........ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ ท่านว่าให้ไปก่อนเลยจะได้ไม่มารบกวน...... อาจจะไม่ได้หมายถึงเทวดาก็ได้มั้ง....... สำหรับเรา..ยังไงก็ไม่เห็นอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยเดือดร้อนน่ะ...........อิอิ


โดย: Noteja... IP: 115.67.62.133 วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:30:36 น.  

 
MP3 ภัยร้ายต่อพระพุทธศาสนา
ช่วยกันส่งlinkต่อ หรือไรท์ CD แจก

http://www.mediafire.com/download.php?cokz4h0zmdq


โดย: ชาวพุทธ IP: 125.27.189.69 วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:22:11:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Pormaid
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




---กราบแทบเท้าอาจารย์ ผู้บอกทางที่พระพุทธองค์ท่านตรัสไว้ดีแล้ว ว่ามีอยู่จริง ไปได้จริง ไม่ยากเกินมนุษย์คนหนึ่งจะทำได้... ท่านหนึ่งเป็นฆราวาส ท่านหนึ่งเป็นพระภิกษุ และมีอีกหลายท่านที่ไม่มีวาสนาบารมีพอจะได้รับคำสอนจากท่านเหล่านั้น... กราบนมัสการด้วยเศียรเกล้าครับ _/l\_---


ใครที่ผ่านเข้ามาอ่านก็คงจะงงๆ หน่อยนะครับ ส่วนหนึ่ง ผมตั้งใจจะเขียน blog นี้เพื่อเป็นบันทึกในการปฏิบัติธรรมตามมหาสติปัฏฐานสูตร เอาไว้อ้างอิงสำหรับตนเองเพื่อปรับปรุงแก้ไข และสำหรับท่านผู้สนใจ เส้นทางการปฏิบัติที่ผมเดินผ่านมาในอดีต...

อีกส่วนหนึ่ง เป็นความคิด และมุมมองทางโลก ซึ่งส่วนใหญ่ค่อนข้างก้าวร้าวซักหน่อย แต่เกือบทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่จะหันหน้าเข้าทางธรรม อีกนัยหนึ่ง มุมมองทางโลก อาจจะผลักดันให้ผมหันหน้าหาธรรมะก็ได้

เหมือนผมจะมี 2 บุคลิกนะครับ
Friends' blogs
[Add Pormaid's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.