*** ความสุขเล็ก ๆ ของ ๆ คนหนึ่ง ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหม ว่ามันจะเป็นเพียงแค่การได้อยู่ ได้มอง ได้เห็น และสัมผัส สิ่งมีชีิวิตเล็ก ๆ ที่เรียกว่าลูก เติบโต ตามวัย คืน และวัน โดยไม่จำเป็นต้องมีสิ่งประกอบใดอีก ***

ก็ว่าจะไม่รัก..(love me my dog story) ตอนที่ 8 ขอแค่มีเรา


ข้าวโอ๊ตเปิดประตูต้อนรับพี่สาวและมองชายหนุ่มที่เดินตามมาด้วยความงุนงง แต่พอเจ้าหกข้าวเห็นเขาเท่านั้นละเห่ากันขรมทีเดียว

“โอ้ย”

ชายหนุ่มสะดุดตัวใดตัวหนึ่งล้มลงครืนนได้ทีเจ้าหกตัวรุมสกรับเขาใหญ่ ฟางแก้วเดินไปชาร์ตแบตโทรศัพท์เหมือนจะไม่สนใจช่วยเหลือและก็ต้องช่วยซะหน่อย

“ข้าวตัง ข้าวเจ้า ข้าวหอม ข้าวซอย ข้าวผัด ข้าวเหนียว หยุดดด”

ได้ผลคำเดียวของหล่อนทำให้ทุกตัวถอยกลับมานั่งเข้าแถวเรียงหนึ่งจ้องหน้าเขากันสลอน

“โหฟาร์มพูเดิ้ลหรือไงนี่ถ้าเจ้าขนปุยมานะรับรองพวกเอ็งสู้ไม่ได้แน่ ๆ”

ข้าวโอ๊ตแอบอมยิ้ม นึกขันกริยาของเขา หล่อนเคยเห็นเขานะมาดเขาในโทรทัศน์ช่างแตกต่างจากตัวจริงตรงหน้าหล่อนเหลือเกินแต่แบบนี้ก็ดีไม่ใช่เหรอ น่ารักดี

“พี่ฟางพี่มากับคุณเมศเขาได้ไงกัน”

ข้าวโอ๊ตตามพี่สาวมาถึงห้องนอน ที่ฟางแก้วตั้งใจขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า

“เมื่อคืนเขาไปที่วัด รับพวกเราออกมาและพาไปส่งถึงบ้าน ส่วนพี่หลับตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ เขาเลยพากลับไปบ้านเขาด้วยก็เท่านั้น”

“ไม่กลัวเขาปล้ำหรือไง หรือว่ายอม”

“มันเหนื่อยนะเขาก็คงเหนื่อย ลุยน้ำเข้าไปรับพวกเราออกมา เขาก็ไม่ได้ทำอะไรพี่นี่ ไปดูเขาหน่อยไปเดี๋ยวเจ้าพวกนั้นกัดเขาเอา”

“ห่วงจังนะ ชักสงสัยอยากหาเหตุผลแล้วสิว่าทำไมเขาถึงลุยน้ำระดับนั้นเข้าไป เพราะมีพี่อยู่หรือเปล่าน้อ”

ข้าวโอ๊ตทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไป ฟางแก้วมองค้อนตามน้องสาวแต่คำนั้นก็ทำให้หล่อนแก้มแดงขึ้นมาได้เหมือนกัน

..ชักอยากรู้เหตุผลแล้วสิ อะไรทำให้เขาอยากมาอยู่ในเอสโอเอสนัก..

“สวัสดีคะ อะไรนะคะ ซูการ์ไรเดอร์”

เสียงนั้นทำให้ทั้งข้าวโอ๊ตและรเมศต้องหันมอง

“ที่นวนครด้วย น้ำกำลังเข้าที่นั่นนี่คะ ได้คะ เดี๋ยว จะติดต่อกลับไปอีกครั้งนะคะ ใจเย็น ๆ ด้วยคะ”

หล่อนวางโทรศัพท์หายใจยาวและตั้งสติ
“โอ๊ตเช็คสิน้ำที่นวนครระดับไหน”

หญิงสาวสั่งน้องสาว

“เกิดอะไรขึ้นเหรอผมไปด้วยนะ”
หล่อนหันมามองหน้าเขาก่อนจะพยักหน้า

“ถ้าไม่กลัวลำบากก็ไปสิ”
เขายิ้มแป้นก่อนจะคว้าโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาบ้าง

“มันห้าร้อยกว่าตัวเชียวนะถ้าเรามีสิบล้อจะขนได้เที่ยวเดียวแต่ต้องใช้เรือเข้าไป ตอนออกมา ”

หญิงสาวครุ่นคิด
“สิบล้อต้องขนเรือไปด้วยใช่ไหม”

“ใช่”
หล่อนบอกเขา

“ไม่มีปัญหา ผมมีคนรู้จักน่าจะพอขอความช่วยเหลือได้ ว่าแต่เจ้าซูการ์ไรเดอร์นี่มันตัวอะไรเหรอ”

เขาเอ่ยถามหล่อน หญิงสาวมองหน้าเขาและอมยิ้ม
“แมวชนิดหนึ่งมั้ง”

“อื้อชื่อน่ารักดี”
ก่อนที่จะไปนิคมอุตสาหกรรมที่ขอความช่วยเหลือมา หญิงสาวแวะพาชายหนุ่มไปให้หมอดลชนกฉีดยากันพิษสุนัขบ้าและบาดทะยักกันไว้เสียก่อน

“โอ้ยหมอยาอะไรเจ็บชะมัดเลย”
“บาดทะยักไง คุณก็น่าจะรู้ดีว่ามันเป็นยังไงคนเรียนหมอ จะมาบ่นทำไมนี่”

“เออ รู้แล้ว”

เขาหน้าคว่ำตัดบทไม่อยากให้ดลชนกพูดอะไรมากกว่านี้หันไปมองหน้าฟางแก้วที่มองทั้งคู่ด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ว่าทำไมสองคนนี้ถึงได้ดูสนิทสนมกันจัง

“ผมไปละ”
“อย่าโหมงานหนักละพรุ่งนี้ระวังจะป่วย”

ดลชนกร้องบอก
“ไอ้หมอนี่เหมือนจะแช่งกันเลยแฮะ”

“คุณสองคนดูสนิทสนมกันจัง”

ฟางแก้วเอ่ยขึ้นเดินนำเขาขึ้นรถ วันนี้หล่อนขับโฟร์วิลคันขาว และจอดรถของเขาไว้ที่บ้านหล่อนเพราะเขาเต็มใจจะมาช่วย แวะรับ ต้นอ้อและกอหญ้าไปด้วย กว่าจะถึงจุดนัดพบที่รถบรรทุกเรือที่ จุดนัดพบ ก็พลบค่ำแล้ว

ทหารด้านหน้าไม่ยอมให้รถบรรทุกเรือเข้าไปด้านในเพราะเป็นเขตประกาศภัยพิบัติอาจจะเกิดอันตรายได้ แม้ฟางแก้วเจรจาเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล

“คนข้างในก็เป็นอันตรายได้นะคะพี่น้ำขึ้นมาเยอะแล้วนะคะ ยิ่งดึกยิ่งอันตราย”

กอหญ้าลองพูดเสียงหวานดูบ้าง

“พี่ครับ ขอพวกผมผ่านไปเถอะนะครับ เราต้องไปช่วยสัตว์และคนจริง ๆ ครับ”

รเมศ ถอดวานกันแดดออกพอทหารเห็นเขาเท่านั้นก็จำได้ ต่างขอลายเซ็นและขอถ่ายรูปคู่ ก่อนจะปล่อยให้ผ่านเข้าไปได้แบบง่าย ๆ

“เพิ่งรู้วันนี้เองมีคนดังมาด้วยก็ดีแบบนี้”
ต้นอ้อเอ่ยขึ้น

“ไว้พี่ถ่ายรูปคู่หนูบ้างนะพี่นะ ขอลายเซ็นด้วย”
กอหญ้าเอ่ยออดอ้อนเขายิ้มให้กับทุกคน

เจ้าของซูการ์ไรเดอร์ ตกใจนิดหนึ่งเมื่อเห็นรเมศร่วมทีมด้วย ไม่วายขอถ่ายรูปคู่อีกเหมือนกัน ซึ่งเขาก็ยิ้มรับด้วยความเต็มใจแต่เมื่อเห็นซูการ์ฯ จำนวนมากชายหนุ่มก็แทบเป็นลมเกาะ ฟางแก้วแน่น

“ทำไมคุณไม่บอกละว่า เป็นหนู”

“หนูที่ไหนกระรอก”

ตัวเขาเย็นเฉียบแต่ฟางแก้วไม่ใส่ใจสลัดเขาออกห่างและช่วยยกกรง ออกมาวางในเรือเพื่อนำไปต่อรถอีกรอบหนึ่ง เจ้าของหาที่แห้งที่บ้านญาติแห่งหนึ่งไว้แต่ก็เดือดร้อนเรื่องการขนย้ายจึงต้องขอความช่วยเหลือจากทีมเอสโอเอส ที่ฟางแก้วมาช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ และแปลกตากับซูการ์ไรเดอร์จำนวนมากที่เจ้าของบอกว่าเลี้ยงด้วยความรักและไม่ได้ทำเพื่อการค้า

“แต่หลังจากนี้หนูคงต้องพิจารณาไม่เลี้ยงมากขนาดนี้อะไรอีกแล้วละพี่เวลาขนย้ายลำบากจริง ๆ เดือดร้อนคนอื่นด้วย”

เจ้าของบอกแก่หล่อนและหันมองรเมศด้วยความเห็นใจ

“พี่เมศเลยต้องมาลำบากกับหนูด้วย”

“เขาเต็มใจทำคะ”

“ดาราแบบนี้ก็มีนะคะ พี่ ไม่มีนักข่าวมาทำข่าวแถมทำงานที่ค่อนข้างสกปรกแต่ก็เต็มใจทำแปลกที่ดูหน้าซีด ๆ เหมือนไม่ค่อยสบายเลย”

“เขากลัวหนู”
ฟางแก้วบอกหน้าตายทำเอาคนฟังเหวอไปเลยทีเดียว
แต่รเมศก็ช่วยด้วยความเต็มใจแม้เขาจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว มากขนาดไหนแต่งานวันนี้ก็สำเร็จเมื่อเวลาเลยเที่ยงคืน

“แปลกนะ เอสโอเอสออกทำงานตอนกลางคืนตลอด”

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังเสร็จภาระกิจและฟางแก้วขับรถกลับ

“ก็ไม่ดีหรือไงไม่ร้อน”

“แต่หนาวฮัดเช้ยย”
“ท่าทางจะเป็นหวัดซะแล้ว”

หล่อนว่ามองเขาที่พยายามทำตัวเข้มแข็งอยู่เสมอ แวะส่งต้นอ้อและกอหญ้าแล้วหล่อนก็ขับรถมาจอดที่บ้าน

“ฉันว่าคืนนี้คุณค้างที่นี่ดีกว่า ขับไหวไหมละ”

“ไม่ไหวแขนผมยกไม่ขึ้น”

เขาสารภาพตามตรง ฟางแก้วจึงตัดสินใจช่วยประคองเขาเข้าบ้านเพราะเห็นว่าอาการไม่ไหวจริง ๆ

“เป็นไงบ้างละพี่ฟางถึงกับต้องแบกเลยเหรอ”
ข้าวโอ๊ตเอ่ยถามห่วงใย

“คงแพ้ยาฉีดนะ แล้วก็ทำเก่งไปยกกรงอีกตั้งเยอะ”

“อาบน้ำก่อนดีไหมคะเดี๋ยวโอ๊ตหายาแก้ปวดมาให้ทาน”

“ขอบคุณครับ”

เขารู้สึกเขินเหมือนกันที่บ้านนี้มีแต่ผู้หญิงและสุนัขอีกหกตัว แต่ก็ต้องจำยอมค้างที่นี่ และสวมเสื้อผ้าของฟางแก้วเสื้อผ้าตัวที่โตทีสุดของหล่อนแต่ก็เหมือนจะรัดที่สุดของเขาแต่ก็ยังดีที่มีสวมใส่

“คุณไปนอนบนเตียงฉันก็แล้วกันแต่ระวังหน่อยนะคะ”

“อะไรครับ”

“บนที่นอนฉันมีเจ้าของอยู่หกตัว”

“ห๋า..แล้วผมจะนอนตรงไหน”

“ทีฉันยังนอนได้เลย”

“ครับครับ”

อย่างจำยอมพาตัวเองไปนอนบนเตียงที่มีสุนัขทั้งหก นอน เป็นเจ้าของครองอยู่

“พี่ฟางมันแปลก ๆ นะ”

ข้าวโอ๊ตตั้งข้อสงสัย

“อะไรอีกละ”

“พี่กับเขาสนิทกับรู้จักกันมานานเลยนะทั้ง ๆ ทีเพิ่งเจอกันเมื่อวานเองไม่ใช่เหรอ แต่ก็ดีแล้วละอาจจะเป็นความพูกพันธ์หรือบุพเพอาละวาดก็ได้”

“เธอนี่”
ฟางแก้วค้อนน้องสาวแก้มแดง หาที่นอนดีกว่า

การออกช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงน้ำท่วมในช่วงกลางคืนของรเมศถูกโพสต์
ลงอินเตอร์เน็ตแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มีคนชื่นชมเขาและคะแนนความ
นิยมพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น

แม้กระทั่งชัยภัคหัวหน้าโดยตรงของรเมศยังคิดไม่ถึงว่าเขาจะทำได้ขนาดนี้
แต่แน่นอนว่ากระแสนี้มีผลดีกับบริษัทอย่างแน่นอน
“ตัวร้อนจี๋เชียวโอ๊ต เราต้องพาเค้าไปหาหมอละมั้ง”

ฟางแก้วเอามือแตะศีรษะรเมศเบา ๆ รู้สึกได้ว่าตัวของเขาร้อนจัดทีเดียว

“ไปไม่ได้นะครับ”

เขาคว้ามือหล่อนไปกุมและบีบมือหล่อนเอาไว้แน่น
“ทำไมละ ไม่ไปหาหมอแล้วจะอยู่แบบนี้ได้ยังไงกัน”

“ผมหมอไม่ได้จริง ๆ เดี๋ยวจะเกิดเรื่องใหญ่โตเข้าและพวกคุณก็จะ
เดือดร้อน ผมว่าโทรให้พี่เดชามารับผมไปดีกว่า เชื่อผมนะครับ”

“เอางั้นเหรอ”

ฟางแก้วมองห้าน้องสาวอย่างขอคามคิดเห็น ข้าวโอ๊ตพยักหน้าเห็นด้วย

“เดี๋ยวโอ๊ตไปหาผ้ามาให้พี่ฟางเช็ดตัวให้เขา แล้วไปต้มข้าวต้มให้จะได้กินยา เขาว่าคนตัวร้อนเช็ดตัวเข้าหัวใจเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้วละพี่ฟาง”

“ทำไมจะต้องทำขนาดนี้ด้วยนะเมื่อคืนถ้าบอกว่าไม่ไหวก็ไม่ไหวสิ”
“คุณได้ว่าผมปอดนะสิ”

“จนขนาดนี้แล้วนะ”

ได้ผ้ามาอยากจะเช็ดตัวแรง ๆ แต่ว่าดวงคาซึ้ง ๆ ที่จ้องมองหล่อนอยู่อย่างหวานเชื่อมนี่สิทำให้ฟางแก้วแตะผ้าลงบนใบหน้าของเขาเพียงเบา ๆ เท่านั้น รู้สึกหวั่นไหวกับดวงตาคู่นั้นจนไม่อยากจะมองหน้าเลย

“ไม่ถามผมหน่อยเหรอว่าทำไมผมถึงได้ทำขนาดนี้เพราะอะไรทำไม”
“ไม่อยากรู้แล้ว”

“แต่ผมก็อยากบอกนะ”
“ว่า..”

หล่อนกล้าที่จะหันมามองตาเขาอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าการมองตาคือการจับผิดและใครจะโกหกหล่อนไม่ได้แต่แววตาของเขาตอนนี้สะกดหล่อนซะแล้วสิ

“ผมชอบคุณ”
“เฮ้ยย”

“ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันที่รพ. ไม่อย่างนั้นผมจะตามคุณจนขนาดนี้เหรอ คุณมีอะไรหลายอย่างที่ผมชอบและหัวใจที่สู้ของคุณทำให้ผมรู้สึกอยากอยู่ใกล้ อยากเป็นผู้ช่วยและไม่อยากให้คุณพบกับเรื่องผิดหวัง”

“ลืมไปแล้วเหรอว่าตัวเองเป็นใครถึงได้มาสารภาพเรื่องแบบนี้กับผู้หญิงกระจอกคนหนึ่งนะ”

“คุณยิ่งใหญ่ในสายตาผมและสัตว์ทุกตัวในตอนนี้รู้หรือเปล่า อย่าให้ความเป็นคนดังของผมทำให้คุณปฏิเสธผมได้ไหม ผมจริงจังนะฟางแก้ว”

“ฉัน”

หญิงสาวมือออกจากเขาและถอยออกมาห่างอีกสองสามก้าว ยืนมองเขาที่นอนส่งสายตาผิดหวังอยู่บนเตียง

“ก่อนที่คุณจะปฏิเสธผม เราน่าจะศึกษาดูใจกันให้มากกว่านี้นะว่าผมพอจะเป็นคนที่คุณควรจะรักได้ไหม อย่าปิดกั้นผม อย่าสร้างกำแพงขึ้นมาขวางผมเลยนะครับ”

“จนขนาดนี้แล้วนี่นะ”
ฟางแก้วโยนผ้าลงในกาละมังใบเล็กก่อนจะซับน้ำหมาด ๆ โปะหน้าเขาผ่าน ๆ ไม่อยากมองตาสักเท่าไหร่ หัวใจหล่อนกำลังหยั่งอะไรอยู่บางอย่าระหว่างความจริงและความฝัน

คำตอบที่ได้ทำให้หัวใจแสนหวั่นไหว คำตอบที่ว่าหัวใจของหล่อนไม่ปฏิเสธเขาเลยกลับเต้นตูมตามไปกับคำสารภาพของเขา

“ฉัน..”
เงยหน้าขึ้นอีกครั้งเขาก็หลับตาไปซะแล้ว

“นี่..หลับไปแล้วหรือ”
หล่อนชะโงกหน้าเข้าใกล้เขาอีกครั้ง

“ผมรอฟังอยู่ยังไม่หลับ”
“ก็ได้..แต่ห้ามให้ใครรู้นะ แล้วผู้หญิงอย่างฉันไม่ได้ง่ายแบบที่คุณคิดด้วย”

“ผมไม่เคยคิด..แค่หัวใจผมก็พอใจแล้ว แค่มีเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
เขาเอ่ยดวงตาหลับพริ้มเหมือนจะมีความสุขจริง ๆ และก็หลับไปด้วย
พิษไข้โดยมีฟางแก้วคอยดูแลเช็ดตัวให้

หัวใจหล่อนนะเออ มันแปลกๆ ตั้งแต่เขาเข้ามาในชีวิตแล้ว หัวใจคนรักสัตว์เหมือนกัน เห็นเขาทุ่มเทช่วยเหลือมากมายขนาดนั้น ทำให้เขาเข้ามาในหัวใจไม่รู้ตัว

ไม่ปฏิเสธว่ารักเขาแต่ยังมีเวลายาวนานในการพิสูจน์ความรัก
รักแท้มันจะต้องมีอะไรมากมายกว่านี้ใช่ไหมเล่า

ฟางแก้ว..บอกตนเองและเตรียมพร้อมรับมัน หากสองคนพร้อมจะสู้ไปด้วยกันจะเกิดอะไรขึ้น

..แค่มีเรา..อย่างที่เขาบอกใช่ไหม
จบ..





รักนี้ยังมีอะไรอีกเยอะแยะ
ที่ต้องรอการพิสูจน์มีเรื่องราวที่จะเขียนอีก ขอต่อเป็นเล่มที่สองนะคะ
เมื่อใจบอกว่าจะรัก คะ











 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2555
7 comments
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2555 23:39:33 น.
Counter : 683 Pageviews.

 

แวะมาก๊อบก่อนโดนล็อค อิอิ

 

โดย: tiensongsang 3 กุมภาพันธ์ 2555 23:46:02 น.  

 

กว่าจะรู้ว่ามีคนเขียนเรื่องนี้ก็ปาเข้าไปตอนที่ 8 แล้วขอเวลากลับไปอ่านตั้งแต่บทนำก่อนน่ะค่ะ ประเดี๋ยวอารมณ์จะขาดตอน หุหุ

 

โดย: ยัยน้ำตาลเปรี้ยว 4 กุมภาพันธ์ 2555 1:02:02 น.  

 

อ่านเพลินนนน
แต่ไม่ลืมฝากจุ๊บนายตัวแสบนะคะ

 

โดย: ในความอ่อนไหว 4 กุมภาพันธ์ 2555 11:24:30 น.  

 

คิดเหมือนความเห็น 2
ขอย้อนกลับไปลองอ่านดูบ้างดีกว่า อิอิ

แวะมาแปะใจให้หนุ่มน้อยฮับ

 

โดย: sierra whiskey charlie 4 กุมภาพันธ์ 2555 14:25:47 น.  

 

อาเดียว...พี่เล็ก สวัสดีตอนเย็นวันเสาร์จ้า

วู้ๆๆๆ เพิ่งว่างจริงๆ ทำงานไปด้วยเล่นเฟสไปด้วย

วันเสาร์นะเนี่ยกะว่าจะชิลๆ สบายๆ แต่ที่ไหนได้งานเยอะได้อีก

อาเดียวอัพตะพาบแล้วนะอย่าลืมไปอ่านนะ

 

โดย: maitip@kettip 4 กุมภาพันธ์ 2555 16:53:11 น.  

 

แปะๆๆๆ อิอิ 1 ดวงนะครับ

 

โดย: อสูรกายไทฟอน 4 กุมภาพันธ์ 2555 18:18:14 น.  

 

คุณไปนอนเตียงฉันแล้วกัน
เป็นใครก็ตกใจ อิอิ
นึกถึงหน้าพ่อหนุ่มออกเลย อิอิอิ

พ่อหลานชายตัวแสบยังชื่นมื่นใช่ไห
อย่าซนนนน๊าา แม่เล็กใช้ไม้วิเศษเมื่อไหร่ละก้อ.....

ฝนยังตกอยู่ไหมน้องเล็ก
แถวภูเก็ต สบาย สบายร้อนนิด ๆ
แต่ก็ลมแรงจ้าาา

 

โดย: gymstek (gymstek ) 6 กุมภาพันธ์ 2555 21:48:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ปันฝัน
Location :
สุราษฏร์ธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ตัวเล็ก เป็นแม่ของอาเดียวคะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เป็นแม่ที่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ แต่มีความตั้งใจ ที่จะเลี้ยงดูลูกชายคนเดียว ที่เกิดจากความรักของคนสองคน แม้ว่าหัวใจคนอีกคนจะสั้นนักก็ตาม

ลูกไม่ใช่ภาระ ลูกคือความสวยงาม เป็นสิ่งที่แสนดี ชีวิตเราในขณะนี้ ลูกคือทุกอย่าง

มาเอาใจช่วยแม่ตัวเล็กพาอาเดียวไปตลอดรอดฝั่งด้่วยนะคะ

เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ง่ายเลย ใครอย่ามาเลียนแบบนะ บอกเอาไว้ก่อน มันลำบากมากจริง ๆ โดยเฉพาะในวันที่ลูกป่วยและเราตัวคนเดียว


**ลูกโตขึ้นทุกวัน เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกวัน กับโลกว้าง สู้ ๆ เค้านะูลูก

แม่ไม่หวังอะไรปมากกว่าการเห็นลูกเติบโตขึ้นมาเ็ป็นลูกที่น่ารักและเป็นคนดีของสังคม..**
แล็กกราวน์ กล่องเมนท์ กลุ่องเมนท์ กล่องเมนท์ เฟชบุ้ค Mommy's A Deaw

คลิกหาอาเดียวในเฟชบุ๊ค

หน้าอาเดียว

A DEAW

ตามไปกดไลท์ที่เพจของอาเดียวได้ครับ

เพจเอสโอเอส

SOS ANIMALS Thailand

รับปรึกษาและช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง/a>
New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
3 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ปันฝัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.