สูตรรักสูตรอร่อย
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
5 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
ทีรามิสุ(สูตร๒)




มีเพื่อนบางคนมาสะกิดๆบอกว่า
แม่ปูขาหาเลดี้ฟิงเกอร์ไม่ได้
แม่ปูขาหามาสคาโปนชีสไม่ได้
จะทำฉันใดดีหนอ
ต้องการรับประทานทีรามิสุเหลือเกิน

วันนี้มาตอบค่ะ โดยเฉพาะคุณฝ้าย
คงจะแวะเวียนมารอคำตอบจากแม่ปูหลายรอบแล้ว
แต่วันนี้แม่ปูไม่ทำถาดใหญ่ๆนะคะ
ทำใส่แก้วเล็กๆเปลี่ยนสไตน์นิดหน่อย


รูปนี้ปาดปากแก้วซะหน่อย





อีกอย่างแม่ปูไม่ได้ถ่ายรูปขั้นตอนการทำเลย
ยังไงให้ดูจากทีรามิสุบล็อกเก่าที่เคยเสนอไปแล้วนะคะ
สูตรคล้ายๆกันค่ะ แม่ปูแค่เปลี่ยนไม่ใส่มาสคาโปนชีส
แต่ใส่ครีมชีสและเพิ่มวิปครีมลงไปค่ะ
และใช้สปันจ์เค้กแทนเลดี้ฟิงเกอร์
เพื่อนๆสามารถใช้เค้กไข่ขาว
หรือแองเจิ้ลฟู้ดเค้กแทนก็ได้เช่นกันค่ะ

ตอนแรกเคยบอกไว้ว่าตีครีมชีสกับวิปปิ้งครีม
และน้ำตาลรวมกัน แต่เท่านี้แม่ปูว่ามันไม่ค่อยอร่อยค่ะ
ก็เลยคงคัสตาร์ดไว้อย่างเดิม
โดยตัดมาสคาโปนชีสออก (เพราะบางคนหาซื้อไม่ได้)



สิ่งที่เพิ่ม (และลด)

ครีมชีส ๔ ออนซ์
เฮฟวี่วิปปิ้งครีม ๘ ออนซ์
รัมลดเหลือ ๓ ช้อนโต๊ะ

ใช้ชิฟฟ่อนเค้ก สปันจ์เค้ก หรือเค้กไข่ขาวแทนเลดี้ฟิงเกอร์










หลังจากทำขั้นตอนคัสตาร์ดเรียบร้อยแล้ว
(คัสตาร์ตต้องแช่ให้เย็นๆด้วยนะคะ)
ให้ตีครีมชีสให้เนียน แม่ปูตีทั้งที่ครีมชีสยังเย็นอยู่ค่ะ
อาจจะเห็นเป็นก้อนเล็กๆไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่
แต่ว่าไม่เป็นไรค่ะเพราะยังไงเราก็จะโรยหน้าด้วยโกโก้
หรือช็อคโกแล็ตอยู่ดี ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็นหรอกค่ะ

ตีครีมชีสเนียนระดับหนึ่งแล้ว ก็ตักครีมชีสใส่ในอ่างคัสตาร์ด
เทวิปปิ้งครีมลงไป ตีส่วนผสมให้ขึ้นฟู
แค่นี้ก็สำเร็จเสร็จสรรพแล้วค่ะ
ส่วนผสมจะไม่ข้นมากเหมือนที่แม่ปูใช้มาสคาโปนชีส
เพราะแม่ปูใช้มาสคาโปนชีสเยอะด้วยค่ะ
ส่วนครีมชีสที่ใช้แทนนั้นแม่ปูใช้ไม่มากนัก
ถ้าใส่ครีมชีสมากเกินไป
เกรงว่ารสชาติจะแปลกๆมากเกินไปค่ะ
((แต่บางคนอาจจะชอบก็ได้ค่ะ))
ฉะนั้นเวลาทำสูตรนี้ ให้ทำใส่ถาดสวยๆเลย
ไม่ต้องทำใส่สปริงฟอร์มเหมือนแม่ปู
มันยกออกมาตัดโชว์เหมือนแม่ปูทำไม่ได้
เพราะครีมจะไหลย้อยแน่ๆ
แต่ว่ารสชาติอร่อยใช้ได้เลยค่ะ




รูปนี้สำหรับคนกลัวอ้วนแต่ว่าอดใจไม่ไหวค่ะ
แก้วเล็กๆทานน้อยๆพอได้รสอร่อยนะคะ








ขอให้มีความสุขกับสูตรรักสูตรอร่อยจากแม่ปูนะคะ







Create Date : 05 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2551 6:47:30 น. 64 comments
Counter : Pageviews.

 
อุ้ย อุ้ย... ตื่นมาก็เจอของอร่อยเลยคะ ขอทั้งถ้วยเลยนะคะ มาทานคนแรกเลยอ่ะ มีแุถมอ่ะป่าวเนี่ย อิอิ...


โดย: Sweet Forever วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:6:55:08 น.  

 
กรี๊ด ๆๆ มาก่อนได้ก่อน


โดย: pumorg วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:6:59:42 น.  

 
ชุอุ๊ยย์ .. หน้าแตกดังเพร้งงง ..

ขอบคุณมาก ๆ เลยค้ะแม่ปูขาฯ
ปุ้มก็เป็นอีกคนนึงที่หา มาสคาโปนชีส & เลดี้ฟิงเกอร์ ไม่เจอ
สถานเดียวคือต้องสั่งผ่านเวปซึ่งราคาค่อนข้างสูงปรี๊ด ..
ตอนนี้มีสูตรนี้เพิ่มมาอีกปุ้มตั้งใจว่าจะทำหม่ำให้ได้เลยคะ
ขอบคุณ ๆๆ แม่ปูขาฯ มาก ๆ เลยนะค้ะ


โดย: pumorg วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:04:39 น.  

 
แหะ ๆ เห็นมีสี่รูปเจ๊หลีมาที่ 3 ทันแน่นอนนะคะแม่ปู



โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:04:58 น.  

 
ใช้กล้องยี่ห้ออะไรอ่ะครับ ถ่ายแล้วน่ากินทู้กที


โดย: le doc วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:10:13 น.  

 
ขอหม่ำถ้วยแรกแล้วกันค่ะชิ้นใหญ่ดี เรื่องอ้วนทิ้งไว้ก่อน


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:33:03 น.  

 
น่าหมํ่าจังเลยคะแม่ปู ถ้วยเล็กๆน่ารัก

เป็นทิรามิสุที่ช่วยให้คนไกลบ้านอย่างมุกได้ลองทำบ้างคะแม่ปู

เพราะหาซื้อเลดี้ฟิงเกอร์ได้ แต่มาสคาโปนชีสไม่มีเหมือนกันคะ


โดย: mook (haiti ) วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:34:16 น.  

 
น่ากินอีกแล้ว แม่ปูขอนู๋ไปอยู่ด้วยคนเตอะ


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:20:13 น.  

 
พี่ยังไม่เคยหม่ำเลยค่ะเจ้าทีรามิสุเนี่ย
ขอชิมถ้วยเล็กแล้วกันนะคะ
พี่เจนนี่หายป่วยรึยังคะแม่ปู


โดย: Petit Patty วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:27:19 น.  

 
เห็นหน้าตาแล้วบอกได้คำเดียวว่าน่าอร่อยสุดสุดค่ะ


โดย: smithfamily วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:29:55 น.  

 
วิสกี้แอบมาน้ำลายไหลกับทีรามิสุของแม่ปูค่ะ ของชอบเลยจริงๆ


โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:30:20 น.  

 
ดีจังแม่ปูถ้วยเล็กแบบนี้น่าสน ได้ครีมแท้ที่เป็นสเตอริไซด์ ใช้แท้เฮฟวี่ครีมได้หรือเปล่าค่ะ


โดย: never the last (never the last ) วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:05:56 น.  

 
น่ากินเหมือนเคยเลยค่ะ ภาพแม่ปูสวยตลอดเลยอะ


โดย: wee_nong วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:35:59 น.  

 
ทำไมถึงได้น่ากินอย่างนี้คะ แม่ปู นางฟ้าขอชิมสัก 3 ถ้วยได้ปล่าวคะ...


โดย: นางฟ้าของชาลี วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:02:43 น.  

 
แวะมากินอีกสูตรคะ แม่ปู แต่ว่าถ้วยเล็กนิดเดียว ขอเบิ้ลนะคะ เป็นคนกระเพาะใหญ่


โดย: Azizan วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:14:02 น.  

 
สวัสดีก๊าบ..โพสต์เสร็จไปกินข้าว
หนุ่มนิคหน้ามนกลับมาจากจูเจ็ทสุคลาส
ตัวร้อนไม่สบาย ติดเชื้อมาจากพี่เจนนี่นั่นเอง
แต่บอกว่าดีใจที่ไม่สบาย เพราะว่าเวลาเป็นไข้แม่เสิร์ฟอาหารบนเตียง อิอิ

ทีรามิสุสูตรนี้อร่อยใกล้เคียงกับสูตรก่อนค่ะ
พ่อบ้านแม่ปูก็บอกว่าอร่อย หวังว่าทุกๆคนคงจะชอบนะคะ

คุณle doc แม่ปูใช้กล้องเพ็นแท็กซ์ *ist Dsค่ะ
http://www.steves-digicams.com/2004_reviews/istds.html


โดย: ปูขาเก เซมารู วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:16:04 น.  

 
ขอสารภาพว่าไม่เคยกินเลยค่ะ แต่เห็นรูปแล้วน่ากินจัง (บ้านนอกเน๊อะ)555


โดย: koy IP: 58.9.65.95 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:51:08 น.  

 
ขออีกซัก 20 ช๊อทแล้วก็ Bottom up เลย


โดย: หลั่มหมั่นเหม่ง วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:13:45 น.  

 
ว้าว น่ารักน่ากินจริงๆเลยค่ะแม่ปู เป็นช็อตเล็กๆอย่างนี้ดีมากๆเลย จะได้กินทีละน้อย


โดย: ก้อย(ฟันคุดน้อยซี่ที่7) IP: 118.173.227.205 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:09:43 น.  

 
ขอสักถ้วยนะคะแม่ปู


โดย: ผิง IP: 124.157.242.71 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:30:08 น.  

 

แบบนี้ลืมอ้วนแน่ๆ


โดย: superss วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:18:29 น.  

 
เมนูนี้ เข้ามาดูเฉยๆจ้ะ
เคาะผ่าน ก๊อก ก๊อก


โดย: Huiling วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:26:56 น.  

 
อุ้ยแม่ปู น่าทานมากๆเลยค่ะแม่หยีชอบมากๆเลยค่ะทิรามิสุ


โดย: แม่น้องKevin and Jasmin วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:47:35 น.  

 
น่ากินมากๆเลยค่า


โดย: Goizd วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:57:41 น.  

 
ดีจังต่อไปไม่ต้องง้อมาคาโปนแล้ว


โดย: jjbd วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:24:28 น.  

 
เยี่ยมเลยค่ะไม่ต้องง้อมาคาโปนอีกแล้ว จะลองทำทีรามิสุ สูตร2ของแม่ปูค่ะ


โดย: homfung วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:31:50 น.  

 
ของโปรดเลยจ้าแม่ปู ทีรามิสุ เนี่ย


โดย: sweetie bakery IP: 125.27.212.59 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:46:23 น.  

 
แท๊กซี่จำเป็นแวะมาเยี่ยมแม่ปูลูกปูค่ะ มาถึงก็เจอของโกรธกันเลย เจ้าทีรามิสุเนี่ยะ เพราะเจอทีไร พี่อ่ะต้องรีบกินเค้าทุกทีเลยค่ะ


โดย: P.Ta วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:01:29 น.  

 
มาขอทานสักแก้วนะคะ แม่ปู...


โดย: Pastel pied วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:05:50 น.  

 
น่าทานค่ะ อยากลองสักแก้วจัง น่ารักมากๆ


โดย: Alisara วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:40:25 น.  

 
สักแก้วจะเป็นพระคุณ


โดย: เจ้เชง วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:58:52 น.  

 
แก้วเล็กๆไม่เคยพอค่ะพี่ปู ต้องแก้วใหญ่หลายๆแก้วเลย สูตรที่ลูกสนทำประจำก็ไม่ใช้มาสคาร์โปเน่เลย แต่ใช้ครีมชีส วิปครีม ครีมเปรี้ยวแทนค่ะ กลายเป็นว่ายังไม่เคยซื้อมาสคาร์โปเน่ติดบ้านซักกระปุกเลย

เห็นด้วยกับพี่ปูนะคะ ว่าทีรามิสุนี่ ต้องมีซาบาญองด้วย ไม่งั้นรสชาติจะชืดลงทันตาเห็นเลยค่ะ ตอนลูกสนทำครั้งแรกนี่ กลัวจะเหม็นไข่ แต่ทำเสร็จแล้วอร่อยติดใจ กลายเป็นขนมสูตรเดียวที่ใส่ไข่แดงแต่ไม่ต้องใส่วานิลลาสำหรับลูกสนเลยค่ะ


โดย: ลูกสน วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:35:00 น.  

 
น่ากินอีกแล้ววว ขอยกไปทั้งแก้วเลย


โดย: โกโก้คุง** วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:41:07 น.  

 
ทีรามิสุ นี่ถือว่าเป็นอะไรที่ท้าทายต่อการลองมากเลยค่ะคุณปู เพราะถ้าอร่อยก็อร่อยเหาะ ถ้าไม่อร่อยก็

เวลาตุ้งไปสั่งแต่ละร้านลองกิน ก็เหมือนไปวัดดวงยังไงยังงั้นเลยค่ะ


โดย: กวางตุ้งหวาน วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:18:54 น.  

 
ขอ 1 แก้วด้วยค่ะ น่าทานมากยังงี้ต้องต้มกาแฟแล้วซิ....


โดย: dar IP: 58.136.65.126 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:33:41 น.  

 
น่าอร่อยมากเลย เดี๋ยวมีเวลาขอสูตรไปลองนะเจ้าคุณปู ขอบคุณสำหรับสูตรดีๆอร่อยๆเจ้า


โดย: แม่เฮือน วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:50:12 น.  

 
เอามายั่วน้ำลายกันอีกแล้วนะคะ อิอิ


โดย: jukjee (jukjee ) วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:09:26 น.  

 
ขอลองมั่งนะเจ้าคะ


โดย: Ab Psy ReinDEAR++ วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:23:03 น.  

 


โดย: ANGEL_CS วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:5:31:48 น.  

 
แม่ปูค่ะ ชอบค่ะ ทีรามิสุเนี่ย ปุ๋มขอแก้วเล็กๆ ก็พอค่ะ


โดย: pummy_beauty วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:08:16 น.  

 
ไม่กลัวอ้วนค่ะ
ขอ 1 แก้วใหญ่ๆได้ไหมค่ะ แม่ปู


โดย: dailydelicious วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:29:08 น.  

 
กำลังสนใจอยากจะทำขนม
ขอเป็นลูกศิษย์แม่ปูด้วยสักคนนะคะ ชอบหมดทุกอย่างเลย


โดย: jeep-WW IP: 203.144.130.176 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:10:33 น.  

 
ขอสมัครเป็นลูกศิษย์แม่ปูด้วยคนนะคะ เพราะชอบทานเค๊กมากๆๆๆๆ


โดย: jeep-WW IP: 203.144.130.176 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:13:32 น.  

 
น่ากิ๊นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากทำมั่งค่ะ แต่ต้องห้ามใจ กำลังลดพุง 55


โดย: bin wieder da วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:34:36 น.  

 
ทำยังไม่เป็นค่ะ แต่ซื่อเลดี้ฟิงเกอร์มาแล้ว
ว่าจะลองหัดดูสักครั้ง เด้วตอนนี้ไปเอาทิรามิสุที่ซื้อมา มากินก่อนน่ะค่ะ


โดย: Papayahanaga วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:22:06 น.  

 
อยากกินจังเลย..


โดย: kaajibjib วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:26:12 น.  

 
มาสคาโปน คาตู้เย็นตั้ง 4 ห่อ ว่าจะทำแต่ก็ไม่ได้ทำซะที สูตรแม่ปูมาใหม่อีกแล้ว น่ากินมาก ๆ ถ่ายรูปก็สวย ถ้าแม่ปูไม่รังเกียจที่จะตอบเทคนิคการถ่ายรูปที่ออกมาสวยๆ แบบนี้ล่ะก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงจ๊ะ ซื้อกล้อง แคนนอน 450d แต่ฝีมือยังไม่ดีเลย


โดย: moo_ang (Moo_ang ) วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:46:26 น.  

 
จาเอาไปทำมั่ง


โดย: kokophiz วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:03:18 น.  

 
แม่ปูขา...ขอบคุณมากๆๆๆๆๆเลยค่ะ แม่ปูนี่ช่วยชีวิตจริงๆ ฝ้ายนะ ไปซื้อของมาเตรียมไว้แล้ว รอแม่ปูมาทำมาสคาโปนชีสให้ กะว่าจะทำให้สามีทานวันเกิด เค้านะชอบทานมากเลยแต่ว่าที่นี่ไม่อร่อยและหาทานยากมาก ฝ้ายเลยอยากจะทำให้สามีทาน เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องซ้อมก่อน แล้วฝ้ายจะส่งการบ้านไปทาง เมลล์นะคะ เพราะฝ้ายส่งการบ้านที่นี่ไม่ได้ ฝ้ายไม่ได้เปนสมาชิกค่ะ
ขอบคุณแม่ปูมากๆอีกครั้งนะคะ แต่ว่าแม่ปูขาอย่าเรียกคุณฝ้ายได้ไหมคะ ฟังแล้วมันแก่ๆยังไงไม่รู้ค่ะแม่ปู ฝ้ายเพิ่งจะ ๒๓ เอง เรียกน้องฝ้ายแล้วกันนะคะ อิอิอิ ตอนนี้ลูกงอแงง่วงนอนแล้ว ฝ้ายไปเอาลูกเข้านอนก่อนนะคะ แล้วไว้คุยกันใหม่ค่ะ


โดย: ฝ้าย IP: 41.208.107.99 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:4:19:02 น.  

 
ชอบแก้วสุดท้ายค่ะแม่ปู - มักน้อย น่าทานมากเลยค่ะ


โดย: Tristy วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:4:48:07 น.  

 
ชอบจังเลยค่ะทีรามิสุของแม่ปูไม่ง้อมาสคาโปนชีส

เข้าทางไนล์เลยค่ะ

ขอจดสูตรไปเลยยยยนะคะ

สูตรนี้ไม่ส่งการบ้านไม่ได้แล้ววววว


โดย: cinnamorolltart วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:6:40:56 น.  

 
น่าทานมากค่ะ ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ด้วยคนนะคะ คงต้องทำดูบ้างแล้ว ขอบคุณสำหรับสูครดีๆค่ะ


โดย: aoy8722 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:59:34 น.  

 
น่าทานจริงๆเลยอยากทานบ้างจังเลยยังไงขอสูตรไปทำเองบ้างนะคะ


โดย: nuch IP: 58.8.65.212 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:29:23 น.  

 
แม่ปูขา วันนี้จะลงมือทำแต่ว่าอ่านสูตรแล้วมันยังไม่เข้าใจอยู่หน่อยนึงน่ะค่ะ แม่ปูอย่าเพิ่งรำคาญฝ้ายนะคะ ฝ้ายขอความกรุณาแม่ปูช่วยตอบหน่อยเถอะค่ะ ถือว่าสงสารน้องตาดำที่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์
คือว่าอย่างนี้ค่ะ วิปปิ้งครีม ใส่ในอ่างคัสตาตก่อน 1/2 ถ้วยแล้วนำไปแช่ตู้เย็นใช่ไหมค่ะ จากนั้น เมื่ออ่างคัสตาดเย็นได้ที่แล้ว ให้ตีครีมชีสใส่ลงไปแล้วตามด้วยวิปปิ้งครีมอีก 8 Oz. ใช่ไหมค่ะ ขอความกรุณาแม่ปูช่วยตอบด้วยนะคะ
ขอโทษแม่ปูจิงๆที่ ฝ้ายรบกวนแม่ปูมากๆๆๆๆๆๆๆเลย และขอบคุณแม่ปูมากค่ะ



โดย: ฝ้าย IP: 41.208.107.99 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:44:23 น.  

 
สวัสดีครับ แม่ปู ไม่พบกันนานเลย แม่ปูสบายดีไหมครับ ผมยังไม่เลิกเชคหรอกครับแต่เปลี่ยนทำอย่างอื่นบ้าง เดี๋ยวใครๆเขาว่าผมมอมเมา น่ะครับ


โดย: veerar วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:26:16 น.  

 
ค่ะน้องฝ้าย น้องฝ้ายเปลี่ยนมาเรียกพี่ปูแทนแม่ปูด้วยนะคะ กันลืมค่ะ บางทีแม่ปูจำไม่ได้ถ้าเรียกแม่ปูๆ แม่ปูก็คุณไว้ก่อนเลยค่ะ

สำหรับสูตรตามสูตรที่หนึ่งเด๊ะเลยนะคะ (หมายถึงมีวิปครีม๑/๒ ถ้วยผสมด้วยค่ะ)ทีนี้แทนที่จะใส่มาสคาโปนชีส ก็เปลี่ยนมาใส่ครีมชีสกับวิปครีมแทนค่ะ

โดยตีครีมชีสให้เนียนก่อน คือไม่อยากใส่ครีมเป็นก้อนๆลงไปในคัสตาร์ดเพราะเวลาตีมันจะเลอะกระเด็นกระดอน ตีครีมชีสในอ่างอีกใบ จากนั้นก็ตักครีมชีสที่ตีไว้แล้วใส่ลงในอ่างคัสตาร์ด แล้วก็เทวิปปิ้งครีม ๘ ออนซ์ใส่ลงไปด้วย จากนั้นก็ตีเริ่มจากสปีดต่ำก่อน กันส่วนผสมกระจาย แล้วค่อยเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตีจนส่วนผสมข้นค่ะ ระวังอย่าตีนานเกินไป เพราะว่าครีมชีสนี่ถ้าตีนานเกินไปมันจะจับตัวกันเป็นก้อนคล้ายเนยค่ะ

ไม่เข้าใจถามมาจนจะเข้าใจนะคะ อยากให้พ่อบ้านน้องฝ้ายได้ทานอร่อยๆจากฝีมือน้องฝ้ายค่ะ



โดย: ปูขาเก เซมารู วันที่: 8 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:29:59 น.  

 
น่าทานมากกกกกกกกค่ะ
แม่ปูทำอาหารเก่งจริงค่ะ

หนูก็แวะเข้ามาดูอยู่เรื่อยๆคะ
ดีใจจังที่มีคนมาบอกสูตรอาหารอร่อยๆอย่างละเอียด
ขอบคุณนะค้า.....

ปล.ได้ลองทำบราวนี่สูตรของแม่ปูดูแล้ว อร่อยมากกกกเลยคะ
เลยกลายเป็นขนมที่ทำบ่อยที่สุดเลยคะ
^^ ^^


โดย: lek IP: 58.9.125.219 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:27:20 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ปูช่วงนี้ยุ่งมากเลยเลิกงาน 8.30 pm กว่าจะถึงบ้านกว่าจะได้นอน ทำงานสปานี้มันเหนื่อยจริง ๆ เลยนะค่ะ แต่ก็ชอบค่ะ วันนี้ได้เข้ามาดูหน้านี้ก็เลยรู้ว่าเพื่อน ๆ พี่หามาสคาโปนชีสกับเลดี้ฟิงเกอร์ไม่ได้ ก็เลยแวะมาช่วยพี่ปูอีกแรง ที่สยามพารากอนมีขายค่ะ ที่ชั้น G จะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่และจะมีของนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งขนม อาหาร มีให้เลือกเยอะแยะ สะดวก เลดี้ฟิงเกอร์ตอนนี้กำลังลดราคาของยี่ห้อ VICENZOVO มี 24 ชิ้น น้ำหนัก 200 กรัม นำเข้าจากอิตาลี ตอนนี้กำลังลดราคาเหลือ 77 บาทเองประมาณนี้ค่ะ แต่พริตตี้ซื้อเก็บไว้ก่อนหน้านี้แพ็คหนึ่งตอนแรกเขาลดราคาเหลือ 60 บาทเองค่ะ อยากชิมดูว่าเป็นยังงัย แต่เห็นเขาเขียนกำกับภาษาไทยว่าขนมเลดี้ฟิงเกอร์ต้นตำรับอิตาเลียนผสมไข่ ส่วนประกอบ แป้งสาลี 38% น้ำตาล 27% ไข่ 26% แต่เด็ก ๆ ชิมแล้วไม่ชอบ แต่คุณสามีชอบค่ะบอกว่าจ่มกาแฟอร่อยดีค่ะ และก็มีอีกยี่ห้อหนึ่งจะแพงราคา 150 กว่าบาทถ้าจำไม่ผิด ถ้ายังงัยเดี๊ยวจะไปดูมาให้อีกครั้งแล้วจะโพสต์บอกค่ะ ส่วนมาสคาโปนชีสก็มีนะค่ะตอนแรกไปดูเป็นของไทยผลิตวางไปแถวโยเกิร์ตใกล้ กับชีสแต่พอผ่านไปดูอีกไม่มี แต่จะไปมีตรง ที่ซุ้มขายชีสซึ่งเดินเลยมาหน่อย จะมีพนักงานขายโดยเฉพาะเลยโชว์ไว้ในตู้กระจกหลากหลายรวมชีสน่าจะเป็นของต่างประเทศ ของไทยราคาเกือบ 300 บาท น้ำหนักจำไม่ได้ ถ้ายังงัยเดี๊ยวไปดูมาให้แล้วจะโพสต์มาบอก ใครอยากได้อะไรจะดูให้นะค่ะ เพราะเดินดูและก็ซื้อของทุกวันเลย สงสัยคิดว่าหนูรวยๆ ละซิ อย่าเข้าใจผิดนะค่ะ บังเอิญว่าทำงานอยู่พารากอนงัยค่ะ ก็เลยได้เดินเกือบทุกวันค่ะ รู้สึกจะคุยนานไปแล้ว ต้องไปทำงานก่อนนะค่ะพี่ปู และเพื่อนเว็ปต์ทุกคน บ๊าย ๆ


โดย: พริตตี้ IP: 58.9.189.104 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:05:46 น.  

 
ขอบคุณมากๆเลยค่ะพี่ปู ตอนนี้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วล่ะค่ะ จะลองซ้อมดูก่อนนะค่ะ
ฝ้ายเหนพี่ปูบอกว่าครีมชีสมันจะไม่อยู่ตัวเหมือนมาสคารโปเน่ ฝ้ายเลยไปสันหาวิธีทำมาสคารโปเน่มา แต่ว่าเปนภาษาอังกฤษ ฝ้ายว่าจะลองทำดู แต่ก็เอาสูตรมาฝากพี่ปูด้วยเผื่อว่าพี่อยากจะทำโฮมเมดให้สามีปลื้ม...คริคริคริ
สามีฝ้ายนะไม่ค่อบสนใจไรหรอกโฮมเมดหรือไม่ เข้าปากแล้วอร่อยเปนใช้ได้รายเนี้ย
ยังไงก็ขอบคุณพี่ปูมากนะคะ ตอนนี้ฝ้ายเข้าใจแจ่มแจ้งเลย แล้วฝ้ายว่าจะลองทำมาสคารโปเน่ดูได้ผลยังไงแล้วจะบอกนะคะ
ฝ้ายเอาสูตรมาจากเน็ทนะคะ
สูตร 1
Ingredients

* 1 pint heavy cream
* 1/2 tsp tartaric acid
* 1/4 tsp confectioner's sugar

Directions

1. Fill the bottom of a double boiler with enough water to touch the top pan, but the top should fit neatly and not "float." Bring to a simmer.
2. Pour the cream into the top of a double boiler and place over simmering water.
3. Add the confectioner's sugar and whisk constantly.
4. When the cream is warm add the tartaric acid. Whisk over the heat until the cream reaches a temperature of 180 degrees.
5. Remove from heat and allow to cool, whisking occasionally.
6. Pour the mixture into a bowl through a thick cheesecloth, or line a fine metal strainer with a coffee filter.
7. Cover the bowel and refrigerator for at least 12 hours before use.

สูตร 2
1 quart heavy cream
1/4 teaspoon tartaric acid


PREPARATION:
. Pour cream into a Pyrex saucepan and fit over another pot, creating a bagnomaria (double boiler). Bring the cream to a temperature of 180 degrees F. and remove from
Stir with a wooden spoon for 30 seconds and then remove the Pyrex from the bagnomaria and keep stirring for 2 minutes more. Add the tartaric acid.

Line a basket with HEAVY cheesecloth and pour in the cream. Let the mascarpone stand for 12 hours in cool place or the lower level of your refrigerator. Cut four 9-inch squares of heavy cheesecloth. Open one on the table.

With a large spoon, transfer 1/4 of the mascarpone to the center of the square. Fold one side on top and then fold over the other side, then fold over both ends. Put the package of mascarpone, folded side down, on a serving dish. Prepare the remaining 3 squares in the same way. Refrigerate for at least 12 hours before using. Use within one week.

Notes:
The heavy cream should be pasturized, but not "ultra-pasturized." Ultra-pasturized has "off" taste to it and can ruin a lot of dishes. The pasturized can be found in health food stores, along with the tartaric acid.

จริงๆแล้วฝ้ายมีอีกสูตรนึงเปนของคนอิตาเลียนทำ แต่ฝ้ายไม่ค่อยเข้าใจภาษาอังกฤษแตกฉานดี ฝ้ายจะส่งให้ทางเมลล์นะคะ





โดย: ฝ้าย IP: 41.208.107.99 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:25:31 น.  

 
ฝ้ายส่งทางนี้เลยดีกว่า
อีกสูตรนึงนะค่ะ มีทั้งภาษาอิตาเลียน ทั้งอังกฤษมั่วกันไปหมด คือฝ้ายไม่อยากตัดตอนมาเพราะกลัวว่าตัดแล้วพี่ปูจะไม่เข้าใจแล้วฝ้ายก็ไม่เก่งภาษาอังกฤษกลัวตัดแล้วมั่ว...คิคิคิ ถ้าพี่ปูเข้าใจยังไง หรือถ้าลองทำก็เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ เอามาลง blog ทำรูปสวยงามแบบที่พี่ปูทำขนมก็ได้ ฝ้ายชอบ...คิคิคิ จะได้เปนประโยชน์กับคนที่หามาสคารโปเน่ทานยากๆด้วย (แหมอันที่จริงก็พูดชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อตัวเองนี่ล่ะ) ที่นี่ตีสามครึ่งแล้ว ฝ้ายไปนอนก่อนนะคะ Goodnight ค่ะ
mascarpone fatto in casa
homemade mascarpone
[scorrere in basso per leggere le istruzioni in italiano]
Nobody that I know makes mascarpone at home in Italy. The reason, I believe, is that you can go to the grocery store around the corner and get some, so there is no real incentive to learn to do-it-yourself. Finding good quality mascarpone became less obvious once I moved to California. At some point, I read that one could make it at home. Still, things did not click in my mind, also because by then I could find imported Italian mascarpone to make tiramisù.
The inspiration to make mascarpone at home came from a delightful conversation I had last July with Trace Leighton, Chef de Patisserie of Nibblers Eatery & Wine Bar, in Pleasant Hill. She described to me the process she follows and, suddenly, the urge to try to replicate it was irresistible. The procedure to make mascarpone is variously described in several places on the web: this page has a clear explanation. The main difference with what I do is in the composition of the main ingredient (see below).
I have been halving the recipe, starting with 2 cups of main ingredient and adding to it 1/8 teaspoon of tartaric acid (purchased at a store that sells beer-making supplies). I have tried three different combinations of organic pasteurized ingredients (avoid ultra-pasteurized ones, as I have read that the flavor of the final product is adversely affected by the ultra-pasteurization process): 100% whipping cream (the one I use has 35% fat), 75% whipping cream and 25% non-fat milk (1.5 cups and half a cup, respectively), 75% half-and-half (18% fat) and 25% whipping cream. Trace described to me the first option. I tried the third one based on the information on the web page referenced above for the instructions. The middle option is of my own design and it is the one I have been using.
The following paragraph will make sense after you read the instructions. I do not suspend the cloth as I do for labneh and Neufchatel, but simply place it in a small colander that fits over a bowl. Avoid what is sold as cheesecloth and use instead a piece of cotton cloth, like a handkerchief or, as in my case, of bed sheet. The photo is not great, but it shows my setting for draining the whey. I use the latter to make ricotta (another story for another day). The yield from 2 cups of main ingredient is about 10 oz. of mascarpone.
What have I been doing with it? As described in previous posts, I have been using mascarpone to finish off a risotto, as topping for fresh fruit, and also to make tiramisù (photo on the left) and crostate (photo on the right, a version with sliced fresh strawberries over the mascarpone-based filling). My homemade mascarpone is better than what I used to get in the stores: creamier, fresher, tastier. I love it!
My very special thanks to Trace for generously sharing with me her knowledge, and inspiring me to make this happen.
Hear me pronounce the words on the mascarpone fatto in casa audio file [mp3] or go to the mascarpone fatto in casa audio page for more listening options.
Per i lettori italiani. Non ho trovato un buon sito che spiegasse nei dettagli come fare il mascarpone in casa (qui c'è una descrizione sommaria), quindi vi spiego quello che faccio io. Le dosi che uso sono per circa 480 ml di panna fresca e latte, ma presumo che potete applicarle a mezzo litro senza problemi. Utilizzate ingredienti freschi, pastorizzati, non ultra-pastorizzati: ho letto che il processo di ultra-pastorizzazione ha un effetto negativo sul sapore del prodotto finale. Io ho provato tre combinazioni: 100% di panna da montare (35% di grasso), 75% di panna e 25% di latte magro, 75% half-and-half (metà panna e metà latte, un prodotto che non so se si trovi in Italia) and 25% di panna. L'opzione di mezzo è una mia idea ed è quella che uso.
Scaldare la panna, o combinazione di panna e latte, a bagnomaria fino a raggiungere 85 C. Io uso un contenitore di vetro pyrex messo dentro una pentola d'acqua. Sciogliere 1/8 di cucchiaino (0.6 ml) di acido tartarico in un cucchiaio di acqua (15 ml) e aggiungerlo alla panna: si sente subito che il liquido si addensa un po'. [Alternativamente, potete provare ad aggiungere un cucchiaio (15 ml) di succo di limone. Io non l'ho mai fatto, ma ho letto che funziona.] Mantenere la temperatura a 85 C per cinque minuti, mescolando di tanto in tanto. Rimuovere dal fuoco e dal bagno d'acqua. Porre in un contenitore non-reattivo dotato di coperchio e far riposare in frigo per 12 ore. Drenare poi il siero per 24 ore. La foto sopra fa vedere che per questo passaggio io utilizzo un colino messo sopra una ciotola foderato con un pezzo di cotone (un fazzoletto pesante o un pezzo di lenzuolo di cotone). Poi il mascarpone (280 g circa) è pronto: mettetelo in un contenitore e usatelo nel giro di pochi giorni. A casa mia non dura tanto. Il siero che rimane io lo uso per fare la ricotta, ma questa è una storia per un altro giorno.




โดย: ฝ้าย IP: 41.208.107.99 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:36:24 น.  

 
ขอบคุณน้องพริตตี้กับน้องฝ้ายมากๆเลยค่ะ
ทั้งแหล่งซื้อมาคาสโปนชีสเลดี้ฟิงเกอร์
และโฮมเมดมาคาสโปนชีส ขอบคุณแทนเพื่อนคนอื่นๆด้วยค่ะ
ถ้าน้องฝ้ายทำเสร็จแล้วพี่ขอชมด้วยนะคะ
แล้วเจ้าTartaric acidสูตรข้างบนนี้
น้องฝ้ายหาซื้อได้ที่ไหนคะ เผื่อเพื่อนคนอื่นๆจะไปหามาใช้บ้าง

น้องพริตตี้อยู่แหล่งศูนย์รวมข้าวของนานาชนิดเลยนะคะ ห้างดังของเมืองไทยด้วยโชคดีจัง ทำงานสนุกไหมคะ


โดย: ปูขาเก เซมารู วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:01:42 น.  

 
สวัสดีอีกครั้งค่ะ พี่ปู เมื่อสักครู่พึ่งอธิบายในหน้าทีรามิสุสูตรแรกให้เพื่อน ๆ ที่จะหาซื้อของกันอย่างละเอียดเลยไปดูมาให้เมื่อวานนี้อีก แล้วก็จะเข้ามาบอกไว้หน้านี้อีกเจอพี่ปูพอดีเลย เพราะก่อนหน้านี้เข้ามาดูยังไม่เจอใครคุยด้วยเลย ขอขอบคุณพี่ปูมาก ๆ เช่นกันนะค่ะที่หาของอร่อย ๆ มาให้ตลอดเลย แต่พริตจะหาเวลาทำ กะว่าพรุ่งนี้วันที่ 12 นี้เป็นวันเกิดคาดว่าจะได้ทำให้เพื่อน ๆ และครอบครัวทาน ถ้าไม่หมดแรงเสียก่อน เหนื่อยนะค่ะพี่ปูแต่ก็สนุกกับงาน และได้แอบสวยขึ้นวันละนิดก็ยังดีอะค่ะ


โดย: พริตตี้ IP: 58.9.193.177 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:8:13:10 น.  

 
ไอ้เจ้า tartaric acid เนี่ย หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปน่ะค่ะ มีลัษณะเป็นผงนะคะ นอกจากนี้ยังหาซื้อได้ตามร้านที่หมักเบียร์ทั่วไปได้เลยค่ะ
พี่ปูขา ฝ้ายยังไม่ได้ลองทำเลยค่ะ สามียังไม่ได้ไปเอาเจ้า tartaric acid มาให้เลย ของฝ้ายไม่ต้องซื้อเพราะสามีมีร้านขายยา คริคริคริ ฟรีค่ะฟรี...เอาไว้ฝ้ายทำแล้วมันเวิร์คๆๆๆ อร่อยแซ่บมากๆเมื่อไหร่ จะถ่ายรูปขั้นตอนการทำอย่างละเอียดส่งไปที่เมลล์พี่ปูเลยนะคะ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาว่างด้วยถ้าลูกกวนมากๆคงไม่ได้ทำซํกที ช่วงนี้ฟันขึ้นร้องโยเยไม่ยอมนอน ทำเอาฝ้ายยังไม่ได้ซ้อมทำทิรามืสุ สูคร ๒ ของพี่ปูเลย เอาเป็นว่าฝ้ายเข้านอนก่อนแล้วกันนะคะ เที่ยงคืนแล้วค่ะ ...ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: ฝ้าย IP: 41.208.107.99 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:4:57:34 น.  

 
look like timamisi in hotel jung ka look good ka


โดย: ple IP: 58.110.124.245 วันที่: 17 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:50:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
ปูขาเก เซมารู
Location :
Florida United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1240 คน [?]




สไลด์โชว์..JUST EAT IT!!!!
เชฟนิคชวนทำบานาน่าป๊อบ

Tiramusu-Small


My Facebookpookhakae saemaroo
My Name is Nicky
THIS BLOG IS BEST VIEWED
AT 1280 X 1024 DISPLAY SETTING
My Home Page
Interview แม่ปูได้รับเกียรติ
ให้สัมภาษณ์นิตยสารสกุลไทย

....ขออภัยเพื่อนๆอย่างสูง แม่ปูไม่รับTagจ้า....
กล้องที่แม่ปูใช้ถ่ายภาพอาหารในบล็อก
>
pot-roast Fettuccine-Carbonara-1
New Comments
Friends' blogs
[Add ปูขาเก เซมารู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.