Elizabethtown

อลิซาเบ็ธทาวน์ เส้นทางสายรัก


หนัง เล่าถึงความล้มเหลวของ "ดรูว์ เบย์เลอร์" (ออแลนโด บลูม) มนุษย์เงินเดือนที่มุ่งมั่นทำงานสนองตามกลไกทุนนิยมเสรีตลอด 8 ปี ในบริษัทรองเท้ากีฬาชั้นนำของอเมริกา ในตำแหน่งผู้ออกแบบรองเท้า "ดรูว์" คือดาวรุ่งของบริษัท เขามุ่งมั่นสะสมประสบการณ์ความรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมรองเท้ากีฬาใหม่ขึ้นมา ในที่สุดรองเท้ากีฬาชนิดที่เบาหยั่งกับขนนกถูกผลิตออกมา...แต่ความผิดพลาด ของการออกแบบที่เกิดขึ้น สินค้าถูกตีกลับทั้งหมด บริษัทสูญเงิน 927 ล้านเหรียญ เขาถูกไล่ออกจากงาน พร้อมกับต้องให้สัมภาษณ์สื่อถึงแนวคิดที่นำมาสู่ความล้มเหลวนี้...









หนัง ปูให้เห็นบุคลิก แนวคิดของดรูว์ เขาเป็นคนมุ่งมั่น โหยหาความสำเร็จอย่างสูง นั่นทำให้เมื่อเกิดปัญหาเขาจึงมองปัญหาแบบเหรียญด้านเดียว...ไร้ทางออก ในหัวที่มีแค่ "ความสำเร็จ" กับ "ความล้มเหลว"เมื่อรับสภาพความล้ม เหลวไม่ได้...ทางออกที่คิดได้สั้นๆ คือ หนีไปจากโลก!! ด้วยวิธีการตายแบบมีไอเดียสุดเจ๋งของตัวเอง แต่ก่อนจะลงมือเพียงไม่กี่วินาที ดรูว์ได้รับทราบข่าวการตายของพ่อใน ฐานะลูกชายคนโตเขาต้องเดินทางกลับไปเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดพิธีศพพ่อ...และ หลังงานศพเสร็จสิ้นดรูว์ยังคงเดินหน้าตามแผนการเดิมของตัวเอง!!

นั่นทำให้การเดินทางกลับไปบ้านเกิดพ่อ...ที่เมืองอลิซาเบธทาวน์ เต็มไปด้วยความรู้สึกของคนที่ใจเติมไม่เต็ม ระหว่างเดินทาง ดรูว์ได้รู้จัก "แคลร์" (คริสเตน ดันส์) แอร์โฮสเตสสาว ที่มองเห็นเหรียญอีกด้านในตัวเขา"ใน ชีวิตทุกคนน่าจะขับรถทางไกลสักครั้ง มีแต่คุณกับเสียงเพลง..." แคลร์พูดกับดรูว์ไว้อย่างนั้น เป็นปรัชญาชีวิตแสนง่าย...แต่ทำยาก!! เพราะสำหรับดรูว์แล้วไม่มีชีวิตอีกด้านหลังความล้มเหลวแต่ "แผนที่" ทำมือที่แคลร์มอบให้กับดรูว์เพื่อให้เขาตระเวนขับรถโปรยเถ้าอัฐิของพ่อในที่ ต่างๆสถานที่ที่เขาเคยสัญญาจะขับรถมาเที่ยวกับพ่อ แต่ไม่เคยได้ทำสักที เพราะการทุ่มเทเพื่อความสำเร็จให้ตัวเองจนลืมคนรอบข้าง!!

แผนที่เดินทางเส้นใหม่ของดรูว์จึงไม่ต่างจากมุมมองชีวิตใหม่ที่แคลร์จุด ประกายให้เขา...โดย เฉพาะซิมโบลิคที่หนังนำมาใช้ คือ "แผนที่" และ "เพลง" เป็นสัญลักษณ์การค้นหาตัวเองของดรูว์ ผู้หลงทางในตอนต้น แต่หาทางออกได้ในที่สุด


ถือว่าเป็นเรื่องแรก ที่เห็น ออร์แลนโด้ บลูม แสดงเป็นคนธรรมดาซึ่งต่างจากผลงานอื่นที่เคยดูผ่านมา The rod of the rings ,Pirates of the caribbean,
Troy,Kingdom of Heaven,Black Hawk Down จากเดิมที่ปลื้มอยุ่แล้วเจอบทบาทเรื่องนี้เข้าไปการแต่งตัว แววตา โอ้วเห็นแล้วจะละลาย แม้ว่าจะดูมาหลายปีแล้วก็ตามแต่ก็ยังคงปลื้มอยู่จนทุกวันนี้ ใครที่รู้สึกว่าตอนนี้กำลังหม่นๆ ลองหาอลิซาเบธทาวน์มาดูนะคะ จัดเป็นหนังให้กำลังใจชีวิตที่ดีในแบบฉบับ Road Trip...

ประโยคโดนใจ

"Those who risk Win" ผู้ที่กล้าเสี่ยงเท่านั้นจึงจะชนะ ที่ว่าชนะคือชนะใจตัวเองที่สามารถก้าวพ้นความกลัวไปได้ เสี่ยงที่จะลุยกับเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา หากคุณล้มเหลวในชีวิตในตอนนี้ลองยิ้ม แล้วลุกขึ้นมาสู้ใหม่ กล้าที่จะล้มให้ดังกว่าเดิม ยิ้มสู้กัับความล้มเหลวนั้นจนทำให้คนที่อยู่รอบข้างต้องนึกในใจว่า "เฮ้ย มันยังยิ้มอยู่ได้ไงวะ" นี่แหละจึงจะเรียกได้ว่าเป็น "ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง"

ระหว่างทางเขาขับรถไปเขาพูดกับกระดูกของพ่อเขา I'am working hard for what ? ที่ผ่านมาเขาทำงานหนักไปเพื่ออะไร ในเมือคนที่เขาต้องการอยากให้อยู่ด้วยคือพ่อเขาไม่ได้อยู่กับเขามีอีกหลายสิ่งที่เขาสัญญาว่าจะทำกับพ่อเขาก็ไม่ได้ทำ


ถึงฉากนี้ทีไรน้ำท่วมบ้านทุกที มันบังเอิญตรงกับตัวเราเปลื่ยนจากพ่อเขาเป็นแม่เราเท่านั้นเอง นึกถึงตอนที่นั่งปิดงบเป็นบ้าเป็นหลัง ออกจากบ้านฟ้ามืดเลิกงานกลับเข้าบ้านก็ดึกสงัด วันสุดท้ายที่แม่จากไป รพ.โทรมาบอกว่าแม่ไปแล้วให้มารับศพ(แม่ป่วยแค่ 2 อาทิตย์ มันจะเร็วเกินไปไหมที่จะบอกว่าเขาตายแล้ว) ยื่นใบลาตั้งแต่เช้า คนหัวหงอกคิดได้แต่เพียงว่า เราจะแิอบไปสมัีครงานที่ใหม่ เรียกเอางานด่วนไปซะทุกอย่าง กว่าจะปล่อยไปได้ ตั้งบ่ายกว่า ไปถึงต้องยืนอยู่คนเดี่ยวท่ามกลางห้องดับจิตยืนมองร่างแม่ เสียงมันดังก้องอยู่ในหัว ** Gu จะทำงานหนักไปทำ here อะไร จะพิสูจน์ตัวเองกับที่ทำงานอีกนานไหม ก็ในเมื่อเขาไม่อยู่แล้ว ** เพิ่งเรียนจบ เพิ่งแต่งงาน เพิ่งเริ่มทำงาน ที่ทำมาทั้งหมดก็เพื่อ เขาคนเดียว
ทุกวันนี้บ้างครั้งก็ยังคงงง ๆ กับคนที่เขียนบทชีวิตตัวเองเหมือนกัน ให้โจทย์ชีวิตมาซะยากเย็น ครั้นจะพรากเอาตัวเด่นที่ดำเนินเรื่อง ออกจากชีวิตเราก็จบเอาดื้อๆ แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

เสร็จงานแม่แล้ว กลายเป็นคนไม่นิยมเสื้อผ้าสีดำไปโดยอัตโนมัติ

ตอนแม่อยู่เราร้องไห้ไม่เป็น แต่เดี๊ยวนี้เรื่องเล็กน้อยก็น้ำตาไหลพราก
ถ้าแม่ยังอยู่มีหวังโดนหวดก้นลายแน่ ๆ

ต้มจับฉ่าย โจ๊กหมู ตระเวนกินมาหลายที่ไม่มีใครสู้แม่เราได้เลยไม่ใช่ว่าเขาทำไม่อร่อยแต่เราคุ้นเคยกับรสชาติที่แม่ทำ








 

Create Date : 16 เมษายน 2553
1 comments
Last Update : 3 กันยายน 2553 17:10:06 น.
Counter : 516 Pageviews.

 

มีเวลาวันนี้ตามมานั่งอ่าน...บอกได้เลยว่าจะไปหาหนังเรื่องนี้ดู...ถ้ามีขอยืมเอาแบบง่ายๆเลยอิอิ แต่ที่อยากบอกคือ..

ไม่มีใครแทนทีใครในครอบครัวได้ค่ะ ไม่ว่าวันนี้เราจะเหนื่อยเพื่อใครเชื่อเถอะค่ะ..พอถึงวันหนึ่งวันที่เรามีเวลาให้ตัวเองสักนิดเราอาจนั่งเสียดายบ้างอย่าง แต่เราจะไม่เสียใจถ้าเราทำมันอย่างสุดความสามารถแล้ว เชื่อมั่นในความฝันนะค่ะ...ก้าวไปพร้อมๆกับคนที่เรารัก อย่าปล่อยให้มือที่เคยจับใครไว้หลุดไป ก้าวไปพร้อมๆกัน ทุกข์ เหนื่อย ท้อ เสียใจ มีได้ค่ะ รสชาติดีๆของชีวิต แล้วพอวันที่มีความสุข เราจะได้ไม่สุขอยู่คนเดียวยังมีคนที่เราจูงมือมาสุขด้วยเสมอ และแม้จะทุกข์ก็จะได้รู้ว่าเราร่วมทุกข์ด้วยกันมา...เป็นกำลังใจให้ในทุกๆๆเรื่องนะค่ะแม่ยก

ขอบคุณโลกกลมๆที่ทำให้เรามาพบกันค่ะ

 

โดย: ออมค่ะ IP: 125.24.188.59 5 มกราคม 2554 14:48:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Pookie-NSE
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
16 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Pookie-NSE's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.