|
*** กล่าวถึงสถาบันสอนภาษาอังกฤษด้านการสนทนา ***
ผมเคยทำวิจารณ์สถาบันสอนข้อสอบ toefl gmat ไปแล้ว ทีนี้เลยจะมาพูดถึงสถาบันที่เน้น conversation บ้าง เพื่อหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่มากำลังเลือกเรียนอยู่
อย่างไรก็ตามหลังจากผมได้เขียนไปได้สักพักหนึ่งแล้วก็ย้อนกลับมาเพิ่มเติมข้างต้นนี้ว่า บทความของผมอันนี้อาจจะเป็นบทความที่ไม่ดี เพราะระหว่างการเรียนนั้นผมได้รับประสบการณ์ที่ดีจาก berlitz มากกว่าที่อื่น ดังนั้นผมอาจจะมีความลำเอียงโดยไม่รู้ตัวก็ได้ จึงขอให้ผู้อ่านระลึกว่าคุณภาพของการเรียนการสอนแต่ละแห่งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวอาจารย์ผู้สอนเป็นสำคัญ มากกว่าตัวสถาบันเอง
ทั้งนี้ผมจะพูดถึงการสอนของอาจารย์จากสถาบันต่างๆที่ผมเคยด้วยพบเพราะเป็นส่วนหลักที่สุดในการเรียน แต่เพื่อเคารพความเป็นส่วนตัวของอาจารย์ท่านนั้นๆ ผมจะทำการบวชชื่ออาจารย์ฝรั่งทุกคนเป็นภาษาไทยและแขก เพื่อให้เดาได้บ้างไม่ได้บ้าง หุหุ
... ... ...
สำหรับการติดต่อสถาบันที่ผมเอ่ยถึงทั้งหมดนี้ ลองเสิร์ชหาเวปของเขาในกูเกิล หรือไม่ก็เปิดสมุดหน้าเหลืองดูนะครับ
http://th.yellow.co.th/Bangkok/BangkokDirectory.php?category=Language%20Schools&type=121
อันนี้เป็นเวปไซต์สำหรับเรียนด้วยตนเองที่คุณ ชิวชิว แนะนำมาครับ
http://intereladsd.blogspot.com/2007/06/203.html

::: ::: :::
Wall Street
Wall street เป็นที่ๆผมไม่ได้เรียนนะครับ เพียงแต่ไปหาข้อมูลมาเฉยๆแล้วตัดสินใจไม่ได้สมัคร ถ้าท่านใดมีประสบการณ์ก็มาเล่าให้ฟังได้ครับ ตรงนี้ผมจะพูดถึงประสบการณ์ตอนสมัครของผม
ที่แรกที่ผมไปคือ wall street ซึ่งไปเพราะเห็นโฆษณาเยอะที่สุด เมื่อเข้าไปบอกว่าสนใจเรียนแล้วเขาก็เชิญให้ทดสอบแบบทดสอบของเขา
แบบทดสอบของ wall street นี้ผมคิดว่าง่ายกว่าโทเฟิลนะ แล้วผมก็คิดว่าผมทำได้ดี แต่ผลออกมากลับได้คะแนนน้อยกว่าที่คิด หลังจากนั้นผมก็ถูกให้ไปคุยปรึกษากับพนักงานอีกคนหนึ่ง ซึ่งจะแนะนำผมเกี่ยวกับคอร์ส และวิธีการเรียนของที่นี่ ซึ่งผมดูแล้วเขาคิดราคาค่อนข้างแพง (ประมาณเจ็ดหมื่น ต่อหกเดือนหรือเก้าเดือนนี่แหละถ้าจำไม่ผิด) และเป็นการสอนแบบต้องเรียนเอง คือให้มาเข้าคอร์สตามเวลาของเขา มาใช้อุปกรณ์ของเขาเอง
ผมคิดว่าคอร์สการพูดที่ดีนั้นชอบที่จะมีอัตราส่วนเด็กต่ออาจารย์ไม่มาก และดูแล้วคิดว่าคอร์สที่เขาเปิดสอนนั้นก็มีเด็กมาหลายคน ในกลุ่มใหญ่นั้นยากที่จะปะทะสังสรรค์กับอาจารย์ได้โดยตรง และเพราะผมมักจะเป็นคนไม่มีระเบียบถ้าไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน มองเห็นในอนาคตว่าผมคงจะฟิตเฉพาะช่วงแรกๆ แล้วแผ่วช่วงหลัง คงไม่คุ้มค่าเรียน เลยไม่ได้สมัคร wall street ครับ
... ... ...
English First
EF มีข้อสอบแรกเข้าที่ค่อนข้างง่ายครับ คอร์สหนึ่งสามสิบชั่วโมงเศษ ราคาประมาณเจ็ดพันกว่า คอร์สหนึ่งราวหกคน
นอกจากนั้น EF จะมีแพคเกจขายสองคอร์สโดยลดราคาให้ส่วนหนึ่ง แต่เมื่อถอดวิธีคิดลดราคาที่ซับซ้อนของเขาออกแล้วจะพบว่าลดราคาจริงๆน้อยมาก แทบไม่มีนัยยะสำคัญ จึงแนะนำว่าคนที่อยากเรียนที่นี่ควรเลือกเรียนทีละคอร์สดีกว่า ถ้าเห็นว่าดีค่อยต่อใหม่
ผมสมัครเรียน English First ในขณะที่กำลังดู inlingua อยู่ แต่ประชาสัมพันธ์ของ English First นั้นดีมาก มีความเป็นกันเอง เป็นมิตรและช่วยเหลือ ผมก็เลยตัดสินใจเลือกเรียน EF
ผมได้เรียนกับครูชื่อจัน เป็นชาวสกอตแลนด์ อายุคงเกือบๆเจ็ดสิบแล้ว แต่ใจไม่ได้แก่ตามอายุเลย จริงๆแล้วจันเป็นคนเปิดเผย โผงผาง พยายามกระตุ้นให้นักเรียนพูดภาษาอังกฤษอยู่เสมอ และเมตตาผมมาก เขาเน้นให้ออกเสียงคำเล็กๆน้อยๆบางคำให้ถูกต้อง อย่าง I’ll นี้เมื่อก่อนผมจะอ่านว่า ไอ วิล หรือ He’s ว่า ฮี อิส ตลอด แต่จันก็บังคับให้ผมอ่านว่า ไออิล หรือ ฮีส ให้จงได้จนผมเปลี่ยนความเคยชินสำเร็จ
นอกจากนั้นจันก็จะสอนให้ผมพยายามคิดเป็นภาษาอังกฤษ และพูดภาษาอังกฤษกับคนทุกคนที่เจอ และถ้าไม่มีใครยอมคุยภาษาอังกฤษด้วยก็ให้ไปพูดกับสัตว์เลี้ยงเอา (หลังจากนั้นเวลาผมเล่นกับหมาของผม ก็เลยไปพูดเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งมันน่าจะงง)
เห็นได้ชัดว่าอาจารย์ฝรั่งทุกคนที่สอนในสถาบันเหล่านี้จะเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี ซึ่งเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้นักเรียนกล้าพูดกล้าแสดงออก ภายหลังจากที่ผมเรียนจบจาก EF แล้ว ผมก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีกับจัน และไปมาหาสู่กันบ้างจนปัจจุบัน
สุดท้ายหนังสือเรียนของ EF นั้นส่วนใหญ่เป็นแกรมมาพื้นฐานเรื่อง tense เรื่อง time ผมคิดว่าไม่ค่อยเหมาะสมนักกับชั้นเรียนที่คนส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่และย่อมผ่านการเรียนพวกนี้มาจนชำนาญแล้ว (คนที่เรียนชั้นเรียนเดียวกับผมส่วนใหญ่จะแก่กว่าผมมากครับ)
... ... ...
inlingua
ผมมาเรียนที่ อินลิงกัวภายหลังจากที่จบคอร์สของ EF แล้ว และไม่ได้เรียนต่อ เพราะอยากลองดูหลายๆแห่ง ผมคิดว่าข้อสอบแรกเข้าของอินลิงกัวนั้นเป็นอะไรที่ได้มาตรฐานที่สุดเท่าที่เคยสอบมา คือวัดทักษะการฟังการเขียนได้จริงๆ (แต่ค่าสอบสองร้อยนะ)
ราคาของอินลิงกัวประมาณแปดพันกว่า สามสิบหกคาบ คาบละห้าสิบนาที ตีต่อชั่วโมงแล้วไม่แพงกว่า EF เท่าใดนัก แต่อินลิงกัวจะได้เปรียบตรงที่สถานที่หรูหรากว่า ซึ่งอาจจะมีผลตรงที่เรียนแล้วสบายใจกว่าหรืออะไรก็ตาม
อาจารย์อินลิงกัวที่สอนผมชื่อ ปัตตะริกษ์ อายุประมาณสี่สิบ เนื่องจากปัตตะริกษ์นั้นเคยเป็นทหารมาก่อน และเป็นทหารอเมริกันไปเคยออกรบ ดังนั้นเขาจะมีทัศนคติบางอย่างที่คนไทยอย่างเราฟังแล้วอาจจะส่ายหน้า อย่างไรก็ตามเขาเป็นคนใจดี น่ารัก และมีมนุษยสัมพันธ์ดี
คอร์สค่อนข้างเล็ก ผมไปเรียนนักเรียนเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ แต่เฉลี่ยก็มาคราวละสามคน มีตั้งแต่รุ่นที่มีลูกอายุเกือบเท่าผมแล้ว กับคนที่อายุน้อยกว่าผมหลายปี
ผมต้องพูดว่าปัตตะริกษ์ได้สอนให้ผมรู้จักแง่มุมที่ดีในภาษาอังกฤษมากกว่าคนอื่น นั่นคือเขาเน้นสอน vocabulary ในระดับที่ลึกซึ้งขึ้นไป คือสอนระดับของคำ สอนว่าควรใช้คำนี้ในสถานการณ์นี้ๆ ใช้คำนี้ๆเพื่อบ่งบอกความหมายในเรื่องนี้ๆ
ปัตตะริกษ์ไม่สอนตามหนังสือและแทบจะปิดตำราเรียน เขาชอบที่จะหาชีทบางอย่างมาให้ทำมากกว่า และจะสร้างหัวข้อมาให้นักเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งผมคิดว่าเป็นวิธีที่ดี
ผมออกจะขำเมื่อปัตตะริกษ์นั้นแสดงอาการยกย่องว่าอเมริกันอิงลิซนั่นเหนือกว่าบริติซอิงลิซ (ในขณะที่อาจารย์ของผมที่เป็นอังกฤษก็จะยกย่องบริติซอิงลิซ อย่างไรก็ตามถ้าเราจะชี้ว่าอิงลิซแบบไหนดีกว่าจริงๆจังๆแล้ว ผมคิดว่าบริติซอิงลิซน่าจะได้รับการยอมรับมากกว่าแม้จากคนอเมริกันส่วนใหญ่ก็ตาม เพราะมันเป็นของต้นตำรับ)
โดยระบบแล้ว inlingua สอนทั้งฟังพูดอ่านเขียน และค่อนข้างจะมีมาตรฐาน ดังนั้นถ้าไม่ติดว่าจะพูดอย่างเดียว แต่อยากปูพื้นฐานรวมๆ มาเรียนที่นี่ก็ดีครับ
... ... ...
Siam คอมพิวเตอร์และภาษา
Siam คอมพิวเตอร์และภาษา ตั้งอยู่ใกล้ๆ british council สยาม และใกล้ๆ ecc ที่เป็นสถาบันสอนภาษาและคอมพิวเตอร์เหมือนกัน
ผมได้ลองไปสอบถามราคาเปรียบเทียบแล้ว พบว่าทั้งสองแห่งนี้มีเรทที่ถูกว่าที่อื่นๆที่ผมวิจารณ์ใน blog นี้ทั้งหมด
ผมเข้าเรียนในคลาสที่สูงที่สุดของที่นี่ ทั้งหมดมีนักเรียนสามคน ครูที่สอนผมที่นี่ชื่อ เกรก เป็นคนออสเตรเลีย และเป็นคนใจดีมาก แต่แบบเรียนที่เขาเอามาสอนนั้น เหมือนสอนเด็กๆประถมมัธยม
หลังจากเรียนไปแล้ว ผมพบว่าที่นี่คงชอบสำหรับให้นักเรียนที่ยังมีพื้นฐานน้อยมาปูพื้นฐานมากกว่า และผมเองคงไม่ใช่กลุ่มลูกค้าของเขา
อย่างไรก็ตามที่นี่น่าจะเป็นที่ๆดีสำหรับเรียนคอร์สตัวต่อตัว หรือพูดง่ายๆว่าสร้างหลักสูตรที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนเป็นการเฉพาะ เพราะราคาถูกที่สุด
... ... ...
New Cambridge
โรงเรียนนิวแคมบริดจ์อยู่ถัดจากเซนทรัลชิดลมมาเล็กน้อย เป็นที่ๆมีบรรยากาศดี มีโฆษณาอยู่ในพันทิพเยอะ และเป็นสถาบันที่โปรอังกฤษ คือชอบที่จะสอนไอเอลท์เป็นหลักจนกระทั่งแนะแนวเรียนต่อประเทศอังกฤษเลย
พนักงานและผู้บริหารมีความเป็นกันเองสูงมาก มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือนักเรียนจนกระทั่งเรียนจบไปแล้วก็ยังช่วยอยู่ พี่ผู้จัดการทั่วไปนั้นเป็นคนน่ารักมากจำนักเรียนได้ทุกคน
ครูอาจารย์ฝรั่งของที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น คือในขณะที่สถาบันบางแห่งจ้างฝรั่งทั่วไปมาสอนเด็ก ผมกลับสามารถสัมผัสถึง "วิญญาณแห่งความเป็นครู" อันแรงกล้าที่แฝงอยู่ในครูฝรั่งในสถาบันนี้
นั่นคือถ้านักเรียนโชคดีจะได้เจอกับครูบางคนซึ่งมีลักษณะเหมือนครูไหว ชอบที่จะเอาใจช่วยเด็กให้สำเร็จตามความมุ่งหมาย และจะหัวเสียถ้าเด็กไม่ตั้งใจเรียน หรือเรียนไม่ได้อย่างใจ จะทุ่มเทมากเพื่อฝึกเด็กเป็นรายคนๆไป เป็นมนุษย์ที่เกิดมาเพื่อประกอบอาชีพครูอย่างแท้จริง ซึ่งน่าเคารพมาก
นอกจากนั้นสถาบันนี้ก็จะสอนแนวคิดอันเฉียบแหลมในการต่างๆ มีของแถมในเชิงความรู้เพียบ เป็นที่ๆค่อนข้างเป็นวิชาการ เหมาะสำหรับคนที่คิดจะเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ highly reccommend ครับ
... ... ...
Berlitz
อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าเบอร์ลิซเป็นโรงเรียนที่ผมมีประสบการณ์ที่ดีด้วยมากที่สุด อาจเป็นเพราะผมเรียนมายาวนานที่สุด คือในขณะที่ผมเรียน EF กับ inlingua นั้น ผมก็เรียน เบอร์ลิซด้วย
ค่าเรียนของเบอร์ลิซเริ่มต้นเขาจะโฆษณาไว้ว่าหมื่นกว่าๆ แต่นั่นคือราคาเริ่มต้นครับ ตอนที่ผมสมัครนั้นเสียจริงๆประมาณสามหมื่น (ผมสมัครคอร์ส semi private แต่คอร์สนั้นยาวถึงหกถึงเจ็ดเดือน เรียนอาทิตย์ละสี่ชั่วโมง ดังนั้นตีเป็นชั่วโมงแล้วก็แพงกว่า EF กับ inlingua ไม่มากครับ)
Berlitz นั้นจะมีการทดสอบวัดระดับที่ผิดจากที่อื่นๆ คือเป็นการให้นักเรียนไปสัมภาษณ์กับผู้จัดการสาขา (ชื่อจันเป็นชาวอังกฤษ เป็นคนมีพูดจากตรงไปตรงมา และสนุกสนาน ว่าไปก็มีลักษณะหลายๆอย่างคล้ายจันชาวสกอตแลนด์อาจารย์ EF ของผมนะ) เขาก็จะถามอะไรเราสักสิบห้านาที จากนั้นก็จะวัดระดับให้อย่างแม่นยำ
คอร์สของผมนั้นมีสามคน นอกจากผมที่สมัครกับพี่สาวแล้วก็จะมีคนญี่ปุ่นชื่อโตมร ทำงานให้บริษัทท่องเที่ยว อายุเท่าๆกับผม แต่เป็นคนขี้อาย ต่อมาโตมรได้ขอยกเลิกคอร์สกลางคันและขอ refund ผมเข้าใจว่าเขาบินกลับญี่ปุ่น
ผมเรียนกับครู Berlitz หลายคน ที่ผลัดเปลี่ยนกันมาสอน ประกอบด้วย
ต๋อม คนอังกฤษ รอด คนออสเตรเลีย อดิศัย คนฟิลิปปินส์ อัส คนฟิลิปปินส์เชื้อสายอินเดีย จัน ปัน คนแคนาดา อมฤทธิ์ คนบังคลาเทศ มลิกา คนไทยเชื้อสายแขกซิกข์ โอม คนอียิปต์ ปีตา คนออสเตรเลีย ไมเคอ คนออสเตรเลีย ไมตา คนฟิลิปปินส์ จุน คนไทยเชื้อสายแขกฮินดู
ผมต้องกล่าวว่าอาจารย์ของ Berlitz นั้นต่างจากที่อื่น คือส่วนมากมีมนุษย์สัมพันธ์ดีอย่างพิเศษและเข้าถึงได้ง่าย ในขณะที่อาจารย์ที่อื่นๆนั้นผมเคารพเขาเป็นอาจารย์ แต่อาจารย์ Berlitz หลายคนนี้ผมคบเป็นเพื่อนได้โดยสนิทใจ
และโดยขณะที่อาจารย์อื่นๆนั้นผมรู้จักแต่ตัวเขา แต่กับอาจารย์ Berlitz ผมรู้จักไปถึงพ่อแม่เขา แฟนเขา สัตว์เลี้ยงของเขา นิสัยใจคอ ปัญหาชีวิต เรียกว่าเป็นเพื่อนกันจริงๆจังๆไปเลย
คอร์สของ berlitz นี้ยังมีมาตรฐานที่ดีมาก คือเป็นโรงเรียนเดียวที่สอนตามตำราที่แจกมาทีแรกอย่างเคร่งครัด โดยที่ยังคงบรรยากาศเป็นกันเอง สนุกสนาน ห้องเรียนทุกคลาสครื้นเครงมาก มันเหมือนคุยหัวเราะกับเพื่อนติดต่อกันสี่ชั่วโมง จนผมเหนื่อยไปเลย ทั้งนี้ก็อาจจะเพราะมันเป็นคลาสแบบ semi private ด้วย
ผมรู้สึกว่าได้อะไรจากที่นี่มากที่สุด ภาษาอังกฤษพัฒนาไปเพราะที่นี่มากที่สุด และนั่นทำให้ผมมีความลำเอียงในการเขียนบทความนี้ดังที่เกริ่นมาแล้ว ซึ่งคนอื่นที่เข้ามาเรียนอาจจะเจอไม่เหมือนผม เป็นเรื่องแล้วแต่โชคมากกว่า
::: ::: :::
ต่อไปนี้คือสถาบันที่ผมไม่ได้เรียน แต่มีคนแนะนำเพิ่มเติมมาในบลอกนี้นะครับ ผมขออนุญาตนำขึ้นมารวมไว้กับข้อมูลเดิมข้างบนเพื่อจะได้เห็นง่ายๆนะครับ
Berlitz (แนะนำโดยคุณ cPooH)
เริ่มจากที่ Berlitz ก่อนนะคะ สอบได้เลเวล 5 ค่ะ และสำหรับคนที่สอบได้เลเวล 5 ขึ้นไปจะสามารถลงหลักสูตรเสริมได้อีก 1 ตัวโดยเลือกจากที่เค้าให้มา ซึ่งจะมีหลากหลายค่ะ ของเราเลือกหลักสูตร Social Situation เป็นหลักสูตรเสริม ซึ่งที่จริงอยากลง Business 1 แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าคอร์สที่กำลังจะเปิดนี้ คงที่จองไว้ก่อนหน้าเค้าลงเป็น Social ไว้ก็เลยต้องลงตามเค้าไป เพราะไม่อยากรอคอร์สนาน ของที่นี่จะเปิดคอร์สได้ก็ต่อเมื่อมีคนที่สอบได้เลเวลเดียวกับเราและลงหลัก สูตรเสริมตัวเดียวกันด้วยค่ะ แต่ว่าแค่ตรงกันสองคนก็เปิดได้แล้ว พอเปิดเรียน ในห้องเรียนมีกันสองคนค่ะ คือเรากับน้องอีกคนนึง สิ่งที่ชอบของการเรียนที่ Berlitz ข้อหนึ่งก็คือเรื่องจำนวนคนนี่แหละค่ะ เค้าจะจำกัดให้ไม่เกินห้องละสามคน คือ ไม่สองคนก็สามคน จะเรียกว่าเป็น Semi-Private ค่ะ ทำให้อาจารย์ดูแลได้ใกล้ชิดมาก
เราลงไว้ 1 คอร์ส มี 80 lessons การเรียนที่นี่จะคิดเป็นแบบ lesson ในหนึ่ง lesson มี 45 นาที คือเรียน 40 นาที เบรก 5 นาที ซึ่งนักเรียนสามารถออกแบบตารางเรียนได้เอง ว่าต้องการเรียนวันเวลาไหน เรียนวันละกี่บทเรียน เช่น ห้องเราจะเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 4 lesson ดังนั้นก็จะต้องเรียนประมาณ 20 สัปดาห์ จึงจะจบคอร์ส ค่าเรียนรวมค่าหนังสือและ Registration fee แล้วก้อประมาณ สามหมื่นค่ะ
การ เรียนที่นี่จะเป็นการสอนตามหนังสืออย่างเคร่งครัด ตามที่คุณเชษฐาได้บอกไว้แล้วข้างต้น ซึ่งโดยส่วนตัวเราไม่ชอบวิธีการเรียนของที่นี่สักเท่าไหร่นัก เพราะค่อนข้างจะน่าเบื่อในการที่จะต้อง role-play ตามสถานการณ์ที่หนังสือกำหนดไว้ให้ เพราะบางทีเราหรือคู่สนทนาจะนึกบทบาทสมมุติไม่ออก ในการที่เราจะต้องคิดให้เป็นคนคนหนึ่งในสถานการณ์สมมุตินั้นๆ และทำให้เกิดความเงียบสงัดขึ้นในห้องเรียน ( คือจริงๆ มันก็ไม่ได้แย่มาก แต่เนื่องจากที่เราเรียนที่ Inlingua ไปพร้อมกันด้วย ทำให้มีข้อเปรียบเทียบค่ะ ) การเรียนการสอนเป็นไปค่อนข้างช้ากว่าที่คาดไว้ น้องที่เรียนด้วยก็คิดเหมือนกัน แต่ก็คิดว่าเค้าต้องมีการวางแผนการสอนไว้แล้วล่ะว่าครั้งนี้จะให้เรียนถึง หัวข้อไหน เราเรียน Social situation ที่เป็นหลักสูตรเสริมไปได้สองครั้งก็ลงความเห็นกับน้องที่เรียนด้วยว่าขอ เปลี่ยนเป็น Business เพราะเราทั้งคู่ต่างก็ทำงานแล้ว คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในการทำงานได้มากกว่า Social situation ที่เน้นการเข้าสังคมแบบตะวันตก ซึ่งมีโอกาสได้ใช้น้อยกว่าค่ะ
ใน เรื่องของอาจารย์ผู้สอนก็จะเป็นดังที่คุณเชษฐาให้ข้อมูล ก็คือ มีอาจารย์หลากหลายเชื้อชาติค่ะ สอนกันเป็นทีม ไม่ได้มีอาจารย์ประจำเพียงคนเดียว แต่ทุกคนสำเนียงฟังไม่ยากเลย แม้ว่าจะเป็นคนเอเชียก็มีสำเนียงที่เป็นอเมริกันหรืออังกฤษชัดเจน มีอาจารย์คนหนึ่งเป็นชาวไอริช ซึ่งโดยทั่วไปสำเนียงไอริชจะฟังยากมาก แต่อาจารย์ท่านนี้เค้าก็ไม่ได้ใช้สำเนียงไอริชในการสอนค่ะ ขนาดขอให้พูดสำเนียงไอริชให้ฟังเค้ายังบอกขอนึกก่อนเลย เพราะไม่ได้พูดนานแล้ว และอีกอย่าง อาจารย์ที่นี่คุยเก่งค่ะ มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมากๆ ในส่วนบรรยากาศของโรงเรียนก็ดีมากค่ะ เจ้าหน้าที่ดูแลเป็นอย่างดี มีมุมน้ำ ขนม ของว่าง หนังสืออ่านเล่น มีห้องสมุด มีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับแนะนำหลักสูตร หรือนั่งเล่นค่ะ
บทสรุป คือ ดิฉันว่าที่ Berlitz ก็เป็นโรงเรียนสอนภาษาที่ดีโรงเรียนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ประทับใจที่นี่เป็นพิเศษ ซึ่งก็อย่างที่คุณเชษฐาบอกนั่นคือ คนที่มาเรียนอาจจะได้เจออะไรไม่เหมือนกัน แล้วแต่โชค แต่ดิฉันก็มีความสุขที่ได้มาเพิ่มเติมทักษะทางภาษา ดีกว่านอนอยู่บ้านเฉยๆ ค่ะ
... ... ...
Inlingua (แนะนำโดยคุณcPOOH)
ของที่นี่ลงเป็น General Conversation Course ค่ะ มีแบ่งระดับเป็น Starter, Elementary, Pre-Intermediate, Intermediate, Upper-Intermediate และ Advance เราสอบได้ Pre-Intermediate ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่าที่หวังไว้ แต่ยอมรับว่าข้อสอบมีมาตรฐานในการวัดระดับการฟังจริงๆ ตอนทำก็งงไปหลายอึดใจเลยทีเดียว
ห้องเรียนจะมีนักเรียน ประมาณ 8 คนค่ะ แต่เวลาเรียนก็จะมีประมาณ 4 – 5 คนเท่านั้น (คือมาไม่ครบนั่นแหละ) เรื่องจำนวนนักเรียนต่อห้อง ไม่แน่ใจว่าเค้ามีจำกัดหรือเปล่าว่าห้องละไม่เกินกี่คน อาจารย์ที่สอนจะเป็นอาจารย์ประจำเพียงคนเดียว ของห้องเราอาจารย์เป็นชาวนิวซีแลนด์ มีประสบการณ์เป็นครูสอนภาษาอังกฤษมากกว่าสิบปี สอนคนไทยหลายปีจนเข้าใจหลักการใช้ภาษาอังกฤษที่ผิดบ่อยๆ แบบคนไทยใช้ เราค่อนข้างประทับใจกับการสอนของที่นี่ หรืออาจจะเป็นเฉพาะกับอาจารย์คนนี้ การเรียนที่นี่จะไม่เน้นการสอนตามหนังสือค่ะ (คิดว่าไม่ได้เป็นเฉพาะกับอาจารย์ห้องเรา เพราะเห็นคุณเชษฐาก็บอกว่าอาจารย์ห้องคุณเชษฐาก็ไม่ได้สอนตามหนังสือเช่น เดียวกัน) แต่มักมีชีทเสริม ซึ่งจะเป็นการเล่นเกม เช่น ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มแล้วแข่งกันถามคำถามจากโจทย์ในเกม ซึ่งให้เลือกถามเพื่อนในข้อที่คิดว่าเพื่อนจะตอบไม่ได้ หรือชีทเสริมจะเป็นเนื้อหาจากที่นักเรียนมีคำถามถามอาจารย์เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้เรารู้สึกว่าเค้ามีความเอาใจใส่นักเรียนดีค่ะ
และในการพูดใน ชั้นเรียนอาจารย์จะเปิดโอกาสให้เราพูดในสิ่งที่อยากพูดจนจบ แม้ในระหว่างพูดอาจจะพูดคำผิด หรือหลักไวยากรณ์ไม่ถูกต้อง อาจารย์ก็จะยังไม่พูดแทรก แต่อาจารย์จะเขียนโน้ตไว้ในกระดาษและ พอเราพูดจบ อาจารย์จะแก้ ว่าที่พูดไปนั้น เราควรจะพูดว่าอย่างไรจึงจะดีกว่า หรือเราไม่ควรใช้คำนี้ แต่ควรใช้อีกคำหนึ่งแทน ซึ่งเรารู้ว่าการเรียนแบบนี้จะทำให้ได้ผลมากกว่าการเรียนตามหนังสือ ซึ่งในส่วนของการแก้ไขสิ่งที่เราพูดออกไปแล้วผิดนั้น เราเรียนที่อื่นจะไม่ค่อยมีแบบนี้ ซึ่งที่อื่นอาจารย์อาจจะเห็นว่ามันก็โอเคในระดับนึงที่สื่อสารรู้เรื่องแล้ว ให้แก้ทุกคำมันคงจะเยอะมาก แต่อาจารย์เราคนนี้ไม่เลยค่ะ ไม่ว่าเราจะพูดยาวแค่ไหน ผิดเยอะแค่ไหน เค้าก็จะแก้ทุกจุด ซึ่งเราก็ไม่อายที่พูดไปแล้วผิด แต่ยินดีมาก ที่ได้รับการแก้ไขใหม่ให้ถูกต้อง
สรุปเราประทับใจการเรียนที่ Inlingua มากค่ะ เพราะรู้สึกว่ามีโอกาสได้พูดและฝึกฝนมากกว่าที่ไหนๆ ที่เคยเรียนมา ตรงตามจุดประสงค์ของตัวเองที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านการพูดให้ดีขึ้น ทั้งในด้านสำเนียงและการพูดให้ถูกหลักแกรมม่า เพื่อที่จะได้มีความมั่นใจในการพูดออกไปมากยิ่งขึ้นค่ะ
... ... ... Outerspace (แนะนำโดยคุณปิ๊งป่อง)
ตอนไปสอบถาม เขาว่าเรียน 4 ทักษะคือฟัง พูด อ่าน เขียน เรียนห้องนึง 4-6 คน ซึ่งก็น้อยดี อาจารย์ทุกคนเป็นคนไทยทั้งหมด เพื่อที่จะให้นักเรียนกล้าที่จะถามเวลาสงสัยอะไร แต่ทักษะทางภาษาของอาจารย์ดีมาก สำเนียงดี เทคแคร์นักเรียนดี สอนแบบใช้สำเนียงอเมริกัน และต้องเรียนทุกวัน วันที่ 1.5 ชม. อาจารย์เปลี่ยนเวียนไปทุกวัน ค่าใช้จ่าย จ่ายทั้งเดียวหมดสำหรับ 3 คอร์ด ประมาณ 24000 เรียนประมาณ 3 เดือน
ก่อนอื่นต้องบอกว่าความรู้ทางภาษาเราแย่มากๆ พูดก้อไม่ได้ อ่านเขียนนิดหน่อย ที่นี่จะให้คำศัพย์แบบง่ายๆ มีทั้ง noun , verb ทุกวันจะมีศัพย์ใหม่ๆมาให้ เรียนคำศัพย์แบบอาจารย์ทำท่าทางแล้วให้นักเรียนดูท่าทาง แล้วพูดออกมาโดยไม่ต้องท่องจำ แล้วก็ให้ประโยคสำเร็จรูปมาเขียน เช่น วันนี้เรียน มีคำว่า water , need แล้วก็ใช้มาแต่งประโยค Do you need water . Yes I need water . ประมาณนี้มีโครงสร้างประโยคทุกวัน มีการบ้านทำทุกวัน
ถามว่าดีไหม สำหรับเราไม่ค่อยได้อะไรนะ หรือว่าเราโง่เองก็ไม่รู้ ทุกวันก็พูดก็ตามโครงสร้างที่ให้มา เขียนก็ตามโครงสร้าง อะไรที่ต่างไปจากนี้ก็ไม่ได้แล้ว อีกอย่างที่นี่ก็ไม่ได้วัดระดับก่อนเข้าเรียน เขาบอกว่าคนที่จะเรียนที่นี่ต้องเรียนแบบเริ่มจากหนึ่ง แต่แบบว่าเราอ่อนมากๆ แต่เพื่อนร่วมห้องเก่งๆ ทั้งนั้น ถามอะไรนอกเรื่องกันเยอะแยะเราก็ไม่รู้จะถามอะไรก็นั่งตากลิ้งกลอกไปมา...
Outerspace (แนะนำโดยคุณซักวันหนึ่ง)
สอน 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ลงที่เดียว 3 ระดับ 108 ชั่วโมง 24000 บาท เรียนทั้งหมด 5 คนต่อห้อง เรียนจันทร์ - ศุกร์ วันละ 1.5 ชั่วโมง ที่นี่จะสอนแบบเด็กๆมากในเรื่องของแกรมม่าและสอนช้ามากๆ คือตอนนี้เรากำลังเรียนระดับแรกของที่นี่อยู่รู้สึกว่าเนื้อหาไปช้า ศัพท์ก็ง่ายมากๆ เด็กๆเลย แต่ที่โดดเด่นต่างจากที่อื่น เราว่าคงเป็นเรื่องของการฝึกการออกเสียง เริ่มตั้งแต่การออกเสียง A - Z เน้นตัวที่ออกเสียงยากๆเช่น ch, sh, z, r, l แล้วเนื่องจากมันฝึกทุกวันก็จะช่วยทำให้ออกเสียงถูกต้องได้ง่ายมากขึ้น แล้วก็สอนการเชื่อมเสียงในประโยคการเน้นเสียงหนักเบาอะไรแบบนี้ที่เราว่าค่อนข้างจะโอเคกับที่นี่ แต่แกรมม่ากับพวกคำศัพท์เราว่าเด็กมากๆ วันนึงๆเนื้อหาขยับไปนิดเดียวเอง มีการบ้านให้ทำทุกวันแต่ไม่ยากอะไรทำเสร็จใน 15 นาทีคือทุกวันจะเรียนคำศัพท์แล้วก็โครงสร้างประโยค ก็เอาคำศัพท์นั้นมาแต่งประโยคตามโครงสร้างที่เรียนไปวันละ 20 - 50 ประโยคอะไรแบบนี้ แรกๆที่เรียนแต่ศัพท์ยังไม่เรียนโครงสร้างก็ให้คัดศัพท์คำละ 3 - 5 ตัวลงสมุดประมาณ 20-30 คำ เหมือนทำการบ้านเด็กๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเรียนขึ้นระดับต่อไปจะเป็นยังไง
Outerspace (แนะนำโดยคุณ I wish I were)
ขอแจมนิดนึงนะครับ พอดีมีเพื่อนส่ง link นี้มาให้ผม ผมมาสะดุดที่มีคนพูดถึง Outerspace ไว้ทั้งในส่วนดีและไม่ดี ผมขออธิบายถึงโรงเรียนนี้จากมุมของผมบ้างนะครับ - อันดับแรกเลยที่นี่เค้าไม่ได้บังคับว่าต้องเริ่มจากระดับ 1 นะครับ คุณสามารถสอบวัดระดับได้ครับ แต่เจ้าหน้าที่เค้าจะบอกว่าถ้าคุณอยากจะเน้นออกเสียง ควรเริ่มจากระดับ 1 เพราะที่นี่เค้าสอนจากพื้นฐานการออกเสียงตั้งแต่แรก ซึ่งดีมากๆครับ ผมคนหนึ่งล่ะได้ประโยชน์จากตรงนี้มากมาย เรื่องที่ว่าเนื้อหาไม่ค่อยมีอะไร แกรมมาง่าย ผมว่าคงหมายถึงระดับ 1 เท่านั้นแหล่ะครับ คงไม่ใช่ระดับ 2 หรือ 3 อย่างแน่นอน เพราะระดับ 2 นี่ถือว่ายากครับ 3 นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยากจริงๆครับ - จริงอยู่ที่ระดับ 1 อาจยังง่ายอยู่ นั่นเป็นเพราะเค้าปรับพื้นฐานให้เราแม่นจริงๆ หลังจากผ่านระดับ 1 มาได้ การพูดตกverbช่วย หรือโครงสร้างพื้นฐานผิดคงบรรเทาไปได้มาก เพราะเค้าย้ำมากๆจริงๆ แต่ถึงระดับ 1 จะง่ายแต่การออกเสียงไม่ง่ายนะครับ ที่นี่เค้าเน้นการออกเสียงให้ตั้งแต่บทแรกยันบทสุดท้าย ทั้งการออกเสียง alphabet การ stress การเชื่อมเสียง การลดเสียง - เมื่อขึ้นระดับ 2 ที่นี่ประโยคจะซับซ้อนขึ้น และเนื้อหายากขึ้น ได้รู้อะไรเยอะแยะ แถมบทเรียนยังเรียงลำดับดีมากๆเอื้อต่อความเข้าใจมากครับ ส่วนระดับ 3 คือเอาเป็นว่าสามารถเขียนอะไรเป็นหน้าๆได้แล้วอ่ะครับ แถมศัพท์แสงหรูหรามีพวก Phrasal verbs พวก expressions ต่างๆ - การเรียนต่อเนื่อง 5 วัน ผมว่าได้ฝึกอย่างต่อเนื่องดีมากเลยครับ - ท่านที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษ ผมว่า Outerspace เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าพิจารณาครับ อาจารย์และหลักสูตรเค้าดีจริงๆครับ
Outerspace (แนะนำโดยคุณ Eng is funnm)
ขออนุญาตคุณเชษฐาแบ่งปันประสบการณ์การเรียนที่ Outerspace หน่อยนะคะ เพราะรู้จักที่นี่ผ่านบล็อกนี้ (บล็อกนี้ให้ข้อมูลดีมากๆค่ะคุณเชษฐา) หลังจากได้ลองเรียนแล้วคิดว่าที่นี่เป็นสถาบันหนึ่งที่เค้าสอนแล้วผู้เรียน พัฒนาจริงค่ะ เพราะ 1. อาจารย์เค้าดูแลนักเรียนค่อนข้างดี ตอนอยู่ในห้อง เค้าให้ออกเสียงทีละคน ใครไม่ได้อาจารย์เค้าจะฝึกให้จนกว่าเราจะได้ เค้าสอนเกินเวลาให้ในกรณีนักเรียนยังไม่เข้าใจไม่ใช้พอหมดเวลาก็ปล่อยเลย ครูเป็นคนไทยแต่สำเนียงดีและมีความสามารถทั้งที่ยังเด็กๆกันอยู่เลย ใจดียินดีตอบคำถามนักเรียนตลอด ส่วนตัวแล้วตอนแรกไม่ได้อยากเรียนกับครูคนไทยเพราะยึดติดมาตลอดว่าเรียน ภาษาอังกฤษก็ควรเรียนกับเจ้าของภาษา แต่ด้วยประสบการณ์การเรียนกับเจ้าของภาษาที่ผ่านมาไม่สู้ดีนัก ประมาณว่าเราพูดผิดไวยากรณ์ก็ไม่ค่อยแก้ให้ เรารู้อยู่ว่ามันผิดแต่พูดไปเพราะอยากให้เค้าแก้ให้ถูก แต่เค้าก็ให้ผ่านแถมยังชม good อีก เราก็งง!! หรือเราดันไปเจอครูไม่ดีก็ไม่รู้ แต่ครูที่นี่เเค้าแก้ให้ตลอด เราจะได้รู้เลยว่าผิดตรงไหน 2. หลักสูตรที่นี่เค้าค่อนข้างดี เหมือนจัดให้ทุกอย่างค่อยๆซึมไปทีละนิด ตอนเรียนระดับ 1 เค้าป้อนคำศัพท์ให้ทุกวัน คำศัพท์ส่วนใหญ่ง่ายและเรารู้มาบ้างแล้ว แต่พอใช้จริงๆ มันอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เราไม่รู้ ประโยคที่ให้แต่งก็ง่ายๆ จริงอยู่เวลาเขียนมันง่าย แต่เวลาเอามาพูดถ้าจะพูดให้ถูกทั้งไวยากรณ์โทนเสียง และการ stress ก็แอบยากไม่น้อย ด้วยความที่ตัวดิฉันเองเป็นคนพูดไม่ได้มาแต่ไหนแต่ไร ส่วนระดับ 2 เรียนอะไรเพิ่มเยอะมาก ต้องขยันทำการบ้านมาส่ง และอ่านทบทวนด้วยตัวเองด้วย เรียนอย่างเดียวไม่พอ 3. การเรียนซ้ำฟรี (ขอตอบคุณโมเมค่ะ) ส่วนตัวดิฉันยังไม่เคยเรียนซ้ำ แต่เคยถามพนักงานแล้วว่าเรียนซ้ำรอนานไหม ก็ได้คำตอบว่า ถ้าเราเรียนรอบที่มีเปิดบ่อยเช่นรอบเย็น จะรอไม่เกิน 2 อาทิตย์เพราะจะมีคลาสขึ้นมาตลอด แต่บางคนที่เรียนรอบที่ไม่ค่อยเปิดเช่นรอบบ่าย 2.30 ถ้าสอบตก กว่าจะมีคลาสขึ้นมาก็นานมาก เพราะรอบนี้นานๆจะเปิดที คุณก็อาจต้องไปเลือกเรียนเวลาอื่นไปเลยถ้าอยากเรียนเร็ว หรือไม่ก็พยายามอย่าสอบตก สรุปจากที่เรียนที่นี่มาสักพัก(ตอนนี้ใกล้จบระดับ 2) รู้สึกว่าได้อะไรเยอะมาก (ไม่ได้พูดเกินไปจริงๆนะคะ) ตอนนี้ชอบภาษาอังกฤษมากขึ้นด้วยค่ะ
... ... ...
Recovery (แนะนำโดยคุณ NongBua)
อยู่ใกล้ๆ กะอื้อจื่อเหลียง ค่ะ (แต่ตอนนี้ย้ายไปโรบินสันสีลมแล้ว) เราเรียน structure อยู่ นับว่าเรียนได้งงมาก ในครั้งแรกๆ แต่ที่นี่เค้าให้เรียนซ้ำได้ 1 ปี จนกว่าจะครบอายุใบเสร็จ เราก็เลยลงรอบ 2 รู้สึกว่าดีขึ้นค่ะ แล้วก็กำลังจะลงซ้ำรอบ 3 กะว่าจะเรียนไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะไม่ให้เรียน
ลืมบอกไปค่ะ ราคาอยู่ 4,500 บาท แต่เขาจะมีส่วนลดให้ถ้าลงหลายคอส แต่เราแนะนำว่าให้ลองเรียนแค่คอสเดียวก่อน แล้วค่อยตัดสินใจต่อไป
... ... ...
แบ๊บติส (แนะนำโดยคุณ NongBua)
อันนี้ค่าเรียนถูกมากๆ ถูกจริงๆ ค่ะ เทอมละ 380.- ค่าธรรมเนียมอีก 40 บาท แต่ถ้าใครไปครั้งแรกก็อาจจะมีค่าบัตรนักศึกษากับหนังสือเรียน รวมๆ แล้วไม่น่าจะเกิน 1,500 ค่ะ
หนังสือเรียนถ้าเรามีอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อก็ได้ค่ะ เค้าไม่บังคับ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นของ Longman ขอเค้าดูได้ค่ะ
อาจารย์ก็จะมีทั้งไทยและเทศ จากหลากหลายประเทศ ซึ่งเค้าจะเป็น มิชชันนารี ที่สอนภาษาอังกฤษ + ไบเบิล แต่ถ้าเป็นในห้องเรียนจะสอนตามหนังสือเรียน
ข้อดีของที่นี่ที่นอกจากราคาถูกก็คือ ได้ฝึก conversation เพราะจะมีการเข้ากลุ่มกันในช่วงเย็นของแต่ละวัน หรือเสาร์-อาทิตย์ซึ่งอันนี้ฟรีค่ะ ใครจะเข้าก็ได้ไม่บังคับ จะเป็นกิจกรรมนันทนาการต่างๆ เล่นเกมส์ ร้องเพลง แต่เป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ ห้ามพูดภาษาไทยค่ะ ใครพูดภาษาไทยถือว่านินทา มันช่วยให้เรากล้าพูดกับต่างชาติมากขึ้นอาจจะเป็นเพราะความเคยชินที่ได้เริ่มใช้ภาษาอังกฤษบ้างแต่ทั้งเกมส์ บทเรียน หรือเพลง จะเป็นเกียวกับพระเจ้านะคะ เค้าไม่ได้บอกให้เราไปนับถือศาสนาเค้าหรอกค่ะ แต่เค้าจะพูดถึงพระเจ้าของเค้าว่าได้ให้สิ่งดีๆ ในชีวิตของเค้าบางทีเราเองยังเคลิ้มเลย
สำหรับใครที่กำลังทรัพย์น้อย เราก็แนะนำสองที่นี้ เราคิดว่าใช้ได้ในระดับหนึ่ง เหมาะสำหรับคนที่อยากใช้ภาษาอังกฤษได้ แต่ไม่ได้ใช้เลย เพราะทั้งชีวิตประจำวัน และงาน ไม่ได้ใช้เลยสักอย่าง แต่ใครที่จะใช้จริงจัง ก็คงต้องลองศึกษาจากสถาบันอื่นๆ ดูค่ะ ไม่อยากบอกว่าไม่เหมาะ แต่เราคิดว่ามันยังไม่ advance พอนะ
ตอนนี้เราก็มุ่งมั่นจะเรียนเรื่อง structure ให้แน่นๆ แม่นๆ และก็หัดอ่านบทความภาษาอังกฤษ แล้วก็แปลเป็นไทยส่วนที่ แบ๊บติส เราขอพักไว้ก่อน เพราะเหมือนกับที่คุณเชษฐาบอก คล้ายกับ bcc และ ecc ค่ะ มันเด็กเกินไปที่เราจะมาเรียนใหม่ เราก็กะว่า structure แม่นเมื่อไหร่จะไปสอบที่ แบ๊บติส ใหม่ให้ได้ level สูงๆ เพื่อที่จะไปเน้น conversation และจะได้ไปเข้ากลุ่มด้วย จะได้ฝึกพูดกับชาวต่างชาติ
... ... ...
Engmaple(แนะนำโดยคุณซักวันหนึ่ง)
engmaple เขาจะฝึกตั้งแต่พื้นฐานแบบมีหลักการว่าการเชื่อมเสียงทำยังไง เพราะบางทีภาษาอังกฤษมันมีเชื่อมเสียงตรงนี้ลดเสียงตรงนั้น ฝึกให้เราออกเสียงให้ชัดๆ ฝึกการ stress คำซึ่งสำคัญต่อการพูดและการฟัง แล้วขณะเดียวกันก็ให้เราเรียนแกรมม่าไปด้วย แล้วก็ฝึกจนเราพูดได้นั่นแหละสอนตั้งแต่ง่ายๆจนยากเอาไปใช้งานได้ สนทนาได้น่ะค่ะ
engmaple เป็น บุคคลค่ะ (ไม่ใช่สถาบัน) ตอนที่เราเรียนเราเรียนเดี่ยวค่ะไปสอนให้ที่บ้าน คอร์สนึง 10000 บาทค่ะตอนที่เราเรียน เรียนวันละ 2 ชม. จันทร์-ศุกร์ เรื่องเวลาคงตกลงกันได้น่ะค่ะ ถ้าจะเรียนกลุ่มก็ได้แต่ต้องจัดกลุ่มมาเองน่ะค่ะ แต่ว่าข้อมูลที่เราบอกเนี่ยก็นานแล้วนะคะราคาเปลี่ยนหรือไม่เราไม่ทราบค่ะ ต้องลองเมลล์ไปถามดู ได้ทาง email :engmaple@hotmail.com แต่เราจำเบอร์โทรไม่ได้นะ อ้อที่นี่ รู้สึกว่าถ้าที่บ้านหรือที่ทำงานสามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้าเขาจะไปสอนให้ถึงที่เลยนะคะ
ได้ผลหรือไม่ สำหรับเราแล้วเราว่าเราพอใจนะ เขาสอนละเอียดดีและทำให้เราเข้าใจในการใช้ประโยคมากๆ ถ้าจะเอาไปใช้งานนะแนะนำเลย มันทำให้เราพื้นฐานแน่นสุดๆ แล้ววิธีการพูดการฝึกเชื่อมเสียงต่างๆเป็นระบบดี สำหรับเราแล้วเรารู้สึกดีขึ้นน่ะ
Engmaple(แนะนำโดยคุณ rainy&sun)
เคยเรียนกับ engmaple แล้วคิดว่าได้ผลค่ะ มีระบบการสอนที่ดีตั้งแต่การออกเสียง พยัญชนะ สระ การออกเสียง stress การเชื่อมเสียง (liaison) เพิ่มระดับความยากในระดับที่เหมาะสมกับเรา เริ่มจากประโยคสั้นๆและค่อยๆยาวและซับซ้อนขึ้น มีการทบทวนสิ่งที่เรียนมาเรื่อยๆ แล้วที่สำคัญให้เราฝึกพูดทุกครั้งที่เรียนและเอาไปใช้งานได้เลย แรกๆเราพูดให้เพื่อนที่ทำงานฟังแล้วเขาบอกว่าสำเนียงเราดูแปลกๆไป ตอนแรกก็ไม่ค่อยมั่นใจจนไปพูดกับเจ้านายซึ่งเป็นฝรั่ง นายเราบอกว่าที่เราพูดถูกแล้วเป็นสำเนียงอเมริกัน คนไทยไม่คุ้นอีกอย่างคนไทยไม่นิยมการเชื่อมเสียงด้วยแต่ภาษาอังกฤษจะต้องเชื่อมเสียงแล้วก็ไม่ใช่เชื่อมไปตามมีตามเกิดแต่จะต้องเชื่อมอย่างมีหลัก เรารู้สึกดีกับที่นี่นะ เชียร์ที่นี่ค่ะ
Engmaple(จดหมายเกี่ยวกับรายละเอียดการสอนจากอาจารย์เปิ้ลแนะนำโดยคุณ Cu)
ถ้ายังเป็นนักศึกษาอยู่ถ่ายเอกสารบัตรประจำตัวนักศึกษามาสมัครจัดกลุ่มเล็กๆมาเอง
เรียน 1 คอร์ส 20 ชั่วโมง จัดกลุ่มเอง เรียน 2 ท่าน ท่านละ 5,000 บาท เรียน 3 ท่าน ท่านละ 4,000 บาท เรียน 4 ท่าน ท่านละ 3,400 บาท เรียน 5 ท่าน ท่านละ 3,000 บาท
เรียนวันละ2 ชั่วโมง 20 ชั่วโมงขึ้นไป เวลาเรียนตอนนี้จะมีช่วงวันธรรมดาจันทร์ - ศุกร์ เหลือช่วงเช้ากับช่วงเย็นไม่ทราบจะสะดวกไหม คือ ช่วงเช้า 8.00 - 10.00 หรือจะเช้ากว่านั้นก็ได้ แล้วก็ช่วงเย็น 17.00 - 19.00 น. เริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 2550 ค่ะ วันเสาร์-อาทิตย์และช่วงเวลาอื่นไม่ว่างค่ะ รับสอนถึงบ้านหรือสถานศึกษาที่เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน วิธีการสอน จะเริ่มตั้งแต่การออกเสียงขั้นพื้นฐานเพราะจะช่วยให้ เราสามารถพัฒนาการฟังได้ดีขึ้น การที่เราฟังไม่รู้เรื่องส่วนนึงมาจากการที่เราออกเสียงผิดค่ะ จะมีการฝึกพูดทุกชั่วโมงพร้อมสอดแทรกหลักไวยากรณ์ สอนการพูดในชีวิตประจำวัน ฝึกให้ผู้เรียนนำไปฝึกฝนและต่อยอดพัฒนาภาษาด้วยตนเอง
สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นนักศึกษาจะเป็นอีกราคานึง
เรียน 1 คอร์ส 20 ชั่วโมง เรียนเดี่ยว ท่านละ 12,000 บาท จัดกลุ่มเอง เรียน 2 ท่าน ท่านละ 8,200 บาท เรียน 3 ท่าน ท่านละ 8,000 บาท เรียน 4 ท่าน ท่านละ 7,500 บาท เรียน 5 ท่าน ท่านละ 7,200 บาท
ถ้าต้องการสมัครเรียน ให้แจ้ง ชื่อ นามสกุล ระดับชั้นเรียน ของผู้ที่จะร่วมเข้าเรียนทุกท่านกลับมายังอีเมลล์นี้ และระบุเวลาที่ต้องการเรียนค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เปิ้ล 089-829-7227
... ... ...
Wall Street (แนะนำโดยคุณ nostoc คุณหนึ่งเอามาฝาก)
แนะนำให้เรียนที่นี่ ถ้า 1. คุณอยากได้ความมั่นใจในการพูดและฟังภาษาอังกฤษ เจอฝรั่งแล้วไม่เขินอาย 2. คุณคิดว่าคุณมีเวลาที่จะไปเรียนมากพอ อย่างน้อยอาทิตย์นึงก็น่าจะโผล่ไปเรียนซัก 3-4 วันก็ยังดี (ถ้าน้อยกว่านั้นคงต้องคิดดีๆอะครับ ว่าจะคุ้มรึเปล่า) ต้องควบคุมตัวเองนิดนึง 3. คุณเป็นคนที่ค่อนข้างเข้าสังคมง่าย ไม่เก็บตัว เพราะมันจะน่าเบื่อมากๆถ้ามาเรียนแต่ lab นั่งพูดกับคอม แล้วกลับบ้าน เสน่ห์อย่างนึงของที่นี่น่าจะเป็นเรื่องโอกาสที่คุณจะได้ใช้ภาษาอังกฤษตลอดเวลา ถ้าคุณมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่นั่น จะทำให้สามารถฝึกฝนทักษะการพูด ฟังได้ ที่สำคัญคือจะไม่รู้สึกเบื่อที่จะไปเรียน (ช่วงแรกๆผมไม่รู้จักใครเลย เรียน lab กลับบ้าน น่าเบื่อมากครับ แต่พอใจกล้าหน้าด้าน เข้าหาคนหน่อย ไปกิจกรรมกับเค้า ก็จะได้รู้จักคนมากขึ้น ได้ฝึกฝนการพูด การฟังมากขึ้น ผลพลอยได้อีกอย่างก็คือได้สังคมมากขึ้น รู้จักคนต่างอาชีพ มีเพื่อนเยอะขึ้น ทุกวันนี้ผมจบมาแล้วตั้งแต่ต้นปี แต่ก็ยังติดต่อกับเพื่อนๆที่เรียน wsi อยู่) 4. คุณมีทุนทรัพย์เพียงพอ และไม่สะดวกที่จะเดินทางไปเรียนต่างประเทศ (ถ้าคุณไปเรียนต่างประเทศได้ โอกาสที่จะได้ภาษามีมากกว่าเรียนที่นี่แน่นอน)
ไม่แนะนำให้เรียนครับ ถ้าคุณ... 1. ไม่มีเวลามาเรียนเพียงพอ 2. ไม่ชอบพบปะผู้คนใหม่ๆ หรือไม่อยากเจอสังคมใหม่ๆ 3. ตั้งใจจะพัฒนาทักษะการเขียนและการอ่าน (ที่นี่ไม่ได้เลยครับ) 4. คิดจะเอา cert หรือ dip ที่ได้จากการเรียนที่นี่ไปเบิกทางเข้าเรียน uni หรือเอาคุณวุฒิที่คุณได้ไปเทียบเป็นระดับสากล
เอาเป็นว่าถ้าคุณคิดว่าอยากฝึกภาษาอังกฤษ ให้กล้าพูด กล้าคุยกับฝรั่ง ไม่ได้แคร์เรื่องการเขียน การอ่าน หรือวุฒิที่จะได้มากนัก + มีเวลาที่จะมาเรียน พร้อมเปิดใจรับสังคมใหม่ๆ คุณน่าจะมีความสุขกับการเรียนทีนี่ครับ (ถ้ามาเรียนบ่อยๆ ผมว่าคุ้มกว่าไปลงเรียนคอร์สภาษาที่อื่นที่จ่ายเป็น level ครับ ผมเคยเรียนสถาบันแบบนั้นมาก่อน เวลาอยู่ในห้องกับอ อ.ฝรั่ง พูดได้ป๋อเลยคับ แต่พอมาเจอสถานการณ์จริงข้างนอก กลับไม่กล้าพูดแฮะ ผมว่าการเรียนภาษาคือการฝึกฝนครับ ถ้าได้ใช้บ่อยๆ ในหลายๆสถานการณ์มันก็จะพัฒนาขึ้น แต่ถ้าใช้แต่ในห้องเรียน เรียนๆหยุดๆ พอหมดคอร์สก็จบ เรียนแค่เดือนสองเดือน แล้วหยุดไป ไม่ได้ฝึกฝนต่อ โอกาสพัฒนามันก็ยากอะครับ)
Wall Street (แนะนำโดยคุณ Mengmong)
ตอนนี้เราได้สมัครเรียนภาษาของ wall street แค่เรียนที่นี่คนจะบอกว่าแพง แต่เราว่ามันก้อพอๆกับที่อื่นนะ เพียงแต่ที่นี่เค้าเรียนเป็นปีเลย ที่นี่จะมีทั้งหมด 17 level ที่เราเรียนเราเรียน 4 level แถม 1 level แต่ถ้าสมัครเรียนวันนั้นเลยจะแถมอีก 1 คือ ทั้งหมด 6 level ราคา 74,900 บาท เรียน12-18 เดือน มีการจ่ายได้หลายแบบ ถ้าเงินสดก้อลด 8% เครดิต 5% ผ่อนกับบัตรเครดิต 10 เดือน 0% และก้อทำเรื่องแบ่งจ่าย สินเชื่อเพื่อการศึกษา รุสึกว่าสูงสุดจะ15เดือน 0% ตอนแรกเค้าจะให้เราเทสก่อน เราได้ level 3 1 level จะมี 4 unit 1 unit จะมี 3 lesson lesson หนึ่งจะเรียนประมาณ 1.5-2 ชม. 1 level เค้าจะกำหนดเลยว่าเราต้องจบภายใน 2-3เดือน การเรียน ก้อจะเป็นการเรียนเองกับคอมพิวเตอร์ partแรกจะให้เราฟังบทสนทนาที่มีคำเว้นว่างไว้ก่อน แล้วจะมีคำถามเกี่ยวกับบทสนทนาที่ได้ฟังมาก part 2 ก้อจะพูดแล้วให้เราพูดตาม part 3 ก้อจะให้เราพูดก่อน แล้วเค้าพูดทีหลังเพื่อให้ฝึกเสียงหนักเบา part 4 จะให้เราพูดเองเลย จากบทสนทนาที่ได้ฟังมาก ทุกpart จะมีซัพไตเติ้ลที่เว้นคำบางคำไว้ให้ พอเราจบ 1 unit เค้าจะเทสอีกที พอจบก้อจะเข้าไปพบกับอาจารย์ที่เป็นฝรั่ง เพื่อพูดคุย คล้ายๆสอบที่เราได้เรียนมาทางคอม ประมาณ1ชม แล้วเค้าจะมีใบคอมเม้นมาว่า ให้เรียน unit ถัดไป หรือ เรียนซ้ำบทเดิม หรือถ้าเค้าได้คุยกับเราแล้ว ว่าlevel นี้ไม่เหมาะกับเรา อาจจะให้ลดหรือเพิ่ม levelก้อได้ อ้อ แต่ทุกครั้งที่เข้าไปเรียนกับอาจารย์ ต้องทำแบบฝึกหัดในหนังสือที่ให้มาให้เสร็จทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นอาจารย์จะไม่ให้เข้าห้อง ห้องนี้จะมีไม่เกิน4คนนะคะ แต่วันวันนั้นไม่มีใครมาเลย มีเราคนเดียวที่นัดเวลาไว้ เค้าก้อสอนนะ ในนี้ก้อจะมีกิจกรรมเสริมมากมาย อย่าง social club จะมีไม่เกิน 20 คน จะเป็นกิจกรรมต่างๆ เช่น karaoke night จะมีกิจกรรมทุกๆวันไม่เหมือนกัน complementary class ห้องนึงไม่เกิน 8 คน เป็นการสอนเกี่ยวกับ แกรมม่า แต่ก้อไม่จริงจังซะทีเดียว จะเป็นการพูดคุยกันมากกว่า เราสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ทุกวัน ทั้งวันเลย ในสถาบันเค้าจะพูดเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ไม่ว่าจะจองคลาส หรือคุยเล่นกัน เพื่อเป็นการฝึกพูดไปในตัว ตอนแรกเค้าจะปฐมนิเทศก่อน ว่าเราต้องทำยังไงในการเรียน เราจะมีที่ปรึกษาส่วนตัว ที่จะดูแลเรื่อง สัญญาเรียนของเรา และก้อติวเตอร์ส่วนตัว ไว้มีคำถามในการทำlab ตอนนี้เราเรียนได้อาทิตย์นึงเอง ยังไม่รู้ว่าได้ผลหรือป่าว ไว้เราจบ 1 level จะมีเล่าให้ฟังอีก
Wall Street (แนะนำโดยคุณ Jina)
ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Wall Street ค่ะ เนื่องจากตอนนี้เรียนอยู่ เลยไม่ขอแนะนำให้เรียนค่ะเพราะ 1) ราคาแพงมาก เมื่อเทียบกับวิธีการเรียนที่ไม่ค่อยเหมาะกับนิสัยการเรียนของคนไทย 2) เข้า Lab ฟังเทป ฝึกพูดตาม ซึ่งเราสามารถไปซื้อ CD ที่เป็นชุดเรียนมาฝึกฟังด้วยตนเองก็ได้ 3) การเจอกับอจ.ต่างชาติก็หลังจากที่จบแต่ละ Unit ครั้งละ 1ชม. พร้อมนักเรียนคนอื่นอีก 4 คน ไม่ค่อยได้ practice เท่าไหร่หรอกค่ะ 4) เจ้าหน้าที่ไม่ค่อยเอาใจใส่มากนัก คือประมาณว่าจ่ายเงินเรียนแล้ว ก็ไม่สนใจ จบไม่จบ ได้มากน้อยแค่ไหนก็เรื่องของคุณ 5) อจ.ต่างชาติที่มา Encounter Class ดูไม่มีวิญญาณความเป็นครูเท่าไร เหมือนไปจ้างฝรั่งที่เข้ามาอยู่เมืองไทยแล้วยังไม่มีงานทำมาสอบค่ะ
... ... ...
ศูนย์ภาษาอ.ดวงแก้ว (แนะนำโดยคุณ mui)
เคยเรียนศูนย์ภาษาอ.ดวงแก้วค่ะ เค้าให้หัดฝึกพูดแบบธรรมชาติ คือฝึกอ่านตามในหนังสือ แล้วก็จะมีอาจารย์สอนเรื่องสำเนียง แต่มันจะช้ามากๆ และต้องบังคับตัวเองให้ไปเรียน ส่วนมากจะเป็นเด็กๆที่ไปเรียน ถ้าไม่รีบร้อนว่าจะต้องพูดให้ได้เร็วๆมันก็ดีอะนะ
... ... ...
California Academy (แนะนำโดยคุณ สาธุฯ)
ผมสมัครแบบ combo 90 ชม. 14700 บาท แบ่งเป็น grammar 30 ชม. listening, writnig and speaking 30 ชม. และ writing หรือ conversation อีก 30 ชม. เพิ่งเริ่มเรียน course grammar มา ผมว่า เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ไปหน่อยครับ คือไม่ถึงกับประทับใจ แต่ก็ไม่ถึงกับเสียดายเงิน ข้อดี คือ คลาสเล็ก 4 คน ข้อเสียคือไม่เข้มข้นเท่าไหร่ ใครที่ต้องเร่งเพื่อไปสอบ ไม่แนะนำครับ
ตำรา ที่ให้ก็เล่นไปถ่ายเอกสารตำราที่ขายทั่วไปมาให้ซะงั้น ผม กะ classmateได้ตำรามาขำเลย เพราะเราทั้ง 2 คนมีเล่มนั้นแล้วอ่ะครับ จริง ๆ ผมว่าน่าจะใจป้ำ ลงทุนซื้อเล่มจริงให้ยังดีกว่า ยังไงก็บวกตังค์เราอยู่แล้ว ดีกว่าใช้ซีร็อกซ์มันดูทะแม่งอ่ะครับ แต่ classmate ผมบอกว่า มีคนมาอธิบายให้ก็คงเข้าใจดีกว่าเราอ่านเอง เฮ้อ...สู้ต่อไปเรา
... ... ...
สยามคอมพิวเตอร์และภาษา (แนะนำโดยคุณ manekineko)
ปัจจัยที่เรียกอันแรกคือ1.ราคาถูก เราคิดว่าการเรียนอังกฤษขอแคให้ได้อยู่ในสภาพแวดล้อม ที่เราได้ใช้(นั่นคือได้คุยกับคนต่างชาติเรียนรู้ศัทพ์มีคนแนะนำว่าเรียนยังไง)จริงไม่ต้องการาคาแพง(จริงๆคือไม่มีตังค์) 2.ใกล้ที่พักเราคือเราเดินไปเรียนเองห้านาทีถึง 3.ที่นีใช้อาจารย์ชาวยุโรปสอน(เรียกว่าเป็นฝรั่งมะใช่คนเอเชีย)
เหตุผล ในข้อสามเราไม่ได้รังเกียจอาจารย์ชาวเอเชีย แต่อย่างน้อยภาษาอังกิดสำหรับเราในตอนนี้เราอยากจะได้สำเนียงการออกเสียง ที่ดีก่อนและเราคิดว่ายังไรก็ตามเจ้าของภาษาที่เป็นฝรั่งก็น่าจะตอบคำถาม ภาษาอังกฤษของเราได้ดีกว่าในฐานะที่เป็นเจ้าของภาษา
สรุปเราลงเรียนคอร์สคอนเวอร์ควบคู่กับแกรมม่าคะ ตอนแรกตั้งใจว่าจะเรียนคอนเวอร์อย่างเดียว แต่ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราพบว่าพอเราไม่ได้ได้เรียนต่อไปสักพักเราก็ลืม เราไม่สามารถสามารถประโยคภาษาอังกฤษขึ้นมาได้เอง และเราต้องใช้ภาษาอังกฤษในการแปลเอกสารถ้าเราไม่รู้แกรมม่าเราจะใช้ภาษา อังกฤษได้ไม่ถูกต้อง เมื่อตกลงใจเช่นนี้จึงเรียนควบคู่กันไปสะเลย
ความประทับใจที่เรียน เราเรียนแกรมม่าในวันแรก อาจารย์ที่สอนเป็นคนไทย(แกรมม่าจะเน้นคนไทยสอน) ซึ่ง อาจารย์สอนดีมากทำให้แกรมม่าที่เราจำไม่ค่อยได้ก็เริ่มฟื้นกลับมาในสาม ชั่วโมงแรกที่เรียน แถมยังสอนการออกเสียงและสอนการนำแกรมม่าที่เรียนมาใช้แต่งประโยค และนักเรียนในห้องเรียนแค่เจ็ดคนทำให้เค้าสามารถจี้ทุกคนให้ตอบได้แถมยังสอดแทรกมุขตลก
วัน ถัดมาเรียนคอนเวอร์ เราเทสได้ได้คอร์สupper intermediate ซึ่งอีกสองคอร์สก็จะถึง advance เราตกใจมากที่ได้คอร์สสูงขนาดนี้ ซึ่งทำให้เราประทับใจในที่นี้ว่าไม่กดเลเวลเรา ซึ่งจากที่เราเรียนที่อื่นเค้าไม่ยอมให้เราได้ เลเวลสูงเป็นอันขาดซึ่งพอเราไปเรียนก็พบว่าค่อนข้างน่าเบื่อ แต่ที่นี้ให้เราค่อนข้างสูงจนเราคิดไปเลยว่าเราจะเรียนได้หรือป่าวแต่ อาจารย์เค้าให้เหตุผลว่าเราตอบคำถามเค้าได้ฟังได้เพียงแต่อาจจะตอบได้ไม่ดี พอ
จากการไปเรียนอาจารย์ชาวฮอลแลนด์ ในคลาสมีเจ็ดคน ซึ่งเราชอบ เพราะคนน้อยแต่ตอนเราไปเรียนเอยูเอในคลาสมีถึงยี่สิบคนแถมต้องรีบไปแย่งรอบ เรียน อาจารย์จะชวนคุยตลอดเพื่อให้เราตอบ เรารู้สึกว่าดีเพราะทำให้ได้พูด มีสอนอีเดียมสอนคำศัพท์และการแต่งประโยค ซึ่งสำหรับเราพอใจมากคะ
สุดท้าย เราคิดว่าสำหรับเราพอใจกับที่นี้คะในเรื่องการสอน(แต่เพราะได้เจออาจารย์ดี หรือป่าว) ซึ่งจากประสบการณืเราในการเรียนภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีการเรียนแกรมม่าควบคู่คอนเวอร์ แต่เราก็สามารถพุดได้นำมาแต่งประโยคได้
เราจึงนำเอาการเรียนนี้มาลองประยุกต์กลับอังกิดดู(เรียนกว่านำแนวคิดมาใช้มากกว่าเพราะยังไงมันก็ไม่เหมือนกัน)
จริงอยู่ที่ว่าภาษาอังกิดฝรั้งเองก็ไม่ได้ใช้ไวยกรณ์ตรงตัว แต่ถ้าคุณไม่มีพื้นไวยกรณ์ที่ดีพอคุณก็อาจจะใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่ถูกตรงในความคิดของเรานะคะ
ดัง นั้นคิดว่าใครที่อยากจะเน้นการเริ่มฝึกอังกฤษปูพื้นฐานคิดว่าที่นี้ก็เป็น อีกทางเลือกนึง ที่ห้องเรียนจำนวนคนไม่เยอะ อาจารย์ชาวต่างชาติ และสามารถปูพื้นฐานภาษาของคุณได้ ที่สำคัญราคาไม่แพงพอกำลังทรัพย์(สามสิบชั่วโมง สามพันสี่)และมีคอร์สเวลาให้เลือกได้ไม่ต้องแย่งกับใคร ก็เลือกไว้พิจารณาก็ไม่เสียหายคะ
... ... ...
ครูเคท (แนะนำโดยคุณ fattyacid)
ตอนนี้เรียน ครูเคทค่ะ ราคาไม่แพง เรียนวันจัทร์อังคารตอนเย็น แต่ต้องมีวินัยกับตัวเองพอประมาณ เพราะว่าจะเรียนจากในชั้นเรียนแล้วต้องกลับมาฝึกฝนเองที่บ้าน รวมถึงมีการบ้านต้องโทรศัพท์ไปส่งกับครูเคททุกอาทิตย์ การบ้านเยอะ ต้องอึด +ขยัน แต่พอทำแล้วรู้สึกว่าได้ผลดีทีเดียว มีทั้งหมด 4 คอร์ส ตอนนี้เรียนคอร์สแรกได้ 4 อาทิตย์แล้ว รู้สึกว่าตัวเองฟังได้ดีขึ้น ส่วนเรื่องการพูดนี่ก็ accent เริ่มเปลี่ยนเป็น american แล้ว แต่ยังต้องฝีกฝนต่อไป ยังไงก็เอาใจช่วยคุณๆทุกคนที่มีความมุ่งมั่นนะคะ
... ... ...
AUA (แนะนำโดยคุณ ms.doubt)
AUA- regular english อันนี้เรียนนานมากแล้วตั้งแต่สมัยตอนปีสี่มหาลัย ตอนนั้นดันไม่ยอมสอบวัดระดับ เพราะอยากเรียนห้องเดียวกับเพื่อน เลยเริ่มเรียนตั้งแต่ level 1 เลย เรียนไปถึง level 4 เน้นสอน ฟัง พูด แต่เขียนนี่จะน้อยหน่อย พูดก็เริ่มเรียนตั้งแต่ง่ายๆ what's your name? ไรเบบนี้เลย ถ้าใครจะไปเรียนที่นี่ขอแนะนำว่าควรสอบวัดระดับก่อนว่าได้เท่าไหร่ จะได้เรียนได้ตามระดับเราดีกว่าค่ะ ที่นี่มี 15 ระดับ น้องของเราเรียนตั้งแต่ level 7-15 เลย ตอนจะจบ 15 นี่จะมี test ด้วย ยากเหมือนกันกัน มีคนตกด้วยต้องไปลงเรียนใหม่ ส่วนราคาที่นี่ก็ไม่แพงนะ ถูกเลยเชียวแหละ ส่วนครูก็แล้วแต่ค่ะ ถ้า level ไหนเจอครูดีก็จะสนุกน่าเรียน แล้วแต่ค่ะ นอกจากนี้ และก็มีพวก special course เช่น toefl toeic ไรแบบนี้ด้วย แต่เราไม่ได้เรียน
... ... ...
ข้อมูลทั่วไปของ AUA และ British Council (แนะนำโดยคุณ ms.doubt)
สองแห่งนี้เหมาะครับใครที่อยากเรียนเป็นเรื่องเป็นราว และมีเวลามากๆ เพราะว่าเป็นสถาบันรับรองจากฝั่งอเมริกา และอังกฤษ ครูทั้งสองที่ก็น่าจะผ่านมาตรฐานจากสถาบันแล้ว ข้อดีก็คือ - ถ้าในช่วงเค้าเปิดรับสมัคร ไม่ว่าคุณจะสอบได้ level ไหน ก็มีห้องเรียนเปิดให้คุณเรียนตลอด แต่คนเต็มเร็วเหมือนกัน ต้องรีบหน่อยค่ะ) - ถ้าจะต่อ level ต่อไปก็มีเปิดแน่นอน ไม่ใช่เรียนไป แล้วไม่สามารถเรียนต่อไปได้ เพราะถ้าสถาบันเล็กๆ บางที นร.น้อยเค้าก็ไม่เปิด -facilities ต่างๆ ก็จะดี เช่นมีห้องสมุด ให้ยืมหนังสือ อุปกรณ์การเรียนทันสมัย (ถ้า BC กระดานเป็นคอมด้วย และมีให้เข้าห้อง com ด้วย) แต่สองที่นี้ ถ้าเป็น course ส อา.ห้องเรียนคนจะเยอะหน่อย 16-20 คน แต่ถ้าเรียนที่สถาบันเล็กๆ อาจจะมีแค่ 5-6 คน ซึ่งอาจได้ฝึกพูดเยอะกว่า
แต่อย่างไรก็ตาม จะเรียนจบ course ของสองที่นี้ต้องใช้ความพยายามเป็นเลิศจริงๆค่ะ เพราะจะใช้เวลาเป็นปีๆ บางคนเรียนกันตั้งแต่เด็กๆ หรือเรียนตั้งแต่มหาลัยปีหนึ่ง หรือบางคนทำงานสอบได้ซัก level กลางๆ ก็ไล่เรียนไปจนจบเลยค่ะ แต่น่าจะเห็นผลนะคะ เพราะคงพูดได้ในระดับหนึ่งถ้าได้ใช้เป็นประจำ
แต่ถ้าใครมีเวลาจำกัด หรือเคยเรียนแบบหลายๆคนแล้วรู้สึกว่าเรียนเท่าไหร่ก็ยังพูดไม่ได้ซักที คงต้องหาที่ใหม่ เรียนแบบเร่งรัดดูแล้วกัน
(เพิ่มเติม)
ค่าเรียนที่ British Council levle ละ 7000 กว่าๆ ค่ะ ราคาน่าจะพอๆกะ Inlingua นะคะ ส่วนที่ Aua ค่อนข้างถูกทีเดียวค่ะแต่จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่ ยังไงลองเข้าไปเช็คในเวปของสองสถาบันนี้ดูได้ค่ะ
แต่สองที่นี้ต้องเสียค่าสอบวัดระดับก่อนนะคะ ที่ BC ถ้าเราเคยสอบแล้ว ยังไม่มี course เรียน หรือไม่ได้สมัคร ถ้านานๆไปถ้าเค้าให้สอบวัดระดับใหม่อีกไม่ต้องเสียเงินค่าสอบอีกค่ะ
::: ::: :::
ท่านใดอยากหาเพื่อนฝึกภาษาก็มาติดต่อกันผ่าน blog นี้ได้นะครับ
ตอนนี้มี
คุณ NongBua อยากได้ pen friend ติดต่อที่ nilubol_t@hotmail.com
คุณ GyPZy_LADy อยากได้ pen friend ติดต่อที่ pjit2000@hotmail.com
คุณ นุ้ยจ้า อยากได้เพื่อนฝึกสนทนา ติดต่อที่ news_ya@hotmail.com
คุณ Odett อยากได้เพื่อนฝึกสนทนา ติดต่อที่ nirawity@ais.co.th
คุณ bioyogurt อยากได้เพื่อนฝึกสนทนา ติดต่อที่ bioyogurt@yahoo.co.uk
คุณ ก้อง อยากได้เพื่อนฝึกสนทนา ติดต่อที่ rromoorai@hotmail.com
คุณ tynny อยากได้เพื่อนฝึกสนทนา ติดต่อที่ tynny_ngai@hotmail.com
คุณ PlukeryKen อยากได้เพื่อนฝึกสนทนา ติดต่อที่ Plukery_ken@hotmail.com
คุณ Annie อยากได้เพื่อนฝึกสนทนา ติดต่อที่ holynuke@hotmail.com
คุณ dk อยากได้เพื่อนฝึกสนทนา ติดต่อที่ bkk2dk@hotmail.com
คุณ เม อยากได้เพื่อนฝึกสนทนา ติดต่อที่ iam_smartgirl@hotmail.com
คุณ นวพร อยากได้เพื่อนฝึกสนทนา ติดต่อที่ waraya_11@hotmail.com

| Create Date : 26 มีนาคม 2550 |
| Last Update : 22 มีนาคม 2551 15:27:08 น. |
| |
659 comments
|
|
|