กุมภาพันธ์ 2552

1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
++++++++ด้วยรักจากใจ FROM THE HEART+++++++
ใกล้วาเลนไทน์แล้ว
จู่ๆผมก็นึกถึงคำๆนึงขึ้นมา

"FROM THE HEART"

คุณเห็นอะไรซ่อนอยู่ในคำๆนี้บ้างไหมครับ
หากยังมองไม่ออก ลองอ่านเรื่องราวบางอย่างที่ผมจะเล่าให้ฟังดูก่อน
และ ค่อยๆคิดไปด้วยก็ได้ครับ คำใบ้มันจะอยู่ในเรื่องเหล่านี้แหล่ะครับ
พร้อมหรือยังครับ....ถ้าพร้อมแล้ว....Let's go




1)
ช่วงใกล้เทศกาลแห่งความรักทุกปี
คุณๆมักจะได้ยินได้ฟังข่าวและโพลอะไรบางอย่างจากนักวิชาการบ้านเราเป็นประจำเสมอๆ ลองเดาดูสิครับ

ใช่แล้วครับ...มันมาอีกแล้ว ลองอ่านดูนะครับ




"เอแบคโพลล์เปิดผลสำรวจความรักวันวาเลนไทน์ ในมุมมองวัยโจ๋ 12-19 ปี พบร้อยละ 21 พร้อมมีเพศสัมพันธ์วันวาเลนไทน์ หรือคิดเป็นเกือบ 3 แสนคน เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนมุมมองเกี่ยวกับดารา-นักร้อง ระบุดาราสาว "แพนเค้ก" เป็นตัวอย่างที่ดีด้านคุณธรรม รองลงมาเป็น "ขวัญ อุษามณี" ส่วนนักการเมืองที่ปลื้มมากที่สุดยังเป็น "ทักษิณ"อันดับ 1 "สมัคร"อันดับ 2 "อภิสิทธิ์"อันดับ 3

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เอแบคโพลล์ เสนอผลการสำรวจเรื่อง ความรัก วันวาเลนไทน์ ดารา นักการเมืองและประชาธิปไตย ในมุมมองของเด็กและเยาวชน กรณีศึกษาเด็กและเยาวชนอายุ 12-19 ปี ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 2,384 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1-9 ก.พ. ที่ผ่านมา พบว่า

เด็กและเยาวชน ร้อยละ 78.6 จะปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์โดยเด็ดขาด ขณะที่ประมาณ 1 ใน 5 หรือร้อยละ 21.4 ยอมรับอาจมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์ อย่างไรก็ตาม เมื่อจำแนกเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ออกตามระดับของแนวคิดรักนวลสงวนตัว พบว่าในกลุ่มเด็กที่มองว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องสิทธิส่วนตัว ร้อยละ 48.9 ยอมรับอาจมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์ ขณะที่ในเด็กและเยาวชนที่มองว่าต้องรักนวลสงวนตัว ร้อยละ 86.1 ปฏิเสธมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเวนไทน์โดยเด็ดขาด และผลการทดสอบค่าสถิติด้วยค่า Odd Ratio พบว่ามีค่าเท่ากับ 5.924 และค่าสูงสุดอยุ่ที่ 8.324 หมายความว่า เด็กและเยาวชนที่มองว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติและสิทธิส่วนตัว มีโอกาสยอมรับการมีเพศสัมพันธ์ วันวาเลนไทน์ สูงประมาณ 8 เท่าของเด็กและเยาวชน ที่มีทัศนคติต้องรักนวลสงวนตัวและรอจนถึงวันแต่งงานเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ที่น่าเป็นห่วง คือ ผลประมาณการเด็กและเยาวชนที่เอนเอียงยอมรับการมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์ พบว่า ในกลุ่มเด็กและเยาวชนจำนวนทั้งสิ้น 1,327,005 คน ที่พักอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีผู้ที่เอนเอียงอาจมีเพศสัมพันธ์ใน วันวาเลนไทน์ จำนวน 283,990 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 21.4

สำหรับข้อมูลที่สะท้อนภาพเชิงบวก คือ เด็กและเยาวชนร้อยละ 84.6 ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ขณะที่ร้อยละ 15.4 เคยมี แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเด็กและเยาวชน ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่มีความเสี่ยงต่อการมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เนื่องจากพบว่ามีเพียงร้อยละ 21.1 เท่านั้นที่ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ขณะที่ร้อยละ 58.8 ใช้บางครั้ง และร้อยละ 20.1 ไม่เคยใช้เลย

นอกจากนี้เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.4 ระบุว่า การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ ผู้ปกครองเป็นสิ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาของเด็กและเยาวชนได้ รองลงมาร้อยละ 32.3 ระบุการเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรมของผู้ใหญ่ในสังคมเป็นทางออก ร้อยละ 30.5 ระบุว่า ควรมีแบบอย่างที่ดีในสถานศึกษา ร้อยละ 28.4 ระบุว่า สื่อมวลชนที่เสนอตัวอย่างที่ดีเป็นตัวอย่างคือการแก้ปัญหา ร้อยละ 24.3 ระบุการขจัดสิ่งที่ไม่ดีทั้งในและรอบสถานศึกษา และร้อยละ 23.5 ระบุการเพิ่มพื้นที่และสิ่งที่ดีทั้งในและรอบสถานศึกษาเป็นสิ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้"
ที่มา นสพ.ข่าวสด 11 กพ.2552



คำถามที่มีในใจผมมาโดยตลอด คือ

1 เขาทำโพลแบบนี้ขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์อะไร
- ตักเตือนวัยรุ่นไว้ก่อน (ว่าผู้ใหญ่เขารู้นะจ๊ะว่าเธอกำลังคิดทำอะไรอยู่)
- ตักเตือนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานของท่านให้ดีในวันวาเลนไทน์ (ล่ามโซ่ไว้เลยดีมั้ยครับ?)
- ตักเตือนครูและผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ว่าให้ช่วยกันสอดส่องดูแลเยาวชนบ้านเราให้มากกว่านี้ (และ ควรจัดระเบียบสถานบันเทิงให้มากกว่านี้งั้นเหรอ )
- ไม่มีอะไร แค่อยากดัง อยากให้มันเป็นข่าวยังงั้นแหล่ะ (อืมมมมม แต่ผู้ปกครองเขาฟังข่าวแล้วกลุ้มใจนะเฟ้ยยยยยยยย)

2 แล้ววัยรุ่นเขา"ทำ"อย่างนั้นกันแค่วันๆนี้เหรอ ถึงต้องคอยมาเตือนกันในช่วงวันนี้ทุกๆปี แล้วอีก 364-365 วันล่ะ เขาไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ (จริงๆยังมีอีกหลายเทศกาลนะ เช่น ลอยกระทง สงกรานต์ ปีใหม่ ตรุษจีน ฯลฯ)






2)
ย้อนกลับไปเมื่อตอนผมยังละอ่อน อยู่ป.5 กำลังซ่าและคึกคะนองเต็มที่
มีอยู่วันนึง ผมไปเดินเล่นกับเพื่อนซี้"ไอ้ปิง"ที่ซอยถัดไป
บังเอิญไปเจอเด็กโจ๋คนนึงที่ตัวเล็กแค่หัวไหล่ผม กำลังแกล้งหมาอย่างเมามัน หน้าตาท่าทางเด็กคนนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่า "Badboy"แหงๆ

ขณะที่ผมกำลังยืนมองด้วยความสนใจ หมอนั่นก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับแสยะยิ้ม "เฮ้ย! ไอ้แว่น มองหน้าหาพ่อ-งเหรอ"

ผมได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที จึงต่อล้อต่อเถียงกับเจ้านั่นทันที โดยมีไอ้ปิงเพื่อนผมเป็นลูกคู่

เจ้านั่นมันก็เลยท้าผม "มาต่อยกันมั้ยวะ เดี๋ยวจะชกมรึงให้คว่ำเลย"

ผมได้ยินแบบนั้นแล้ว ก็รู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง เพราะ เจ้านั่นตัวเล็กกว่าผมมาก แค่ผลักมันเบาๆก็คงหน้าคว่ำแล้ว เลยรีบตอบรับมันทันที "ได้เล้ยยยยย เดี๋ยว...จัดให้"

เจ้านั่น "4 โมงเย็น มาเจอกันที่นี่ มรึงอย่าหนีไปไหนซะก่อนล่ะ"
ผม "OK แล้วมรึงเองก็อย่าวิ่งหนีหางจุกตูดละกันนะเฟ้ย วะฮ่าฮ่าฮ่า วะ55555"


พอได้เวลา 4 โมงเย็น ผมกับเจ้าปิงก้รีบไปรอเจ้าเด็กนั่น กะว่าวันนี้จะได้ตบเด็กสบายๆแล้ว ทันใดนั้น ผมก็เห็นเจ้าเด็กนั่นมันเดินมาทางนี้

แต่มันไม่ได้มาคนเดียว แต่ดันพาพรรคพวกมาด้วยอีก 5-6 คน และ แต่ละคนเป็นเด็กวัยรุ่นตัวโตๆ และ หน้าตาเหี้ยมๆดูน่ากลัวมาก พร้อมอาวุธครบมือ ทั้งสนับมือ ไม้ฟุตเหล็ก และ มีดพก!!!!!

โอ้ว!!!!....แม่เจ้า

ผมเห็นท่าไม่ค่อยดี เลยรีบบอกไปว่า "เฮ้ย!! ไหนบอกว่าจะชกกันตัว-ตัวไง
ไหงพาคนอื่นมาด้วยตั้งเยอะแยะฟะ"

เจ้านั่น "ก็กรูยังไม่ได้บอกซักคำเลยว่า กรูจะเป็นคนชกเองนี่หว่า"

ตอนนั้นผมแข้งขาสั่นหมดแล้ว ถ้าสู้ไปมีหวังไม่ตายก็คางเหลืองแน่ ไอ้ครั้นจะวิ่งหนีก็เสียศักดิ์ศรีน่าดู จะทำไงกันดี ลองถามไอ้ปิงดูดีกว่า

พอผมหันหน้ามา chipหาย ไอ้ปิงไม่รู้หายหัวไปไหนแล้ว!!!!
ผมหน้าซีดปากสั่น คราวนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วโว้ย อาจจะถึงตายเลยนะเนี่ย

ในช่วงเวลาคับขันแบบนี้ ผมก็เริ่มคิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ขึ้นมาอย่างจับใจ

เจ้านั่นแสยะยิ้ม "ไงฟะ เมื่อกี๊ยังทำเป็นพูดดีอยู่เลย เพื่อนมรึงก็ไม่อยู่ช่วยมรึงแล้ว เหลือมรึงตัวคนเดียวนี่แหล่ะ มรึงมานี่เลย มาชกกับเพื่อนกรูซะดีๆ"

ผมเริ่มพยายามหันซ้ายหันขวามองหาทางหนีทีไล่ แต่เจ้าพวกนั้นก็ดูเหมือนจะรู้ทัน พยายามเดินเข้ามาล้อมกรอบ และ มีหนึ่งในนั้นที่ตัวโตที่สุดกำลังเดินย่างสามขุมเข้ามาหาผมทีละก้าว...ทีละก้าว

ผมพยายามทำใจดีสู้เสือพูดว่ามันผิดข้อตกลง ผมไม่ชกไม่เชิกกับมันแล้ว มันก็ไม่ฟัง บอกว่าอย่างนี้มันหมาหมู่นี่หว่ามันก็ไม่สนใจ ขอเลื่อนไปก่อนมันก็ไม่เอา ลองขอโทษมันก็แล้ว ขอร้องวิงวอนมันก็แล้ว มันก็ยังยืนยันว่าต้องชกกับเพื่อนมันตรงนี้และเดี๋ยวนี้เท่านั้น

เฮ้อ!!!!! ตายแน่คราวนี้ตรู เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ตายเป็นตาย ผมเตรียมใจไว้แล้ว




"หยุดก่อน!!!!!!!!!"

ผมรีบหันไปทางเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด โอ้!พระเจ้าช่วยกล้วยทอด พ่อผมนั่นเอง!!!!!! พ่อผมมาช่วยชีวิตผมแล้ว ผมดีใจสุดขีด ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นเลย

ข้างหลังพ่อผมมีไอ้ปิงที่ยังหน้าตาตื่นอยู่
อ้อ!ผมนึกออกแล้ว เป็นไอ้ปิงนั่นเองที่รีบวิ่งกลับไปตามพ่อผมมาช่วยผมได้ทันเวลาพอดี

พ่อผมจัดการคุยกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนั้นอยู่ซักพักนึง พวกนั้นคงไม่อยากมีเรื่องกับผู้ใหญ่เลยยอมล่าถอยไปแต่โดยดี ผมกะจะวิ่งเข้าไปกอดพ่อซักหน่อย พ่อก็หันขวับมาจ้องมองผมด้วยสายตาที่ดูก็รู้ว่าโกรธมาก

คราวนี้ผมเองก็เริ่มคอตกแล้วว่ากลับไปต้องโดนฟาดหลายทีแน่ๆ เอาวะ! ยังไงก็ดีกว่าโดนพวกนั้นมันรุมยำเอาล่ะน่า

กลับไปถึงบ้าน ปรากฏว่าผิดคาดมาก ผมโดนแม่ผมบ่นว่าพอเป็นพิธี
แต่สำหรับพ่อ นอกจากผมจะไม่โดนตีแล้ว พ่อยังไม่ดุไม่ด่าว่าผมซักคำ
แต่พอเห็นสีหน้าพ่อแล้วผมถึงกับใจหาย
พ่อผมหน้าแดงก่ำ ก้มหน้านิ่ง สีหน้าบ่งบอกว่าผิดหวัง เสียใจ และ ปวดร้าวเป็นอย่างมาก

ส่วนตัวผมก็บรรยายความรู้สึกของตนเองในตอนนั้นไม่ถูก
รู้แต่ว่า "ใจร้าว" มาก ให้ผมโดนพวกนั้นมันรุมยำปางตาย หรือ โดนพ่อตีแรงๆซะยังดีกว่าเห็นพ่อผิดหวังในตัวผมแบบนั้น.....






3)
Fast forward มาอีก 5 ปี อยู่ม.ปลาย ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นที่สุดจะคึกคะนองไปตามอิทธิพลของฮอร์โมน

เพื่อนๆในห้องส่วนใหญ่กำลังเตรียมตัวอ่านหนังสือ เรียนกวดวิชาอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวสอบ Entrance กัน

แต่ผมไม่ต้องการเหมือนใคร เพราะ มันไม่เท่เลย วัยรุ่นอย่างเราต้องเป็นตัวของตัวเองสิ ว่าแล้วก็เลยพยายามทำตัวแหวกๆ คบเพื่อนเที่ยวเตร่กันแบบไม่บันยะบันยัง แทบทุกเย็นต้องไปจีบสาวกันตามรร.กวดวิชา ที่ไหนที่เขาร่ำลือกันว่ามีสาว"แจ่มๆ" ผมกับเพื่อนๆจะต้องดั้นด้นไปดูให้เห็นกับตาให้ได้

เสาร์อาทิตย์นี่แทบไม่เคยได้อยู่บ้านตัวเอง ต้องตระเวนไปอยู่ที่บ้านเพื่อน และ นอนค้างคืน เพื่อพยายามทำอะไรที่มันคิดว่า"เจ๋งๆ" เช่น ดูมิวสิกวีดีโอ เล่นไพ่ เตะบอล รวมไปถึงจับกลุ่มกันดูวีดีโอโป๊!!!!!

มีอยู่อันนึงที่ผม"ติด"อย่างเป็นบ้าเป็นหลังเลย ก็คือ "ติดเกม"
สมัยนั้น วีดีโอเกมฟามิคอม และ เมก้าไดร์ฟ กำลังมาแรง ผมเล่นมันได้ทั้งวันทั้งคืนกับเพื่อนๆ รู้สึกว่ามันสนุกเป็นบ้าเลย เล่นกันเรื่อยมาจนมารู้ตัวอีกทีก็ไม่ถึง 3 เดือนก็จะถึงวันสอบ Entranceแล้ว!!!!!

ทั้งๆที่ผมเองก็รู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ และ คิดว่ามันมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็ไม่อ่านทันอยู่ดี ช่างมันเหอะ ขอสนุกกับชีวิตวัยรุ่นให้เต็มที่แบบนี้ดีกว่า

มีอยู่วันนึง เพื่อนผมมันเพิ่งไปได้เกมใหม่มาชื่อเกม "Kunio Downtown" และ รีบเอามาเล่นกันทันที ผมจ้องมองภาพเกมที่มีเนื้อหาเป็นเด็กมัธยม กำลังไล่ต่อยตีกันอย่างเมามัน

และแล้ว ผมก็เริ่มนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น และ ใบหน้าที่ปวดร้าวของพ่อก็ลอยขึ้นมาให้ผมเห็น.....

นี่ผมกำลังทำบ้าอะไรของผมอยู่เนี่ย!!!!!







เป็นไงครับ เรื่องที่ผมเล่าจบไปทั้ง 3 เรื่อง คงพอจะช่วยให้คุณนึกออกนะครับว่า ผมกำลังจะบอกใบ้อะไรคุณอยู่

อะไรนะ! ไม่รู้เรื่อง และ ไม่เห็นจะเกี่ยวกันตรงไหนเลยเหรอ

เอาใหม่ๆ สงสัยคงเป็นเพราะเรื่องราวมันจบห้วนๆไปหน่อย

เหตุการณ์หลังจากที่ผมคิดได้ในวันนั้น
ผมรู้สึกเสียใจมากที่ตัวเองกำลังจะทำให้พ่อผิดหวังอีก
ผมไม่อยากเห็นสีหน้าที่ปวดร้าวของพ่อแบบนั้นอีก
เลยขอกลับตัวกลับใจใหม่ และ ขอกลับบ้านซักที

วันนั้นผมร่ำลากับเพื่อนๆว่า คงไม่เห็นหน้ากันอีกพักใหญ่ๆเลย
และ ผมยังก็เตือนพวกมันด้วยว่าให้คิดถึงพ่อแม่กันไว้ให้มากๆ
พวกเรายังกลับตัวกลับใจกันได้เสมอ
เพื่อนมันก็งงๆกัน แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะอวยพรให้ผมโชคดี

หลังจากวันนั้นผมก็ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เอามาใช้จนหมดสิ้น
เพื่อเตรียมตัวสอบEntranceให้ได้คณะที่ว่ากันว่าเข้ายากที่สุด
เพราะพ่อผมเคยตั้งความหวังให้ผมสอบเข้าคณะนั้นเอาไว้
คณะที่มีรหัส 001....... "คณะแพทยศาสตร์ จุฬา"
แม้ว่าจะมีเวลาเตรียมตัวแค่ 3 เดือน
แต่ผมก็ไม่ย่อท้อ กลับยิ่งฮึดมากขึ้นๆๆๆๆๆไปอีก

หลังจากนั้น ชีวิตผมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!!!!!!





กลับมาที่เรื่องวาเลนไทน์กันอีกที
ผมเคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน และ พอจะเข้าใจความรู้สึกในตอนนั้นเป็นอย่างดี

วัยรุ่นเป็นวัยที่ใครๆก็อยากสนุก อยากสบาย อยากทำอะไรๆที่อยากทำโดยที่ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังกันหรอก
แม้ว่าผู้ใหญ่จะพยายามพร่ำบ่นพร่ำสอนตักเตือนบังคับยังไงเขาก็ไม่ฟังอยู่แล้วครับ

แต่ก็ยังมีวัยรุ่นอีกหลายคนที่เขามี"การควบคุมตัวเองภายใน"ที่ดี และ สามารถ"หักห้ามใจ"ต่อสิ่งยั่วยุทั้งหลายทั้งปวงได้เช่นกัน
บางทีก็มีบ้างที่เขาอาจจะ"หลงทาง" แต่ในที่สุดเขาก็จะหาทางกลับ และ พาตัวเองออกมาจากวังวนสิ่งเหล่านั้นได้ในที่สุด

และอันนึงที่อยากบอกคือ ลึกๆแล้ววัยรุ่นทุกคนก็ไม่อยากทำให้พ่อแม่ตัวเองเสียใจ หรือ ผิดหวังในตัวเขาหรอกครับ

จะมีก็แต่"สายสัมพันธ์"ที่แน่นหนาของพ่อแม่ลูกเท่านั้น ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เขาพลาดเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมแบบนั้น เพราะ เขาจะมีพ่อแม่อยู่ในใจเสมอ และ ติดตามเขาไปทุกหนทุกแห่งเพื่อคอยเตือนใจเขาไม่ให้ถลำลึกลงไปกับสิ่งยั่วยุที่อันตรายทั้งหลาย

หน้าที่ผู้ใหญ่เราก็คือ สร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกๆ และ ให้ความรู้กับเขาล่วงหน้าไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เขาและเธอพาตัวเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ "เสร็จ" แน่ๆ เช่น การอยู่โดยลำพังสองต่อสอง, การดื่มเครื่องดื่มมึนเมา หรือ ยาเสพติด หรือ การแตะเนื้อต้องตัวกันเกินขนาด เป็นต้น




เอาล่ะ ! ถึงเวลาเฉลยแล้ว
ลองสลับตัวอักษรในคำๆนี้ แล้วลองเรียงใหม่ดูสิครับ
เราจะพบคนที่รักเราจริง....จากหัวใจ

F R O M T H E H E A R T



F _ _ _ _ R M _ _ _ _ R




F _ T _ _ R M _ T _ _ R




F A T _ _ R M O T _ _ R




FATHER MOTHER : FROM THE HEART






Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2552 9:56:46 น.
Counter : 763 Pageviews.

3 comments
  
เขียนได้ดีมากๆๆเลยคะ
โดย: Her Bake วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:51:08 น.
  
ชอบค่ะ
มีเรื่องแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับหัวข้อนี้อีกเยอะ

แม่เรา และพ่อเรา
เลี้ยงลูกเก่งค่ะ

เดี๋ยวมานะคะ
ทำงานด่วนก่อน
โดย: แม่ภุชงค์ และชมภูมิ IP: 203.99.253.12 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:57:05 น.
  
ชวนให้ติดตามเสมอเลยค่ะ

ความหมายดีมากๆค่ะ
โดย: ปลายดินสอ วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:26:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ฉิกซิงแซ
Location :
นครศรีธรรมราช  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



เกิดและโตที่กรุงเทพ
เป็นศิษย์เก่าร.ร.ใกล้บ้าน คือ วัดสุทธิ
จับพลัดจับผลู สอบติดหมอจุฬา แบบงงๆ
แล้วมาต่อเฉพาะทางด้านเด็กที่ มอ. หาดใหญ่

บังเอิญมาเจอ"จอม" ที่ต่อมากลายมาเป็นคู่ชีวิต
เลยได้มาอยู่อยู่ภาคใต้ยาวเลย
ไม่ได้กลับมาอยู่กทม.อย่างที่ตั้งใจไว้
เพราะ"คุณนาย"ไม่ชอบรถติดอย่างแรง

เป็นอาจารย์ด้านโรคหัวใจเด็กที่ มอ.ได้ไม่เท่าไหร่
ก็มาได้ข่าวดีว่าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว

ต้องมาตัดสินใจกันอีกว่าจะไปเรียนต่อที่ ILLINOIS, USA
ดีหรือเปล่า เพราะ "ผบทบ." กลัวหนาวมาก เลยลาออกมาซะเลยดีกว่า

ตอนนี้ สบายๆกับงานที่คลินิก 2 แห่ง
ว่างๆก็เล่นกับลูกสาว(น้องพลอย)และ ลูกชาย(น้องเพชร)จอมซนน้อยๆ และ หาเรื่องไปเที่ยวกับครอบครัวบ้างตามสะดวก

New Comments