space
space
space
 
กุมภาพันธ์ 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
space
space
3 กุมภาพันธ์ 2560
space
space
space

คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 9 เรื่อง World Peace


แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน
3 เมษายน 2550
เรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------
ตอนที่ 9 เรื่องWorld Peace (แด่สันติภาพโลก)

ชายภูมิฐานผู้หนึ่งกำลังพิจารณาตารางนัดบุคคลสำคัญ สักพักได้ถอนหายใจ "เฮอออออ...คุณนัดท่านฑูตที่ไม่ถูกกันมาเจอกันได้ไง ตามหลักการฑูตแล้วแบบนี้ไม่ควรทำ" ชายภูมิฐานที่กล่าวมานั้นคือเอกอัครราชฑูตประเทศญี่แปง ขณะนี้ท่านประจำอยู่ประเทศไทยา

ชายหนุ่มได้แต่ก้มหน้ากับความผิดของตัวเองที่โดนผู้ใหญ่ตักเตือน
"ผมรู้ ผมเคยเป็นแบบคุณมาก่อน อยากสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เชื่อผม ผมเดินมาก่อน ทุกคนที่เดินแบบนี้ได้ผลมาแล้ว" ท่านฑูตอบรมเด็กซึ่งขณะนี้เป็นผู้ช่วยฑูต

ชายไร้ประสบการณ์ที่ผมกล่าวถึงเป็นชายหนุ่มที่เกิดในวงการตระกูลชั้นสูง พ่อแม่ของชายคนนี้ได้ฝากฝั่งให้เด็กหนุ่มมาฝึกงานกับท่านฑูต เพราะผู้ใหญ่ท่านนี้มีผลงานและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ชายก้มหน้าดังกล่าวคือธัมมะสึ

ธัมมะสึเป็นเด็กใหม่ที่รักประเทศและอยากให้ตัวเองมีชื่อในประวัติศาสตร์ ด้วยความใจร้อนจึงอยากนัดประเทศที่กำลังมีข้อพิพาทกัน ความหวังดีของตนเอง อยากให้โลกจารึกว่าประเทศญี่แปงเป็นประเทศที่ช่วยไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทของสองประเทศนี้

"สิ่งหนึ่งที่คุณต้องเรียนรู้ก่อนอันดับแรกในการเป็นนักการฑูตที่ดีคือ....ความจริงใจ" ท่านฑูตเห็นเด็กเศร้าและไม่อยากให้เสียใจไปมากกว่านี้ "เอาล่ะ คุณเดินตามผมเรื่อยๆแล้วจะดีเอง ไปทำงานที่ค้างได้แล้ว"

ธัมมะสึยกมือไหว้ ตนเดินออกจากห้องพร้อมน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา ความรู้สึกขณะนี้เหมือนหมดกำลังใจ ไม่คิดว่าตัวเองจะทำเรื่องงี่เง่าเช่นนี้ได้ ทุกอย่างนอกจากความจริงใจแล้วยังต้องอาศัยประสบการณ์ ผู้ไร้ประสบการณ์ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ


..... ผ่านไป 10 ปี .....
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมตามมา ธัมมะสึได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและเป็นผู้ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ งานเลี้ยงรับรองคืนนั้นใครๆต่างพูดถึงบุคคลที่ทำให้สงครามระหว่างประเทศสงบลงได้

"เรียนเชิญท่านธัมมะสึกล่าวสักเล็กน้อยด้วยครับ" พิธีกรงานเลี้ยงรับรองได้กล่าวเชิญผู้ได้รับรางวัลโนเบล

ธัมมะสึยืนบนเวทีเห็นผู้คนกำลังมองมาที่ตน ขณะนี้ความรู้สึกของตนเองตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกของการยืนอยู่บนที่สูงเป็นความรู้สึกเช่นนี้เอง "อะฮึม...การทำงานที่ดีนั้น นอกจากมีความรู้ในสาขาที่ตนทำงานอย่างรู้จริงแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องมีสำหรับนักการฑูตที่ดีคือความจริงใจ" เพียงท่านกล่าวจบ ทุกคนในงานต่างลุกขึ้นปรบมือเพื่อเป็นเกียรติแด่ท่านที่ช่วยสงบศึกสงครามระหว่างสองประเทศได้




.... ในวันต่อมา ....
"คุณทำแบบนี้ได้ไง เอาบุคคลที่ไม่ถูกกันมาเจอกัน ทำแบบนี้ทะเลาะกันตายพอดี" เอกอัครราชฑูตประเทศญี่แปงประจำประเทศเรเวียกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"ครับ ครับ" เด็กหนุ่มไฟแรงโดนตักเตือน
"คุณทำงานกับผมมากี่ปีแล้ว" ท่านฑูตธัมมะสึถามผู้ช่วยฑูต
"แปดปีครับ ผมเรียนรู้จากท่านได้มากเลยครับ" แม้ประสบการณ์ยังบินไม่ได้ แต่อย่างน้อยคมปากถูกลับมาบ้างแล้ว
"คุณจำได้ไหม ผมเคยสอนเสมอการเป็นนักการฑูตที่ดีได้ ต้องทำอย่างไร"
"ผมจำได้ครับ ต้องมีความจริงใจ" ผู้ได้รับการอบรมจำคำสอนของผู้ใหญ่ได้ขึ้นใจ
"งั้นผมจะสอนให้อีกอย่างหนึ่งสำหรับการฑูตที่ดี เรื่องความจริงใจเราต้องทำให้เขารู้ว่าเรามีความจริงใจเช่นมีใครด่าหรือว่ากล่าวอีกฝ่ายหนึ่ง เราต้องเก็บในสิ่งที่พวกเขาพูดหรือทำทุกอย่างไปบอกอีกฝ่ายหนึ่งให้ได้"ใบหน้าผู้มีประสบการณ์ยิ้มอย่างมีเลศนัย
"แล้วอีกฝ่ายไม่โกรธหรือครับ" นกน้อยยังสงสัย
"มันคือจุดประสงค์ของนักการฑูตที่ดี ข้อสำคัญเราจะไม่ลงมือเอง ต้องให้ลูกน้องของแต่ละฝ่ายจัดการแทน เข้าใจไหม"

วงการนี้อาศัยความไวประสาทตา หูและปาก สิ่งสำคัญไม่ใช่ความฉลาดแต่ต้องอาศัยไหวพริบด้วย คนที่มองโลกในแง่ดีอย่างผู้มีประสบการณ์น้อย ยังมีสิ่งติดค้างในใจ 'ไม่เป็นมั้ง ลองถามดีกว่า'

"ผมเข้าใจตามที่ท่านกล่าวครับ ผมอยากให้อธิบายเพิ่มเติมเพื่อเป็นความรู้ผมอีกหน่อย" ผู้ช่วยไม่เข้าใจไม่ถามตรงๆ เพราะสิ่งที่ผู้ใหญ่เคยสอนไว้ ในวงการนี้ห้ามพูดคำว่าไม่เข้าใจ
"ง่ายมาก เราเอาเทปหรือหลักฐานไปให้ลูกน้องอีกฝ่าย ให้นำไปให้หัวหน้าตนเองดูจะได้เกลียดอีกฝ่ายไง" ท่านธัมมะสึอธิบายอีกครั้ง
"แบบนี้ไม่ทะเลาะกันแย่หรือครับ"
"ยังคิดไม่ออกอีก เวลาทะเลาะกันมีเพื่อนอย่างเราช่วยไกล่เกลี่ยไง" นกอินทรีหัวเราะอย่างมีชัย
"แล้วมันจะดีหรือครับ ทำแบบนี้" นกกระจอกไม่สามารถปิดบังใบหน้าที่มีคำถามได้
"ทุกคนทำแบบนี้กันทั้งนั้น เชื่อผม.....เดินตามผมไม่ผิดหวัง แล้วคุณจะดังเอง" ท่านธัมมะสึหัวเราะอย่างสะใจ "อ๋อ...จำไว้อย่างหนึ่ง อย่าให้พวกทะเลาะกันเจอกันโดยไม่มีเรา" เอกอัครราชฑูตธัมมะสึเน้นย้ำอีกครั้ง

'โอ้ ชีวิตมันเป็นแบบนี้เอง' ผู้ช่วยกำลังงง


----------------- บทสรุป -----------------------
ในสังคมชั้นสูงบางสังคมมีบทเรียนหนึ่งที่ต้องเรียนรู้ เวลาใครทำผิดจะไม่บอกกล่าวแต่ต้องให้ผู้ทำผิดรู้ตัวเอง ถ้าพูดให้เห็นภาพเหมือนผู้หญิงงอนผู้ชายแล้วไม่บอกผู้ชายว่าผู้ชายทำผิดอะไร จะงอนจนกว่าผู้ชายรู้ตัวเอง พอเข้าใจนะครับ

นั้นเป็นสาเหตุว่า ทำไมพวกทหารบางคนถึงสอนแบบนี้ พวกนี้ยุแหย่เก่งและรู้ดีว่าทำอย่างไรให้อีกฝ่ายทะเลาะกัน เพื่อให้ตัวเองแทรกเข้าไประหว่างกลางเพื่อผลประโยชน์หรือต้องการแสดงว่าตนเองจริงใจอย่างไร

วิธีแก้คือให้คุยแบบผู้ใหญ่ที่โตๆกันแล้ว อย่าเชื่อเทป คลิป วีดีโอเพราะทุกอย่างตัดต่อได้ ตกแต่งเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าตัวได้ นั้นจึงเป็นเหตุผลของพวกชอบยุแหย่ว่าต้องให้อีกฝ่ายรู้ตัวเองว่าทำผิดอะไร (ไม่ยอมบอกตรงๆ) บางคนจะไปนึกออกได้อย่างไร แต่ล่ะประเทศทะเลาะกันเพราะแบบนี้ล่ะครับ
ผู้ร้ายตัวจริงไม่เคยร้ายให้เห็น มันแอบตัดต่อให้ทะเลาะกันแล้วแอบหัวเราะอยู่ข้างหลังคุณ


เดี๋ยวผมเขียนบทความนี้เสร็จ มีบางคนจัดฉากให้บุคคลสองฝ่ายมาเจอกันแล้วทะเลาะอย่างดุเดือดบนจอทีวี เพื่อแสดงว่าเจอกันไม่ได้ ขอบอกว่าผมรู้ทันพวกคุณ

ยกตัวอย่างประสบการณ์จริงของผม

เพื่อนที่ทำงาน : "เป้ (นามสมมติของผู้เขียน) กินลูกเกดสิ"

ผมกินลูกเกดตามทำชวน อืม....ลูกเกดรสชาติไม่อร่อยเลย
เพื่อนที่ทำงาน : "อร่อยไหม"
ผู้เขียน : "เราว่ารสชาติแปลกไม่ค่อยอร่อยนะ"
เพื่อนที่ทำงาน : "เหมือนเราเลยเราว่าไม่อร่อย ลูกเกดกระจอก"

ผมเฉย ๆ คิดว่าจะกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม
เพื่อนที่ทำงาน : "พูดสิ ลูกเกดกระจอก"
ผู้เขียน : "ลูกเกดกระจอก" (ผมไม่ได้คิดอะไร)

วันต่อมาผมได้ทำงานอีกชั้นหนึ่ง บังเอิญเจอคนชื่อเกดเกด : "แกว่าชั้นว่ากระจอกเหรอ"
ผู้เขียน : ??

คุณเชื่อไหม ผมเจอแบบนี้ในที่ทำงาน ถามว่าไม่ให้ผมเครียดได้อย่างไร เอาคนละเรื่องมาโยงเป็นเรื่องเดียวกันเฉย ผมเคยเจอเกดคนนี้ในห้างแห่งหนึ่ง (เล่นไม่เลิก) ได้ทักทายตามมรรยาทแต่ในใจผมขยะแขยงพวกนี้มากที่สุด

บุคคลชั้นสูงบางคนคิดว่าการที่ไม่ให้ทะเลาะกันคือการไม่ว่ากล่าวใครหรือพูดแต่ชมเท่านั้น คนพวกนี้จึงไม่กล้าว่ากล่าวตรงๆชอบพูดจาประชดประชันหรือตีวัวกระทบคราด สำหรับผมการไม่ทะเลาะกันคือการมีความคิดความอ่านและการพูดคุยกันแบบผู้ใหญ่มากกกว่า

**** บทความนี้ผมขอยกเป็นอุทาหรณ์ให้กับเหตุการณ์สังหารหมู่ของชนเผ่า Tutsi (ตุ๊ทซี่) ที่โดนชนเผ่า Hutu (ฮูตู) สังหาร 1,000,000 ศพ ใน 100 วัน ของประเทศรวันดา ผมเข้าใจว่าที่สายเลือดเดียวกันทะเลาะกันเพราะการยุแหย่ของพวกโรคจิตเท่านั้น *****

-------------------------------------------------------------------------

ผมอยากได้เงินเพื่อมาต่อยอดผลงานอื่นต่อ เคยเขียนบทความนี้มานาน 10 ปี ผมไม่เคยเปิดบัญชีดูว่ามีใครโอนเงินมาให้หรือใหม่ ตอนนี้จะทำใหม่และเขียนเพิ่มเติมอีกครั้ง เลขบัญชีนี้เป็นเลขบัญชีใหม่ครับ หากผู้อ่านสนับสนุนผลงาน ผมยินดีมากหรืออยากอ่านฟรี ผมยินดีเช่นกันครับ

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคารกสิรกรไทย / Kasikorn Bank (KBank)
สาขา จักรวรรดิ / Jaggrawud Branch
เลขที่บัญชี / Account Number : 051-250-1842
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ / MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ





Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2560 15:14:33 น. 0 comments
Counter : 33 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

สมาชิกหมายเลข 3672884
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3672884's blog to your web]
space
space
space
space
space