space
space
space
 
กุมภาพันธ์ 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
space
space
3 กุมภาพันธ์ 2560
space
space
space

คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 2 ฉันโดนขู่ ฉันไม่ได้บ้า




แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน

18 กุมภาพันธ์ 2550
เรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
————————————————————–
ตอนที่ 2 เรื่องฉันโดนขู่ ฉันไม่ได้บ้า

“บอกแล้วไง เขาขู่ ฉันโดนขู่ โดนขู่ ถึงอย่างไร ฉันไม่ยอมความ” เธอกล่าวพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่หยุด ในขณะช่างภาพค่อยๆซูมไปยังดวงตาที่แดงก่ำ ผ่านสายตาของผู้ชมจากทางบ้าน
“แต่คุณสมชายบอกว่าไม่เคยขู่คุณเลยนะครับ เอ้าคุณสมชาย คุณว่าอย่างไร” พิธีกรชื่อดังกล่าวเสร็จพร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าให้เธอ อีกผ่ายมองหน้าเธอด้วยดวงตาที่เห็นใจพร้อมกล่าวว่า
“ผมเห็นใจคุณนะครับ แต่ลองคิดดูสิครับใครจะกล้าทำแบบนี้ คดีออกดังลงหน้าหนังสือพิมพ์ ถึงอย่างไรผมขอยืนยันด้วยเกียรติทนายความ 10 ปีของผมว่า ผมไม่เคยขู่ ให้ไปสาบานวัดไหนก็ได้”

ตุ้บ [ทุบโต๊ะ] ทั้งห้องส่งเงียบ
“ใช่สิ ใครจะไปสู้ได้ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ลองมาเป็นฉันสิ ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย”

พิธีกรเห็นว่าคงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทนายความตัวแทนผู้ถูกกล่าวหามองไปทางพิธีกรด้วยความอึดอัดใจ “เอาอย่างงี้ ถ้าคดีนี้เรื่องเป็นอย่างไร ไว้มาว่าต่ออีกทีนะครับ ตอนนี้เวลาหมดแล้ว รายการคุ้ยขึ้นมาแฉขอจบรายการเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ” เพลงประกอบรายการดังขึ้นทางทีวี แต่เสียงของหญิงสาวยังคงดังในห้องส่งและนี้คือเรื่องราวของเธอคนนี้

อุษาณีย์เป็นแม่บ้านที่มีลูกสาวอยู่หนึ่งคน เมื่อก่อนครอบครัวเธอมีความสุขมากอยู่กันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก แต่วันนี้ไม่เป็นดังเมื่อวานแล้ว เพราะหัวหน้าครอบครัวโดนอุบัติเหตุจากคนเมาแล้วขับ แถมคนขับเป็นถึงดารารูปหล่อและเป็นขวัญใจของลูกสาวเธอเอง

ชีวิตจริงกับละครย่อมไม่เหมือนกัน ลูกสาวเธอได้รู้ซึ้งถึงดาราคนนั้นแล้วว่าพยายามให้ครอบครัวของเธอยอมความ และไม่เอาเรื่องโดยให้เงินจำนวนหนึ่งสำหรับครอบครัวระดับล่างที่แม่ไม่มีรายได้ พ่อเป็นเพียงผู้รับจ้างได้เดือนหมื่นกว่าบาท

“ไม่เอา ฉันไม่ยอม อย่างไรฉันก็ไม่ยอม สามีฉันไม่ใช่สินค้าที่เอาเงินมาฟาดหัวฉันได้ พวกคุณต้องชดใช้ที่เมาแล้วยังขับรถอีก” อุษาณีย์กล่าวพร้อมยืนกรานต่อหน้าทนายความ
“แต่คนก็ตายไปแล้วนะครับ อีกอย่างเราไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ เชื่อผมเถอะ เราช่วยได้เท่าที่ทำได้ ถึ….ง”
“ไม่…. เอาพ่อหนูคืนมา” เสียงลูกสาวที่กำลังเรียนชั้นม.ปลายพูดเสร็จ เธอนำเทปที่เคยซื้อไว้ของดารารูปหล่อที่สาววัยรุ่นหลงใหลทิ้งลงถังขยะทันที

ทนายความเห็นท่าไม่ดีจึงขอตัวกลับก่อน “วันหลังผมมาใหม่นะครับและอยากให้คิดนิดหนึ่ง ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ สวัสดีครับ”

“ฉันไม่ส่งนะ” เธอไม่หันมามองทนายความเลย

งานศพของสามีมีกำหนดสวดสามวัน
วันแรก มีดาราและเพื่อนดารามามากมาย ทุกคนพยายามพูดกับภรรยาของผู้ตายว่า ช่วยหน่อย ไม่มีใครหรอก อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ เธอยืนกรานว่า“ไม่”

วันที่สอง มีเพื่อนของลูกสาวมางาน ทุกคนต่างปลอมโยนให้กำลังใจและให้กำลังใจแม่เธอว่า ดารายังไงก็ผิด เมาแล้วไม่ควรขับรถสักหน่อย อย่าถือว่าเป็นดาราแล้วทำอะไรตามใจชอบได้ แน่นอนแม่ของลูกสาวยืนกรานว่า“ไม่ยอมความ”

วันที่สาม มีป้าคนหนึ่งมาหาเธอ เธออ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์แล้วรู้สึกสงสาร จึงอยากมาให้กำลังใจ
“ลูกเอ่ย มีลูกมีเต้าไหมจ๊ะ” คุณป้าถามอุษณีย์
“หนึ่งคนค่ะ คนที่กำลังเสริฟน้ำให้แขกคะคุณป้า ขอบคุณที่มางานนะค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างน้อยแม้ไม่รู้จักกันก็ยังมีน้ำใจมางาน
“ป้าเป็นห่วงหนูนะ คนเขามีอิทธิพลกลัวหนูจะลำบาก”
“ไม่เป็นไรคะป้า หนูสู้แน่นอน หนูไม่ยอมแพ้หรอก” เธอกล่าวอย่างเสียงแข็ง
“แต่ป้าเป็นห่วงจะ หนูก็รู้นะ ธุรกิจเขาใหญ่โต เขาแกล้งหนูได้ อีกอย่างถึงหนูสู้ไปก็ไม่ชนะหรอก หนูไม่ห่วงตัวเองก็ห่วงพ่อแม่ลูกสาวด้วยสิ”

เธออึ้งไปสักพักที่ป้าพูดถึงพ่อแม่และลูกสาวของเธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ ถึงอย่างไร หนูแน่ใจว่าลูกสาวหนูเข้มแข็ง ส่วนพ่อ แม่หนูต้องเข้าใจ”
ป้าได้แต่มองอุษณีย์ด้วยสายตาเป็นห่วง “โถ่………ลูก คนเราเดินเจอตอจะไปชนให้เจ็บทำไม”

แต่ไม่ว่าคุณป้าพูดอย่างไร อุษณีย์ยังคงยืนกรานว่าสู้ขาดใจ แม้ว่าในใจจะกลัวเพราะห่วงลูกสาวที่ยังเด็กไม่รู้จักโลกอย่างแท้จริง
“งั้นป้าลานะ รักษาเนื้อ รักษาตัวนะลูก”
“ขอบคุณค่ะ ป้า”

สามวันผ่านไปด้วยดีสำหรับงานศพแต่…
วันต่อมา ลูกสาวของเธอร้องไห้หาเธอกล่าวว่ามีผู้ชายแปลกหน้าเดินตามมาตลอดทางเวลากลับบ้าน จึงให้เพื่อนผู้ชายในห้องมาส่งกันเป็นกลุ่ม

ผู้เป็นแม่ไม่คิดว่าลูกสาวของเธอจะโดนขนาดนี้ แต่ยังไม่ยอมแพ้ ผู้เป็นแม่ไม่เชื่อว่าคนเราจะทำได้ถึงขนาดนี้ ไม่คิดว่าคนที่ใหญ่กว่าจะรังแกเด็กได้ เธอเลยบอกให้ลูกสาวไปอยู่กับตายายก่อนแล้วให้หยุดการเรียนไว้จนกว่าเรื่องจบ

แล้ววันนั้นได้มาถึงวันที่เธอเจอด้วยตัวเอง
ไม่ว่าเธอเดินไปทางไหนรู้สึกมีคนตามตลอด ปรึกษาเพื่อนทุกคนก็บอกว่าเธอคิดไปเอง แต่เธอยืนยังว่าจริง

ไม่ว่าจะเดินเที่ยวซื้อของกลับบ้านหรือนั่งทานข้าวจะมีคนคุยแต่เรื่องซ้ำๆประโยคหมุนเวียนเดิมๆ เธอปรึกษาเพื่อนทุกคนก็บอกว่าเธอคิดมาก เครียดคิดไปเอง ควรพบจิตแพทย์

คนเป็นแม่เชื่อผู้หวังดีและพบจิตแพทย์ หมอบอกว่ามันเกิดขึ้นเองได้ขอให้ทำใจสบายๆ อาจเป็นเพราะความเครียดเรื่องสามีก็ได้ หมอให้ยาพร้อมทั้งบอกให้เธอทำใจดีๆ อย่าไปคิดมากแล้วนัดมาเจออีกอาทิตย์ต่อไป

ถ้าคิดไปเองก็คงดีแต่ความรู้สึกว่าเหมือนมีใครคอยตามเธอ บางครั้งเดินห้างเจอคนนี้ ไปหาเพื่อนก็เจอแต่คนเดิมที่เคยเดินตาม นั้นคือความบังเอิญรึ? บางทีเธอทานข้าวมีข้างโต๊ะคุยถึงลูกสาวโดนข่มขืนบ้าง คุยถึงข่าวฆ่ายกครอบครัวบ้าง จนบางทีจิตกังวลต้องโทรไปหาพ่อแม่เพื่อตรวจสอบถึงลูกสาวของเธอ

ปรึกษาเพื่อนหรือจิตแพทย์บอกว่าเรื่องคนอื่นไปเก็บมาคิดทำไม เราอย่าไปฟังเพราะยิ่งสนใจมากยิ่งเครียดมากควรรู้จักปล่อยวาง

แต่เธอยังเป็นคนและทนไม่ได้จึงเขียนจดหมายไปหาพิธีกรและขอพบเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เธอและทนายความของดาราจึงได้เจอกัน เรื่องทั้งหมดจึงเป็นแบบนี้

หลังจากที่ออกรายการทุกคนให้กำลังใจเธอว่าอย่ายอมความ ขอให้สู้ แต่อยู่มาวันหนึ่งมีข่าวลงหน้าหนังสือพิมพ์ว่าคุณอังคณา xx คุณครูของโรงเรียนบ้างแสงทิพย์ วิทยา โดนผู้ก่อการร้ายยิงตายขณะที่กำลังสอนหนังสือที่ภาคใต้
“โอ้ คุณพระช่วย” ชื่อเดียวกับลูกสาวเลยหรือคิดไปเองเหมือนที่หมอพูด อยู่ๆมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างโต๊ะ “แกดูนี้สิ คนสมัยนี้ใจร้ายเหลือเกินฆ่าได้แม้แต่ครู ครูอังคณาต้องตายเพราะคนชั่ว” พูดพร้อมยื่นหนังสือพิมพ์ให้คนข้างอ่าน

เธอหันไปมองแล้วตกใจเพราะเป็นชื่อลูกสาวที่แกรักหรือว่าคิดไปเอง จะคิดไปเองหรือไม่ ไม่รู้ เธอเอาไปพูดกับเพื่อนร่วมงานและหมอว่ามีคนจะตามฆ่าลูกสาว ทุกคนบอกว่าเธอคิดไปเอง คิดไปเอง ไม่เห็นมีใครพูดอะไรเกี่ยวกับลูกสาวของเธอ
“ช่วยด้วย”

“ช่วยด้วย ฉันโดนขู่มีคนจะฆ่าลูกสาวฉัน ฉันไม่ได้บ้า”
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
“ช่วยด้วย? ฉันไม่ได้บ้า?”

…..
“คุณอุษณีย์ค่ะ” เสียงหวานของหญิงคนหนึ่งเรียกเธอ
“มีอะไรคะ”
“ได้เวลาแล้วค่ะ อ้า…….. เก่งค่ะ ไหนแลบลิ้นให้ดูหน่อยนะ เก่งมากค่ะ”
“มีคนจะฆ่าลูกสาวฉันค่ะ คุณหมอ มีคนจะเอาชีวิตลูกสาวฉัน” เธอพยายามหยิบโทรศัพท์แล้วกดเบอร์เพื่อหาลูกสาว แต่ปลายสายไม่มีสัญญาณเพราะโทรศัพท์ที่ถือนั้นเป็นของปลอม
“ค้าาา คิดไปเองค่ะ คิดไปเอง กินยาเดี๋ยวออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ” พยาบาลยิ้มอย่างเมตตาเหมือนดังพระแม่มารี

ใช่? เธอคิดไปเอง? เธอไม่ได้บ้า?
กฏของคนบ้า : คนบ้าจะไม่รู้ตัวว่าบ้า ต้องให้คนรอบข้างดูถึงรู้ว่าบ้า?
———– บทสรุป ————-
ไม่อยากสรุปครับ ให้ไปคิดเอาเองว่ามีการรับจ้างให้ฆ่าคนตายทั้งเป็นแบบนี้หรือไม่?

แต่ที่อยากจะบอกคือเรื่องกฏหมายเมาไม่ขับของประเทศหนึ่ง เชื่อหรือไม่ ?

เรื่องเมากับอุบัติเหตุคนละเรื่องกันคือ
ถ้าคนเมาแล้วขับรถเกิดอุบัติเหตุ ให้ดูเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุด้วยเช่น
ถ้าคนเมาขับรถแล้วจอดรถติดไฟแดง โดยมีอีกคนไม่เมาขับมาพุ่งชนพอดีกับรถเรา(คนเมา)ขณะจอดอยู่
กฏหมายบอกว่าคนเมาแล้วขับไม่ผิดเพราะเหตุเกิดคนไม่เมาก่อเหตุ คนเมาไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ
อืมมม น่าคิด กฏหมายประเทศนี้ q>.

* ส่วนนักการเมืองบางคนหรือทนายความบางคนที่ชอบบอกว่าไม่เคยทำ ไม่เคยขู่ ไม่เคยโกง สาบานที่ไหนก็สาบานถูกต้องครับเพราะใช้คนอื่นทำทุกครั้งครับ
* ส่วนคุณป้าพลาด ไม่ยอมถามคุณอุษณีย์อยู่กับใครบ้าง กลับพูดออกมาเลยว่าเธอยังมีพ่อ แม่และลูกสาวอยู่ แสดงว่าคุณป้าตรวจสอบประวัติครอบครัวนี้แล้ว

หรือผมคิดไปเอง?
———————————————————————–

ผมอยากได้เงินเพื่อมาต่อยอดผลงานอื่นต่อ เคยเขียนบทความนี้มานาน 10 ปี ผมไม่เคยเปิดบัญชีดูว่ามีใครโอนเงินมาให้หรือใหม่ ตอนนี้จะทำใหม่และเขียนเพิ่มเติมอีกครั้ง เลขบัญชีนี้เป็นเลขบัญชีใหม่ครับ หากผู้อ่านสนับสนุนผลงาน ผมยินดีมากหรืออยากอ่านฟรี ผมยินดีเช่นกันครับ

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคารกสิรกรไทย / Kasikorn Bank (KBank)
สาขา จักรวรรดิ / Jaggrawud Branch
เลขที่บัญชี / Account Number : 051-250-1842
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ / MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ




Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2560 15:09:20 น. 0 comments
Counter : 31 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

สมาชิกหมายเลข 3672884
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3672884's blog to your web]
space
space
space
space
space