Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
30 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
เรื่องของคนเสียฟอร์ม

นอกจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว ก็คงมีอีกอาการนึงที่คนเราไม่ปรารถนาที่จะประสบพบเจอนั่นคือ อาการเสียฟอร์ม

ถ้าลื่นล้มหรือทำอะไรหน้าแตกตามลำพัง แบบรู้อยู่คนเดียวไม่มีใครเห็น

มันก็ไม่เสียหายอะไรเท่าไหร่หรอกครับ

แต่ถ้าต้องมาเสียฟอร์มหน้าแตกยับเยินต่อหน้าสาธารณชนนี่สิ โอ๊ย คุณเอ๊ย ใครที่ไม่เคยไม่มีวันรู้หรอกว่า

เวลาหน้าแตกนั้นมันเจ็บปวดรวดร้าวซักเพียงไหน

คนไม่สบายเป็นไข้ กินยาพักผ่อน 2-3 วันก็หาย แต่คนเสียฟอร์มหน้าแตกแหกไม่มีชิ้นดีต่อให้กินยาอี ยาไวอะกร้า ทั้งกระปุกก็ยังไม่หายอายอยู่ดี

อาการหน้าแตกเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้น

ไม่มีการแบ่งแยก ว่าอายุ 60 ปลดเกษียณแล้วจะไม่หน้าแตกแล้วนะ คนจนเงินน้อยหน้าแตกน้อยหน่อย คนรวยมีอันจะกินเงินเหลือแยะก็หน้าแตกมากหน่อยนะ

หรือชั้นหักเงินเดือนให้กองทุนประกันสังคมทุกเดือนไม่เคยขาดเลยนะ ฉะนั้นชั้นขอใช้สิทธิ์ไม่หน้าแตกได้มั้ย ม่ายด้ายๆ อย่าคิดเอาตัวรอดกันง่ายๆ อย่างนี้สิ ของแบบนี้ทุกคนมีสิทธ์ซวยเท่าเทียมกันครับ

เคยมั๊ย................

- ฝนตก พื้นแฉะ กระโดดลงจากรถเมล์เหยียบพื้นแล้วลื่นหงายท้อง

- เดินชนกระจกดัง ปั้ง

- เดินเหยียบถุงลื่นหน้าทิ่มลงไปจับกบ

- ทักคนผิด

- ส้นรองเท้าติดตะแกรงท่อยกขาไม่ขึ้น

- ตกบันได กระโปรงเปิด หวอออก

- เดินตกฟุตบาท

- เดินหัวชนป้าย

- ใส่ส้นสูงแล้วขาพลิกตกตึกลงมานั่งพับเพียบ

- เดินเตะของที่เค้าตั้งขายจนหล่นกระจาย

- ออกไปโบกรถเมล์ แล้วรถดันทะลึ่งไม่จอดรับ

- ผลักประตูเซเว่นผิดด้าน

- เดินสะดุดขาตัวเอง

- เดินตกท่อ

- ลืมรูดซิป

- ฯลฯ

เรื่องหน้าแตกข้างต้นนี้ ถือเป็นหน้าแตกแบบเบสิคพื้นๆ ในชีวิต

ใครไม่เคยทำเปิ่นแบบนี้ถือว่าเชยสะบัด อย่าบอกใครเชียวเดี๋ยวจะโดนเพื่อนบ้านโห่จนหมดความมั่นใจในการทำมาหากิน

ถ้าหากว่าเคยหน้าแตกแบบประมาณว่าลื่นล้มในห้องน้ำที่บ้าน ไม่มีใครเห็นถือว่าเป็นของปลอม บอกไปใครจะเชื่อไม่แน่จริงนี่หว่า หน้าแตกของแท้มันต้องต้องมีคนเห็นสิ ยิ่งประจานตัวเองให้คนเห็นมากเท่าไหร่ยิ่งดี

หน้าแตกเป็นอาการที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดกับตัวเอง แต่กลับเป็นฝ่ายทำตัวเองให้หน้าแตกซะเอง

ฟังดูแล้วก็ งงอะไรของมันวะ ไม่ชอบหน้าแตก แต่เวลาหน้าแตกทีไรก็ทำตัวเองทุกทีทั้งๆ ที่ไม่มีใครมาเอาปืนมาจ่อหัวบังคับซักหน่อยว่า เฮ้ย มรึงต้องทำเปิ่นเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นตูยิงสมองไหลนะว้อย

ช่วงเวลาที่เราเกิดอาการหน้าแตกนั้น เกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็วมาก

บางครั้งเร็วจนเราเองก็ยัง งง ว่าตะกี๊ทำอะไรทุเรศๆ ลงไปได้ยังไง แต่เรากลับรู้สึกว่ามันนานซะเหลือเกิน

นานพอที่จะประจานตัวเองให้อับอายขายหน้าประชาชี ให้คนเค้าได้เห็นว่า อ๋อ ไอ้นี่นี่เองที่เป็นคนทำ ไม่น่าเล้ยหน้าตาก็ดีแล้วก็แอบหัวเราะกันคิกๆ คักๆ ตอกย้ำกันเข้าไปจนเราแทบจะเอาหัวมุดเข้าไปแอบในรูตรูดดด... อาจจะเหม็นหน่อยแต่ก็ทนๆ ไปก่อน

เพราะอาการเสียฟอร์มหน้าแตกนั้นเกิดขึ้นแบบฉับพลัน ไม่ทันจะรู้ตัวล่วงหน้า

เราจึงไม่ทันได้คิดเตรียมท่าทางประกอบอาการหน้าแตกแบบสวยงามไว้ เราจึงมักเห็นคนหน้าแตก แล้วชอบทำอาการแก้เขินเบี่ยงเบนประเด็นเอาตัวรอดกันไปประมาณนี้

-เสยผม / เกาหัว-

อาการเสยผมทุกครั้งที่หน้าแตก ถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองเบื้องต้นที่นิยมทำกัน

เหมือนกลัวคนเห็นหน้าไม่ชัดเจนว่าใครเสียฟอร์ม

ให้รู้กันไปดิ เสียฟอร์มเสียไปแต่ผมเสียทรงยอมไม่ได้ว้อยยย... บางคนผมหงอก หรือผมแตกปลายไม่มันเงางามให้ชวนมอง ก็ใช้วิธีเกาหัวแทนให้รังแคบนหัวตกลงมาประบ่า เพื่อให้คนหันมาสนใจรังแคบนบ่าแทนแล้วจะทำให้คนลืมเรื่องที่ทำเปิ่นไปตะกี๊ได้สนิท

แต่ถ้าไม่อยากซ้ำซากกับคนอื่นหน้าแตกครั้งต่อไปจากเสยผมให้เปลี่ยนมาเป็นขับรถเสยตอม่อ เสยเสาไฟฟ้าแทน ส่วนเกาหัวก็ให้เปลี่ยนเป็นเกาตรูดดด...แทนน่าจะสร้างสรรค์กว่าแบบเดิมนะครับ คนเค้าจะได้ไม่รู้ว่าเรากำลังแก้เขินอยู่

-แลบลิ้น-

นี่ก็ฮิตไม่แพ้การเสยผม

ไม่รู้เป็นไร คนเราหน้าแตกทีไรเป็นต้องแลบลิ้นทำเป็นเฉไฉ ใครเค้าอยากรู้เหรอว่าลิ้นคุณมี 2 แฉกหรือลิ้นเป็นฝ้าหรือเปล่า หน้าแตกแล้วจะแลบลิ้นโชว์ทำไม

ผมเคยได้ยินมาไม่รู้ว่ามันจะจริงหรือเปล่าว่า เวลาเราเจอคนที่เป็นตาแดง ถ้าเราไม่อยากติดเชื้อตาแดงจากเค้า ก็ให้เราแลบลิ้นให้เค้าไป แล้วเราก็จะไม่เป็นตาแดงเหมือนอย่างเค้า

หรือคนหน้าแตกยึดหลักการนี้มาใช้คือ ทุกครั้งหลังเสียฟอร์มถ้าเราไม่อยากทำเปิ่นอีก ให้แลบลิ้นให้ตัวเองแล้วก็จะไม่ทำอะไรหน้าแตกอีก

แต่ถ้าจะให้ขลังเห็นผลจริง การแลบลิ้นสั้นๆ มันอาจจะไม่เพียงพอ

ควรจะแลบลิ้นให้ยาวมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ให้ลิ้นแตะปลายคางได้ยิ่งดีแล้วคุณทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จในการดำรงชีวิต จะเปิดประตูเซเว่นก็สะดวกโยธิน ไม่หน้าแตกให้ต้องอายพนักงานอีกต่อไป

ถ้ามันช่วยได้จริง ผมว่าคงมีคนดิ้นรนยอมแลบลิ้นกันลิ้นแห้งลิ้นห้อยกันทั่วบ้านทั่วเมืองแหงแซะ

ลองดูนะครับ เพื่อตัวคุณเอง ถ้าใครทำได้ช่วยถ่ายรูปประจานตัวเองส่งมาให้ผมดูด้วยนะ ผมมีรางวัลเตรียมไว้ให้แล้ว ตั๋วรถเมล์ไปอย่างเดียว (ไปให้พ้นๆ ขากลับไม่มีให้อยากกลับก็ซื้อเอง) กรุงเทพ-นนทบุรี 1 ที่นั่ง 3 รางวัล

(แต่ถ้านั่งแล้วเด็กหรือคนแก่ขึ้นมาต้องลุกนะอย่าแกล้งหลับนะ มุขนี้ผมใช้บ่อย)

-โทษปี่โทษกลอง-

อันนี้ประเภทพาลโทษโน่นโทษนี่ไปเรื่อย

คนประเภทนี้ก็มีไม่น้อย เดินชนเก้าอี้ล้มก็หันไปด่าเก้าอี้ เดินชนประตูกระจกเสียงดังสนั่นก็โทษว่ากระจก ไม่ได้ดูตัวเองเล้ยยย...สายตาฝ้าฟางแล้วยังไปโทษมั่ว

อันนี้ผมมีกรณีตัวอย่างมาเล่าให้ฟังครับ

มีครั้งนึงที่สยามเซ็นเตอร์ ผมเห็นชายหญิงคู่นึงเป็นแฟนกัน ผู้ชายหล่อมาดแมนใส่แว่นดำมองเผินๆ นึกว่าผู้หญิงจูงคนตาบอดมา

ส่วนผู้หญิงก็สวยสง่าเชียว ทั้งคู่เดินโอบกอดกันออกมาจากห้างสยามเซ็นเตอร์ เดินแบบแบบสโลโมชั่นราวกับหลิวเต๊ะหัวในเรื่องผู้หญิงข้าใครอย่าเตะ เอ้ย อย่าแตะ ประมาณนั้นจริงๆ มาดผู้ชายเนี้ยบมากไม่มีที่ติ

จนเมื่อเดินมาถึงบันไดที่จะลงมาริมถนนข้างล่าง (นึกออกมั้ยครับว่า ตรงนั้นบันไดจะเป็นขั้นเล็กๆ หลายๆ ขั้น) ผู้ชายลงมาก่อนได้ 1 ขั้นเท่านั้นแหละพี่แกก็สะดุดขาตัวเองกับบันได ล้มกลิ้งลงมาเป็นลูกขนุนตั้งแต่ขั้นบนสุดจนถึงพื้น โดยไม่ใช้สลิงและตัวแสดงแทนลงมากองติดอยู่กับตู้โทรศัพท์ (สงสัยถ้าไม่ติดตู้โทรศัพท์ซะก่อน เฮียแกคงได้กลิ้งต่อไปนอนกลางถนนแน่)

พร้อมกับเสียงร้องดัง “อั้ก”

คุณพี่นอนคว่ำหน้าแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น ส่วนเจ๊ผู้หญิงไม่กล้าเสี่ยงพอ ก็ได้แต่ยืนทำหน้าเสียดายที่ไม่ได้กลิ้งตกลงมาด้วยกัน ดูเธอคงตกใจไม่น้อย ยืนอ้าปากหวอ ส่งเสียงวี้ดว้ายให้กำลังใจแฟนในการตรวจสอบความแข็งแรงของบันไดและจบด้วยการวัดพื้น

ผมว่าเธอคงแอบน้อยใจผู้ชายอยู่ลึกๆ ว่า ว้า... ตัวเองจะกลิ้งตกลงมาไม่ชวนเค้าเลย ดูสิเล่นสนุกอยู่คนเดียวอ่ะ

ถึงตอนนี้ไม่ต้องบอก คนมองตรึม คิดดูสิ นี่ที่สยามนะแล้วอยู่ใกล้ป้ายรถเมล์จะเหลือเหรอ ส่วนผมก็เป็นห่วงพี่เค้านึกว่าตายไปแล้ว ว่าจะโทร. ไปเรียกร่วมกตัญญูมารับซักหน่อย แต่หลังจากผู้ชายนอนวัดพื้นจนพอใจแล้วก็ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ (ยังคงรักษามาดหลิวเต๊อะหัวอยู่ไม่ได้เดี๋ยวเสียคอนเซ็ปส์)

เฮียแกสำรวจตัวเองว่าอวัยวะยังอยู่ครบดีหรือเปล่า แล้วก็หันไปด่ากราดบันไดทุกขั้นอย่างไม่ไว้หน้าบันไดที่ไหน พี่เค้าไม่ได้ด่าแก้เขินนะครับ ด่าแบบโกรธจริงๆ ด่าจนหน้าแดงเลยล่ะ

โอ้... พระเจ้าช่วยกล้วยน้ำว้ากับชามะนาว เกิดมาพึ่งจะเคยเห็นบันไดโดนด่าก็วันนี้แหละ แต่บันไดมันคงผิดจริงล่ะมั้ง เพราะผมไม่เห็นว่าบันไดมันจะเถียงตอบโต้คืนซักคำ หรือมันคิดว่าเถียงไปก็เถียงสู้คนไม่ได้อยู่ดี หึหึ... สมน้ำหน้าไปแกล้งสะดุดขาเค้านี่เป็นไงโดนด่า จ๋อยไปเลยสิ

ผมว่าถ้าบันไดมันมีปากมีเสียง ก็คงเถียงคอเป็นเอ็นแล้วว่า อะไรวะกรูอยู่ของกรูนิ่งๆ เฉยๆ มาเป็นชาติแล้ว มรึงนั่นแหละที่มาสะดุดเองแล้วจะมาด่ากรูอีก

ส่วนเจ๊ผู้หญิงแฟนพี่เค้า คงอายมากที่แฟนลงไปจูบพื้นแบบนี้ ผมเห็นว่าเค้าทำท่าหันรีหันขวางเหมือนกำลังจะวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่ตัวผู้ชายดันตะโกนเรียกชื่อเธอให้ลงมาช่วยซะก่อน เลยจำต้องแกล้งฝืนใจห่วงแฟนค่อยๆ ย่องลงบันไดมาถามไถ่อาการผู้ชายด้วยสีหน้ากังวลห่วงใยสุดๆ แต่พอลับหลังผู้หญิงก็ยังแอบขำแฟนตัวเอง เจ๊เค้าคงทั้งฮาทั้งอายในเวลาเดียวกัน ทำได้ยังได้ไงเนี่ย

-เก็บอาการ-

คนประเภทนี้ ต่อให้หน้าแตก เจ็บตัวยังไงไม่มีวันแสดงอาการให้ใครเห็นในทันที

ถ้าลื่นล้มก็จะลุกขึ้นยืนทันที ทำหน้าตายเแล้วเดินต่อเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา เดินไปหามุมตึกหลบดูอาการทีหลัง กลัวคนรู้ว่าเมื่อตะกี๊หน้าแตก

คนประเภทนี้ เค้าจะขี้อายไม่นิยมแสดงอาการใดๆ ต่อหน้าฝูงชน มักจะยึดมุมตึก หลังเสาไว้แสดงอาการตามลำพัง ต่อให้ขาแข้งหักกระดูกโผล่ทิ่มทะลุน่องออกมาก็จะกัดฟันไม่ร้องโวยวาย ใครถามก็บอกว่าไม่เป็นไรสบายดีแค่ขาเคล็ดนิดหน่อย แล้วก็ลากขาไปหามุมตึกร้องโอดโอยตามลำพัง

เป็นการเสียฟอร์มแบบไม่รบกวนใคร ถ้าคนหน้าแตกแบบเก็บอาการนี้มีอยู่ทั่วประเทศพวกโจรมุมตึกคงหมดโอกาสทำมาหากิน เพราะมุมตึกตามที่ต่างๆ จะโดนคนหน้าแตกยึดไว้หมด

-พูดกลบเกลื่อน-

มักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อหน้าแตกต่อหน้าเพื่อนฝูง จะเป็นที่เฮฮาปาจิงโกะมากเมื่อเราสะดุด ลื่นล้มก้นจ้ำเบ้าต่อหน้าเพื่อน เพื่อนฝูงก็แสนดีไม่มีใครเห็นใจหรือรีบเข้ามาช่วยเหลือ กลับพากันฮาอุจจาระแตกแตนซะอีก และเพื่อเป็นการกลบเกลื่อนแบบควายๆ ก็พูดเสริมมุขไปซะ

“อ้าว แหมถ้าไม่ลื่นล้มแล้วจะขำกันเหรอ เห็นเงียบๆ กันก็อยากให้ขำเลยแกล้งลื่นให้ขำกันซะ 1 มุข”

-หัวเราะ-

มีบางคน เวลาหน้าแตกยังอดขำความเปิ่นของตัวเองไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าขำเพราะดีใจที่ได้หน้าแตก หรือขำเพราะสมเพชตัวเองก็ไม่รู้ คนแบบนี้ผมว่า เค้าน่าสนใจดีนะ

คิดดูสิขนาดเรื่องผิดพลาดของตัวเอง ยังหัวเราะให้กับมันได้เลย

อย่าเลยครับ อย่าพยายามรักษาฟอร์มกันอยู่เลย อึดอัดกันเปล่าๆ

ยิ่งระวังไม่ให้เสียฟอร์มมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเกิดขึ้นถี่มากเท่านั้น

ปล่อยมันไปแบบสบายๆ เป็นตัวของตัวเองนั่นแหละแล้วจะสบายตัว สบายใจ

เรื่องเสียฟอร์มมันเป็นเรื่องธรรมชาติ



Create Date : 30 กรกฎาคม 2552
Last Update : 3 สิงหาคม 2552 0:11:50 น. 0 comments
Counter : 413 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ครีมโซดาซ่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รักแท้เหมือนผี รู้ว่ามี แต่ยังไม่เจอ .... แบร่ !!!

Friends' blogs
[Add ครีมโซดาซ่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.