1.เริ่มใช้ชีวิตใน Seattle แดนที่ไม่เคยรู้จัก
สวัสดีคะ วันนี้เจ้าขวัญว่างเลยมาอัพบล๊อกตั้งเเต่วันที่เดินทางออกจากไทยจนตอนนี้มาถึงอเมริกา
อยุ่ในเเดนที่ไม่คุ้นเคยเเละไม่รู้จักเลยมาได้ 1 อาทิตย์กับอีก 2 วันเเล้ว
เเค่อาทิตย์เดียวก็รู้สึกได้ว่าชีวิตที่นี้ไม่เหมือนที่ไทยเลย ต้องพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
มีปัญหาก็ต้องหาทางเเก้ไขให้ได้ เเต่ถึงจะมีปัญหาเล็กๆน้อยๆหรือใหญ่เเค่ไหนก็สามารถผ่านมันไปได้
พูดกับตัวเองทุกวันว่าเเค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ

วันเเรกที่มาถึงมีจนท.จากวิทยาลัยมารับกว่าจะหากันเจอก็ใช้เวลาไม่น้อย ด้วยภาษาอังกฤษเเบบงูๆปลาๆ คุยมือถือหากัน พอเจอเเล้วก็ทำความรู้จักกันได้รู้ว่าพี่เขามาจากญี่ปุ่นนิสัยน่ารักมาก พอรู้ว่าเรามากจากไทยเท่านั้นก็ช่วนคุยไม่หยุด บอกว่าชอบอาหารไทยมาก เคยกินอันนู่นอันนี เขาเรียกว่าอะไรบ้าง บอกอยากกลับไปไทยอีก อยากไปดูมวยไทย น่ารักมากเลย ช่วนคุยตลอดทั้งการเดินทางพอเริ่มเข้าเมืองพี่เขาก็ค่อยเเนะนำค่อยบอกว่าตรงนี้คือที่ไหน อยากได้อะไรลองมาดูที่นี้ ร้านอาหารไทยอยู่ตรงนี้นะ ให้ความช่วยเหลือทุกเรื่อง เรียกว่าวันเเรกมีประสบการณ์ที่ดีมาก จนเดินทางไปถึงเขตวิทยาลัยพี่เขาก็พาเข้าไปcheck-in ห้องพัก จากนั้นก็ต้องโบกมือลากันเพราะเขาต้องไปทำงานต่อ เราก็ขอบคุณเขาไปเสียหลายที่เลยเลย

พอจัดการเรื่องห้องพักทั้งหลายเสร็จไอริช(จนท.)เป็นคนพาเดินไปที่ห้องพักช่วยเเบกกระเป๋าของเราไป
เอาของไปเก็บที่ห้อง ทำความรู้จักกับรูมเมต พาเดินดูในตึกเเละเเนะนำห้องพัก หลังเสร็จเเล้วไอริชก็ปล่อยให้เราทำความรู้จักกับรูมเมตกันสองคน

สงสัยเจ้าขวัญจะถูกชะตากับคนญี่ปุ่นเพราะได้รูมเมตเป็นคนญี่ปุ่นชื่ออากิโกะ อายุมากกว่า 2 ปีมาเรียนที่เดียวกัน เเต่เเค่มาเรียนภาษาอย่างเดียวเเค่ 1 ปีเท่านั้น เราคุยกันค่อนข้างถูกคอเเต่ดูเหมือนเขาจะไม่รู้จักประเทศไทยเท่าไร เจอกันวันเเรกมีเรื่องให้คุยมากมาย เเถมเขายังมาช่วยจัดกระเป๋าด้วยอากิโกะมาถึงก่อนเจ้าขวัญได้ 2 วันเเต่ดันไม่มีหมอนไม่รู้นอนไปได้ไงเจ้าขวัญเลยให้เขายืมไปใบนึงจนกว่าเขาจะซื้อใหม่เเล้วค่อยเอามาคืน คุยกันๆไปเเล้วเจ้าขวัญก็ขอตัวมาคุยกับเเม่ก่อนเปิดfacebookที่มีข้อความเต็มไปหมดเพราะเราไม่ติดต่อไปเลย เเม่เลยเป็นห่วงคุยกันนานมากจนง่วงตอนนี้ที่อเมริกาประมาณ 6 โมงเย็นเเล้วเดินทางมาเหนื่อยๆเลยต้องขอตัวไปนอนก่อน จากนั้นก็หลับยาวจนเช้าเลย

ตื่นมาอีกวันอากิโกะพาไปเดินซื้อของที่Downtown ซื้อเครื่องครัวมา2-3ชิ้นมาเเชร์กัน เเล้วก็เเวะร้านQFCไปซื้อของสำหรับทำอาหารกัน รวมทั้งซื้อเสื้อกันหนาวมาเพิ่มนิดหน่อยเพราะมาถึงช่วงเเรกๆอากาศหนาวอยู่ เเต่ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงอย่างร้อนเลย
วันนั้นทั้งวันก็ค่อยตะเวรซื้อของทั้งวัน จนเหนื่อยดูโทรมทั้งคู่เลย 555 เจ้าขวัญเลยหลับมาอาบน้ำนอนทันทีเหมือนมันจะยังเหนื่อยจากวันเเรกอยู่เลยหลับสนิทไม่รู้เรื่องเลย

พอวันที่4 อาการเจทเลคเริ่มออกนอน5 ทุ่มตื่นตี 1 เเล้วก็หลับไม่ลงอีกเลยพอเช้าปุปเริ่มง่วงทันทีหัวอยากเอาลงไปที่หมอนเเล้วหลับ เเต่วันนั้นดันมีปฐมนิเทศตั้งเเต่เช้ากว่าจะจบก็4โมงกว่าเดินไปเดินมาง่วงก็ง่วง
พอเลิกปุป รีบเดินไปซื้อของที่storeนิดหน่อยเเล้วกลับไปนอนเลยเเต่นอนไป 2-3ชั่วโมงก็ตื่นอีกเเล้วก็มาหลับอีกทีตอน 4-5ทุ่มเเล้วก็ตื่น7โมงเช้าเป็นเเบบนี้อยู่อีก 2-3 วันก็เริ่มเข้าที่เข้าทางปรับเวลาในตัวได้เเล้ว
เเต่ดันยังมีอีกปัญหาคือท้องมันร้องตลอดเวลาทั้งๆทีไม่หิวเลย เป็นอยู่ 3-4วันก็เริ่มทนไม่ไว้เเล้วมันร้องดังมากจนอายเลย เลยไปเอายาที่ซื้อมาจากไทยมากินหลังอาหารสัก 2-3ครั้งก็ดีขึ้น ลองไปหาในgoogleโหมีคนเจอปัญาหาเเบบนี้เหมือนเราเลย บางคนเป็นเเล้วไม่หายเลย บางคนหาย บางคนหายไปเเค่อาทิตย์เดียวก็เป็นอีก เออเนอะเเปลกดีเเถมหาวิธีเเก้ไม่เจออีก ไม่รู้เจ้าขวัญจะกลับมาเป็นอีกรึเปล่าทั้งๆที่อยู่ไทยไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับท้องเลย กะว่าจะไม่เอายาพวกที่เกี่ยวกับท้องมาอยู่เเล้วเชียวเเต่โชคดีที่เปลี่ยนใจเอามาเพื่อไว้

จากนั้นก็ยุ่งๆเรื่องเรียนอยู่อีกวันก็คิดได้ว่าต้องไปเปิดบัญชีธนาคาร โอย ทำไงดีภาษาอังกฤษก็ไม่ดี เดียววันนั้นอากิโกะก็ไม่อยู่ จะรอก็ไม่อยากรอ เราต้องมาอยุ่ที่นี้คนเดียวตั้ง 2 ปีนะ ถ้าเเค่นี้ทำไม่ได้จะอยุ่รอดได้ไง เอาก็เอาว่ะเรามันเด็กต่างชาติหาธนาคารไกล้ๆวิทยาลัยเนี้ยเเหละ เขาคงเข้าใจอยุ่เเล้วเเหละนะ ก็เตรียมพวกpassport กับ i-20 ไปพร้อมบอกกับตัวเองฉันต้องทำได้เเล้วก็เดินไปอย่างมั่นๆ

เข้าไปในธนาคารก็บอกจนท.ว่าเราอยากมาเปิดบัญชี ฮู้~ ตื่นเต้นๆ จนท.ก็พาเดินไปหาจนท.ผู้ชายอีกคนให้รับเรื่องให้ พอเจอหน้ากันปุปก็เริ่มทักทายทันที สวัสดี วันนี้เป็นยังไงบางครับ เชิญนั่งได้เลยครับเเล้วก็เลื่อนเก้าอี้ให้ ไอ้เรารึก็บอกthank you ไปยิ้มสยามไปเเล้วก็นั่งเเหมะลงไปเลย จนท.ธนาคารดีมากคุยถามเรื่องนี้เรื่องนู่นเเล้วก็ยิ้มให้ตลอด เราก็ยิ้มไปตอบไปกับเขา เขาขอpassport กับ i-20ไปก็ยื่นให้เข้าไป ถามบ้างว่าเรียนอยู่ที่ไหน มาเรียนอะไร คุณชอบที่นี้ไหม เราก็ตอบไปเลยว่าเรามาเรียนที่นี้เรียนสาชานี้ เพิ่งมาที่นี้เป็นครั้งเเรกเลยไม่รู้จะต้องทำอะไรเลยตื่นเต้นมาก เขาก้บอกว่าคุณต้องชอบที่นี้เเน่ๆ เเล้วก็หัวเราะกันเเล้วก็ทำเรื่องบัญชีค่อยอธิบายไปด้วยไม่รู้โต๊ะเราคุยสนุกมากหรืออะไรเพราะโต๊ะอื่นที่มีเด็กนักเรียนต่างชาติมาเปิดบัญชีเขาคุยกันเงียบๆ เเต่โต๊ะเราสนุกสนานค่อยถามไปหัวเราะไปจนผู้จัดการธนาคารเดินออกมาหามาเเนะตัวด้วยตัวเองเลย

ผู้จัดการธนาคารเป็นผู้ชายสูงอายุดูเเล้วอายุน่าจะไม่ต่ำกว่า 50-60 เเล้วเเต่ดูกระับกระเฉงเเล้วก็ยิ้มน่ารักๆ (เจ้าขวัญโรคจิตชอบคุณตาคุณยายที่ยิ้มน่ารักๆ><) เดินออกมาเเนะนำตัวว่าเขาชื่ออะไร (อันนี้อยากขอโทษจริงเเต่จำชื่อไม่ได้เลยอ่ะ) เเล้วก็บอกว่าคนที่เราคุยอยู่ด้วยชื่ออะไรเเต่อันนี้จำได้เขาเเอบเรียกชื่อพนักงานตัวเองผิดด้วย เหมือนครั้งเเรกเขาจะเรียกชื้อด้วยฉายาที่เกี่ยวกับrockอะไรสักอย่าง เขาก็บอกว่ามีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามมาได้เลย เขาเข้าใจว่าการเปิดบัญชีที่นี้ไม่เหมือนกับประเทศเรา มาหาเขาได้ทุกเมื่อ มีปัญหาอะไรให้มาเเจ้งได้เลย พนักงานที่นี้ทุกคนจะค่อยช่วยเหลือเอง คุยไปยิ้มไปน่ารักอ่ะ

จากนั้นเขาก็ปล่อยให้เราคุยกับพนักงานของเขาต่อ คุยๆไปสักพักเดินมาอีก มาถามว่าพนักของเขาทำงานดีไหม เเล้วก็พูดเกี่ยวกับพนักงานของเขานิดหน่อยสนุกดี โต๊ะอื่นหันมามองโต๊ะเราหมดเลย พอจัดการบัญชีเรียบร้อยจนท.บอกจะส่งบัตรเดบิตตามไปที่หลังในอีก 5-10 วันเราก็โอเคคะเเต่ก่อนกลับผู้จัดการธนาคารเดินมาหาอีกครั้ง เอาของเเถมของฝากของธนาคารมาให้เยอะเเยะทั้ง ถุงผ้าอย่างดี ไฟฉายอันเล็กๆ สมุดจดเล่มเล็กกับปากกา เเล้วก็ตบท้ายด้วยพวกกุญเเจรูปหมูที่เขาบอกว่าเขาเจอมันอยุ่บนโต๊ะเลยให้เจ้าขวัญมาด้วย

เราก็ขอบคุณใหญ่เลย เขาบริการเราดีมาก ตอนเดินออกจากธนาคารก็ยังยิ้งเเก้มปริอยุ่เลยวันนั้นเลยมีความสุข ทำอะไรก็เเฮปปี้ เรื่องนี้ทำให้เจ้าขวัญรู้ว่ายิ้มๆๆยิ้มไว้ใครๆก็ชอบ ไม่ต้องอายที่จะทำเเค่พยายามเท่าที่ทำได้ให้สุดๆก็พอ ทุกคนชอบให้เรายิ้มเราก็จะยิ้ม ยิ้มไม่เดือดร้อนใครเสียหน่อยเเถมทำให้คนอื่นมีความสุขอีกด้วย


หลังจากนั้นจนเมื่อวานเจ้าขวัญก็ต้องไปลงเรียนเเล้วก็ไปรับผลสอบภาษาอังกฤษที่ไปสอบไว้ตั้งเเต่วันปฐมนิเทศสรุปเจ้าขวัญก็ยังต้องเรียน intensive อยู่ดีเเต่ก็ไม่เเปลกใจอะไรดีเเล้วที่เรียนถ้าได้หลงไปเรียนกับเด็กฝรั่งเดียวจะเรียนไม่รู้เรื่องเสียเงินเอาเปล่าๆ เอาภาษาอังกฤษนี้ให้ดีก่อน reading&writing ได้เลเวล 2 ส่วน listening&Speaking ได้เลเวล 3 ผลออกมาผิดคลาดอยู่ไม่น้อยเลย เจ้าขวัญเลยต้องลงเรียน intensive ไป 3 เดือนก่อนเทอมนึงเลยเเหละ เเต่ก็ยังมีปัญหาอยู่นิดหน่อยตรงเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะเราจ่ายค่าเรียนโปรเเกรมที่ลงไว้เเล้ว เเต่ไม่รู้มันรวมค่า intensive รึเปล่าเอาละสิพอจะไปถามเจ้าหน้าที่สำหรับเด็กต่างชาติเขาก็ปิดไปเเล้ว หาดูในเว็บก็ไม่เจอ โอยเครียดที่ไทยยังตี 5 อยุ่เลยจะถามเอเจนซียังไงเนี้ย รู้เเต่ว่าที่เเน่ๆค่าหนังสือมันเเยกกันเเน่นอนเลยไปซื้อหนังสือก่อนหนังสือ 5 เล่มสำหรับ intensive พอจ่ายเงินเท่านั้นเเละช็อกเเล้วช็อกอีกอย่าให้พูดถึงราคาเลยช้ำใจสุดๆต่อให้เป็นหนังสือก็ยังเสียดายเงินอยู่ดีที่หลังจะหาซื้อทางเน็ตเเล้ว ไม่ก็ของมือ 2ก็ได้ เเล้วถ้าภาษาดีเเล้วเดียวจะขอไปหางานทำในวิทยาลัยเพื่อหาเงินมาไว้ซื้อหนังสือดีกว่า หัวใจจะวายจริงๆ

เเถมค่าเรียนก็ยังไม่จ่ายเมื่อวานวันศุกร์เเล้วด้วยเเคชเชียร์ก็ปิดไปเเล้ว เสาร์อาทิตย์มีหรือที่อเมริกาจะเปิดต้องรอวันจันทร์ที่จะถึงนี้เเถมเป็นวันเปิดเรียนอีก ถ้าจ่ายไม่ทันก็ไม่ได้เรียนอ่าดิ
วันจันทร์ที่จะเปิดเรียนนี้เจ้าขวัญตั้งใจไว้ว่าจะตื่นเเต่เช้าไปที่ออฟฟิชสำหรับเด็กต่างชาติก่อนไปเอาvoucherที่ต้องจ่ายเป้นค่าเรียนของโปรเเกรมไปจ่ายที่เเคชเชียร์พร้อมกับจ่ายค่าเรียนintensiveเลยหลังจากปรึษากับคุณเเม่เเละเอเจนซี่เรียบร้อยเขาก็คอนเฟริมมาว่าต้องจ่ายเเยก เเต่เรายังไม่ได้จ่ายเลยนิ เดียววันจันทร์ก่อนเรียนได้หัวหมุนเเน่ๆ มีเวลาเเค่ 1 ชั่วโมงก่อนเรียนเองออฟฟิสสำหรับเด็กต่างชาติกับเเคชเชียร์ก็อยุ่ไกลด้วยต้องข้ามถนนถึง 2 ครั้งขอให้ทันเวลาด้วยเถอะ!



จบเเล้วคะชีวิตในช่วงอาทิตย์เเรกของเจ้าขวัญสไตล์การเขียนเปลี่ยนไปนิดหน่อยเนื่องจากรีบพิมพ์คะ
ใครมีปสก.ก็เอามาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ สำหรับเจ้าขวัญมันเป้นอาทิตย์เเรกที่ทั้งเหนื่อยเเละสนุกรวมถึงได้มีประสบการณ์ดีๆในช่วงเเรกของการมาอยู่ที่นี้ด้วย ทำให้มีกำลังใจไม่น้อยที่จะเริ่มเดินไปข้างหน้า เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆที่ไม่รู้จัก เเละพร้อมที่จะเรียนรู้การใช้ชีวิตที่ไม่คุ้นเคยนี้ ถึงเเม้จะยังไม่ดีพร้อมเเต่เจ้าขวัญก็เชื่อว่าตัวเองจะต้องทำได้คะ



Create Date : 24 กันยายน 2554
Last Update : 24 กันยายน 2554 23:08:39 น.
Counter : 1048 Pageviews.

4 comments
  
น่ามีรูปประกอบนะครับ น่าหนุกดีครับ
โดย: Birdysiam IP: 125.24.215.50 วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:6:39:29 น.
  
น่าอ่าน
และได้วามรู้ไปด้วย
เขียนเล่าอีกนะคะ
อากิโกะเคยเรียนที่ออสเตรเลียไหมคะ
โดย: หมุยจุ๋ย IP: 223.204.210.87 วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:7:01:35 น.
  
คุณ Birdysiam - ขวัญยังไม่ได้ซื้อกล้องถ่ายรูปเลยคะตอนนี้ที่มีก็เเค่กล้องจากมือถือที่เอามากจากไทยยังพอไปวัดไปวาได้อยู่ ไว้เดียวจะถ่ายรูปมาลงนะคะ

คุณ หมุยจุ๋ย - ขอบคุณมากคะ ขวัญอาจไม่ได้มาเขียนบล็อกบ่อยๆเท่าไร ลืมบ้างขี้เกียจบ้างไปตามประสาคะ เเต่ถ้ามีอะไรน่าสนใจก็จะมาเขียนเล่าบอกต่อเเน่นอนคะ อีกอย่างขวัญยังไม่มือถือใช้ในอเมริกาเลยคะ อาจเอาเรื่องนี้มาลงก็ได้คะ เเต่ตอนนี้ขอจัดการเรื่องเรียนให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า

ส่วนอากิโกะถามเเล้วเขาบอกว่าเคยไปเรียนเเค่ที่เเคนาดาคะไม่เคยไปออสเตรเลีย เเต่ที่ขวัญเรียนยังมีคนชื่ออากิโกะอีกนะคะ เเต่ไม่เคยคุยกันเท่าไร



โดย: pocky419 วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:9:20:38 น.
  
เราอยู่ไม่ไกลจาก Seattle ค่ะ ถ้าอยากมีเพื่อน อีเมลล์ทิ้งไว้ได้นะคะ
โดย: Minicandy IP: 67.160.35.244 วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:16:20:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมูกระป๋องจะลงสนาม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



กันยายน 2554

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
26
27
28
29
30