7.ประสบการ์ณครั้งแรกที่โรงพยาบาลในอเมริกา...เนื่องจากตกบันได
นานมากเลยที่เดียวที่เราไม่ได้กลับมาอัพบล็อกหรือเข้าPantipเลยเห็นมีหลายคนมาถามเรื่องเดินทางเเต่เราก็ไม่ได้ตอบกลับไปเลย(ขอโทษจริงๆค่ะ)

วันนี้เราจะมาเเชร์ประสบการ์ณเกี่ยวกับโรงพยาบาลในอเมริกา อาจไม่มีประโยช์นมากไรเเต่ก็ยังพอเป็นข้อมูลได้นะคะ

บ่นไปตามเรื่อง

เนื่องจากว่าเราไปซื้อของที่China Town เเล้วระหว่างเดินกลับดันไปลื่นเอาตรงบันไดใต้ดิน ปรื๊ดดดด ไป3-4ขั้นเเต่โชคยังดีเรายังจับราวบันได้ได้ทันไม่งั้นมีหวังตกลงไปคอหักตายเเน่เพราะบันไดนั้นสูงมาก ช่วงที่ตั้งสติได้เเล้วก็รู้สึกเจ็บหัวเข่ามากค่ะ มันเจ็บเเบบที่เคยเป็นมาก่อนเมื่อหลายปีที่เเล้ว เเต่คิดว่าตัวเองไว้อยู่เลยพยายามกลับไปถึงที่ห้องได้ (หลังจากที่เราดันขึ้นบัสผิดคันจนต้องเดินย่อนกลับมาเองเกือบ1กิโลเมตรTT)
ตอนนั้นตัวเราเองก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นไรมากคิดว่าวันสองวันก็น่าจะหายเพราะเคยเจ็บที่หัวเข่าเเบบนี้มาก่อน เเต่ปรากฏว่าไม่หายเเถมเจ็บแบบเวลาเดินทุกย่างก้าวเหมือนจะเดินเข้าขุมนรก T^T โฮกกก เเต่เราก็ยังต้องฝืนเดินไปขึ้นบัสเพื่อไปเรียนอยู่ดีเพื่อไปสอบ จากปกติเราเดินจากบัสไปถึงที่เรียนใช้เวลายังไม่ถึง 5 นาทีเลย เเต่ตอนนั้นกว่าจะเดินถึงเกือบ 20 นาทีเเนะ หลังจากนั้นเรียนเเค่classเดียวก็ไม่ไว้เเล้วเจ็บมาก พยายามกลับห้องเลยเดินกระเผกๆไปเรื่อย(มีเเต่คนมอง) จนมีคุณฝรั่งใจดีคนนึงเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงเเล้วก็ให้คำเเนะนำในการรักษาเบื่องต้น จากนั้นเราก็ขึ้นบัสกลับห้อง ซึ้งวันนั้นกว่าเราจะกลับถึงห้องได้ก็ 1 ชั่วโมงเปะ! จากปกติเเค่เกือบ30นาที

เเน่นอนว่าจากนั้นเราก็ไม่ได้ไปเรียนถึง 3 วันเพราะเดินไม่ได้หัวเข่าบวมปูดมากจนเพื่อนบอกว่าน่ากลัวมาก สุดเลยต้องโทรไปนัดหมดที่โรงพยาบาล ซึ่งตั้งเเต่เรามาที่นี้ไม่เคยเขาโรงพยาบาลเลยเพราะรู้ว่าค่ารักษาเพงมากป่วยเป็นไข้ก็หายากินเอาเองจนกว่าจะหาย เเต่เพราะครั้งนี้สำคัญจริงๆเราเลยต้องยอมไม่งั้นก็ไปเรียนไม่ได้อีก (ไม่เรียน 3 วันเกรดตกจนท้อว่าต้องไม่ผ่านเเน่ๆอ่ะ เศร้ามาก) โชคดีว่าประกันของนักเรียนต่างชาติที่ทางccบังคับให้ทำไว้ครอบคุมการบาดเจ็บครั้งนี้ เราเลยโทรไปนัดหมอได้คิววันจันทร์ เเต่ก็ต้องรออีก2วันเพราะโรงพยาบาลที่นี้ดันปิดเสาร์ อาทิตย์

ข้อมูล(จริงๆมันอยู่นี้ค่ะ)

ตอนที่โทรไปนัดคิวคนที่รับสายเราเขาจะถามข้อมูลส่วนตัวของเราค่ะเช่น
ชื่อนามสกุล (ต้องสะกดให้อย่างละเอียด อิิอิ) วันเดือนปีเกิด เบอร์มือถือ ที่อยู่ อีเมล์ ประกันที่เรามี เเละเขาจะถามว่าเราเป็นอะไร มีหมอส่วนตัวไหม ถ้าไม่มีอยากได้หมอผู้หญิงหรือผู้ชาย ต้องการพบหมอเเบบไหน จากนั้นเข้าจะเเจ้งเวลานัดให้ค่ะ

หลังจากนั้นพอถึงเวลานัดเเล้วเขาจะให้ไปcheck-in ก่อนเวลานัดจริง 20 นาที เเต่อย่างของเราเขานัด 12.50 เขาให้ check-in 12.30 ค่ะ เเต่ตอนนั้นเราไปก่อนเวลาเยอะมาก ไปถึงราวๆ 12.15 ได้เลยไป check-in ก่อน เขาก็จะมีเอกสารให้เราเซ็น ตรวจชื่อที่อยู่เบอร์ให้ถูกต้อง เเล้วเขาก็ขอใบประกันไปดูค่ะ เเล้วก็เขาจะให้เอกสารมาให้เรากรอก เกี่ยวกับสุขภาพของเราตั้งเเต่เด็กจนถึงปัจจุบัน เเล้วก็ของครอบครัวด้วย เรียกว่ากรอกเยอะมากค่ะ ขนาดเราเพื่อเวลาเยอะมากเเล้วเเต่ยังกรอกไม่เสร็จเลยพี่พยาบาลก็มาเรียกไปเเล้ว (อันที่จริงเขาถามเกี่ยวกับโรคเยอะอ่ะ อ่านไม่ออกเลยต้องนั่งเเปลนาน เเหะๆ) พอพี่พยาบาลมาเรียกก็เอาเอกสารที่กรอกไว้ติดไปด้วยเขาจะให้เราเช็คน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน เเล้วก็ถามข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเช่น ก่อนมาพบเเพทย์ได้ซื้อยาทานมาก่อนไหม ซื้อที่ไหน ยาอะไรชื่อยาด้วย มีเเพ้ยาอะไรรึเปล่า ประมาณนี้ค่ะ เเล้วหมอก็ค่อยเข้ามาที่หลัง

พอคุณหมอมาก็ขอเอกสารไปดูเเล้วก็ถามว่าโรคที่เป็นอยู่เป็นยังไงใช้ยาอะไรอยู่เเล้วเขาจะบันทึกลงข้อมูลในคอมอีกรอบ (เยอะมากอ่ะ-.-) เเล้วก็ค่อยเรื่มถามเหตุการ์ณว่าตกบันได้ยังตกเเบบไหน (ใครจะไปรู้อ่ะ-.-) เราเลยบอกว่าจำไม่ได้ เขาก็โอเค เเล้วเขาก็ตรวจนู่นตรวจนี้จับหัวเข่าข้างที่เจ็บเเล้วก็ข้างที่ไม่เจ็บ(เหมือนวัดว่ากระดูกมันต่างกันไหมมั้ง เรามั่วอิอิ) เเบบว่าตอนนั้นสบายมากเหมือนมีคนมานวดให้เลยค่ะ เเบบว่าเวลาจับเเล้วไม่เจ็บไง มันจะเจ็บเเค่เวลาต้องขยับเท่านั้น

พอตรวจเสร็จมาบอกว่าหัวเข่ามันบิดเดียวเขาเอาผ้ามาพันให้ให้ใช้เวลาเดินตลอดถ้าออีกอาทิตย์ยังไม่หายต้องไปหาเขาใหม่เเล้วเขาจะส่งให้เราไปตรวจกับหมอเฉพาะทาง จากนั้นเราก็กลับได้เลยค่ะ เราไม่ต้องจ่ายอะไรเลยเพราะไม่มียาส่วนอย่างอื่นประกันจ่ายหมด โชคดีมากค่ะกลัวว่าต้องจ่ายเนอะอ่ะหลังจากที่ไปหาข้อมูลเรื่องโรงพยาบาลในอเมริกาอยู่นานเห็นมีเเต่คนต้องจ่ายค่ารักษากันเเพงหูฉีกทั้งนั้น


คืออยากจะ'บ่น'ว่าทำไมโรงพยาบาลที่นี้ถึงไม่เปิดทุกวันเเละ24ชั่วโมงเหมือนไทย หากใครเป็นอะไรขึ้นมาก็เเย่นะสิ ไม่งั้นก็ต้องไปเสียเงินเพิ่มเพื่อเข้าห้องERกัน ทุกอย่างที่นี้เป็นเงินไปหมดเเต่เรื่องระบบนี้ถือว่าเเย่มากเมื่อเทียบกับที่ไทย เเนะนำว่าคนที่มาเรียนต่อที่นี้ควรเตรียมพวกยาสามัญมาเองให้พร้อมค่ะ ไม่งั้นมีเเต่ลำบากเพราะยาของที่นี้ก็สู้ของไทยไม่ได้ ขนาดเราเตรียมมาเยอะเเต่พวกยาเเก้อักเสบก็ยังไม่พออยู่ดีเป็นหวัดทุกเดือนเลย สุดท้ายเลยยอมจ่ายเเพงสั้งวิตามินซีBlackmoreจากออสเตรียมาเลย (ครั้งเเรกนึกว่าที่นี่้มีขาย) ตอนนี้ไม่เป็นหวัดมา3 เดือนเเล้ว เเล้วก็พวกยาเเก้ปวดท้องทั้งหลาย ตอนอยู่ไทยเราไม่เคยเป็นอะไรเกี่ยวกับท้องเลยเเต่มาที่นี้เป็นบ่อยมากค่ะ อะไรเอามาได้ก็เอามาเเต่ฉลากยาขอเป็นภาษาอังกฤษก็พอค่ะ เเล้วถ้ามีโรคประจำตัวก็ให้ขอใบการรักษาจากโรงพยาบาลติดมาด้วยเพื่อไม่รู้ว่าต้องบอกหมอเขาว่าอะไรก็ยื่นใบให้หมอไปอ่านเอง เเละที่สำคัญอยู่ที่นี่ประกันเป็นเรื่องใหญ่จริงๆค่ะ ไม่อย่างนั้นจ่ายเเพงเเน่เพื่อนเราเเค่ไปเจอะเลือดตรวจที่โรงพยาบาลโดนเรียกเก็บเงินไป $300-$400 เเพงโหดที่สุดค่ะ

สุขภาพดีคือลาภอันประเสริฐ

จบเเล้วค่ะอาจงงไปบ้างนะคะ



Create Date : 28 พฤษภาคม 2555
Last Update : 29 พฤษภาคม 2555 0:02:48 น.
Counter : 2423 Pageviews.

5 comments
  
กินยาแก้ปวดก็ช่วยได้นะ
โดย: A|E IP: 216.40.152.163 วันที่: 28 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:19:44 น.
  
สวัสดีค่ะคุณ AE สบายดีไหมค่ะ

ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำเเนะนำ ไม่ทราบว่าที่นี้สามารถซื้ออย่าเเก้ปวดโดยที่ไม่ต้องใช้ใบส่งยาจากเเพทย์ได้ไหมค่ะ พอดีของที่ติดมาใช้ไปหมดเเล้วค่ะ
โดย: pocky419 วันที่: 28 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:51:37 น.
  
เขามี walk-in clinic นะคะ ถูกกว่า ER แต่แพงกว่า นัดหมอค่ะ

ER นี่ ถ้าไม่เป็นอะไรปางตาย อย่าไปเลยค่ะ นอกจากจะแพงแล้ว ถ้า พยาบาลโผล่มาดู เห็นว่าเรา ไม่เป็นอะไรมาก เขาจะให้เรารอ บางทีเป็น วัน 4-5 ชม. ค่อยมาดูเรา เพราะ เขาจะไปช่วยคนป่วยปางตาย ก่อนค่ะ
โดย: simplyusana วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:11:03 น.
  
ขอบคุณสำหรับคำเเนะนำค่ะคุณ simplyusana ตอนโทรนัดหมอครั้งดันไม่ดูให้ดีด้วยเลยกดโทรไปเบอร์ของER มารู้อีกที่ก็ตอนคุยเสร็จเเล้วอายเลยค่ะ 555+
โดย: pocky419 วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:38:24 น.
  


ดิฉันเป็นแม่บ้านมีปัญหาเรื่องสามีไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงด้วยกัน เลยมาชี้ทางบอกบุญ เคยไปหาอาจารย์ท่านหนึ่ง เป็นอาจารย์สักยันต์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งท่านเป็นที่ศรัทธาของคนที่ทำงานกลางคืนแถวพัทยามากๆ ที่นั้นรู้จักท่านดี เพราะสาวๆที่ทำงานกลางคืนจะมาให้ท่านช่วยเรื่องสามีชาวต่างชาติ หรือไม่ก็ลงเสน่ห์ให้แขกติด จนเป็นที่เลื่องลือถึงของเสน่ห์ของอาจารย์ท่านนี้ไปทั่ว เพราะได้ผลจริงจนเป็นยอมรับ อยากบอกให้เป็นแนวความรู้สำหรับ ผู้ที่ ที่มีปัญหาเรื่องความรัก รักไม่สมหวัง แฟนนอกใจ ไม่เหลียวแล หรือผู้ที่ต้องการที่จะมีคนรัก หรือสามีชาวต่างชาติ ก็มีมาให้ท่านช่วยเยอะ ลองเขาไปในเว็บนี้ดู แต่ต้องศรัทธาและไปขอร้องท่านดู เพราะไม่ค่อยยอมทำให้ใคร ง่ายๆ ท่านค่อนข้างเก็บตัวและไม่พบศิษย์บ่อยครั้ง ต้องนัดเพียงอย่างเดียว ตัวเองทำแล้วได้ผล จึงมาบอกกล่าวเพื่อแก้บนที่สัญญาไว้กับครูบาอาจารย์ว่าสำเร็จแล้วจะมาบอกต่อ ลองไปดูที่เว็บ http://www.importancetattoo.com/
โดย: ได้ผลเลยอยากบอกต่อ IP: 180.183.94.45 วันที่: 13 มิถุนายน 2555 เวลา:6:44:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมูกระป๋องจะลงสนาม
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



พฤษภาคม 2555

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
31