Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
10 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
ของเล่นใหม่ K I N D L E { t o u c h l W i - F i }

K I N D L E { t o u c h l W i - F i }

10 กุมภาพันธ์ 2555

ปลายปีที่แล้วยุแม่ซื้อ Ipad 2 ตั้งใจให้ป๊าเอาไปซื้อขายหุ้นเวลาอยู่ข้างนอก แต่พอเวลาผ่านไปมันก็กลายเป็นของแม่และลูกๆ ในที่สุด ป๊าก็ใช้โทรศัพท์คุยซื้อขายกับโบรคเอาแทนเหมือนเดิม มาต้นปีนี้ หักห้ามใจไม่ได้ลองโหลดแอปพลิเคชั่นแบบจ่ายเงินมาลงในเครื่องจนได้

ที่บ้านมีหนังสือนิยายและนิตยสารมากมาย หนังสือยังสามารถเก็บได้ แต่นิตยสารพอผ่านช่วงเวลาหนึ่งมันก็กลายมาเป็นขยะให้ป๊าคอยบ่นทุกเช้าเย็นในที่สุด เก๋เลยเริ่มจะซื้อ E-magazine ของไทยมาอ่านใน Ipad แทน จะได้ไม่มาปวดหัวกับเรื่องที่จัดเก็บและเวลาตัดใจทิ้งตอนหลัง

ใจจริงอยากจะซื้อนิยายด้วย แต่นิยายไทยมันทำเป็น E-book น้อยมากๆ เลยต้องไปซบอก Amazon แทนจนทำให้ได้รู้จัก Kindle ในที่สุด

Kindle นี้มันก็คือเครื่องอ่านหนังสือชนิดหนึ่งค่ะ เคยได้ยิน แต่ไม่เคยเห็นตัวจริงๆ นอกจากในหนัง ตัวนี้เป็นของ Amazon ถ้าเป็นของ B&H จะเรียกว่า Nook สนนราคาก็ไม่แพง พอกัดฟันซื้อได้ ยิ่งถ้ามีใครอยู่อเมริกาแล้ว ฝากเค้าหิ้วส่งกลับมาราคาอย่างถูกเลย

เก๋ซื้อรุ่น Kindle touch แบบ Wi-fi ไม่มี 3G เพราะว่า 3G ของรุ่นนี้เปิดได้แค่เวป Amazon และ Wiki เท่านั้น แถมยังแพงกว่าเป็นพัน แล้วก็ยังเป็นรุ่นที่มี โปรโมชั่น คือจะมีโฆษณาด้วย ราคาจะยิ่งถูกลงไปอีก ซองเซิงไม่เอา เพราะยังไม่รู้ว่าจะเห่อ ได้ใช้มันนานขนาดไหน ค่อยไปลงทุนวันหลัง แต่ไปสั่งซื้อฟิล์มน่ารักๆ มาแปะที่ตัวเครื่องแล้ว เอาเป็นว่าสรุปจ่ายค่าเสียหายไปมากกว่าที่คิดเล็กน้อย

เก๋สั่งจากเวปไทยที่มีของส่งเลย ไม่ต้องรอพรี สองวันก็ถึง จ่ายแพงกว่าเวปพรีประมาณ 300 บาท ได้ใช้ก่อนเกือบเดือน แต่สติ๊กเกอร์ประดับรอพรี ได้ประมาณปลายเดือนนี้ ซื้อมาสองชุดเลย เพราะเวปนั้นเค้ามีโปรอยู่ สรุปแล้วจริงๆ เราน่าจะซื้อซองมาใส่มากกว่าสติ๊กเกอร์หรือเปล่าหว่า น่าจะประหยัดไปอีกเยอะ





กล่องกระดาษเล็กๆ น่ารักๆ ตัวกล่องถ้าจะเปิดจะต้องตัดกระดาษออก ไม่อย่างนั้นจะเปิดไม่ได้ค่ะ




รอยตัดด้านข้างกล่อง




เปิดกล่องออกมาจะเจอ

กระดาษบอกให้เราไปอ่านคู่มือในตัวเครื่อง
เครื่อง Kindle
สาย USB สำหรับชาร์ตไฟและถ่ายโอนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์เรากับ Kindle








ด้านหน้าเครื่อง ด้านล่างมีที่เสียบสาย USB, หูฟัง แล้วก็ปุ่มเปิด ตรงที่เป็นขีดๆ คือปุ่มที่ทำหน้าทีเหมือนกับปุ่มวงกลมที่อยู่บนไอแพด คิดอะไรไม่ออกไปไหนไม่ถูกก็กดปุ่มนี้เอา ในรูปหน้าจอจะเป็นพวก Special Offer ที่โฆษณา จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เวลาที่เราไม่ได้เปิดอ่านอะไรนานๆเท่านั้น แต่เวลาเราใช้งานอยู่มันจะไม่ขึ้นค่ะ




ด้านหลัง เนื้อสัมผัสแบบด้านๆ ไม่ลื่นดีค่ะ




พอได้มาก็เสียบสายชาร์ตไฟกับโน้ตบุ้คเลย เค้าว่าจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ถ้าเต็มจะมีไฟสีเขียวขึ้น ระหว่างนั้นก็อ่านคู่มือที่อยู่ในเครื่อง ตอนใช้ใหม่ๆ จะงงมาก เพราะอะไรก็ไม่ทันใจ เหมือนการประมวลผลจะช้ากว่าไอแพดนิดหน่อย บางครั้งเครื่องก็เหมือนจะเอ๋อๆ เล็กน้อย ต้องทำใจเพราะเราเพิ่งทำความรู้จักกันเป็นวันแรก

บางครั้งเวลาเราเปลี่ยนหน้าจะมีช่วงที่เป็นหน้าดำแวบนึงแล้วถึงกลายเป็นข้อความแต่ก็ไม่นานค่ะ เคยอ่านเจอว่า E Ink เป็นผงแม่เหล็ก คิดว่าช่วงที่เปลี่ยนหน้าเค้ากำลังจัดระเบียบกันใหม่เลยทำให้บางครั้งเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น {น้องสาวที่ตอนนี้อยู่แคนาดาบอกว่าเค้าเคยเห็นฝรั่งใช้เครื่องนี้อ่านหนังสือ ตอนแรกนึกว่าเอากระดาษมาแปะลงบนเครื่องนี้ซะอีกเพราะว่าหน้าจอของ Kindle มันไม่สะท้อนแสง แถมยังเป็นสีนวลๆ ดูไกลๆ เลยเหมือนเป็นกระดาษเปี๊ยบ} แต่ถึงจะว่าหน้าจะไม่สะท้อนแสง แต่ถ้าโดนแสงไฟตรงๆ ก็เป็นแบบนี้ได้







เวลาอ่านตอนนี้เพิ่งได้มาเป็นวันที่ 2 จะมีปัญหาตอนเปลี่ยนหน้าเพราะหาหมายเลขหน้าไม่เจอ บางทีพลิกหน้าข้ามต้องหาวิธีกลับไปหน้าเดิมอุตลุดค่ะ

พอเปิดเครื่องมา ก็จะเจอกับคู่มือการใช้ ชื่อ Kindle user's guide ซึ่งเป็นเหมือนกับหนังสือให้เราเลยหนึ่งเล่มอยู่ใน My Items








รายละเอียดด้านในหนังสือคู่มือการใช้งาน Kindle




ถ้าเราอยากอ่านหนังสือที่ซื้อมาจาก Amazon ก็ให้เปิด Wi-Fi โดย MUNU ---> Setting ---> Wi-fi ทำการ Log In เข้าในบัญชีที่เราสมัครกับทางเวปอยู่แล้ว คราวนี้เครื่องก็จะดาวน์โหลดข้อมูลมาให้เราเองค่ะ





MUNU






จริงแล้วใช้ไม่ยากเพราะว่าข้างในมันไม่มีอะไรเลยให้เราปรับ แค่ต่อเน็ต เข้าบัญชี ซื้อหนังสือ อ่านหนังสือ ฟังเพลง เปิดเวปแบบธรรมดาๆ ได้นิดหน่อย สมมติว่าเราจะดูเวปอื่นๆ กดที่ MUNU ---> Experimental ---> Web Browser แล้วเราก็สามารถเข้าได้แล้วค่ะ แต่เตือนก่อนว่าเวปที่เราเข้าไปต้องเป็นแบบธรรมด้า ธรรมดาเท่านั้น Pantip เข้าได้ค่ะแต่ใช้งานยากเหลือเกิน สรุปว่าอันนี้ไอแพ็ดกินขาดเลย













เวลาอ่านหนังสือ ถ้าเป็นหนังสือที่เราซื้อจากเวป Amazon แล้วจะอ่านได้อย่างสบาย แต่ถ้าเรามีไฟล์ PDF แล้วแย่เล็กน้อยเพราะว่าตัวอักษรจะเล็กมากจนต้องเพ่งอ่านเลยทีเดียว





PDF <----------------->Kindle




เรื่องขนาด Kindle Touch มีขนาด 172 mm x 120 mm x 10.1 mm เล็กกว่ากระดาษ A4 พับครึ่งอีก หน้าจอขนาด 6 นิ้ว หนักประมาณ 200 กรัม แต่เวลาถือให้ความรู้สึกหนักแน่นดี ความจุ 4GB ใส่หนังสือได้ 3,500เล่ม ผิวเป็นผิวด้านๆ สำหรับคนมือเล็กแบบเราก็ถือได้สะดวกดีค่ะ เรื่องถ่าน ทาง Amazon บอกว่าจะอยู่ได้ประมาณ 2 เดือนต่อการชาร์ต 1 ครั้งในกรณีที่ปิด Wi-Fi ก็ต้องลองดูว่าจะเป็นแบบที่เค้าบอกรึเปล่า

สเปคก็เช็คที่เวปAmazonได้เลย

ถ้าเราเอาไอแพดมาเทียบขนาดแล้วจะได้แบบนี้ค่ะ






















สำหรับตัวเองคิดว่า ทั้ง Kindleและ Ipad ต่างก็เป็นเหมือนของเล่น จะมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้าเราจะอ่านหนังสือธรรมดาพกไปไหนใช้บริการ Kindle แต่ถ้าอยากอ่านนิตยสาร เล่มเกมส์ ดูเวปก็ยังคงต้องพกไอแพดต่อไป ทั้งสองทำให้ชีวิตง่ายต่างกัน หรือถ้าขี้เกียจขนก็คงไม่เอาไปทั้งสองอัน ก็คงต้องเลือกใช้เป็นกรณีไป




Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2555 15:17:54 น. 2 comments
Counter : 1200 Pageviews.

 
ของใหม่น่าใช้จัง ของเรายังเป็นรุ่นคีย์บอร์ดอยู่เลย

ไฟล์ PDF เอาไปแปลงเป็น mobi สิคะ จะได้อ่านง่าย แนะนำโปรแกรม Calibre ค่ะ


โดย: Froggie วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:29:04 น.  

 
ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวเก๋จะไปลองทำดู หลังจากใช้มาสามสี่วันยังรู้สึกชอบนะคะ ไม่ปวดตาเวลาดูนานๆ เหมือนใช้ Ipad


โดย: pocha_t วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:20:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pocha_t
Location :
ยะลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add pocha_t's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.