Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
27 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 
ศรีลังกา (14) : แล้วเราก็กลับมาโคลอมโบอีกครั้ง (เพื่อกลับประเทศไทย)

(อ่านเที่ยวศรีลังกาตอนอื่น ๆ)

(ตอนที่แล้ว)


เราพักกันที่ Blue Water Hotel ที่ Wadduwa กันเพียง 1 คืน (เหมือนกับทุกครั้งที่เราย้ายที่นอนไปเรื่อย ๆ)

วันนี้เป็นวันอังคารที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 ที่ประเทศไทยยังเป็นวันหยุด แต่ที่ศรีลังกา เข้าพรรษาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วันนี้จึงเป็นวันทำงาน

เราเดินทางกลับมายังโคลอมโบอีกครั้ง ก็ฆ่าเวลาด้วยการไป Shopping บ้าง เดินเล่นบ้าง หาอะไรรับประทานบ้าง เพราะเครื่องบินออกประมาณเที่ยงคืน



พวกเราแวะไปยัง วัดทีปะทุตตมาราม ซึ่งเป็นวัดไทยในกรุงโคลอมโบ อายุนานกว่า 100 ปี ในอดีต สมัยรัชกาลที่ 5 มีเจ้านายไทยพระองค์หนึ่ง พระนามว่า พันเอก(พิเศษ)พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ ได้มาทรงผนวชอยู่ที่ลังกา (ภายหลังได้กลับไปยังประเทศไทย และ ทรงลาสิกขา)



ระหว่างนั้น ได้ทรงสร้างพระมหาเจดีย์ ที่รวบรวมรูปแบบสถาปัตยกรรมถึง 4 ชาติ คือ ไทย ลังกา อินเดีย และพม่า ครั้นสร้างเสร็จ ทรงถวายพระนามว่า รัตนเจดีย์



เมื่อปี ค.ศ. 1939 (พ.ศ. 2482) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (พร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี) เสด็จเยือนศรีลังกา ก็ได้ทรงปลูกต้นจันทร์ไว้เป็นอนุสรณ์ด้วยครับ



ในปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนวัดนี้อีกครั้ง และได้ทรงปลูกต้นไม้ไว้เป็นอนุสรณ์ด้วย



และในปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จเยือนวัดนี้ด้วยเช่นกัน และปลูกต้นไม้ไว้เป็นอนุสรณ์

เราได้สนทนากับพระภิกษูจากประเทศไทย ทีได้มาศึกษาต่อยังประเทศศรีลังกาด้วยครับ (ในรูปถ่าย) ท่านเล่าให้ฟ้งว่า ชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ วัดทีปะทุตตมารามในกรุงโคลอมโบนั้น เป็นชาวทมิฬ ซึ่งนับถือฮินดู จึงไม่มาทำบุญกัน และ (อันนี้เพิ่งรู้) ว่าที่ศรีลังกา ไม่นิยมใส่บาตรกัน แต่อาจจะถวายปัจจัยให้ซื้ออาหารเอง !!! โอ้ โอ้



เราไปต่อกันที่วัดกัลยาณี ในโคลอมโบ ครับ



วัดนี้มีความสำคัญคือ เป็นวัดที่ชาวศรีลังกาเชื่อว่า พระพุทธเจ้าได้ทรงเคยเสด็จมาประทับที่วัดนี้ 3 ครั้ง โดยในครั้งทีสาม ได้เสด็จมาประทับนั่งบนอาสน์เพื่อเทศนาด้วย (เอ ผมใช้ศัพท์ถูกไหมนี่ เอาว่า เดี๋ยวมีภาพวาดให้ดูครับ)



บริเวณนี้ล่ะครับ ที่ว่าพระองค์เสด็จมาเป็นครั้งที่สาม ก็มีการสร้างเจดีย์ครอบเอาไว้ครับ บริเวณรอบ ๆ จะมีที่ให้วางดอกไม้บูชา



ที่วัดแห่งนี้ ก็มีต้นโพธิ์ครับ เชื่อว่า น่าจะมาจากหน่อเดียวกันกับที่อนุราชปุระ (ซึ่งได้มาจากที่อินเดีย) ชาวบ้านศรัทธาและมาขอพรกันมากครับ



นี่เป็นอุโบสถนะครับ สังเกตุจากลักษณะตัวอาคารแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า สร้างขึ้นในสมัยหลังนะครับ ประมาณ 300 กว่าปีมานี้เอง



นี่ถ่ายจากบริเวณฐานนะครับ เดี๋ยวเราเข้าไปในตัวอุโบสถกัน



ภายในก็จะแบ่งเห็นห้อง ๆ นะครับ ประกอบด้วยรูปปั้นกษัตริย์ พระพุทธรูป แล้วก็จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องประวัติพุทธศาสนาในศรีลังกา ซึ่งจิตรกรรมฝาผนังนี่วัดนี้ จัดว่าสวยที่สุดครับ



ภาพนี้เล่าเรื่องครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมายังศรีลังกาครั้งแรกครับ สังเกตุนะครับว่า คนรอบ ๆ ผิวกายสีดำ และดูเป็นชนเผ่า สื่อว่า ครั้งที่ยังไม่มีพระพุทธศาสนานั้น แถบนี้ยังเป็นที่อยู่ของ ชาวป่า ไร้อารยธรรมอยู่



รูปนี้แสดงถึงเมื่อครั้งที่ พระพุทธเจ้าทรงเสด็จมาเป็นครั้งที่สองครับ สังเกตุดูนะครับ ตอนนี้แต่งกายดีแล้ว คุณ Guide เล่าว่า ได้มีการสู้รบกันของสองฝ่ายเพื่อแย่งอาสนะ/บัลลังก์ ที่ประดับประดาด้วยเพชรนิลจินดานั้น พระพุทธเจ้าเสด้จมาโปรด ให้ทั้งสองฝ่ายหยุดรบกัน



รูปนี้แสดงถึง เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาเป็นครั้งที่สาม ครั้งนีพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนอาสนะ/บัลลังก์ นั่น (แหะ ๆ เรื่องของเรือ่งคือ ผมไม่รู้ว่าจะใช้ศัพท์คำไหนน่ะครับ) ตอนนี้พระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานอยู่ในศรีลังกาแล้ว



นี่เป็นรูปที่เจ้าหญิง Hemamala ทรงอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากอินเดียวมายังศรีลังกา โดยทรงซ่อนพระเขี้ยวแก้วไว้ในพระเมาฬี ครับ



นอกจากนี้ก็ยังมีรูปที่เกี่ยวข้องกับ การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกาด้วยครับ โดยมีรูปที่แสดงถึงการอัญเชิญพระอุบาลีเถระจากประเทศไทยด้วย (พอดีผมไม่ได้ถ่ายมานะครับ)



หลังจากนั้น เราก็แวะ Shopping กันต่อเล็กน้อย เดินทางไปโรงแรม Hilton Colombo อีกครั้ง เพื่อพักผ่อน รับประทานอาหารเย็น และเตรียมตัวกลับประเทศไทยกัน


พวกเราออกจากกรุงโคลอมโบ มุ่งสู่กรุงเทพ ด้วยสายการบิน Sri Lankan Airline เที่ยวบิน UL 888 ถึงดอนเมืองวันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2549 โดยสวัสดิภาพ

และแล้ว... บันทึกการเดินทางไปยังประเทศศรีลังกาในครั้งนี้ ก็ต้องขอจบลง โดยตอนที่ 14 นี้จะเป็นตอนสุดท้ายนะครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาตั้งแต่ตอนที่ 1 เลยนะครับ



(ตอนที่แล้ว)

(อ่านเที่ยวศรีลังกาตอนอื่น ๆ)



Create Date : 27 กรกฎาคม 2549
Last Update : 16 กันยายน 2549 22:51:30 น. 22 comments
Counter : 1883 Pageviews.

 
ขอตอกบัตร ลงชื่อว่า ตามมาเที่ยวด้วย อย่างเคยค่ะ


โดย: Picike วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:3:42:10 น.  

 
จิตรกรรมฝาผนัง มีเอกลักษณ์มากเลยครับ แม้ว่าจะแตกต่างจากจิตรกรรมฝาผนังในไทยพอสมควร แต่ก็ยังดูงดงามจริงๆ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:10:00:54 น.  

 
โอ๊วววววววววว ........ งดงามค่ะ.... ถึงแม้ว่าจะดูแปลก ๆ ไปบ้าง

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ..... สำหรับทริปศีรลังกานี้.... เต็มอิ่ม จุใจเลยค่ะ


โดย: largeface วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:11:54 น.  

 
อ่านแล้วได้อรรถรสของการท่องเที่ยวแดนพุทธคะ
เขียนได้ประทับใจ หากมีการท่องเที่ยวครั้งใหม่ ก็นำมาเขียนเล่าเรื่องอีกนะคะ...
จะคอยติดตามผลงานคะ...


โดย: Lily IP: 203.147.33.1 วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:40:35 น.  

 
อ่า ไปเดินเล่นบนไข่มุกมาหลอเนี่ย


โดย: Little Detective วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:33:17 น.  

 
ไม่ได้เข้ามาติตามทัวร์ศรีลังกาซะหลายวัน
บรรยายได้สนุก อ่านเพลิน และละเอียดละออมาก

ขอบคุณและขออนุโมทนาในความบรรจงถ่ายทอดทัวร์บุญครั้งนี้ค่ะ

ฝากสวัสดีมายังคุณแม่พิศสมรดารานำแสดงด้วยค่ะ



โดย: ยุ้ย IP: 58.147.33.22 วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:19:33:43 น.  

 
Pictures excelent !!!!!!


โดย: GAYAN IP: 124.120.115.32 วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:23:32:52 น.  

 
ตามมาทัน...ติดตามทุกตอน..ขอบคุณ ขอบคุณ

ให้ข้อมูลดีค่ะ พร้อมรูปงามๆ


โดย: น้าออ IP: 124.120.115.32 วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:23:40:22 น.  

 
อ่านรวดเดียว14ตอน...เหมือนอ่านนิยายเลยค่ะ
แต่ว่าได้ความรู้ควบบันเทิงด้วย
เป็นบันทึกการเดินทางได้ละเอียดและประณีตมากๆ...
ชื่นชมๆ ค่ะ...ขอขอบคุณงามๆ ไว้ณ ตรงนี้





โดย: beew IP: 74.135.198.79 วันที่: 29 กรกฎาคม 2549 เวลา:5:01:52 น.  

 
อ่านสนุกตั้งแต่ต้นจนจบเลยค่ะ แถมพกความรู้อีกด้วย ขอเป็น fan club web site นี้เพิ่มอีกคนนะคะ


โดย: Na Na IP: 124.120.185.119 วันที่: 29 กรกฎาคม 2549 เวลา:9:21:23 น.  

 
สวัสดีค่ะ ที่ศรีลังกาสวยมากเลยนะคะ ทีแรกก็ไม่คิดอยากจะไปเที่ยวสักเท่าไร แต่พอได้มาเห็นรูปที่คุณถ่ายไว้แล้ว รู้สึกอยากไปขึ้นมากเลยค่ะ อยากไปนมัสการพระเขี้ยวแก้ว และก็เมืองสีคิริยาด้วยค่ะ
ดิฉันไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น แล้วได้รู้จักเพื่อนศรีลังกามาเต็มเลย อาทิตย์หน้านี้เขาก็จะมาเที่ยวที่เมืองไทยกันด้วยค่ะ ประมาณวันที่17-18ดิฉันก็จะไปเที่ยวที่ศรีลังกาด้วยค่ะ เพื่อนๆ เขาให้พักที่บ้านเขาได้น่ะค่ะ แต่อยากจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับภูมิอากาศ แล้วก็พวกเสื้อผ้าการแต่งตัว อะไรพวกนี้ค่ะ ไม่ต้องใช้วีซ่าใช่มั้ยคะ ใช้แต่พาสปอร์ตอย่างเดียวหรอคะ
ขอบคุณมากนะคะ รบกวนช่วยให้คำแนะนำด้วยนะคะ


โดย: Noko IP: 61.90.250.17 วันที่: 30 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:52:38 น.  

 
อากาศร้อนนิดหน่อยนะครับ
แต่ผมว่า ก็ดีกว่าที่กรุงเทพ เพราะว่าเมืองติดทะเล ก็ได้บรรยากาศแบบทะเล

พื้นที่ตอนกลางค่อนข้างสูง ก็จะอากาศเย็นกว่า

การแ่ต่งกาย ก็แต่งตามปกติครับ แต่งกายสุภาพครับ

ไม่ต้องใช้ visa ครับ

มีอะไร mail คุยกันได้นะครับ


โดย: Plin, :-p วันที่: 2 สิงหาคม 2549 เวลา:18:27:55 น.  

 
ยังตามอ่านและตามชมไม่หมดนะคะ
แต่เท่าที่ได้ชมมาแค่เพียงบางส่วน
ก็ทึ่งกับความงดงามของประเทศศรีลังกามาก
เลยค่ะ จากที่ไม่เคยได้ให้ความสนใจ

แต่ก็พอจะทราบว่าศรีลังกาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาด้วย
น่ายินดีมาก ที่วันนี้ได้มีโอกาส ทัวร์ไปกับคุณ

ยังคงมีสิ่งดีๆ สิ่งที่สวยงามบนโลกอีกมากมาย
ที่เรายังไม่ได้ค้นหามัน


โดย: chompoo (เเสงตะวัน ) วันที่: 18 สิงหาคม 2549 เวลา:12:03:06 น.  

 


โดย: gh IP: 61.19.65.251 วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:18:08:54 น.  

 
ดีใจจังเคยค่ะ ที่ได้มีโอกาสเที่ยวศรีลังกาเหมือนกัน แต่จอยได้ไปใช้ชีวิตที่โน่นประมาณเดือนกว่าๆ นะคะ ศรีลังกามีเสน่ห์มากๆ เป้นประเทศที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติเหมือนทางภาคใต้ของไทยเรา แต่จะอบอ้าวกว่านะคะ
ชายหาดที่โน่นสวยมาก มีคนน้อย ไม่พลุกพล่านเหมือนบ้านเรา และมีลักษณะของวิถีชาวบ้านจริงๆ คนที่โน่นยิ้มหวานมาก
คนในเมืองส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ก้ สำเนียงรัวๆ เร็วๆ สำหรับชาวบ้านชลบทซึ่งจอยประทับใจมาก ถึงไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่เราก็สื่อสารกันรู้เรื่อง เข้าใจ และประทับใจ การไปศรีลังกาครั้งนี้ทำให้จอยได้รู้ว่า เคล็ดลับของการประสบความสำเร็จในการสื่อสารไม่ใช่อยู่ภาษา แต่อยู่ที่หัวใจ ภาษาเป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่ง บางครั้งเราอาจจะใช้เครื่องมืออื่นๆ ก็ได้ เช่น วาดรูป ยิ้มให้กัน เพียงแค่มีความตั้งใจจริง ยังไง ยังไงเราคุยกันรู้เรื่อง
อยากกลับไปศรีลังกาอีกจังเลย และภาวนาทุกวันให้ศรีลังการสงบเร็วๆ ไม่อยากได้ยินข่าวการยิงกันที่ศรีลังกาอีกเลย




โดย: จอย IP: 58.181.143.189 วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:21:53:17 น.  

 
ดีจังเลยครับ ได้อยู่ตั้งเดือนกว่า ๆ

ส่วน คุณน้าที่เค้าไปถวายพระพุทธรูป เค้าไป ๆ กลับ ๆ อย่างกับว่า ศรีลังกาเป็นบ้านที่สองของแกไปแล้วล่ะครับ

อันที่จริงก็อยากไปอีกถ้ามีโอกาส

คุณจอยอยู่ตั้งเดือนกว่า ๆ น่าจะมีเรื่องประทับใจเยอะ เขียนเล่าบ้างสิครับ แล้วจะตามไปอ่าน

เป็นคนชอบอ่านครับ


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 202.28.62.245 วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:23:02:06 น.  

 
เอ๊ะ คุณจอย คุณจอยเป็นคนเดียวกันกับ

คุณจอยใน ความคิดเห็นที่ 7 ใน ศรีลังกาตอนที่ 11 หรือเปล่าครับ ใน entry นั้น มีคนใช้ชื่อว่า จอย บอกว่า จะไปศรีลังกา 1 เดือนกับ 2 วัน


โดย: Plin, :-p วันที่: 22 มีนาคม 2551 เวลา:23:24:35 น.  

 
พอดีถามไว้สองที่ ทราบคำตอบละครับ


โดย: Plin, :-p วันที่: 23 มีนาคม 2551 เวลา:0:01:31 น.  

 
ขอบพระคุณ คุณ plin มากๆนะครับ สำหรับศรีลังกา เขียวได้น่าอ่านดี อยากไปจังไม่รุ้ว่าปลอดภัยหรือเปล่า เห็นชอบมีข่าวทางการเมืองไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่อยากไปมาก มาเที่ยวเชียงใหม่บ้างซิครับ อ แม่แตง เชียงใหม่ ก็มีอะไรสวยนะครับ ขอบคุณอีกครับ รวมถึงน้องจอยด้วย น่ารักจัง


โดย: แม่แตง IP: 195.93.21.72 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:6:25:25 น.  

 
ผมเคยทำงานที่เชียงใหม่สามปีครับ ที่ ฝาง แม่ริม อมก๋อย แม่วาง

อืม.. แต่แม่แตงนี่ ยังไม่เคยไปเลย


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 58.8.220.44 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:7:37:43 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่แม่แตง
++ ขอบอก !!!! ด้วยความภูมิใจ จอยก็เคยไปฝึกงานที่แม่ริม ด้วยนะคะ อืม ประมาณ 3 เดือน
++ ไม่เคยไป แม่แตงเหมือนกัน แล้วจะไปเที่ยวนะคะ
++ พูดถึงเชียงใหม่แล้วคิดถึง ตอนฝึกงานสนุกมาก อยู่กับเพื่อนๆ หลายคน เลยแฮ้วน่าดู พอว่างปุ๊บก็โบกรถเที่ยว บางครั้งก็เข้าเมือง บางครั้งก็โบกขึ้นดอย ฮามากๆ
++ คนที่โน่นน่ารักมาก บางครั้งไม่ทันจะได้โบกรถนะคะ ประมาณว่าเดินเล่นริมถนนเฉยๆ อากาศดี ชมนกชมไม้ ก็จะมีพี่ๆ จอดรถถามเสมอ แต่....ไม่ใช่แค่คันเดียวนะคะ คือจอดถามเยอะมากๆ เลยทำให้รู้ว่าผู้คนใจดีกันจริงๆ
++ สำหรับเรื่องที่คุณแม่แตง สนใจอยากไปศรีลังกา หากอยากจะไปจริงๆ และต้องการข้อมูล จอยอยากช่วยนะคะ ยังไงต้องรบกวน E-mail ไปหา จอยที่ wan_psu27@yahoo.com นะคะ คงพอจะช่วยได้บ้างค่ะ


โดย: จอย IP: 58.181.143.189 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:11:46:49 น.  

 
เนื้อหาไม่สอดคล้องกับภาพเลย


โดย: เอ๋ IP: 58.9.165.36 วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:17:18:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Plin, :-p
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









Instagram






บันทึก ท่องเที่ยว เวียดนาม


e-mail : rethinker@hotmail.com


Friends' blogs
[Add Plin, :-p's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.