Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
20 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
วัฒนธรรมขี้ข้า --> ไปตอบกระทู้ "ความเป็นมนุษย์ของผม" ที่ winbookclub มา

[เรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ตอนอื่น]


ข้าพเจ้าบังเอิญไปอ่านกระทู้หนึ่งที่ winbookclub ก็คันนิ้วอยากจะเสวนาด้วย เชิญสหายไปแบ่งปันความคิดกันที่ กระทู้ "ความเป็นมนุษย์ของผม" (click) กันเถิด


ข้อความข้างล่างนี้เป็นข้อความล่าสุดที่ข้าพเจ้าตอบไว้วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2550)



ข้าพเจ้าแวะมาอีกรอบ ขอมาสรุปละกันว่าเราคุยเรื่องอะไรกันอยู่

ข้าพเจ้าอ่านแล้ว คุณ กีรติ น่าจะ เข้าใจเหมือนข้าพเจ้า และรู้ว่ากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ เพราะคุณกีรติมี keyword ซึ่งข้าพเจ้ายังไม่กล้าพิมพ์

ส่วนคุณ saranya_nok.worm อาจจะไม่เข้าใจ เพราะว่า คุณเจ้าของกระทู้ กับข้าพเจ้าในตอนแรก ต่างก็เลี่ยงคำพูดกัน ยังไม่กล้าใช้ keyword ก็เลยเดาว่าคุณ saranya_nok.worm อาจจะอ่านที่คุณกีรติ ไม่ละเอียดก็ได้ เลยไม่เห็น keyword ก็เลย discuss ไปในทำนองนั้น

(ยกมาของคุณ saranya)
เราเป็นเพียงฝุ่นผงของระบอบประชาธิปไตย

ฉันคิดว่าเราเป็น "คน" คนหนึ่งที่มีสิทธิและหน้าที่อย่างเต็มที่ในระบอบประชาธิปไตย

เพราะจริง ๆ แล้วฉันเป็นคน มีสมองและหัวใจ ไม่ใช่ฝุ่นละอองอย่างเด็ดขาด...


ซึ่งตามที่คุณ saranya_nok.worm ว่าไว้นั้น ข้าพเจ้าเห็นด้วย เฉพาะในส่วนที่เขียน แม้ว่าจะไม่ตรงประเด็นที่ที่เจ้าของกระทู้จั่วไว้ และข้าพเจ้ามองว่า คุณ saranya_nok.worm มองปัญหาและ discuss เรื่องนี้ในทำนอง "ทางทฤษฎี" และ"ในทางปรัชญา"

ในขณะที่คุณเจ้าของกระทู้ หมายถึง "ฝุ่นผงของสังคมไทย" มากกว่า เพราะ ระบอบประชาธิปไตยที่เราพูดกันนี้ เป็น "แบบไทย" ซึ่งเป็น misnomer และ false conception เพราะมันไม่ใช่ประชาธิปไตยเลย (ย้ำ ว่าไม่ใช่ประชาธิปไตย)

ดังนั้น คุณเจ้าของกระทู้ จึงพูดโดยอิงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้ ไม่ได้พูดถึงความจริงตามทฤษฎี แต่เป็นความจริงที่หลายคนมองไม่เห็น หรือ ไม่พยายามมอง ทั้ง ๆ ที่เกิดขึ่นจริง

อนึ่งข้าพเจ้าก็ยังยอมรับว่า ข้าพเจ้าหลีกเลี่ยงที่จะใช้ keyword เลยใช้คำว่า "ฝุ่นผงของสังคมไทย" แทน พออ่านบรรทัดถัดมา คุณเจ้าของกระทู้ก็เริ่มใช้ keyword แล้ว เช่น ระบอบฯ หมิ่นฯ

แต่เอาเถิด ข้าพเจ้ามองว่า ถ้าเรามองเห็นกันแค่นี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะคนอีกหลายคนมองไม่เห็น และแม้มองเห็นก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอีกด้วย เพราะว่า ระบบนี้นอกจากจะวางรากฐาน หยั่งรากลึกแล้ว ชนชั้นที่เคยอยู่ใต้การปกครอง ก็ไม่พร้อมจะแสดงตนว่าสามารถปกครองตนเองได้

ก็เลยพร้อมจะให้คนอื่นปกครองต่อ โดยที่ไม่พอใจที่คนในคนหนึ่งในกลุ่มของตนหาญกล้ามาทำตัวเด่นกว่าพวกตน

ข้าพเจ้าเรียกมันว่า "วัฒนธรรมขี้ข้า"



[เรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ตอนอื่น]


Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2550 9:06:49 น. 2 comments
Counter : 7196 Pageviews.

 
เห็นด้วยค่ะ กับคำว่า"วัฒนธรรมขี้ข้า" ไม่มีใครกล้าที่แหวกกำแพงหรือแหวกหนามออกมาหรอก ไม่งั้นก็จะถูกมองว่า แตกแยก (ก็ขอโทษด้วยนะค่ะ ถ้าmentไม่ถูกประเด็น)
ขอให้ความยุติธรรมจงมีต่อโลกและระบอบประชาธิปไตยจงยืนยง


โดย: LoveTheory วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:02:24 น.  

 
คลิ๊กแล้วค่ะ กระทู้หายไป....
อ่านที่คุณplin เขียนไว้คร่าวๆ ไม่คอ่ยเข้าใจเท่าไหร่ค่ะ


โดย: vodca วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:34:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Plin, :-p
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









Instagram






บันทึก ท่องเที่ยว เวียดนาม


e-mail : rethinker@hotmail.com


Friends' blogs
[Add Plin, :-p's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.