นามปากกา...ปลายสี

enterstep
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Group Blog
 
 
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add enterstep's blog to your web]
Links
 

 

นิยายเรื่องเก่า

เลิกคบกันเถอะ
.......
คำพูดบางคำ
เมื่อหลุดจากปากเราไปแล้ว
ก็ยากจะแก้ไขให้อะไรเหมือนเดิม

“พรุ่งนี้ธารว่างไหม” ชายร่างสูงเงยหน้าจากกองหนังสือ มามองหน้าคนถาม
เจ้าของดวงตากลมโตสดใส ยิ้มให้เขา
เป็นรอยยิ้มที่เขาเห็นจนชินตา
“พรุ่งนี้ผมมีเรียนถึง 5 โมง ถามทำไมหรอ” ธารตอบกลับไป ก่อนก้มหน้าลงไปสนใจหนังสือมากมายตรงหน้าต่อ
เก็จแก้ววางกระเป๋าถือสีดำลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่ม
“เปล่า ไม่มีอะไร” เก็จแก้วปฏิเสธเสียงสูงอย่างที่เธอทำเป็นประจำ “หลัง 5 โมงก็ว่างใช่ไหม”
เขาตกลงด้วยการพยักหน้าโดยไม่มอง เลยไม่เห็นดวงตาเป็นประกายด้วยความดีใจของหญิงสาว
“แก้วไปหาที่คอนโดฯนะ”
คราวนี้เขาเงยหน้าขึ้น พยายามหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในดวงตาใสๆ คู่นั้น
แต่ไม่ทันที่เขาจะพบอะไร เธอก็หันหน้าหลบไปเสียก่อน
“แก้วมีเรียน ไปแล้วนะ” ร่างบางลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อเดินจากไป 2-3 ก้าว เธอก็หมุนตัวกลับมา
“พรุ่งนี้เจอกันนะธาร”


“แกแน่ใจหรอ ว่าธารจะไม่ลืม”
“แน่สิ เราเตือนเขาแล้ว ธีไม่ใช่คนขี้ลืมหรอกนะ” เก็จแก้วหันมาบอกฝ้าย....เพื่อนสนิทที่สุดของเธออย่างมั่นใจ
“เป็นไง ฉันดูดีหรือยัง”
ฝ้ายมองเพื่อตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อสำรวจความเรียบร้อย
ร่างบางในชุดพิเศษ ที่เจ้าตัวหาซื้ออยู่นาน
ด้วยเหตุผลที่ว่า
อยากให้ใครคนหนึ่งเห็น แล้วชอบใจ
“โอเค เยี่ยมมาก วันนี้เธอสวยมากเลยแก้ว”
“แน่นอนอยู่แล้วล่ะ ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันแวะส่งเธอที่บ้านก่อน แล้วค่อยไปหาธาร”




“ฝ้าย...รอด้วย” เก็จแก้วตะโกนเรียกเพื่อน แล้วรีบวิ่งเข้าไปหา
เพราะความรีบร้อน ทำให้เธอชนเข้ากับใครคนหนึ่งที่เลี้ยวมาตรงหัวมุมตึกพอดี
หญิงสาวอ้าปาก เตรียมพร้อมที่จะต่อว่า และโทษว่าเป็นความผิดของฝ่ายตรงข้ามเต็มที่
แต่พอเห็นหน้าเขาชัดๆ เธอกลับพูดไม่ออกสักคำ
“ขอโทษ” เขาเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน แล้วก้มลงเก็บของที่ตกกระจาย ไม่รอให้หญิงสาวที่มัวแต่ยืนอึ้ง สติยังไม่กลับมา ชายร่างสูงคนนี้ก็เดินจากเธอไปยังตึกเรียนที่ผู้คนพลุกพล่าน
โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขอโทษเขาเลยสักคำ

“ฝ้าย เธอจำผู้ชายคนที่เราเดินชนเมื่อวานได้ไหม” เก็จแก้วเปิดฉากสนทนาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“ได้ ทำไม” แต่ดูเหมือนเพื่อนรักจะไม่มีอารมณ์ร่วมกับเธอเลยสักนิด
“เราไปสืบมาแล้วนะ เขาชื่อ ธาร เรียนวิศวะคอม อยู่ปีเดียวกันกับเราเลย ได้ข่าวมาว่ามีสาวๆ แอบ ปิ๊งเขาอยู่เหมือนกัน ก็น่ารักออกขนาดนั้น แต่เขาไม่สนใจหรอก อันที่จริง เขาแทบจะไม่สนิทกับใครเลย หลายคนบอกว่าเขาน่ะหยิ่ง แต่เราไม่เชื่อหรอก
คอยดูนะฝ้าย เราจะทำให้เขาสนใจเราให้ได้เลย”
คอยดูสิ

“เธอเห็นหรือยังว่าในที่สุด ธารก็สนใจฉันจนได้” เก็จแก้วบอกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ขณะขับรถ เพื่อพาคนๆ นั้นไปส่งที่บ้าน
“ใช่ เขาสนใจเธอจริงๆ สนใจอย่างที่ไม่เคยให้ของขวัญวันเกิด ไม่เคยมีการ์ดหรืออะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้เธอเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่เขาคบกับเธอมาตั้ง 4 ปี เขาสนใจเธอจริงๆ” ฝ้ายตอบกลับไปด้วยเสียงเจือหัวเราะ
“ส่งฉันแค่นี้แหละ เชิญเธอไปหาชายหนุ่มที่เขาแสนจะสนใจเธอสิ พนันกันได้เลยว่าเขาก็จำไม่ได้หรอกว่าวันนี้วันอะไร”


“ธาร จำได้หรือเปล่า ว่าวันนี้วันอะไร”
เก็จแก้วเอ่ยถามธาร คนที่เธอยกให้เป็นคนพิเศษ
หลังจากคบกันมาหนึ่งปี
“Happy Birthday” เขาตอบกลับ เพื่อยืนยันว่าเขาเองก็จำได้ว่าวันนี้สำคัญอย่างไร
เก็จแก้วยิ้มรับ เธอยืนรอ รอให้เขามอบของขวัญให้เธอ
แต่เขายังคงนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างเดิม
ไม่มีทีท่าว่าจะไปหยิบของอะไรที่เตรียมไว้มาให้เธอสักนิด
แต่เก็จแก้วก็ยังรอ
ว่าเขาอาจจะมีอะไร ให้เธอประหลาดใจก็ได้
แต่จนแล้วจนรอด
วันเกิดปีนั้น เขาก็ไม่ได้มอบอะไรให้เธอสักอย่าง
และไม่ใช่แค่ปีนั้นปีเดียวหรอก
จนกระทั่งวันนี้
เธอก็ยังไม่เคยได้รับของขวัญอะไรจากเขา
แม้แต่ชิ้นเดียว


เก็จแก้วลงจากรถด้วยความรีบร้อน
รถติดอยู่นาน ทำให้เวลาที่เธอกะไว้ผิดพลาดไปหมด
ป่านนี้ธารคงรอแย่ ก็เลยเวลานั้นมาเกือบชั่วโมงแล้ว

ประตูห้องยังคงปิดสนิท เธอลองเคาะประตูดูหลายครั้ง
แต็ก็ไม่มีใครออกมาเปิด
นี่ธารยังไม่กลับมาหรอ

เพราะคิดว่าธารคงกำลังจะมาในอีกไม่นาน
เก็จแก้วเลยตัดสินใจยืนรออยู่หน้าห้อง
ธอไม่แคร์สายตาของคนที่เดินผ่านไปมา
เธอไม่กลัว เพราะมั่นใจในความปลอดภัยของคอนโดมิเนียมราคาหลายล้านแห่งนี้
เธอยังเชื่อมั่น ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้
คนที่เธอรอคอยจะมาถึง

“จะห้าทุ่มแล้วหรอเนี่ย” เธออุทานกับตัวเองเบาๆ หลังจากเผลอหลับไป
ทำไมธารยังไม่กลับมาอีกล่ะเนี่ย
หรือว่า....ธารลืม
ไม่หรอกน่า ธารจะลืมได้ยังไง
หรือว่า...ธารประสบอุบัติเหตุ
ไม่เอาน่า อย่ามองในแง่ร้ายอย่างนั้นสิ
เก็จแก้วคิดกลัวไปต่างๆ นานา
แต่เวลาที่ล่วงเข้ามาเกือบค่อนคืนแล้วนั้น
ทำให้หญิงสาวตัดสินใจกลับบ้าน
กลับ....ทั้งๆ ที่อยากอยู่รอ
อยากรอเพื่อให้เห็นกับตา ว่าธารไม่เป็นอะไร
และอยากฟังเหตุผล
ว่าทำไม...ธารถึงลืม

“เห็นไหม ฉันบอกแล้ว ว่าธารน่ะ จำไม่ได้หรอก”
ไม่ได้ตั้งใจจะซ้ำเติมอะไรเลย แต่คำพูดนั่นก็กลับทำให้คนที่รู้สึกแย่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ลงไปอีก
“เขาอาจจะติดธุระก็ได้นะ”
แต่ถึงแม้จะรู้สึกย่ำแย่เพียงใด เก็จแก้วก็ยังพยายามหาข้ออ้างเพื่อแก้ต่างให้เขาอยู่ดี
“งั้นทำไมเขาไม่โทรมาบอก หรือว่าโทรไปขอโทษที่ไม่มาล่ะ”
เก็จแก้วนิ่งอึ้ง ไม่ใช่ว่าเธอไม่คิด...แต่
“เขาไม่โทรมาหรอก ธารเขาไม่ค่อยชอบโทรศัพท์”
หรือพูดอีกอย่างหนึ่ง คือเขาไม่เคยโทรมาหาเธอก่อนเลย
ฝ้ายส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ อยากพูดอะไรเหมือนกัน แต่เห็นหน้าเพื่อนแล้วเปลี่ยนใจ
“ไปถามเขาเลยสิ เอาให้มันรู้เรื่องกันไปเลย เป็นแฟนกันประสาอะไร”

ในที่สุดคำคะยั้นคะยอของฝ้ายก็เป็นผล
เก็จแก้วตัดสินใจมาถามเหตุผลของเขาถึงคณะ
หวัง ว่าเขาคงมีเหตุผลดีๆ ที่ช่วยให้เธอคลายความรู้สึกแย่ๆ อย่างนี้ไปได้
แต่ภาพที่เห็น
กลับทำให้เธอหยุดชะงัก
ภาพที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
เขา...กับผู้หญิงคนอื่น

“ธาร แก้วขอคุยด้วยหน่อยสิ”
พยายามอย่างยิ่งที่จะระงับอารมณ์ของตัวเองให้สงบที่สุด ด้วยการปลอบตัวเองในใจ
ว่า แค่นั่งคุยกัน...เท่านั้น
ไม่มีอะไร
“ได้ซิ...มีอะไร”
เก็จแก้วชำเลืองมองหญิงสาวอีกคนที่นั่งข้างเขา
เธอคนนั้นก็พอจะรู้ตัว
“ธาร งั้นเราไปก่อนนะ”
รอ...จนแน่ใจว่าเธอคนนั้นไปแล้วจะไปลับ
เก็จแก้วจึงนั่งลงข้างๆ เขา
ที่เดียวกัน กับที่เพิ่งมีคนลุกไป
ธารอดแปลกใจไม่ได้ ว่าทำไม
ผู้หญิงที่มักจะมาพร้อมดวงตาสดใส
วันนี้ดวงตาคู่นั้นกลับเปลี่ยนไป
ไม่มีรอยยิ้มที่เขาคุ้นเคยเหมือนเดิม

“มีอะไรหรอ”
“เมื่อวาน...แก้ว”
“เรื่องเมื่อวาน ผมขอโทษ”
“ขอโทษหรอ รู้ไหมว่าแก้วนั่งรอธารถึง 5 ทุ่มเชียวนะ ธารไปทำอะไร”
“5 ทุ่ม!!! แก้วมีธุระอะไรสำคัญมากเลยหรอ แต่ว่าผม...”
“ธารยังไม่ตอบแก้วเลยนะ”
“ผมทำงานอยู่บ้านเพื่อน”
“ทำงาน!?! ถึง 5 ทุ่มเนี่ยนะ”
“ผมค้างบ้านเพื่อน”
“กับผู้หญิงคนเมื่อกี้ล่ะสิ”
“ใช่...แต่”
“ธาร แก้วผิดหวังจริงๆ ทำไม ถึงกับต้องค้างคืนด้วยกันเลยหรอ”
“แก้วฟังเหตุผลหน่อยสิ สงบสติอารมณ์ก่อนได้ไหม”
“ไม่!!! ธารอยากรู้ไหม ว่าแก้วมีธุระอะไร”
ไม่ทันที่เขาจะตอบ เก็จแก้วหยิบกล่องของขวัญในกระเป๋าสีดำใบนั้น
แล้วขว้างใส่หน้าเขา
รุนแรง....ทั้งการกระทำและความรู้สึก
“ของขวัญที่เราคบกันมาครบ 4 ปี แต่ธารกลับไปค้างบ้านคนอื่น ธารทำได้ยังไง แก้วไม่อยากจะเชื่อเลย”
“ผมไม่ได้บอกให้แก้วเชื่อ ในเมื่อแก้วก็ไม่ฟังอะไรอยู่แล้ว”
“ก็ใช่สิ ธารไม่เคยแคร์ความรู้สึกแก้วอยู่แล้วนี่ ไม่ว่าแก้วจะทำอะไร จะเชื่ออะไร ธารก็ไม่เคยสนใจ แก้วทำให้ธารมากแค่ไหน ธารก็เหมือนเดิม แก้วท้อแล้วนะ ท้อกับความเฉยชาของธารแล้ว….
เราเลิกคบกันเถอะ”
……
ธารมองหน้าหญิงสาวที่เต็มไปด้วยครอบน้ำตา
สบตากับดวงตาคู่นั้น
เป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนตัดสินใจ
เก็บของแล้วก้าวจากไป
จากไป โดยไม่หันกลับมา

“แก้ว ฉันได้ยินมาว่าแกกับธารเลิกกันแล้ว เกิดอะไรขึ้น”
เก็จแก้วหันมามองเพื่อน แล้วโผเข้ากอด พร้อมร้องไห้ แทนคำตอบ
น้ำตาของความเสียใจพรั่งพรู
ฝ้ายมองอย่างเข้าใจ แต่ตอนนี้เธอทำได้แค่เพียง
กอด และปลอบโยนเท่านั้น
เนิ่นนาน กว่าเก็จแก้วจะสงบลงได้
แต่ถึงอย่างนั้น
ดวงตาที่เคยสนใจก็ยังเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
มุมปากที่เคยยิ้มแย้ม ก็เม้มสนิท
ไม่มีคำพูดเลยสักคำ


“แก้ว...ฉันรู้ว่าเธอเสียใจ แต่นี่มัน 2 อาทิตย์แล้วนะ เธอจะนั่งซึมอย่างนี้มันก็ไม่ได้อะไร ยังไงธารเขาก็ไม่กลับมาขอคืนดีด้วยหรอก ฉันว่า เธอเอาเวลาที่นั่งเศร้ามานั่งอ่านหนังสือหรือทำอะไรอย่างอื่นดีกว่านะ อีกเดือนเดียวก็จะสอบแล้วด้วย”
“อีกเดือนเดียว ใช่สินะ....เราก็จะเรียนจบกันแล้ว” เก็จแก้วทวนคำช้าๆ ร่องรอยของความเหม่อลอยที่เธอมีตลอด 2 สัปดาห์ เบาบางลงไปมาก
“ขอบใจมากนะฝ้าย” เธอถอนหายใจยาว ก่อนเอ่ยอย่างหนักแน่น
“ถึงเวลาที่ฉันจะลืมเขา...เสียที”

เก็จแก้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เธอนัดกับฝ้ายไว้ที่ห้องสมุด
กลัวเพื่อนจะรอนาน
แต่ก่อนที่เธอจะเลี้ยวผ่านหัวมุมตึก
คนที่เธอคิดว่าจะเจอ ไม่อยากเจอ
และพยายามอย่างยิ่งที่จะลืม
กลับอยู่ตรงหน้า
การพบ ที่ไม่มีใครต้องการ
โดยเฉพาะเขา
กับผู้หญิงคนนั้นที่ยืนเคียงข้าง
ต่างคนต่างชะงักไปชั่วครู่
แล้วเป็นเธอเองที่ตัดสินใจ
เดินผ่านไปราวกับคนไม่รู้จัก
แต่ก็เป็นเธอเอง....
ที่เมื่อเดินผ่านเขาคนนั้นไปเพียงก้าวเดียว
ก็อดความรู้สึกไว้ไม่ได้
ต้องยอมให้น้ำตา ไหลลงมาอีกครั้ง

เธอไม่ควรเสียใจให้เขาใช่ไหม
เธอไม่ควรเสียดายผู้ชายคนนั้นใช่ไหม
มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลย
ควรเป็นเขาต่างหากที่คิดเสียใจ
ควรเป็นเขา ที่ต้องมาขอโทษเธอ
แต่....ทำไมเธอต้องรู้สึกแปลกๆ อย่างนี้ด้วย
รู้สึกสูญเสีย...ขาดหาย
มันห้ามไม่ได้จริงๆ
ห้ามไม่ได้เลย

“เวลาผ่านไปเร็วจังเลยเนอะ ฉันรู้สึกว่าเพิ่งรับน้องใหม่เมื่อวานนี้เอง”
“นั่นมันคำพูดของคนแก่แล้วล่ะ เรียนจบแค่วันเดียว เปลี่ยนอายุเลยหรอ”
“อีตาบ้า”
การสนทนาตรงหน้า แม้จะสนุกสนานมากเพียงใด
แต่เหมือนกับว่า เก็จแก้วจะไม่สามารถรับมันเขาไปในสมองได้เลย
“คิดๆ แล้วก็ใจหายเหมือนกันเนอะ เจอกันมาตั้ง 4 ปี อยู่ๆ ก็ต้องแยกจากกันแล้ว”
ใช่....ใจหาย
.......
ทุกคนยังคงรื่นเริงกับการพูดคุย
ยกเว้นเธอ
ที่ยังคง...
“แก้ว จำเราได้ไหม เราขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ”
เก็จแก้วหันไปตามเสียง
ผู้หญิงคนนี้เอง
คนที่เธอควรจะเกลียดมากที่สุด
คนที่มาทำให้ทุกอย่างในชีวิตของเธอไม่เหมือนเก่า

“มีอะไรก็พูดมา ฉันไม่มีเวลามากนักหรอกนะ”
เธอเปิดฉาก หลังจากที่ได้ปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อน
กับผู้หญิงคนนี้
“ก็เอาเวลาไปนั่งซึมอยู่ล่ะสิ อย่ามองฉันอย่างนั้น ฉันพูดความจิรงไม่ใช่หรอ....
ฉันเห็นหรอกนะ เธอนั่งซึมอยู่นานแล้ว นาน....จนฉันทนไม่ไหว ต้องมาพูดกับเธอให้รู้เรื่อง
เธอเลิกกับธารทำไม.....
เอาล่ะ ไม่ต้องตอบฉันก็ได้ ฉันก็พอรู้เหตุผลอยู่บ้างหรอก
เธอคิดว่าฉันกับธารมีอะไรกันใช่ไหม....
ไม่ปฏิเสธ.....ก็แปลว่าใช่ ฉันอยากจะบอกเธอว่าเธอเข้าใจผิดอย่างมากเลยล่ะ
วันนั้นที่เธอนัดธารเอาไว้น่ะ ไม่ใช่ว่าเขาลืมนัดแล้วไปกับผู้หญิงคนอื่นอย่างที่เธอคิด
แต่เขานั่งรอเธอเป็นชั่วโมง ในขณะที่เพื่อนเกือบสิบคนนั่งรอเขา
รอ เพื่อไปทำงานด้วยกัน
มันเป็นprojectใหญ่ ที่พวกเราทุ่มเทกันมาก ธารเขาก็เกรงใจไม่อยากให้เสียงาน
เขาก็เลยฝากข้อความไว้กับพนักงานต้อนรับ เพื่อให้เธอรู้ว่าเขาจะไปไหน
แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เธอก็ไม่ได้รับข้อความอันนั้น
แล้วที่นอนค้างบ้านเพื่อนน่ะ เพื่อนเกือบสิบคนอย่างที่บอก
ไม่ใช่มีแค่ฉันกับเขาอย่างที่เธอเข้าใจ”
เก็จแก้วนิ่งอึ้ง
เธอพูดอะไรไม่ออกจริงๆ

“ฉันเป็นเพื่อนกับเขามานาน ฉันก็พอดูออกว่าเขาเสียใจมากแค่ไหนกับคำพูดของเธอวันนั้น
เธอเป็นแฟนเขาเธอก็น่าจะรู้ดี ว่านิสัยเขาเป็นยังไง
ไอ้การที่เขาไม่เคยตื่นเต้นกับวันสำคัญ ไม่เคยมีของขวัญให้เธอ
มันก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่แคร์ ไม่ใส่ใจ
ฉันพูดในฐานะของคนที่เคยเป็นคล้ายๆ กับเธอมาก่อน
และฉันก็ไม่อยากให้คำพูดไม่กี่คำ มันทำลายอะไรที่ดีหลายๆ อย่างไป
หวังว่าเธอคงเข้าใจสิ่งที่ฉันอธิบายมานะ
เพื่อนฉันรออยู่
ตอนนี้ธารเขากลับบ้านแล้วล่ะ แต่พรุ่งนี้เพื่อนๆ จะจัดงานเลี้ยงอำลาที่คณะ
เธอกลับไปคิดเอาเองล่ะกัน
ว่าต้องทำยังไง”

……


“อุ๊ย!!! ขอโทษค่ะ”
เก็จแก้วเอ่ยคำขอโทษ ในท่าทางที่ซ้อมมาอย่างดีกับชายหนุ่มตรงหน้า
“เอ๊ะ หน้าคุ้นๆ จำฉันได้ไหมคะ”
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้จัก หรือว่าจำชื่อเขาไม่ได้หรอกนะ
แต่จะให้บอกไปได้อย่างไร ว่าเธอแอบไปสืบเรื่องราวของเขามาเป็นอย่างดีแล้ว
เมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของเขา เธอจึงขยายความต่อไป
“เราเคยเดินชนกันเมื่อวันก่อนไง บังเอิญจังเลย ที่เราได้พบกันแบบเดิม”
เก็จแก้วกล่าวยิ้มแย้ม
ผิดกับเขา
“แล้วคุณก็ยังซุ่มซ่ามเหมือนเดิม”
หญิงสาวนิ่งอึ้ง ไม่นึก....นึกไม่ถึงว่าเขาจะเปลี่ยนจากเมื่อวันนั้นไปได้เร็วขนาดนี้
“คือ...คือคราวนี้ฉันไม่ได้ซุ่มซ่ามนะ ฉันตั้งใจเดินชนต่างหาก”
พูดออกไปแล้ว เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้
เพราะความไม่ยอมใครแท้ๆ ทำให้แผนการทำความรู้จักที่เธอวางเอาไว้
ถูกเปิดเผย...โดยเธอเอง
“คุณท่าจะว่างมาก ผมไม่มีเวลามาเล่นกับคุณหรอก”
อีกครั้งที่สิตเธอยังไม่ทันจะกลับมา
เขาก็เดินจากไป โดยที่ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดอะไรสักคำ

“ฉันมาขอโทษเรื่องวันนี้ ที่ฉันตั้งใจเดินชน”
ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาว
ผู้หญิงที่เขาไม่รู้จัก แต่เข้ามาทักเขาถึง 2 ครั้ง
ทำไมเขาจะจำไม่ได้
“ไม่เป็นไร” เขาตอบกลับไปสั้นๆ เตรียมที่จะเดินหลบไปทางอื่น
แต่เธอคนเดิมก็ยังมาขวางเอาไว้อีก
“ฉันชื่อเก็จแก้ว ...เธอ..?...”
“ธาร”
“ถ้าไม่รังเกียจ เราคงเป็นเพื่อนกันได้”


“ธาร เย็นนี้ไปดูหนังกันเถอะ แก้วอยากดูเรื่องนี้มากเลยนะ”
“เย็นนี้ผมไม่ว่าง”
ดวงตาที่เป็นประกายสดใสหมองลง แต่ก็กลับประกายเจิดจ้าได้อีกอย่างรวดเร็ว
“งั้น พรุ่งนี้ล่ะ”
“ผมไม่ชอบดูหนัง”
แม้เธอจะอ้อนวอนเขาอยู่นาน
แต่ดูท่าเขาจะไม่เปลี่ยนใจเลย
“นี่ธาร จะไม่ตามใจแก้วบ้างเลยหรอ”

นั่นเป็นคำพูดที่เธอพูดกับเขาเมื่อหนังเข้าฉายใหม่ๆ
แต่เขาก็ไม่เคยพาเธอไปดูตามคำขอสักครั้ง
จนเมื่อหนังออกจากโรงไปพักใหญ่แล้ว
ธารก็เข้ามาหาเธอถึงคณะ
“หนังเรื่องนี้ใช่ไหมที่แก้วอยากดู”
เขายื่นวีซีดีที่ซื้อมาให้
ไม่ต้องบอก ก็รู้ว่าเธอดีใจแค่ไหน
“ใช่ ธารซื้อมาให้แก้วหรอ”
“อืม”
“งั้นแก้วไปดูที่ห้องธารนะ”
เขาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
แต่เย็นนั้น
เธอก็ได้มานั่งดูหนัง....เรื่องที่เธอเคยไปดูมาแล้ว
อีกครั้ง
กับเขา


“ฝ้ายบอกว่าแก้วไม่สบาย”
ธารบอกหญิงสาวที่นอนซมอยู่บนเตียง
“เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
หญิงสาวไอ เป็นคำตอบกลับมา
“ทานยาหรือยัง”
เธอส่ายหน้า ในขณะที่กอดผ้าห่มแน่น ราวกับหนาวนักหนา
เขามองหายาที่โต๊ะข้างหัวเตียง
อ่านเอกสารกำกับยาอยู่ครู่
แล้วจัดแจงตระเตรียมยาให้เธอเรียบร้อย
“ลุกขึ้นมากินยาก่อน”
หญิงสาวส่ายหน้าอีกครั้ง
“โตแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก ลุกขึ้นมาก่อน”
เขาทั้งขู่ ทั้งอ้อนอยู่นาน
กว่าหญิงสาวจะยอมหยิบยาจะมือเขาไปกิน
“นอนได้แล้ว”
เขาสั่งเสียดุ ก่อนหันไปเก็บแก้วน้ำ
เก็จแก้วแกล้งหลับ.....ตามคำสั่งของเขา
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมาแอบดู
ผู้ชายคนหนึ่ง ที่สาละวนกับการจัดเก็บยาให้เธอ
ด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข




“ธารหรอ นี่แก้วนะ ธาร แก้วไม่มีใครแล้ว ธารมาหาแก้วนะ...”
เสียงสั่นพร่าของปลายสาย
ทำให้เขา คนที่ต้องตื่นมารับโทรศัพท์กลางดึก รีบออกจากที่พัก
เพื่อไปหาคนที่กำลังร้องไห้ และต้องการเขาอยู่ในขณะนี้

“แก้ว....”
เก็จแก้วหันไปตามเสียงเรียก
“ธาร...”
เมื่อเห็นเพียงเงาของคนที่เธอต้องการมากที่สุดตอนนี้
เก็จแก้วที่พยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้
ก็ต้องร้อนไห้ขึ้นอีกครั้ง
เธอไม่สนใจสายตาใครต่อใครในร้านอาหารที่จ้องมองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
เพราะคนที่เธอรอ
รอให้เขามาปลอบใจ...ได้มาถึง
ชายหนุ่มไม่ถาม ปล่อยให้เธอร้องไห้จนพอใจ
“พ่อกับแม่จะหย่ากัน พ่อกับแม่ไม่รักกันแล้วล่ะธี พ่อกันแม่เขาไม่รักแก้วแล้ว”
เธอปลดปล่อยสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจออกมาให้เขารับรู้จนหมดหลังจากที่ร้องไห้อยู่นาน
“ธาร แก้วจะทำยังไงดี...พ่อกับแม่จะไม่อยู่กับแก้วแล้ว”
“แก้ว....เคยฟังเรื่องเจ้าหญิงกับเจ้าชายครองรักกันอย่างมีความสุขใช่ไหม”
แม้เก็จแก้วจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเท่าไร แต่เธอก็พยักหน้ารับ
“พวกเขาแต่งงานกัน จนมีเจ้าหญิงน้อยๆ ด้วยกัน แต่แล้ววันหนึ่ง เจ้าชายก็ต้องเดินทางไปทำหน้าที่ในดินแดนที่ห่างไกลออกไป
เจ้าหญิงก็ต้องทำหน้าที่ในอีกที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลกับเจ้าชายมาก
วันคืนที่ผ่านไปนั้น ทำให้พวกเขามีเวลาให้กันน้อยลง
แต่ความรักที่พวกเขามีให้เจ้าหญิงน้อยไม่ได้น้อยลงไปด้วย
การที่เขาไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทิ้งเจ้าหญิงน้อยไป
แต่มันเป็นการดีเสียอีก ที่จะให้เจ้าหญิงน้อยได้ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ยืดหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง
และตามหาเจ้าชายของตนเอง”
ธารมองหน้า ดวงตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยน้ำตา
“เจ้าหญิงน้อยไม่ได้อยู่คนเดียว”
มือเรียวยาวที่กำมือเธอไว้แน่น
มันทำให้เธออบอุ่น
และมั่นใจอย่างประหลาด
ราวกับจะบอกว่า
เขาจะอยู่กับเธอ

เขาจะอยู่กับเธอ
แต่แล้วก็เป็นเธอเอง
ที่ทำให้มือ....อันแสนอบอุ่น
ดวงตา....ที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
และที่สำคัญที่สุด
การกระทำ....ที่มีค่ามากกว่าคำพูด
เธอทำให้สิ่งเหล่านั้น
จากเธอไป
จากเธอไปเพราตัวเธอเอง




ชายหนุ่มออกจะแปลกใจอยู่มาก
ที่เมื่อต้องตื่นมาเปิดประตูจากเสียงเรียกเคาะกลางดึก
เขาก็ได้พบ
คนที่เขาไม่คิดว่าจะพบ
“แก้วขอคุยอะไรด้วยได้ไหม”
เขาไม่ตอบ แต่เปิดประตูให้กว้างขึ้น
“แก้วมาทำอะไรดึกดื่นอย่างนี้”
น้ำเสียงที่ห่างเหินนั้น ทำให้เธอต้องพยายามอย่างที่สุด ที่จะกลั้นความรู้สึกเอาไว้
“แก้วมีเรื่องจะคุยกับธาร”
“เรื่องอะไร”
“แก้วจะมาขอโทษ ที่แก้วพูดไม่ดีกับธาร ที่แก้วไม่ฟังเหตุผลของธารเลย”
“เรื่องมันผ่านมาแล้ว ก็ให้มันผ่านไป”
“งั้นแสดงว่า ธารไม่โกรธแก้วใช่ไหม เราจะกลับเป็นอย่างเดิมได้ใช่ไหม”
“เรื่องมันผ่านมาขนาดนี้แล้ว แก้วอยากให้อะไรเป็นเหมือนเดิมล่ะ”
เก็จแก้วส่ายหน้า เธอรู้ แม้ว่าธารไม่พูด
คราวนี้เธอรับรู้ได้อย่างง่ายดาย
ว่าธารเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
“ทุกอย่าง แก้วอยากให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม”
“เวลาทำให้ทุกอย่างเปลี่นไปแล้วนะแก้ว ของที่มันผ่านไปแล้วจะให้ย้อนกลับมา มันเป็นไปไม่ได้หรอก”
“ก็ในเมื่อธารบอกว่า มันผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป คำพูดของแก้ววันนั้น ธารจะไม่ยอมปล่อยให้มันผ่านไปบ้างเลยหรอ”
“นั้นเป็นข้อยกเว้น”
คำพุดบางคำ มันจะมาจากความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
เมื่อมันหลุดจากปากไปแล้ว
มันก็ไปเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง
มันเรียกลับคืนไม่ได้หรอก ปล่อยไปก็ไมได้ด้วย”
“แต่แก้วเสียใจ แก้วรู้นะ ว่าแก้วผิด ธารจะไม่ให้อภัยแก้วเลยหรอ”
“กลับบ้านไปเถอะ ดึกขนาดนี้แล้ว พ่อกับแม่แก้วคงเป็นห่วงแย่”
“พ่อกับแม่ไม่อยู่หรอก
พ่ออยู่กับเจ้าหญิงคนใหม่ กับเจ้าชายน้อยๆ ของเขา
แม่ก็อยู่กับเจ้าชายของแม่
ไม่มีใครอยู่กับแก้วหรอก
ไม่มีสักคน
แม้แต่ธาร”


เธอย้อนเวลากลับไปไม่ได้
และทุกอย่างที่ผ่านไปมันก็ไม่กลับคืนมา
สิ่งที่เธอสูญเสีย
คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเธอ
เธอเป็นคนทำมันเอง
จะไปโทษใครได้
คงต้องทำใจยอมรับมัน
ยอมรับการสูญเสีย
ที่จะไม่มีวันกลับมา

…………….







เก็จแก้วกลับไปแล้ว
เขาก็หมดแรงแม้แต่จะทรงตัวอยู่ได้
ความเด็ดเดี่ยวใจแข็ง ที่เขาแสดงออกมาต่อเธอเมื่อครู่
มันไม่ง่ายเธอที่จะทำไม่แคร์ ไม่สนใจ เมื่อสบดวงตาคู่นั้น
ดวงตาที่เหมือนมีพลังมากมายต่อชีวิตเขา
แต่....มันก็ไม่ยากนักหรอก ถ้ารู้ว่าผลที่ตามมามันจะดีแค่ไหน
เก็จแก้วคงโตขึ้น
มีเหตุผลมากขึ้น
เขาคงจะดีใจมาก ถ้าถึงวันนั้น
ธารหยิบตุ๊กตาคริสตัลที่เก็บใส่กระเป๋าเดินทางออกมา
มันเป็นของขวัญที่เธอตั้งใจจะให้เขาวันนั้น
แต่เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นเสียก่อน
และ แม้ว่าเขาจะไม่มีทางทำให้รอยร้าวในตุ๊กตาตัวนี้จางหายไป
แต่เขาก็อยากจะเก็บมันไว้
เก็บรักรักษามัน อย่างดี...ที่สุด












---------------------------------------------------------------------------------
เป็นเรื่องที่แต่งไว้นานมากแล้ว ประมาณม.3
5555 นานไปไหม
เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกที่ลองแต่งเลย

ตอนที่แต่งเสร็จก็รู้สึกว่าการกระทำของธารมันเจ๋งดี

แต่วันนี้กลับรู้สึกว่าธารจะใจร้ายไปไหม
แต่พอคิดอีกที ธารก็คงมีเหตุผลของเขา

ทุกคนก็ต้องมีเหตุผลของตัวเอง ถ้าอยากรู้ ก็ต้องรับฟังให้เป็น

แค่นั้นแหละค่ะ








 

Create Date : 14 ตุลาคม 2553
3 comments
Last Update : 14 ตุลาคม 2553 23:40:59 น.
Counter : 517 Pageviews.

 

เศร้าอ่ะ ธารใจร้ายอ่ะ มากกกด้วย

 

โดย: jomman IP: 111.235.71.29 18 ตุลาคม 2553 15:28:22 น.  

 

เสียดาย เสียใจ เเต่อย่าเสียคน
Christmas Treadmill Sale 2011
Christmas Wireless Printer Sale 2011
Christmas Running Shoe Sale 2011

 

โดย: tanabat777 26 ธันวาคม 2554 14:12:49 น.  

 

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนน้ำตามันรื้น ๆ อะ

ใจหายพิกล

แต่ธารกะธี นี่คนเดียวกันใช่ไหม

 

โดย: แม่อาเดียว IP: 110.49.242.82 22 เมษายน 2555 21:21:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.