Group Blog
 
 
มีนาคม 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
กำหนดคลอดแล้วจ้า

21 November 2007 วันนี้ครบ 40 วีค แล้วทำไมไม่เห็นมีอาการอะไรเลย ไม่เห็นปวดท้องเตือนหรือว่ามีน้ำเดินเลย ช่วงเช้ามีนัดกะ midwife เพื่อตรวจอาการ ทุกอย่างปรกติ เค้าเลยให้ดูอาการอีก หนึ่งวีค ถ้าไม่มีอาการอะไรต้องมานัดวันเร่งคลอด ( นึกในใจว่า นี่ลูกฉันไม่อยากออกมาเจอหน้าพ่อกะแม่เลยเหรอ ไอ้เราก็นับวันรอวันนี้มาตั้งนาน ไม่อยากออกมาซะนี่ ) ที่พึ่งอีกที่หนึ่ง ช่วงตั้งครรภ์ก็นี่เลย ห้องชานเรือน ไม่รอช้ารีบกลับมาเปิดเน็ต ถามความเห็นของ แม่ ๆ เกี่ยวกับอาการต่าง ๆ และเกี่ยวกับการเร่งคลอด ปรากฏว่ามีหลายความคิดเห็นมาก ไอ้เราก็เป็นประเภทจิตตกด้วย เลยเกิดอาการกลัวสารพัด แต่ที่แน่ ๆ เค้าบอกว่าต้องเดินเยอะ ๆ จะได้คลอดง่าย ๆ นับจากวันนั้นมาทุกเช้าจะเห็นพึงเดิน เดิน แล้วก็เดินค่ะ ( ทั้งที่ก่อนหน้านี้ขี้เกียจมาก ส่วนใหญ่จะนั่งอยู่หน้าคอม ไม่เข้าห้องชานเรือน ก็ นั่งเล่นเกม )

27 November 2007
วันนี้ถึงกำหนดที่หมอเค้านัดให้ admit เพื่อเร่งคลอดแล้วดิ ( กลัวสุด ๆ ) ไป โรงพยาบาลตอนสองทุ่ม midwife ให้ไปนั่งรอในห้องพัก คนมารอคลอดเยอะเหมือนกัน จนสองทุ่มครึ่งเค้ามาบอกให้ไปที่เตียงนอนของเรา ( ห้องหนึ่งมี สี่เตียง ) เค้าก็จัดการวัดความดัน และการเต้นของหัวใจลูก ( ดีที่เค้ายังให้สามีอยู่ด้วย ) จนกระทั่งผ่านไปประมาณชั่งโมงกว่า midwife มาบอกว่าให้กลับไปก่อน เพราะคนมาคลอดเยอะมาก ให้กลับมาใหม่วันรุ่งขึ้น( แอบบ่นเหมือนกันเพราะต้องหิ้วกระเป๋ากลับไปกลับมาแต่ความจริงแล้วแอบดีใจ กลัวไดนอนที่โรงพยาบาลคนเดียว) กว่าจะกลับถึงบ้านก็ ห้าทุ่มเข้าไปแล้ว ถึงบ้านนอนเลยเพราะเหนื่อย ฮิฮิ

28 November 2007
หลังจากที่กลับจากโรงพยาบาลถึงบ้านแล้วนอน ประมาณตี 2.45 น. มีความรู้สึกเหมือนฉี่รดที่นอน เลยเรียกจิมให้ไปเปิดไฟ ปรากฏว่าน้ำเดินแล้วค่ะ บอกคุณสามีให้เอาผ้าอนามัยมาให้ หลังจากนั้นหันมาดูอีกทีพ่อสามีตัวดีกลับขึ้นไปนอนบนที่นอนเรียบร้อย เราก็เลยต้องบอกว่าฉันถึงเวลาที่ต้องไปโรงพยาบาลแล้วคุณพี่ถึงได้รู้สึกตัวว่าต้องพาภรรยาไปโรงพยาบาล ไปถึงโรงพยาบาลตอน ตี 3 midwife ( หน้าดุ )จัดการตรวจวัดความดัน, คลื่นหัวใจลูก แล้วตรวจภายใน ปรากฏว่ามดลุกเปิดแค่ เซ็นต์เดียวเอง เค้าเลยบอกให้กลับไปนอนรอที่บ้าน ถ้าปวดมากกว่านี้แล้วค่อยกลับมา ( ถ้าเป็นเมืองไทยนอนรอคลอดแล้วนี่ ) ต้องขนกระเป๋ากลับบ้านอีกแล้ว มาถึงบ้านประมาณหกโมงเช้า พยายามที่จะนอน แต่ก็นอนไปได้นิดเดียวเพราะเริ่มเจ็บท้องแล้วน้ำเดินตลอด หันมาดูคนข้าง ๆ นอนกรนไปเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 4 โมงเย็นเริ่มรู้สึกว่าเจ็บถี่มากขึ้น ทนไม่ไหวเลยตัดสินใจไปโรงพยาบาลอีกครั้ง คราวนี้ midwife ( จีน ใจดี ) ตรวจคลื่นหัวใจลูก แล้วก็ตรวจภายใน มดลูกเปิด 3 เซ็นต์ เค้าเลยให้นอนรอคลอด พอไปที่ห้อง ( ดีมาก ๆ เป็นส่วนตัว เหมือนห้องพิเศษที่บ้านเรา ห้องใหญ่มาก มีอุปกรณ์ทุกอย่าง ) midwife อีกคนมาตรวจแล้วจะให้เรากลับบ้านอีกแล้ว หรือไม่งั้นก็ให้เราไปนอนห้องรวม ( ห้องที่เร่งคลอด )แล้วให้สามีกลับบ้านก่อนเราก็ยืนยันว่าไม่เอาและไม่แยกจากสามีด้วย เค้าก็เลยต้องยอมให้อยู่ที่ห้องนี้ต่อ แล้วเราก็เจ็บท้องตลอด ทั้งกินยาแก้ปวด ฉีดยา แล้วก็ใช้ gas & air ก็ไม่หายปวด ทรมานมาก นอนก็ไม่หลับมีความรู้สึกเหมือนปวดท้องจะเข้าห้องน้ำ ช่วงดึก ๆ มา อ๊วกแตกอีกต่างหาก ดีที่ได้กำลังใจจากสามีซึ่งคอยอยู่เฝ้าตลอดและเห็นอาการของเราตลอด

29 November 2007
ประมาณ 6 โมงเช้า ก็ยังไม่คลอด ทรมานสุด ๆ ขอให้ midwife ตรวจปากมดลูก เค้าบอกว่าอีก 15 นาทีถึงจะมาตรวจให้แล้วถามเราว่าจะบล็กหลังไหม เรารีบบอกว่าเอาเพราะทนไม่ไหวแล้วและเรายืนยันให้เค้าตรวจตอนนั้น ปรากฏว่าเค้าล้วงเข้าไปเจอผมลูกแล้ว ก็เลยบอกให้เราเบ่ง เค้าพยายามช่วยเราเบ่งเต็มที่ ครั้งนี้จึงได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชายที่เป็นสามี ( เค้าบอกว่าสงสารเรา ) ไอ้เราก็เบ่งตั้งนาน จนกระทั่งเวลา 08.02 น.น้องพีจก็ออกมาดูโลกภายนอกซะที สำหรับเราไม่มีน้ำตาเลย ออกจะมึน ๆ ด้วย ตอนที่เค้าเอาลูกมาวางที่หน้าอก ยังนึกอยู่เลยว่าทำไมมือลูกฉันเหี่ยวแล้วก็ซีดจัง แล้วก็นึกว่านี่ฉัน เจ็บท้องตั้งยี่สิบกว่าชั่วโมงเลยเหรอ
จากการคลอดทำให้แผลบริเวณนั้น ( ที่นี่ไม่กรีดช่วยเลย ) ฉีกเยอะมาก ต้องไปทำรีแพร์ คราวนี้ต้องโดนบล็อกหลังจริง ๆ แต่ไม่รู้สึกเจ็บมากมายอาจเป็นเพราะเพิ่งผ่านความเจ็บปวดที่สุดมา( ตอนแรกเข้าใจว่าบล็อกหลังฉีดยาแค่เข็มเดียว แต่ปรากฏว่าฉีดตั้งหลายเข็ม )จนหมอชมว่าเก่งที่ไม่ร้อง ( พวกฝรั่งชอบแหกปากร้อง ) หลังจากนั้นเค้าให้ก็เข็นเรากลับมาหาลูก พาไปห้องพัก แต่คราวนี้เป็นห้องพักรวม ตอนกลางคืนเค้าไม่ให้สามีเฝ้า เราต้องดูลูกเอง ถ้ามีอะไรให้กดกริ่งเรียก midwife คืนแรกผ่านไปด้วยดี ลูกไม่ค่อยร้องเท่าไหร่

30 November 2007
จิมรีบมาหาแต่เช้ามาช่วยดูลูกแล้วให้เราพักผ่อน แต่พอตอนกลางคืนปรากฏว่าน้องพีจออกฤทธิ์ ร้องไห้ตลอด พยายามทำทุกอย่าให้เค้าหยุดแต่ก็ไม่ยอมหยุดร้อง จนเราไม่ได้นอน เกือบถึงเช้าน้องพีจคงเหนื่อยเลยหยุดร้อง ( แม่จะได้นอนซะที ) แต่แล้วเด็กที่อยู่เตียงตรงกันข้ามร้องต่อ ฮือ ฮือ อยากนอนหลับ


Create Date : 02 มีนาคม 2551
Last Update : 2 มีนาคม 2551 17:18:45 น. 1 comments
Counter : 152 Pageviews.

 


โดย: โสมรัศมี วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:18:26:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pj_peace
Location :
พะเยา United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pj_peace's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.