กันยายน 2557

 
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
วิบากกรรมในการขอวีซ่าสวีเดน
  มาแจ้งผลแล้วก็เล่าเรื่องวิบากกรรมไปในตัวค่ะ ไม่รู้มันเดือนชงหรือยังไง ทำเราวุ่นวายไปหมด

สรุปวันนี้ 1 กันยายน 2557 เราได้วีซ่าสวีเดนมาแล้วนะคะ

จนท.สถานทูตแจ้งเมื่อเช้า (เราโทรไปตามเรื่องเอง) ว่า ติดต่อเราไม่ได้ตั้งแต่วันศุกร์

แต่ก็ไม่มีใครโทรแจ้งอีกนะคะ งงได้อีก - -"


เข้าเรื่องก่อน จะเล่าให้ฟังค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง....ถึงเรียกว่า "วิบากกรรม"

มันเริ่มตั้งแต่รู้ว่าจะเดินทางแล้วล่ะค่ะ 

อย่างที่เกริ่นไปในตอนที่แล้วถึงวิธีการขอวีซ่าสวีเดน ซึ่งเรามารู้ล่วงหน้าราวๆ 1 เดือนก่อนกำหนด

มีพี่ๆ ที่สวีเดนวางแผนการเที่ยวให้ โดยต้องรอให้พวกนางว่างก่อน สรุปได้ราวๆ ปลายเดือนกรกฎาคม

ส่วนเราก็เตรียมเอกสารทั้งหลายที่นี่ แล้วก็รอเอกสารตัวจริงจากพี่ๆ ที่สวีเดนไปพลางๆ (ใช้เวลา 1 อาทิตย์จากสวีเดินมาไทย)

วิบากกรรม 1 : รอเอกสาร

วิบากกรรม 2 : ติดวันหยุดยาวช่วงวันแม่

ทำให้เอกสารที่ควรจะได้รับตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม ก็ต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 13 ซึ่งเรารีบขับรถไปรับเองที่ไปรษณีย์ ซึ่งถ้าไม่ไปรับเอง คงได้ราวๆ วันที่ 14 ค่ะ มันเป็นจดหมายลงทะเบียน - -"

แน่นอนว่า เราเตรียมเอกสารพร้อมหมดทุกอย่างละ ในวันเดียวกัน เราก็รีบขับรถเพื่อเอาเอกสารไปยื่นที่ VFS ทันที

รีบและล่ก มันเหนื่อยแบบนี้นี่เอง - -

วิบากกรรม 3 : ระบบวีซ่าสวีเดนขัดข้องตั้งแต่เช้า

เราสังหรณ์ใจค่ะว่าวันนี้คงไม่ใช่วันดีของเราแน่ๆ หลังจากจอดรถ ทานข้าวที่เซนทรัลเวิลด์เสร็จ เรากึ่งวิ่ง กึ่งเดินไปที่ตึก Alma Link เพื่อยื่นเอกสารตอนเกือบบ่ายสอง

สิ่งที่ยามหน้าประตูห้องบอกเราคือ "วันนี้ระบบวีซ่าสวีเดนไม่ทำงานตั้งแต่เช้า ทำได้แค่ตรวจเช็คเอกสารนะคะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ค่ะ"

ซวยแล้วกรู ต้องขับรถมาอีกเหรอฟะ เหนื่อยแล้วนะ -*-

เราเข้าไปไม่นานก็ได้คิวตรวจเอกสารค่ะ เจ้าหน้าที่ VFS ก็ดี๊ดีนะ ตรวจๆ ไป อันนี้ใช้ อันนี้ไม่ใช่ เซ็นชื่อเพิ่มตรงนี้นะคะ ฯลฯ

มาด้วยคำตอบเดิมว่า "วันนี้ระบบวีซ่าสวีเดนขัดข้องตั้งแต่เช้านะคะ ถ้ายังไงนั่งรอก่อนก็ได้เผื่อระบบมันจะใช้ได้ แต่ถ้าบ่ายสามแล้วยังใช้ไม่ได้ พรุ่งนี้ก็ต้องมาอีกครั้งนะคะ"

อิฉันทำอะไรไม่ได้ บ่นอุบอิบ ฉันมาไกลนะ อยู่ต่างจังหวัดด้วย T T

เราไม่ใช่คนเดียวที่รอระบบทำงานค่ะ มีสาวต่างจังหวัดอีกสองคน คุณผู้หญิงที่มากับแฟนสวีเดน คุณพี่ผู้ชายก็มานั่งรอ ส่วนพี่ผู้ชายที่เคยไปทำงานที่สวีเดนจะเยี่ยมเพื่อนต้องกลับไปเตรียมเอกสารใหม่

ราวๆ บ่ายสองกว่าๆ คุณผู้หญิงที่มากับแฟนสวีเดนก็ถูกเรียกเข้าห้องของสวีเดน เพื่อถ่ายรูปและพิมพ์ลายนิ้วมือ

เดชะบุญของอิฉันจริงๆ ค่ะ ได้ถ่ายรูปและพิมพ์ลายนิ้วมือทิ้งไว้ก่อน (หน้าก็ไม่ได้แต่ง อนาถแท้)

จนท.คนเดิมที่ตอนนี้เข้ามาถ่ายรูปและพิมพ์ลายนิ้วมือก็บอกคำเดิมว่า "ระบบเพิ่งใช้งานได้แต่ไม่รู้ว่าจะเปิดไฟล์ส่งไปให้ทางสถานทูตรึเปล่า ถ้ายังไงจะโทรแจ้งอีกครั้งนะคะว่าต้องมาอีกครั้งรึเปล่า"

อิฉันลิงโล้ดด้วยความดีใจกึ่งกังวล เดินกลับเซนทรัลเวิลด์ ได้กระเป๋าเป้มาใบนึง กะว่าเราคงได้ใช้งานที่สวีเดนล่ะน่า...

ราวๆ บ่ายสามโมงครึ่ง จนท. VFS โทรมาบอกให้เข้าไปรับเอกสาร แล้วพรุ่งนี้ค่อยเข้าไปถ่ายรูปกับพิมพ์ลายนิ้วมือใหม่ แต่ถ้าระบบใช้ได้ เปิดไฟล์ได้ จะรีบโทรบอกก่อนเก้าโมงเช้านะคะ

เราก็ทำอะไรไม่ได้ หมดอารมณ์เดินห้างละ กลับบ้านดีกว่า บอกทาง จนท. VFS ว่าฝากเอกสารไว้ที่นั่นแล้วกัน ยังไงพรุ่งนีก็ต้องเข้าไปอยู่แล้ว

วันรุ่งขึ้น เดชะบุญ(อีกแล้ว) จนท.VFS โทรมาบอกว่า ระบบใช้งานได้ตามปกติ ไม่ต้องเข้าไปแล้วจ้า

//แทบจุดพลุฉลอง

ระหว่างที่รอ วิบากกรรมทั้งหลายไม่หยุดเล่นงานอิฉันง่ายๆ เพราะตลอดเวลาที่รอคอยวีซ่า ใจเราอยู่ไม่เป็นสุขเลยจริงๆ ไม่รู้ทำไม แถมทะเลาะกับพ่อรุนแรงอีกต่างหาก

วันพฤหัส แม่ ผู้รู้เรื่องและเป็นที่ปรึกษาของเรามาตลอด ชวนไปวัดเล่งเน่ยยี่ 2 ขับรถไปครึ่งทางก็ได้ SMS จาก VFS ให้เข้าไปรับพาสปอร์ตได้ 

คิดในใจ เฮ้!! ทำไมเร็วนัก แต่ก็พอดีเลยนะ จะได้ไปรับพาสปอร์ต(พร้อมวีซ่า)

ขับรถได้อีกแป๊บ นึกขึ้นได้ อ้าว ไม่ได้เอาใบเสร็จกับสำเนาพาสปอร์ตมาด้วยนี่หว่า งี้จะรับยังไงล่ะ??? คำตอบคือ ใบแจ้งความ+สำเนาบัตรปชช.ค่ะ

เราขับรถไปวัดเล่งเน่ยยี่ 2 พลางมองหาสถานีตำรวจไปด้วยตลอดทาง

เราขับเลยสถานีตำรวจมาหลายที่เพราะความไม่ชินทาง แต่ไปถึงวัดเล่งเน่ยยี่ 2 โดยสวัสดิภาพ ซื้อชุดปัดชง รีบไหว้พระแล้วรีบออกจากวัด

วิบากกรรม : 4 หลงทาง

เราใช้ google maps นำทาง ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา แต่ตั้งแต่ผ่านวันเกิดเมื่อต้นเดือน เราหลงทางตลอดค่ะ - -" 

เลี้ยวผิดเลี้ยวถูกอยู่หน้าวัดนั่นแหล่ะ ปรากฎว่าไปเจอสถานีตำรวจย่อยอยู่ตรงสามแยกพอดี คุณตำรวจก็ดีใจหาย ให้ใบแจ้งความมาแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย แถมบอกว่า "ผมช่วยแล้วกัน จริงๆ ทำแบบนี้ไม่ได้หรอก ต้องไปแจ้งในท้องที่ที่หาย"

แค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ คุณตำรวจ :D

ถัดไป ตั้งหลักไปเซนทรัลเวิลด์ ตั้ง google maps อย่างดี ก็หลงทางอีก เพราะไปเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย หลงทางในกรุงเทพอยู่เกือบ 2 ชม. สุดท้ายเปลี่ยนไปใช้ navigator ในรถอีกอันแทน

เราถึงเซนทรัลเวิลด์ราวๆ บ่ายสามโมงค่ะ วิ่งไป VFS ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง เพื่อไปรับรู้มาว่า....

วีซ่าถูก rejected!!!!

อิฉันแกะซองแจ้งผลที่ตรงนั้น ตาลาย เหงื่อแตกแทบเป็นลม ผลที่ได้ทำให้เรามึนงงไปเลย อ่านไม่ออก พูดไม่ถูก เหมือนจะล้มทั้งยืน

ชั่วชีวิตอิฉันไม่เคยถูกปฏิเสธวีซ่ามาก่อน ทำกี่ประเทศก็ผ่านในครั้งเดียว

วันนั้นเป็นวันที่ 21 สิงหาคม เหตุผลที่ทางสถานทูตให้มาคือ "จุดประสงค์การเดินทางไม่ชัดเจน"

แต่ในจดหมายภาษาสวีดิช (เราเอาให้พี่อ่าน) นางว่า เค้าไม่เชื่อว่าเราสนิทกันจริง เลยปฏิเสธมา 

ลืมเล่าไป วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม ทางสถานทูตโทรมาขอเอกสารเพิ่มเติม คือหลักฐานการติดต่อกันระหว่างเรากับพี่ที่สวีเดน เราไม่รู้ว่าเค้าต้องการเยอะแค่ไหน เพราะปกติคุยกันทางแชท fb หรือโทรคุย line แต่ก็คุยกันทั้ง 3 คนแบบกระจายๆ กัน

เราแคปแชทล็อกของ fb ไปราวๆ 8 หน้ากระดาษ 

และสถานทูตไม่เชื่อค่ะ...เราก็จนใจจะทำให้เค้าเชื่อจริงๆ

วันที่ไปรับพาสปอร์ต เราสติแตกไปพักนึง เครียด เสียเซลฟ์ ขับรถกลับบ้านก็ปวดเข่าทรมาน 

คืนนั้นเราคุยกับพี่ๆ แก๊งสวีเดน ทุกคนให้กำลังใจและคิดว่าควรลองอุทธรณ์ดู หาข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง หลายคนบอกว่า เพราะทางสถานทูตยังไม่รู้จักเรา ดังนั้น เราควรเขียนจดหมายแนะนำตัวเองและแนบเอกสารเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อให้ทางสถานทูตเปลี่ยนคำตัดสิน

เราเริ่มร่างจดหมาย ใช้เวลาราวๆ 2 ชม.แล้วส่งให้พี่ดู นางว่าเราเขียนดีทีเดียว แต่ก็ยังมีเวอร์ชั่น edit ออกมาอีกเรื่อยๆ (ต่อเติม ย้ายพารากราฟ และอื่นๆ)

ขอบคุณ ABAC ที่ทำให้เรามีวันนี้จริงๆ ค่ะ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่ได้เรียนมาจาก ABAC Smiley

ในจดหมาย เราต้องแนะนำตัวว่าเราเป็นใคร ทำอะไรอยู่ที่ไหน ทำงานที่ไหน บอกด้วยว่าเราขอ reconsideration นะ ไม่ใช่อุทธรณ์ส่งไปสวีเดน

ถัดมาบอกว่า เรากับเพื่อนรู้จักกันยังไง อธิบายในจุดที่เค้าสงสัยและไม่เข้าใจ อย่างของเราเรื่องเพื่อน เราก็อธิบายไป บลาๆๆๆๆ

สถานทูตบอกเราไม่ชัดเจนเรื่องจุดประสงค์ เราก็บอกว่า เราอยากไปเที่ยวนั่นนี่ๆๆๆๆ ในสวีเดนนะ เนี่ยฉันอยากไปดูแสงเหนือ อยากไป Thai Pavilion นะ (ต้องทำ itinerary +ใบจองโรงแรมให้สอดคล้องกันด้วย) และตบท้ายว่า ฉันจะกลับไทยแน่นอนเพราะมีครอบครัวและหมาต้องดูแล

หวังว่าคุณจะ reconsider visa ให้ฉันมีทริปสุดพิเศษนี้นะคะ คุณต้องการเอกสารอะไรเพิ่มเติม ติดต่ออิฉันได้ตลอดค่ะ ฯลฯ

วันถัดมา เรานั่งทำแผนการท่องเที่ยวและเริ่มจองโรงแรมที่สามารถยกเลิกได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย และมีการปรับเปลี่ยนอีก 2-3 ครั้ง

เราได้โทรไปถาม call center ของทางสถานทูตละ (ก็เบอร์ operator นั่นแหล่ะ) นางบอกว่า ส่งเป็นจดหมายได้นะ

ก็โอเค เราส่งจดหมาย EMS พร้อมใบตอบรับผลการปฎิเสธวีซ่าที่ได้มาตอนรับพาสปอร์ต ส่งในวันเสาร์ กะว่าถึงวันจันทร์ก็ทันพิจารณาพอดี

วิบากกรรม 5 : เจ้าหน้าที่สถานทูต

วันจันทร์ที่ 25 จดหมายไปถึงช้ากว่า จนท.สถานทูตไขตู้ไปแล้ว (เป็นตู้ ปณ.แบบเช่าที่เขตนานา) เอ้างั้นรอวันถัดไป โทรไปถึงไปรษณีย์นานาอ่ะคิดดู -*-

วันอังคารที่ 26 โทรไปตามอีก จนท.สถานทูตไม่ไปไขอีกละ ไหนว่าไปทุกวันหรือวันเว้นวันไง อะไรกัน??? 

พี่เราได้ให้เบอร์ติดต่อคุณ A (นามสมมติ) ที่ให้คำปรึกษาด้านนี้ เธอขอดูเอกสารหลักฐาน จดหมาย ที่จะส่งไปให้สถานทูตพิจารณา บอกว่าก็ลองดูนะ ได้ผลยังไงรบกวนโทรบอกเค้าด้วย

วันพุธที่ 27 ก็ยังไม่มีใครไปไขตู้อีก เราเริ่มร้อนใจ คุณ A โทรมาอีกครั้งบอกว่า โทรเข้าเบอร์แผนกวีซ่าแทน แล้วส่งจดหมายและหลักฐานทั้งหมดไปทางเมล เพราะเรามีกำหนดเดินทาง 28 นี้ ซึ่งมันก็พรุ่งนี้แล้วนะ

ทางแผนกวีซ่ารับเรื่องและได้อีเมลเราตอนบ่าย ส่งเข้าห้องพิจารณาไปเรียบร้อย ขอบคุณสวรรค์และคุณ A

แสดงว่าที่ผ่านมา เราคุยกับคนผิดมาตลอด ถามเรื่องวีซ่า ก็ต้องโทรเข้าแผนกวีซ่าสิเนอะ โทรหา operator ให้ได้อะไรขึ้นมา -*- (ตอบได้แค่ว่า ไม่รู้ค่ะ ไม่ทราบค่ะ)

เรารู้มาว่า การ reconsider visa ใช้เวลาแค่ 1-2 วันก็รู้ผลแล้ว กะว่าวันศุกร์น่าจะมีการโทรมาแจ้งผล

วันศุกร์ ก็ยังไม่มีสายโทรเข้า หรือแม้แต่มิสคอล เราเริ่มกังวลใจ...จนถึงขั้นจิตตก นอนไม่หลับ 

พี่คนนึงในบรรดาสามสาวพี่น้องส่งไลน์มาถามผลวีซ่ากับเรา บอกให้โทรไปถามสถานทูตดูนะ แล้วยังไงค่อยว่ากัน

มาวันนี้ เราโทรเข้าสถานทูตแผนกวีซ่า บอกเลขเคสไป พวกนางบอกว่าเลขผิด (ผิดได้ไง ใช้เลขนี้จนจำขึ้นใจ) รอสักพัก นางบอกว่า "วีซ่าได้แล้วนะคะ แต่จนท.ติดต่อคุณไม่ได้ คุณสามารถนำพาสปอร์ตมาติดสติกเกอร์รับวีซ่าได้ ...ฯลฯ"

เราทั้งดีใจ ทั้งงง ให้ไปสองเบอร์ ทำไมไม่โทรจนกว่าจะรับ?? แล้วเสียเวลามั้ย??

เราโทรแจ้งพี่ทุกคน พรุ่งนี้เตรียมตัวไปรับวีซ่า ไม่รู้ว่าจะได้กี่วัน อะไรยังไง

คุณ A บอกว่า น่าจะให้สถานทูตเลื่อนวันออกไปนะ เพราะคุณให้วีซ่าเราช้า ประกันก็ซื้อไปแล้ว ตั๋วก็ต้องเลื่อน เสียเวลา เสียเงินมากเลย

เราเฉยๆ ละ เพราะประกันการเดินทางเรายกเลิกเอาเงินคืนไปแล้ว โรงแรมทุกอย่างเราก็ยกเลิก ตั๋วเครื่องบินก็แค่ใบจอง ยังไม่จ่ายเงิน

เพราะเราถอดใจไปแล้วค่ะ ทางสถานทูตทำเราเหนื่อยใจมากจริงๆ

ท้ายที่สุดคือต้องมาวางแผนการเที่ยวกันใหม่หมด แผนล่มไปครึ่งทาง - -"

ไม่รู้ว่าจะ Happy Ending รึเปล่า จะ Happily ever after หรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ (ไม่รู้เมื่อไหร่)

edit เพิ่ม 

วิบากกรรม 6 : สถานทูตสวีเดนเปิดเค้าเตอร์ตอน 8.00-12.00 จันทร์-อังคาร และ พฤหัส-ศุกร์ วันพุธไม่เปิดค่ะ

ไม่งั้นอิฉันได้วีซ่าไปแล้วววววววววววววววววว ส่วนโทรศัพท์โทรได้ปกติ ยกเว้นตอนเที่ยงค่ะ



Create Date : 01 กันยายน 2557
Last Update : 5 กันยายน 2557 21:50:00 น.
Counter : 579 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อัลปาก้าจัง
Location :
ราชบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]



สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของ Piyoko-chan !!


เจ้าของบล็อกชื่อ เป้ ค่ะ

แต่งหน้าก็พอไหว แต่งตัวไม่ได้เรื่อง(ในบางที)

ตอนนี้มีหมวดท่องเที่ยวแล้ว ความฝันอีกอย่างคือได้เที่ยวทั่วโลกค่ะ จะพยายามรีวิวให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงทริคและเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศให้ได้ชมกันค่ะ


เอาเป็นว่า นั่งอ่านขำๆ ไปแล้วกันนะคะ ^^

ถูกใจบล็อก donate สมทบทุนค่าเดินทางในทริปต่อๆ ไปได้ที่นี่เลย..
https://www.paypal.me/yanisapae

ขอบคุณล่วงหน้าค่า