สิงหาคม 2553

2
3
4
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ยาปฏิชีวนะ...ทำไมต้องกินให้หมด??
สวัสดีค่ะ

เคยกินยาปฏิชีวนะ(antibiotic)ซึ่งฉลากหรือบุคลากรทางการแพทย์แนะนำว่าต้องกินติดต่อกันให้ครบไหมค่ะ แล้วเคยคิดหรือได้ยินแบบนี้ไหมค่ะ

- ก็หายดีแล้ว กินมากไปเดี๋ยวเชื้อดื้อยา

- อาการดีขึ้นมากแล้ว พักผ่อนดูแลสุขภาพดีกว่า กินยามากไปไม่ไม่ดีกับร่างกาย

- หายดีแล้ว ยาที่เหลือเก็บไว้กินคราวหลังดีกว่า


หลายคนอาจจะคิดแบบนั้น ปอบก่อนเรียนเภสัชก็เคยคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วนั้นความเชื่อไม่ถูกนะค่ะ

จริงอยู่ที่เราควรจะดูแลสุขภาพของเราให้ดีมากกว่ารอพึ่งยาเมื่อไม่สบายอย่างเดียว และหากร่างกายเจ็บป่วยก็ควรใช้การดูแลสุขภาพให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่ แต่.......บางครั้ง(หรือหลายๆกรณี)การใช้ยาก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเหมือนกัน โปรดอย่าลืมว่า "ยาเป็น 1 ในปัจจัย 4 ของมนุษย์"ที่ขาดไม่ได้ และเราต้องรู้จักใช้ยาอย่างถูกต้องด้วย มาดูกันค่ะว่าทำไมยาปฏิชีวนะเนี่ย ถึงจำเป็นต้องกินให้หมด(ยังกะสารคดีนำเที่ยวเลยแฮะ)


ยาปฏิชีวนะหน้าที่หลักของมันคือ ฆ่าเชื้อซึ่งจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย โดยเชื้อไวรัสร่างกายมักสามารถกำจัดเองได้ ส่วนเชื้อราจะมียาที่ใช้ฆ่าเชื้อราโดยเฉพาะค่ะ ยาปฏิชีวนะเนี่ยจะใช้ก็ต่อเมื่อเชื้อแบคทีเรียเริ่มแผลงฤทธิ์ ซึ่งตอนแรกที่เราไม่สบาย เช่น ไข้หวัด สาเหตุมักมาจากเชื้อไวรัสซึ่งบอกไปแล้วว่าร่างกายขจัดเองได้ โดยที่เราต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงควบคู่กันไปด้วย แต่ถ้าร่างกายเอาชนะไม่ได้แบคทีเรียมันจะได้โอกาส ซึ่งคราวนี้แหละที่อาจต้องใช้ยากันแล้ว สังเกตว่าเป็นแบคทีเรียได้ง่ายๆคือ จากสารคัดหลั่ง(พวกเสมหะ น้ำมูกซึ่งใช้เป็นส่วนช่วยในการนำเชื้อออกจากร่างกาย) โดยถ้าตอนแรกสารคัดหลั่งใส ตอนนั้นยังเป็นไวรัสค่ะ รักษาสุขภาพให้ดีก็เพียงพอ ถ้าตัวร้อนกินยาลดไข้ได้ แต่ถ้าสารคัดหลั่งเริ่มขุ่น เหลืองหรือเขียวแล้ว นั่นคือ ติดเชื้อแบคทีเรียเข้าแล้วค่ะ สียิ่งเข้มยิ่งขุ่น ยิ่งบอกถึงการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น


ดังนั้นจึงต้องมีการพึ่งยาปฏิชีวนะ ซึ่งเมื่อกินไปซักพักอาการจะเริ่มดีขึ้นจนถึงไม่มีอาการของโรคอีก แต่ไม่ได้หมายความว่า เชื้อจะถูกกำจัดหมดแล้ว ให้หยุดกินได้ มันอาจจะแค่ลดปริมาณลงมากจนไม่มีอาการให้เห็น และบางครั้งแบคทีเรียจำนวนน้อยๆเนี่ยแหละ กำลังพัฒนาหาวิธีจัดการกับยาที่เรากินเข้าไปอยู่(เก่งกว่าเราอีกอ่ะ) ถ้าเราหยุดยาในช่วงนี้ ก็อาจจะเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้เชื้อหาวิธีกำจัดยาได้สำเร็จ แล้วเพิ่มปริมาณขึ้นมาได้อีก ทีนี้แหละ....ยาเดิมจะเอาไม่อยู่ ต้องเพิ่มยาที่แรงขึ้นอีก ยาบางตัวที่เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นเมื่อไม่มียาไหนกำจัดเชื้อชนิดนั้นได้แล้วก็ต้องนำออกมาใช้ ยิ่งถ้าใช้กันบ่อย ใช้พร่ำเพรื่อ เชื้อก็มีโอกาสเรียนรู้และหาวิธีกำจัดยาได้อีก..............เนี่ยแหละ สาเหตุของการดื้อยาที่แท้จริง ดังนั้นจึงต้องใช้ยาปฏิชีวนะ(หรือยาฆ่าเชื้อที่หลายๆคนเรียกกัน)ที่ได้มา ฆ่าเชื้อให้เรียบก่อนที่มันจะจัดการเราได้ซะก่อน กินให้หมดนะค่ะ เชื้อดื้อยากันเยอะ เดี๋ยวหายาใหม่ๆมาจัดการไม่ทัน คราวนี้ละยุ่งเลย หึหึ



ถ้าลืมกินยาให้กินทันทีที่นึกได้ หรือถ้าใกล้ๆมื้อต่อไปก็ให้กินมื้อนั้นทีเดียวเลย ไม่ต้องเพิ่มเป็น 2 เท่า ทางที่ดีดูด้วยว่ากินก่อน พร้อมอาหารหรือหลังอาหาร ถ้ากินแบบสองอย่างหลังหาอะไรรองท้องก่อนกินก็ดีนะค่ะ มันมีผลกับการดูดซึมยา และยาบางอย่างมีข้อห้าม เช่น tetracyclin(เตตราไซคลิน) ห้ามกินพร้อมกับนม หรืออาหารที่มีแคลเซียม เพราะจะลดการออกฤทธิ์ ของยา ซึ่งมักจะระบุไว้เสมอบนฉลากยาหรือถ้าสงสัยเพิ่มเติมก็ปรึกษา
เภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้ค่ะ เอ้อ........อย่าลืมบอกด้วยนะว่า แพ้ยาอะไรบ้างจะได้เปลี่ยนยาให้ถูก หรือถ้ากินยาแล้วสงสัยว่าแพ้ให้รีบบอกด้วยนะ บางคนแพ้ยาบางตัวแล้วอันตรายมาก



เคยได้ยินมาว่า มีการสับสนระหว่างยาปฏิชีวนะ กับ ยาต้านอักเสบ เช่น ปวดแผลอักเสบแล้วซื้อยาปฏิชีวนะ ซึ่งใช้แทนกันไม่ได้ค่ะ (ยิ่งกว่าเพื่อนกับแฟนอีก) เพราะยาปฏิชีวนะใช้ฆ่าเชื้อ ส่วนแผลอักเสบเกิดจากระบบร่างกาย เช่น ระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งยาปฏิชีวนะ(ที่บางครั้งเหมารวมเรียกว่ายาแก้อักเสบ)ไม่ได้มีผลเกี่ยวอะไรด้วย กินไปก็เท่านั้น ซึ่งยาปฏิชีวนะ สังเกตได้จากยามักจะลงท้าย ด้วย -clin ( -คลิน) หรือ -cillin (- ซิลลิน) แต่ถ้าแผลนั้นเป็นแผลติดเชื้อไม่มากให้ใช้ยาฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ทำแผล แต่ถ้าเป็นมากๆไปหาหมอดีกว่า เพราะอาจเป็นอันตรายได้ ส่วนต้องกินยาหรือไม่นั้นขึ้นกับวินิจฉัยของแพทย์ค่ะ (แล้วถ้าต้องกิน ก็กินให้ครบนะ)


อันนี้แถมให้ว่า ถ้ายามาในรูปแบบแคปซูลก็กินมันทั้งแคปซูลนั่นแหละ ไม่ต้องแกะออกเทยาลงคอ หรือเอาไปละลายน้ำก่อน หรือถ้ายาเม็ดใหญ่ไปลองถามเภสัชกรก่อนค่ะ ว่าหักได้มั้ย ยาแต่ละตัวมีเหตุผลของมันว่าทำไมต้องทำในรูปแบบนี้ ขนาด เม็ด สี มีความหมายค่ะ ไม่ใช่แค่ให้แยกออกว่ายาอะไรเป็นยาอะไรเท่านั้น ถ้ากลืนไม่ได้จริงๆก็ลองปรึกษาเภสัชกรดูก่อนว่าเปลี่ยนได้มั้ย รักษาสิทธิ์และสุขภาพตัวเอง อย่าอ้ำอิ้ง กลัว หรือเดาเอาเอง ถ้าคนที่ถูกถามไม่ตอบ ลองถามเภสัชกรคนอื่นดู อย่าปรึกษากันเองด้วยค่ะ


ขณะกินยาก็รักษาสุขภาพไปพร้อมๆกันด้วยก็ดีนะค่ะ ช่วยร่างกายอีกทางหนึ่ง ก็มันร่างกายของเรานี่เนอะ แล้วหลังจากหายดีแล้ว ก็อย่าปล่อยปละละเลยจนต้องกินยาบ่อยๆค่ะ กินยามากๆก็เป็นอันตรายได้ ทุกอย่างเป็นดาบสองคมเสมอ กินพร่ำเพรื่อก็อย่างที่บอก เชื้อจะดื้อยาเอาได้ อย่าให้เราต้องเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เชื้อดื้อยาเลยนะ แถมกินมากฆ่าเชื้อประจำถิ่น(normal flora)ที่ช่วยควมคุมเชื้อในร่างกาย เชื้อนอกร่างกายอื่นๆรวมเชื้อราและชาวคณะจะรุมกันให้ยุ่งกันเข้าไปใหญ่


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

-จงเดินทางสายกลาง ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีอย่าหักโหมงานหนักเกินไปและอย่าปล่อยปละละเลยเกินไป(เกี่ยวมั้ยเนี่ย)
-ยาปฏิชีวนะกินให้ครบ กินให้ถูก อ่านฉลากด้วยจะดี ไม่งั้นจะวุ่นวายเหมือนข้างบนที่กล่าวมา

ปิดท้าย(ไม่เกี่ยวกับสาระด้านบน)...........ว่างๆใครอยู่ใกล้ๆมาเดินงานเกษตร มอ.มั่งนะ จัดพร้อมๆงานมอ.วิชาการ แต่รู้สึกจะนานกว่านิดหน่อย จัดที่คณะทรัพย์ ซึ่งอยู่ข้างคณะเภสัช(ที่คณะเภสัชก็มีอะไรน่าสนใจหลายอย่างนะ ) ที่งานมีขายหลายอย่างทั้งของกิน ผัก สัตว์เลี้ยง สวนสัตว์(เล็กๆ) ต้นไม้ กล้วยไม้สวยๆ หนังสือ เสื้อผ้า เครื่องประดับ มิสมอร์เตอร์โชว์ เอ้ย! รถยนต์ รวมทั้งร้านซีฟู๊ดของคณะทรัพย์และร้านน้ำชาคณะอก.(อุตสาหกรรมเกษตร)ซึ่งตั้งอยู่บนเนิน งานนี้เข้าฟรีไม่คิดค่าผ่านประตู(และปอบก็ไม่ได้ค่าโฆษณาด้วย) ลองไปเดินดูเพลินๆ ราคาอาจจะสูงกว่าทั่วไปบ้าง(บ้าง??) ยกเว้นหนังสือและอุปกรณ์คอมบางอย่าง ถ้ายังไม่อยากซื้อที่งานอยากถามเจ้าของร้านดูว่าปกติขายที่ไหน ลองไปดูนะ เราอาจได้เจอกัน ถ้าหากันเจอ 555


ปิดท้าย(จริงๆนะ)..................ได้กลับบ้่านแล้วๆๆๆๆๆ(กลับ 4 วันกลับมาวันอาทิตย์นี้) หลังจากหายไปสองเดือน เคยกลับไปครั้งนึง แม่ห้ามเข้าบ้าน ให้น้องไปเอาน้ำมนต์มาพรมหัวก่อน ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก่อนหน้านั้นวันนึงทำบุญบ้าน ใครเข้าบ้านมาใหม่เลยต้องเจิมกันนิดหน่อย ไม่ได้ไล่ปอบในร่างลูกสาวหรอก เพราะถึงไล่ไงก็ไม่ไป 555

สำหรับวันนี้ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ..............................ปอบ(คืนนี้นอนคนเดียวอีกแล้ว เมทกลับบ้านกันหมด หุหุ)








Create Date : 11 สิงหาคม 2553
Last Update : 20 สิงหาคม 2553 21:12:35 น.
Counter : 1076 Pageviews.

6 comments
  
อ่านได้เรื่อยๆเพลินๆจนจบเลยครับ ดีว่าผมนานๆจะป่วยจนต้อง
หาหมอหรือใช้ยาซักครั้งนึง

ตอนแรกที่คุณแม่ไม่ให้เข้าบ้านก็นึกว่าอะไร อ้อๆๆ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 12 สิงหาคม 2553 เวลา:0:06:15 น.
  
ก็พยายามกินให้หมดตามที่หมอสั่งนะ แต่บางทีก็ลืม
แล้วก็ไม่ได้จดชื่อยาไว้ด้วย พอครั้งต่อไป หมอมักจะถามว่าเคยทานยาชื่ออะไรมา เรามักจะตอบไม่ได้เสมอๆ
โดย: แป๊ะอีกแล้ว วันที่: 16 สิงหาคม 2553 เวลา:12:02:35 น.
  
สวัสดีครับ
อ่านแล้วได้ความรู้ดี มีประโยชน์ ครับ
โดย: kitpooh22 วันที่: 17 สิงหาคม 2553 เวลา:23:09:15 น.
  
ตอนนี้ทั้งดัชชุนกับชิวาว่าผมกินไปหมดแล้วครับ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 19 สิงหาคม 2553 เวลา:1:17:07 น.
  
แวะมาทักทายจ้า ^ ^ ดอกตันหยงหอมแรงเลยค่ะ กลิ่นปลิวมาตามลม
โดย: radiergummi วันที่: 21 สิงหาคม 2553 เวลา:20:34:43 น.
  
อ่านแล้ว ขอบคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ ปกติ กินยาไม่ค่อยจะหมด ทิ้งกลางทางเสมอๆๆเลย นิสัยไม่ดีเลย ตัวเรานี้ คราวต่อไปต้ปฏิบัติตัวใหม่ค่ะ อิอิ
โดย: su IP: 192.95.30.51 วันที่: 11 สิงหาคม 2559 เวลา:14:07:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ซากดาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ด้านบนของblog นี้จะเขียนอะไรที่อยากเขียนค่ะ
ถ้าอยากดูที่มีสาระเลื่อนลงมาดูข้างล่างได้
จะคั่นไว้ให้นะค่ะ

บางส่วนที่เขียนอาจยาวไปหรืออกทะเลบ้างซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องนั้น ส่วนหนึ่งเพื่อใช้เป็นบันทึกความทรงจำของตัวเองค่ะ