|
แฮร์รี่ พอตเตอร์ 6 : เดวิด เยตส์ .. ผู้กำกับรีเทิร์น

เดวิด เยตส์ ,ผู้กำกับโนเนมตอนได้รับเลือกให้มากำกับ ภาค 5 แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกซ์ ต่อจาก ไมค์ นีเวลล์ (ภาค 4 แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี) อัลฟรองโซ่ กัวรอง(ภาค 3 แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ นักโทษแห่งอัซคาบัน) และ คริส โคลัมบัส(ภาค 1 แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์ กับ ภาค 2 แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ห้องแห่งความลับ) ระหว่างเยตส์ทำงานโพสต์โปรดดักชั่นหลังเสร็จการถ่ายทำ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาค 5 ทีมงานนำหนังไปฉายให้ทางสตูดิโอดู แล้วนำกลับไปชิคาโก้เพื่อทดลองฉายให้คนดู เขารู้สึกตัวว่ามีไฟอยากทำงานต่อ แล้วสตูดิโอก็ทาบทามเขาให้กำกับภาค 6 แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม ต่อจริงๆ มันเป็นการตัดสินใจล่วงหน้า 3-4 เดือนก่อนภาคีนกฟีนิกซ์จะเปิดตัว
เยตส์เล่าถึงการกลับมากุมบังเหียนหนังแฟรนไชส์เรื่องดังว่า " นี่คือโลกมหัศจรรย์มาก เรามีนักแสดง และทีมงานชั้นยอด คุณจะได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ สตูดิโอหนุนหลังเต็มที่ ผมจึงอยากร่วมมือกันทำไปจนจบ "
ที่จริงโปรดิวเซอร์พยายามควานหาตัวผู้กำกับมือดีมารับช่วงเยตส์ต่อจากภาค 5 อัลฟรองโซ่ กัวรอง (ภาค 3)คือตัวเลือกที่ถูกใจเหล่าแฟนๆมากที่สุด เพราะสไตล์สดใหม่ ลบภาพลักษณ์เชยๆของ คริส โคลัมบัส(ภาค 1 กับ 2) ซะเกลี้ยง แต่กัวรองก็ตกกระป๋องโดยไม่ทราบสาเหตุ ไมค์ นีเวลล์ ออกตัวไม่รับงานต่ออยู่แล้วหลังจบภาค 4 เหลือ เทอร์รี่ กิลเลียม (12 Monkeys,The Brothers Grimm)ขวัญใจ เจ.เค. โรว์ลิ่ง บอกผ่านเพราะโปรดิวเซอร์เปลี่ยนใจไม่เลือกเขาตั้งแต่แรกทำภาค 1 เยตส์จึงกลายเป็นอัศวินม้าขาว
เยตส์รู้สึกประหม่าในการกำกับหนังภาคที่แล้ว เขาไม่รู้เลยว่าสเกลมันยิ่งใหญ่ขนาดไหนกระทั่งได้ไปร่วมงานรอบปฐมทัศน์ จำนวนของโรงหนังเปิดฉายทั่วอเมริกา และรับรู้ปฏิกริยาของผู้ชม
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือเยตส์เริ่มต้นทำงานภาคล่าสุดอย่างระมัดระวังมากขึ้น " รอบแรกคุณก็แค่ทำงานของคุณไป ไหลไปตามน้ำ อาจกังวลและตึงเครียดมาก แต่ภาคนี้มันแตกต่างจากภาคก่อน เนื้อหาโตเป็นผู้ใหญ่ ฉลาดคมคาย และรู้สึกผ่อนคลายกว่าเดิมอยู่บ้าง "
เดวิด ยารอน ,โปรดิวเซอร์บอกว่าการที่เยตส์ต้องทำงานกับเด็กๆวัยหนุ่มสาว ซึ่งมีความกระตือเรือร้นสูง ทำให้ชายแก่อย่างเขาพลอยตื่นตัวไปด้วย กลัวตามพวกเด็กๆไม่ทัน นั่นเป็นผลดีทำให้เขาสนุก และเหนื่อยน้อยกว่าปกติ
เหตุผลที่ทำให้ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ,นักประพันธ์ และ เดวิด เฮย์แมน ,ผู้อำนวยการสร้างถูกตาต้องใจเยตส์คือ เขาไม่คอยมานั่งเปิดนิยายทีละหน้าแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวเท่านั้น แต่เขาเน้นในส่วนคาแรกเตอร์(บุคลิก/อารมณ์/จิตใจ)ตัวละคร และยังกล้าตัดรายละเอียดปลีกย่อยของหนังสือออก เพื่อให้ภาพยนตร์กระชับ ดังนั้นภาคีนกฟีนิกซ์จึงเป็นภาคสั้นที่สุด (138 นาที) ทั้งที่สร้างจากนิยายเล่มหนาถึง 1,023 หน้า(ไทย) ส่วนการนำเจ้าชายเลือดผสมขึ้นจอใหญ่ ค่อนข้างแตกต่างจากครั้งก่อนเพราะนิยายต้นฉบับหนาเพียง 678 หน้า(ไทย) และแทบไม่มีฉากแอ็คชั่นใหญ่โตมโหระทึกในครึ่งเวลาแรก " สำหรับผม เนื้อหาในภาคนี้จะเบากว่าภาคีนกฟีนิกซ์ ผมชอบความเข้มข้นของเนื้อหาภาคที่แล้ว มันจริงจังสำหรับหนุ่มๆสาวๆที่เข้าร่วมชมรมในโรงเรียน แต่ภาคล่าสุดมีกลิ่นอายของหนังโรแมนติคคอเมดี้มากขึ้น และเนื้อหาจะเริ่มมืดหม่นถึงขั้นเศร้าสลดเมื่อเข้าสู่องก์ที่ 3 "
ผู้รับหน้าที่ดัดแปลงนิยายมาเป็นบทหนังภาค 6 ไม่ใช่ ไมเคิล โกลเดนเบิร์ก ที่เคยร่วมงานกับเยตส์ในภาคที่แล้ว แต่เป็น สตีฟ โคลฟส์ ,เจ้าเก่า(คร่ำหวอดมาจากภาค 1 - 4) ทั้งคู่ไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน จึงปรึกษาหารือกันอยากให้เรื่องราวแต่ละช่วงของหนังออกมาอย่างไร กว่าพวกเขาจะต่อกันติด(ลิ้งค์)ก็ใช้ระยะเวลาพักหนึ่ง โคลฟส์ยอมรับว่า " เยตส์มีความอดทนสูง และละเอียดมาก จัดว่าเป็นเรื่องดีเพราะการปั้นเรื่องราวในหนังสือให้กลายเป็นบทหนังต้องการความเอาใจใส่ยิ่งยวด เขากล้าตัดสินใจในสถานการณ์ที่กดดัน กล้าหั่น/ตัด/เฉือน ขณะผู้กำกับบางคนยังไม่กล้าทำอะไรแบบนี้ เราถามกันกลับไปกลับมาว่าคนดูจะด่าไหมถ้าเราตัดฉากนี้ออก แล้วถ้าหั่นตรงนั้นล่ะคงไม่ถูกโห่ไล่นะ ในที่สุดบทหนัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ 6 ก็เสร็จสมบูรณ์ รับรองมันคุ้มค่ากับการเสียเวลานั่งรอชมสองชั่วโมงครึ่ง "

ย่อจาก 1.นิตยสารเอนเตอร์เทน issue 1039 June 4- 10,2009 2.FILMAX issue 25 July 2009 3.starpics ปักษ์หลัง มิย.52 แฮร์รี่ พอตเตอร์ ปี 1 2 3 4 และ 5
Free TextEditor
| Create Date : 17 กรกฎาคม 2552 |
| Last Update : 22 กรกฎาคม 2552 17:35:59 น. |
| |
0 comments
|
|
|