กรกฏาคม 2560

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
::บันทึกการเดินทาง:: Hello Osaka! เกียวโตที่ผิดแผน








::บันทึกการเดินทาง:: Hello Osaka! เกียวโตที่ผิดแผน



จากแพลนที่วางไว้ วันนี้เราจะไปเที่ยวเกียวโตกัน โดยเริ่มจากนั่งรถไฟที่สถานี Shin-Osaka ไปเกียวโตแบบหวานเย็น ไม่รีบร้อน เดินชิลๆ ที่ Kinkaku-ji ต่อด้วยไปถ่ายรูปกับเสาโทริอิหมื่นต้นที่ Fushimi Inari Shrine แล้วค่อยไปเปลี่ยนชุดกิโมโนกันที่ Okamoto Kimono เพื่อเดินไปวัด Kiyomizu ซึ่งทุกอย่างราบเรียบ ทุกคนตื่นนอนตั้งแต่ 7 โมงเช้า ผลัดกันอาบน้ำ เวฟอาหารเช้าที่ซื้อมาจาก Family Mart เมื่อคืน แต่งหน้า ทำผม กินข้าวกันอย่างแฮปปี้ เสร็จสิ้นภาระกิจส่วนตัวกันตามเวลาที่วางไว้ 9 โมงเป๊ะ กำลังจะเดินออกจากประตูห้อง แต่ทุกอย่างพังทะลายเพราะพบว่าเมื่อคืนไม่ได้ล็อกประตู และกุญแจห้องหาย!!


โอ้โห ชีวิเปลี่ยนเลย ผู้หญิง 4 คนรื้อกระเป๋าเหมือนคนบ้า รื้อไปทึ้งหัวไป พยายามนั่งนึกว่าเอากุญแจไปไว้ไหน เท่าที่ระลึกชาติจากเมื่อคืนคือ แสตมป์เป็นคนเปิดประตูแต่ไขกุญแจไม่ออก นุ้ยเลยเข้าไปช่วยไข พอไขเสร็จ แสตมป์ก็เดินเข้าไปในห้องคนแรก นุ้ยเดินตามไปเป็นคนที่สองพร้อมพูดขึ้นมาว่า “อย่าลืมเอากุญแจออกนะ” ซึ่งหลังจากนั้นภาพก็ตัด ทุกคนภาพตัดหมด เลยคิดว่าอาจจะลืมกุญแจไว้ด้านนอกประตู แต่พอเปิดออกไปทุกอย่างเงียบสนิท ไม่มีกุญแจห้อยไว้ที่ลูกบิด ทุกคนเริ่มหน้าซีด แอบคิดในใจว่า ‘มีคนผ่านมาแล้วเจอกุญแจแขวนไว้หน้าห้องเลยดึงลงไปฝากไว้ที่ reception รึเปล่าวะ’ แต่คือมันไม่ใช่วิสัยของคนญี่ปุ่นไง อีกใจก็คิดว่าเออ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้แหละ คิดได้อย่างนั้นก็แบ่งหน้าที่กัน นุ้ยกับพี่รถเมล์ลงไปถามโอจี้ซังที่ล็อบบี้ ส่วนแสตมป์กับพี่บัวพลิกห้องหาอีกที มันอาจจะหลงไปอยู่ในกระเป๋าเดินทางของใครก็ได้


ณ ล็อบบี้ชั้นล่าง 

โอจี้ซังกำลังคุยออกรสชาติกับเพื่อน ไม่ได้สนใจมนุษย์หน้าซีดสองคนที่ยืนรอให้คุยกันเสร็จๆ สักที ลุงคะ...ลุงคุยนานไปอ่ะ ยืนรอแบบนั้นเกือบห้านาที กว่าโอจี้ซังสองคนจะร่ำลากัน เอาละ...โอจี้ซังเปิดโอกาสสบตาหนึ่งทีแล้วก้มลงไปเขียนขยุกขยิกลงสมุด


“เอ่อ...ขอโทษนะคะ คือว่ากุญแจห้องหาย คิดว่าเมื่อคืนน่าจะลืมไว้หน้าห้อง มีคนเอามาฝากไว้ที่ล็อบบี้รึเปล่าคะ?”

“อาโน...ห้องไหนล่ะอีหนู”

ตอนนั้นในใจคือรอดแล้วโว้ยยยย ลุงฟังเข้าใจ ลุงตอบมาเป็นภาษาอังกฤษ ลุงถามแบบนี้ แปลว่าต้องมีหวัง

“ห้อง xxxx จ้า” คิ้วลุงขมวดลงเล็กน้อย

“อาโน.....$*#($(*@&#@)(*$*&#(“

ลุงโว้ยยยยย ใจเย็นๆ นะก๊ะ หนูฟังไม่รู้เรื่องเลย


ยืนมองหน้างงๆ กับพี่รถเมล์ พยายามอธิบาย ภาษามือ ภาษาอังกฤษเป็นคำๆ มาหมด ลุงก็ยังคงพ่นภาษาญี่ปุ่นใส่อยู่ดี ก็เออไม่เป็นไรค่ะ ไม่รบกวนเวลาของโอจี้ซังแล้วก็ได้ รู้สึกผิดที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลยค่ะ


สุดท้ายก็ยอมแพ้กดลิฟท์กลับขึ้นไปที่ห้อง เจอพี่บัวกับแสตมป์หัวฟูอยู่ท่ามกลางข้าวของที่รื้อออกมา เงยหน้ามองนาฬิกาอีกทีคือ 11 โมงแล้ว พังหมด Kikaku-ji ไม่ต้องไปมันแล้วจ้า ในใจแว๊บนึงก็แอบคิดว่าหรือจะไม่ล็อกห้องดี เพราะยังไงพวกของมีค่าต่างๆ ก็เอาติดตัวไปด้วยอยู่แล้ว ที่มีก็แค่เสื้อผ้า แต่คิดอีกทีถ้ากลับมาแล้วทีวี ตู้เย็นเค้าหายจะทำไงวะ อ่ะ ก็ก้มหน้าหากุญแจห้องกันต่อ จนสุดท้ายทนไม่ไหว ไหนๆ ก็ไหนๆ โทรไปแจ้งเจ้าของห้องแล้วกัน เขาน่าจะมีกุญแจสำรองไว้ รอบนี้ก็แบ่งหน้าที่กันเหมือนเดิม นุ้ยกับแสตมป์ลงไปหาตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ ส่วนพี่รถเมล์ กับพี่บัวก็พลิกห้องหารอบที่ 354


ขอบคุณที่ญี่ปุ่นยังมีตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญอยู่ และที่สำคัญมันยังใช้ได้ พอไปถึงตู้โทรศัพท์ก็ยืนคุยกับแสตมป์ ให้แสตมป์เป็นคนคุยกับเจ้าของห้องก่อน เพราะเราก็ไม่รู้ว่าตอนจองได้ตกลง หรือมี condition อะไรอื่นๆ อีกรึเปล่า แต่แสตมป์ก็บอกว่าให้นุ้ยเป็นคนคุยเลย ซึ่งนุ้ยเองก็ไม่ได้รู้รายละเอียดการจอง เกี่ยงกันไปมาสักพักก็เปิดอีเมลล์เจ้าของห้องหาเบอร์โทรศัพท์ แต่เลื่อนลงมาเจอตัวแดงว่า ‘ถ้ากุญแจห้องหายต้องทำใหม่และเสียค่าปรับ 200$’ เออะ..ในหัวคูณตัวเลขอย่างไว คุณพระ! เกือบ 7 พันบาท ถ้าโทรไปนี่คือต้องจ่ายค่าปรับแน่ๆ แถมไม่รู้ว่าเจ้าของห้องอยู่ไหนอีกด้วย จริงๆ ตอนนั้นคือกดเบอร์โทรไปแล้วอ่ะ และก็เหมือนว่าจะมีคนรับแล้วด้วย แต่พอเจอค่าปรับ 200$ ปุ๊บ มือก็วางหูโทรศัพท์โดยอัตโนมัติเลยค่ะ ชั่งใจกันอยู่สักพักเลยตัดสินใจโทรกลับไปหาพี่บัวเพื่อปรึกษาว่าจะยอมเสีย 7,000 บาทมั้ย แต่เสียงสวรรค์จากพี่บัวทำให้โลกนี้สดใสขึ้นมาทันตา


“นุ้ย แสตมป์ กลับมาด่วน เจอกุญแจห้องแล้ว” โอ้โห...อยากจะกรี๊ดให้ลั่นโอซาก้า 


ตอนเดินกลับห้องเลยแวะซื้อมันเผาไปฉลอง ถ้ามีขายพลุมือก็จะซื้อไปจุดด้วยอ่ะ 



สรุปว่าพี่บัวเป็นคนเจอกุญแจอยู่ในกระเป๋าถือของแสตมป์ ซึ่งแสตมป์ก็รื้อไปก่อนหน้านั้นหลายรอบแล้วแต่ก็หาไม่เจอ ทุกคนก็พร้อมใจกันหันไปมองแรงให้หนึ่งทีและมอบหมายหน้าที่การเก็บกุญแจที่สำคัญยิ่งชีพนี้ฝากไว้กับพี่รถเมล์เป็น กว่าจะได้ฤกษ์ออกจากที่พักก็บ่ายโมงตรงพอดี....ผ่างงงงงง!!




จากตอนแรกที่วางแผนเอาไว้ว่าจะไปเดินชิลๆ ที่ Kinkaku-ji ต่อด้วยไปถ่ายรูปกับเสาโทริอิหมื่นต้นที่ Fushimi Inari Shrine แล้วค่อยไปเปลี่ยนชุดกิโมโนกันที่ Okamoto Kimono เพื่อเดินไปวัด Kiyomizu นั้น...ทุกอย่างตัดทิ้งให้หมด เหลือแค่ไปเปลี่ยนกิโมโนที่ Gion แล้วเดินไปวัด Kiyomizu เลย เพราะว่าจองคิวที่ร้าน Okamoto Kimono ไว้บ่ายสามโมง สุดท้ายเลยต้องเพิ่มเงินเพื่อนั่ง Shinkansen 1 สถานีจาก Shin-Osaka ไป Kyoto ระยะเวลา 15 นาที ในราคา 1,420¥ ซึ่งพอออกจากสถานีเกียวโตก็ต้องนั่งรถบัสต่อไปอีกครึ่งชั่วโมงได้



ทุกอย่างในเกียวโตล้วน traditional ไปหมด ทัวร์ก็เยอะ นักท่องเที่ยวก็เยอะ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก ร้านต่างๆ ก็น่าเดินน่าดู แต่จะแวะก็ไม่ได้เพราะต้องรีบจ้ำไปที่ร้าน Okamoto Kimono ก่อน เดี๋ยวจะไม่ทันรอบเปลี่ยนชุดที่จองไว้ตอน 15.00 น. ในใจก็แอบกลัวว่าคนจะเยอะแล้วต้องรอคิวนาน ภาพตัดมาที่ทั้งร้านโล่งจ้ะ ไม่มีคนเลย เชิญเลือกลาย Kimono ตามสบาย



ภาพจากเวบไซต์ okamoto-kimono


ถ้าใครอยากเช่ากิโมโนใส่เดินสวยๆ ในเกียวโตก็อยากจะแนะนำร้าน Okamoto Kimono เพราะเท่าที่ดูมาเนื้อผ้าโอเค ลายผ้าก็ค่อนข้างสวย วิธีการแต่งตัว ผูกโอบิก็เนี้ยบ แถมมีสาขาในเกียวโตถึง 5 ร้าน แนะนำว่าให้จองไปก่อนจะดีที่สุด เพราะแต่ละรอบทางร้านรับคนจำกัดเนื่องจากต้องใช้เวลาในการแต่งตัว รวมถึงทำผมด้วย (อันนี้ไม่ได้ค่านายหน้าแต่อย่างใดค่ะ)


พอแจ้งชื่อที่เสร็จก็เอาใบจองซึ่งก็คือ confirmation e-mail นี่แหละให้เจ้าหน้าที่ที่เค้าท์เตอร์ดู จากนั้นก็ไปเลือกลาย Kimono ซึ่งที่นี่มีให้เลือกเยอะมากจนตาลาย เลือกไม่ถูก หรือใครที่ขี้เกียจเลือกทางร้านก็มีแบบจัดเป็นเซ็ทให้แล้ว ราคา 3,000¥ แต่ลายจะน้อยและไม่ค่อยสวยเท่าแพ็คเก็จอื่นๆ จากนั้นค่อยไปเลือกโอบิ ส่วนตัวนุ้ยเป็นคนหลายใจค่ะ เหลือไม่ถูก สีนั้นก็สวย สีนี้ก็ดี ก็เลยเลือกมาสามตัว แล้วให้พนักงานช่วยเลือก เราถือคติว่าพนักงานคลุกคลีกับ Kimono มาช้านาน (จริงๆอาจจะเป็นพนักงานใหม่ แต่เราจะเหมารวมว่านางเซียนแล้ว) ยังไงก็สามารถให้คำแนะนำได้ ส่วนเซ็ท 5,000¥ จะมีเครื่องประดับรัดที่โอบิอีกชั้นนึง แต่ส่วนใหญ่คนก็จะเลือกเซ็ท 4,000¥ กัน พอเลือกเสร็จก็ไปจ่ายเงินที่เค้าท์เตอร์ ถ้าจะทำผมด้วยก็เพิ่มเงินอีก 500¥ จัดไปค่ะ ไหนๆจะแต่งแล้วก็เอาให้สุด ทั้งหมด 4,500¥ รวม vat เป็นเงิน 4,860¥ จ่ายเงินเสร็จแล้วก็เดินตามพนักงานเข้าไปด้านในเลยค่ะ



ภาพจากเวบไซต์ okamoto-kimono


ขั้นตอนต่อมาเราต้องไปแก้ผ้าร่วมชะตากรรมกับคนที่มาแต่งตัว ช่วงบนไม่เท่าไรเพราะใส่เสื้อฮีทเทคอยู่ แต่ช่วงล่างนี่กางเกงในล้วนๆ เลยจ้า เสร็จแล้วพนักงานก็จะเอาเสื้อตัวในสีขาวล้วนมาใส่ให้แล้วทับด้วย Kimono ที่เราเลือก ขั้นตอนต่อไปคือใส่ Obi อันนี้รัดแน่นมาก ไส้แทบปลิ้น รัดไม่รู้กี่ชั้นต่อกี่ชั้น แน่นจนเวลานั่งคือหลังตรงเด๊ะเลยค่ะ พอผูก Obi เสร็จก็ไปนั่งทำผม พนักงานก็จะเอาแบบผมมาให้เลือก มีทั้งหมด 6 แบบ มีตั้งแต่แบบคิขุ ยันไฮโซโบใหญ่ นุ้ยเลยเลือกแบบ Traditional ไปเพื่อให้เข้ากับชุดกิโมโนงี้ เงยหน้ามาอีกทียกมือไหว้ตัวเองแทบไม่ทัน นึกว่าเจ้าคุณแม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นภายในห้องแต่งตัวเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะคะ ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปขั้นตอนต่างๆมาเลย แต่พนักงานก็ใจดี ออกมาถ่ายรูปให้ด้านหน้า ทั้งแบบเดี่ยว แบบกลุ่ม แบบหมู่คณะ 




ก่อนออกจากร้านพนักงานย้ำว่าต้องมาเปลี่ยนชุดคืนภายใน 18.30 น. นะคะ....ก้มมองนาฬิกา....ค่ะ ตอนนี้ 16.00 น. แล้ว

อ่อ...อีกอย่างคือตอนยืมชุดจะมีกระเป๋าใบเล็กๆสำหรับใส่ของมีค่าติดตัวให้ยืมด้วย ส่วนข้าวของอื่นๆสามารถฝากเอาไว้ที่ร้านได้ ซึ่งทางร้านก็ได้ย้ำว่า “เอาของมีค่าติดตัวไปให้หมดนะก๊ะ หายขึ้นมาร้านไม่รู้ไม่เห็นนะก๊ะ”




กว่าจะเดินไปถึง Kiyomizu-dare ก็ทุลักทุเลมาก ด้วยความที่กระโปรงแคบ เวลาเดินคือนึกภาพเพนกวินอ่ะค่ะ ยังไม่พอ ทางเดินยังขึ้นเขาอีก จิกเท้าไปตลอดทาง เกร็งจนน่องปูดเลยจ้า แต่วิวสองข้างทางเหมาะแก่การมาเดินชิลๆ มาก เดินไปถ่ายรูปไป ซื้อของข้างทางกินไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็จะเจอคนแต่งชุด Kimono เยอะอยู่เหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนญี่ปุ่นเนี่ยแหละ 




จากร้าน Okamoto Kimono ถึง Kiyomizu-dare ระยะทางเป็นกิโลฯเหมือนกัน แต่ก็เดินได้เรื่อยๆ อากาศเย็นๆ เดินชมนกชมไม้ แต่กว่าจะถึงวัดก็แอบหอบลิ้นห้อยนิดนึง เดินจนร้อนอ่ะคิดดู เดินไปจนถึงวัดถ่ายรูปกันได้นิดหน่อยบานพับด้านในวัดก็กำลังจะปิดพอดีเลยจ้า โชคดีนิดนึงที่ไปโยนเหรียญขอพรทัน FYI ศาลเจ้าด้านในปิดเวลา 17.00 น.เป๊ะ บุญมีแต่กรรมบังจริงๆค่ะ คุณผู้ชม





Create Date : 22 กรกฎาคม 2560
Last Update : 22 กรกฎาคม 2560 23:50:04 น.
Counter : 217 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมีน้อยพุงพลุ้ย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]