กุมภาพันธ์ 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
22
23
24
25
27
28
 
 
21 กุมภาพันธ์ 2557
All Blog
Hello HongKong ตอนที่ 2 : โลกกลม

โลกกลม





เริ่มต้นวันที่สองของทริปฉายเดี่ยวที่ฮ่องกง ตามแพลนที่วางไว้คร่าวๆคือตื่น 7 โมง ออกจากโรงแรม 8 โมง กินอาหารเช้า 9 โมง แล้วค่อยนั่งรถไฟใต้ดินไปสถานี Tung Chung ขึ้นกระเช้านองปิงไปไหว้พระใหญ่ ส่วนช่วงบ่ายไปดิสนีย์แลนด์ แต่ในความเป็นจริงตั้งโทรศัพท์ปลุกตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ห่างกันลแต่ละครั้ง 5 นาทีจนถึง 7 โมง พอตื่นมาสิ่งแรกที่ทำคือเช็คอุณหภูมิ ปรากฏว่า 7 องศาฯ!!!!!!! ทันใดนั้นก็ซุกตัวลงในผ้าห่มต่อทันที กว่าจะลืมตาขึ้นมาอีกทีก็ 8 โมง จบนะ....


สุดท้ายก็แซะตัวเองออกจากเตียง อาบน้ำ แต่งตัว โบกแป้งที่หนังหน้าแล้วออกจากโรงแรมตอน 9 โมงกว่า โชคดีที่ติดเอาเสื้อโค้ทไหมพรมมาด้วย อย่างน้อยๆก็ช่วยให้ไม่หนาวมาก แต่ตอนลมพัดมันก็ทะลุรอยถักเข้ามาโดนเนื้ออยู่ดี 




เดินวนอยู่แถวโรงแรมหาข้าวเช้า แต่ไม่ค่อยหิวเท่าไรเลยลงรถไฟใต้ดินมุ่งหน้าไปสถานี Tung Chung เลยค่ะ ออกจากสถานีรถไฟก็เดินตามป้ายกับลูกศรไปง่ายๆ 




แต่เดี๋ยวก่อน!! ก่อนที่จะขึ้นกระเช้า ห้าง Citygate Outlets ก็ตั้งดักเงิน ดักทองอยู่ ด้วยความหนาว คือมันหนาวมาก ถึงขั้นพูดแล้วควันออกปาก แถมฝนยังตกปรอยๆ เลยแวะเข้าไปเดิน Outlets ก่อน แต่มันคงเช้าเกินไป แต่ละร้านก็เลยยังไม่ค่อยเปิดกัน ที่เปิดเร็วก็มีแต่พวกร้านอาหาร ซึ่งยังไม่หิว ก็ผ่านนะคะ...





ก่อนหน้าที่จะมาฮ่องกง สิ่งที่นุ้ยตั้งใจเอาไว้คือจะต้องไปเยือน Coach Outet ให้ได้ เวลาที่ Coach Factory Outlet ส่งอีเมลมาล่อหลอกเงินออกจากกระเป๋า แต่นุ้ยไม่สามารถสั่งซื้อได้เพราะมันไม่มีชิปปิ้งมาไทย แต่พอรู้ว่าที่ฮ่องกงมี Coach Outlet เท่านั้นแหละ นั่งเซิร์ทหารุ่นใหญ่เลยค่ะ แต่คือไปถึงแล้วร้านยังไม่เปิดเลย แอบเห็นป้ายแดง Up to 50% ด้วยยยยยย แอร๊ยยยยยยยยย กระเป๋าตังค์สั่นรัวๆๆๆ ไหนๆก็ไหนๆละ ขึ้นกระเช้าไหว้พระเป็นสิริมงคลก่อน ลงมาทุกร้านคงเปิดพอดี






ตอนอ่านรีวิวก่อนมาหลายๆคนก็บอกว่าคนต่อแถวขึ้นกระเช้าเยอะมากกกกกกกก บางทีก็วนจนจะไหลลงมาชั้นล่าง ด้วยความกลัวนุ้ยก็เลยจัดการซื้อตั๋วทุกอย่าง ทั้งกระเช้านองปิง, ตั๋วดิสนีย์แลนด์ รวมถึงซิมการ์ดก่อนมาฮ่องกง ซึ่งข้อดีก็คือถูกกว่าซื้อที่เค้าเตอร์ขายตั๋วหลายร้อยอยู่ เพราะฉะนั้นใครมีแพลนมาเที่ยวฮ่องกงแนะนำให้ซื้อบัตรมาก่อนดีกว่า จะได้ไม่ต้องต่อแถวถ้าคนเยอะ แล้วก็ประหยัดเงินกว่าด้วย จริงๆถ้ามาวันหยุดเสาร์ อาทิตย์คนก็คงจะเยอะตามที่เขารีวิวกัน แต่วันที่นุ้ยไปเป็นวันธรรมดา คนก็เลยไม่ค่อยมี 




เดินขึ้นไปแล้วก็ไปแลกรับบัตรจริงที่เค้าเตอร์ได้เลยโดยไม่ต้องรอคิว เสร็จแล้วก็ไปรอขึ้นกระเช้า ดูด้วยตาแล้วไม่ค่อยสูงนะ พอขึ้นไปก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเพราะหมอกลงหนามาก ฝนตกอีก มองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง จบกัน




ตามธรรมเนียมของสถานที่ท่องเที่ยวคือ ทุกที่มีร้านขายของที่ระลึกดักอยู่ตลอดแนว จะหนียังไงก็ไม่พัน ยังไงก็ต้องเดินผ่าน แต่เงินนุ้ยไม่หลุดออกจากกระเป๋าสักเหรียญเดียวนะ เพราะตั้งใจจะไปถล่มที่ Outlets ข้างล่าง





แอบเสียดายที่ตอนขึ้นไปแล้วหมอกลงจัดมาก มองอะไรไม่เห็นเลย ทางข้างหน้าก็แทบจะมองไม่เห็น ถ่ายรูปออกมาก็ไม่สวย เดินๆอยู่ก็กลัวจะผลุบหายไปในหมอก แบบตกเขาโดยไม่รู้ตัวอะไรแบบนี้ อยู่บนเขาลมก็พัดตลอดเวลา ฝนก็ตกปรอยๆ แถมเริ่มเจ็บคอ อาการคล้ายหวัดจะมาเยือน 






จำได้ว่าเคยเห็นคนรีวิว Starbuck บนนองปิงวิลเลจเลยเดินๆหา แต่คือหมอกมันหนามากจนมองป้ายชื่อร้านแทบจะไม่เห็น สุดท้ายก็หาเจอจนได้ และได้กรีนทีลาเต้ช่วยชีวิตไว้ 




ใจนึงก็อยากลงไปเดิน Outlets อุ่นๆแล้วแหละ อยู่บนเขายิ่งสูงก็ยิ่งหนาว ลมก็พัด ขณะที่กำลังนั่งกดลบรูปที่ถ่ายมา หูก็ได้ยินเสียงคนไทยสองคนคุยกัน ซึ่งเสียงแอบคุ้น พอเงยหน้ามาก็พบว่า คนไทยสองคนนั้นคือพี่ก้อยและพี่เกดนั่นเอง กรี๊ดกันร้านแทบแตก โลกโคตรกลม!! อยู่ที่ไทยไม่ค่อยได้เจอกัน ดันมาเจอกันที่ฮ่องกงซะอย่างนั้น




พี่ก้อยกับพี่เกดมาฮ่องกงหลายครั้งแล้ว ก็เลยรู้จุดว่าจะต้องไหว้ตรงไหนยังไง ต้องขอเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นได้ไกด์นำทางแล้วค่ะ!! พี่ก้อยพานุ้ยไปจุดไหว้พระ โชคร้ายที่มองไม่เห็นพระใหญ่บนยอดเขา เสียดายมากๆ เนื่องจากอากาศหนาวมาก แถมฝนก็ตกเลยตัดสินใจว่าไหว้จากจุดไหว้ข้างล่างแต่คงไม่ขึ้นบันไดไปที่ฐานพระใหญ่ เพราะไม่ไหวจริงๆ ตอนไหว้พี่เกดก็บอกว่าอย่าบน ถ้าอยากได้อะไรก็ให้ขอเลย บอกว่าแล้วปีหน้าจะกลับมาไหว้ใหม่ นุ้ยก็เลยต่อท้ายไปว่า ปีหน้าหนูจะขึ้นบันไดไปที่ฐานพระใหญ่........... ปีหน้าคงต้องไปอีกสินะ... จริงๆแล้วคือหาเรื่องมาเที่ยวต่อนั่นเอง





หลังจากลงมาด้านล่างก็แวะช็อปปิ้งที่ Citygate Outlets กับพี่ก้อยพี่เกดต่อ เนื่องจากพี่ทั้งสองจะต้องกลับไทยเย็นวันนั้นแล้วก็เลยทำเวลานิดนึง ก่อนแยกกันพี่ก้อยก็ให้ถุงมือ H&M มาด้วย ซึ่งต้องขอบคุณพี่ก้อยมากๆ เนื่องจากถ้าไม่ได้ถุงมือพี่ก้อย นุ้ยคงแข็งตายคาดิสนีย์แลนด์แล้ว



อยากจะบอกว่าแอบผิดหวังนะ ตอนเดินเข้า Coach Outlet ความรู้สึกนี่คือลัลล้าขาไม่ติดพื้น แต่พอพลิกป้ายราคาดูเท่านั้นแหละ เหมือนทิ้งดิ่งลงจากเขา แพงมากกกกกกกกกก แพงกว่า Outlet ที่อเมริกาเกือบเท่า แต่ละใบขึ้นหลักหมื่น ย้ำว่าหลักหมื่น และของก็น้อยด้วย มีแต่ไม่กี่แบบ ไม่กี่รุ่น เดินวนแต่รอบเดียวก็ออกละ ไม่ไหว เดินไปเดินมาก็จ๊ะเอ๋กับ Kate Spade ราคาส่วนใหญ่ก็พันปลายๆถึงหมื่นต้นๆ แต่แบบไม่เหมือนกับในช็อป แอบมีใบที่อยากได้ด้วย ราคา 2,380 HKD คิดเป็นเงินไทยก็ 1 หมื่นบาท..... ไว้ก่อนนะ ถ้าวันกลับแล้วเงินเหลือจะมาสอย TT^TT ได้แต่บอกตัวเองว่ายังต้องใช้ชีวิตอยู่ในฮ่องกงอีกสามวัน อย่าเพิ่งรีบร้อนเสียเงิน


จริงๆแล้วของแต่ละยี่ห้อใน Outlets ก็โอเคนะ ราคาไม่ได้ถูกมาก แต่ก็ถูกกว่าซื้อข้างนอก แต่รองเท้า Timberland เนี่ย ที่ไทยขายหมื่นสอง แต่ที่นี่แค่ 4พันกว่าๆ เกือบ 5พัน ราคาใกล้เคียงที่อเมริกา ไม่แปลกใจเลยที่หลายๆคนชอบมาช็อปปิ้งที่ฮ่องกง มีหมื่นหมดหมื่น มีแสนหมดแสนอ่ะ บอกเลย!



To be continued...




Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2557 22:23:11 น.
Counter : 4571 Pageviews.

1 comments
  
ไปเที่ยวด้วยคนค่ะ
โดย: VioLentBlackMay วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:23:34:17 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมีน้อยพุงพลุ้ย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]