★ ★This is just the beginning of my journey ^^ ★ ★
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
13 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
Sunshine day in Milan, Italy

สวัสดีค่ะเพื่อนชาว Bloggang ทุกท่าน รวมถึงญาติผู้ใหญ่ทุกท่านที่แวะมาอ่าน อิอิ แอบดีใจ เดี๋ยวนี้ แม่ๆ ป้าๆ เล่นเน็ตกันเป็นหมดแล้ว ฮ่าๆๆๆ

เพิ่งกลับมาจากไฟลท์ที่ยาวนานมาก กินเวลาถึง 4 วันด้วยกัน นั่นคือ Milan (Italy) - Nice (France) แต่ไฟลท์ไปนีซ เป็นแบบ Turnaround ไม่ได้ลงที่นีซ สรุปแล้ว เหมือนมีเวลาอยู่ที่มิลานประมาณสามสี่วันเลย แล้วเป็นไฟลท์ที่ไม่ได้ขอไปด้วย ให้มาเอง โชคดีมากกกก แล้วเค้าบอกว่าเดือนหน้าจะไม่มี Layover ที่นานขนาดนี้แล้ว สรุปแล้วถือว่าเราโชคดีมาก เพิ่งจะมาดวงดีเอาช่วงนี้แหละ อิอิ

เราพักกันที่โรงแรม Hilton แบบเวอร์ชั่นนอกเมือง เพราะว่าจะมีลูกเรือที่ทำไฟลท์อีกแบบนึง คือทำแค่มิลานแล้วกลับโดฮาเลย พวกนั้นจะพักฮิลตันในเมือง สงสัยบริษัทกลัวลูกเรือไปเที่ยวไม่ทัน ฮ่าๆๆๆ แต่ของเรามีเวลาเยอะ เลยอยู่นอกเมือง เอาใกล้สนามบินเข้าว่า เราก็ลำบากหน่อย กว่าจะเข้าเมืองได้ ต้องต่อรถไฟ ต้องต่อ subway คือเริ่มต้นต้องนั่งบัสจากโรงแรมไปสนามบิน จากสนามบินนั่งไปที่สถานีหลักจากสถานีหลักนั่งไปยังสถานีย่อยอีก แล้วค่ารถไฟแบบ โฮกกกก จะเข้าเมืองที 15 ยูโร แล้วต่อไปอีกประมาณ 2 ยูโร

โอเค มาเริ่มต้นกันที่โรงแรมตามเคย ห้องพักโอเค เตียงมีปรับระดับความนุ่มความแข็งได้ เราก็ปรับๆ ไม่เห็นเกิดไรขึ้นเลย เง้อ... แต่ที่ชอบเลยคือ toiletries ของโรงแรม ใช้ของนูโทรจีน่าาาา โอ้ววว...ลงทุน

Photobucket

ต่อมา ลูกเรือเซ็ตนี้มีแผนกันเยอะมาก บ้างจะไปเวนิส ตอนแรกอยากไปมาก แต่พอรู้ว่าต้องนั่งรถเกือบ 5 ชั่วโมง อูย....ไม่สู้อ่ะ ไว้ค่อยมาเองเวลาวันหยุดไรงี้ดีกว่า เลยกะว่าจะต้องออกไปในเมืองก่อน ต้องไป Duomo เป็นโบสถ์ Gothic เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของมิลาน ไม่งั้นเดี๋ยวเค้าว่ามาไม่ถึง พี่คนไทยขี้เกียจไป น้องเกาหลีเคยมาแล้ว แต่คราวที่แล้วเค้าไม่ได้เข้าไปข้างในโบสถ์ เราเลยโอเค งั้นไปกะเกาหลี 2 คนแล้วกัน เค้าก็แบบ งงๆ ชีวิต นึกว่าจะพึ่งได้ เพราะเห็นว่าเค้าเคยมาแล้ว แต่เราเหมือนมาเริ่มใหม่กันหมดเลย ตั้งแต่ออกจากโรงแรม ไม่มีใครรู้ทางรู้วิธีไปซักคน ก็อาศัยงืมงำๆ กันไปตามทาง คนก็พูดภาษาอังกฤษกันได้บ้างไม่ได้บ้าง

ข้อมูลการเดินทางคร่าวๆ
1. บังคับโรงแรมให้เอา Shuttle Bus ไปส่งเราที่สนามบิน (ฮา..)
2. จากสนามบินซื้อตั๋วรถไฟ Malpanza - Cadorna เพื่อไปเปลี่ยน Subway ราคา 14.50 ยูโร (ปาดเหงื่อ 1 ที)
3. ถึง Cadorna เปลี่ยน Subway ไปสถานี Duomo ขาละ 1 ยูโร แต่ถ้าซื้อตั๋ววันก็จะแค่ 3 ยูโรเท่านั้น ไปกลับกี่รอบก็ได้ภายในวันๆ นั้น

ตอนแรกไม่รู้ว่าต้องต่อ Subway ไป Duomo เลยออกมาเดินเล่นโง่ๆ แป๊บนึง แดดดีจริงๆ หนาวกำลังสบายๆ

Photobucket

พอรู้ตัวก็กลับเข้าไปในสถานีใหม่ เพื่อจะไป Duomo

ท้าดาา.... โผล่ขึ้นมาจาก Subway ก็มาถึงแล้ว สวยงามอย่างที่คาดไว้ ไม่ผิดหวังจริงๆ หลังจากที่แอบไปดูรูปในบล๊อคของพี่เอิงอยู่หลายเพลา

Photobucket

บรรยากาศโดยรอบ ที่ชอบอิตาลีอย่างนึง (นอกจากคนหล่อแล้ว) ก็คือแสงแดด มันจ้าได้ใจจริงๆ

Photobucket

Photobucket

ประตูโบสถ์สวยงามมวาก

Photobucket

ว่าแล้วก็เข้าไปสำรวจข้าในกันซักหน่อย ไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด คล้ายๆ กับวาติกันตอนนั้น

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

จุดเทียนบูชา

Photobucket

ที่ชอบที่สุดคือนี่เลย ภาพศิลปะบนกระจกสี หรือที่เรียกว่า Stained Glass

Photobucket

ถ้าดูใกล้ๆ จะเห็นว่าทุกภาพมีเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาอย่างละเอียด ประณีตมาก ยืนเหวอไปพักใหญ่ เพราะของจริงสวยอเมซซิ่งสุดๆ ไม่น่าเชื่อว่าเค้าทำกันได้ไง แล้วใหญ่มากก แล้วติดอยู่รอบๆ เยอะมาก เล่นเอาดูเพลินกันไปเลยทีเดียว

Photobucket

ยังเดินชมบรรยากาศภายในกันไปเรื่อยๆ

Photobucket

สังเกตบล๊อกที่ผ่านๆ มาจะชอบไปดูโบสถ์ เพราะเหมือนได้บรรยากาศเก่าๆ ย้อนคืนมา เพราะเรียนมาในโรงเรียนคริสตร์ ถึงตัวเองจะนับถือศาสนาพุทธ แต่ก็มีความผูกพันกับศาสนาคริสตร์ ทั้งประวัติ ทั้งบทสวดและอื่นๆ มาเป็นสิบๆ ปี เคยไปเล่นเปียโนในโบสถ์ เล่นคอนเสิร์ตที่เป็นเพลงในพิธีศพ (กรี๊ด...แลดูน่ากลัว) คอนเสิร์ตครั้งนั้นชื่อว่า Immortal Concert บัตรขายดีเป็นเทน้ำเทท่า (เหรอ) (บังคับเพื่อนซื้อ?) (เอ๊ะยังไง?) เป็นคอนเสิร์ตที่เพลงทั้งหมดที่ใช้ในการแสดง เป็น Funeral Music ทำนองก็จะหลอนๆ มีเครื่องสาย เราเล่นเปียโน และมีคณะประสานเสียง หรือที่เรียกว่า Choir (เราออกเสียงกันว่า ควาย-เอ้อ 555) ถ้าย้อนกลับไปได้จะทำให้ดีกว่านี้ ตอนนั้นแบบซ้อมมั่ง ไม่ซ้อมมั่ง พอไปเล่นจริงก็หลุดๆ เอ๊ะ...มานั่งรำลึกความหลังทำไม ดูเครียดๆ นะ แต่คิดถึงจริงๆ คิดถึงดนตรี มาอยู่ที่นี่ครึ่งปีไม่ได้เล่นดนตรีร้องเพลงมานานแล้ว ชีวิตหดหู่

เปิดคอมไปเจอรูปนี้ที่เคยทำไว้สมัยยังสาว ตอนเล่นละครเวที เป็นละครเพลง อยากกลับไปแต่งเพลงและแหกปากตะโกนร้องเพลงแบบนั้นอีก เศร้าวุ้ยยย ตอนนี้แก่เกินแกงละ ลาออกแอร์ไปประกวดเอเอฟดีกว่า กร๊ากๆๆ

Photobucket

ต่อดีกว่า กับเรื่องโบสถ์ๆ

Photobucket

ไปไหว้พระแม่แมรี่ (ที่โรงเรียนเรียกพระแม่มารี) ขอศิริมงคลให้ชีวิตซักหน่อย อยากจะหายซวยบ้างไรบ้าง...

เดินออกมาข้างนอก ก็จะมีย่านให้เดินช๊อปๆ ชิมๆ

Photobucket

Photobucket

ยืนแอ่นถ่ายรูปซักหน่อย
หมายเหตุ อย่าสงสัยว่าทำไมชุดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพราะว่าไปสองวัน ฮ่าๆๆ ไม่ได้เรียงตามลำดับเวลานะจ๊ะ

Photobucket

หิวแล้ว ไม่รู้จะกินไรกันดี ยังไม่อยากกินพิซซ่าเท่าไหร่อารมณ์ตอนนั้น เห้นร้านนี้อยู่ในซอย ท่าทางหรูมาก ยังไม่ทันตั้งตัว เดินเข้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ร้านสวยมาก หรูเชียว ไม่กล้าถ่ายรูปมาเท่าไหร่ เดี๋ยวเค้าหาว่าเห่อ แต่ร้านสวยมากๆ คอนเฟิร์ม

Photobucket

ด้วยอารมณ์หิว บวกกับตะกละ ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ เพราะเป็นวันนั้นของเดือน เลยต้องกินเยอะ (อ้างตลอด กินเยอะก็อ้างตลอด) เลยจัดหนัก Lobster Linguine จัดไปปป มาทั้งที

Photobucket

อยากจะบอกว่า อร่อยมากกกก ได้กลิ่นคาวกุ้งมาแต่ไกล ไม่ใช่สิ เรียกว่าคาวแลดูไม่ดี จะให้เรียกว่าไงอ่ะ ได้กลิ่นกุ้งละกัน ตั้งแต่สอยเส้นเข้าปาก แล้วอยากจะบอกว่าอาหารอิตาเลียนแท้ๆ อร่อยจริงๆ ไม่เลี่ยนอย่างชื่อเลย แล้วตรงที่อร่อยจริงๆ คาดว่าคือน้ำมันมะกอก หรือ Olive oil อย่างหอม แล้วไม่เลี่ยนด้วย

Photobucket

ตอนเขียนเล่าที่ก็น้ำลายสอเลยทีเดียว

วันแรกก็ไม่มีไรมาก ซื้อรองเท้าได้คู่นึง เสื้อได้ตัวนึง ขำๆ เบาๆ แล้วก็กลับ
ตอนจะกลับก็ไปที่สถานีซับเวย์

Photobucket

เจอนี่ สงสัยอยู่ว่ามันคืออะไร

Photobucket

มาดูกันชัดๆ อ้อออออ เข็ม ที่มีด้ายร้อยไว้นั่นเอง

Photobucket

แล้วอีกฝั่งถนนนั่นอะไรของมัน

Photobucket

พอมาดูภาพรวมประกอบแล้วคือ ด้านนึงเป็นเข็ม อีกด้านนึงเป็นด้านที่ขมวดปมไว้ แล้วมันอยู่กันคนละฝั่งถนน โอววว....บรรเจิด.....คิดด้ายยยยย

Photobucket

หลังจากนั้น เรากับน้องเกา (เรียกเค้าน้องอีกละ เค้าอายุ 26 ) ก็จะกลับ แต่พอดีว่ารถเที่ยวต่อไปอีกประมาณ 20 นาที เลยเดินเที่ยวแถวนั้นไปก่อน

เจอนี่ สวยเชียว แต่เค้าปิดแล้ว ไม่งั้นจะเดินเข้าไปดูซักหน่อย

Photobucket

เดินเรื่อยเปื่อยไปก่อนกลับ

Photobucket

และแล้ว รถเที่ยวของเราก็จะออกแล้ว วันนี้ก็คงจบลงเพียงเท่านี้

Photobucket

วันที่ 2 ซึ่งตอนแรกว่าจะไปเวนิส ไม่ก็ไปหอเอนปิซ่า แต่ด้วยความที่อิฮั้นไม่สู้ จึงขอเข้าเมืองช๊อปชิวๆ อย่างเดิม คราวนี้ไปกะพี่คนไทย ต้องโทรไปขอโทษพี่เค้าว่า พี่เตยขา...หนูไม่ไหว หนูไม่ไปละนะหอเอนปิซ่า (คือเป็นไรที่เดินทางไปกลับกันเป็นวันๆ) แล้วขามาเราเป็นครัวด้วย (อีกละ แม่ครัวหัวป่าก์ตลอดเวลา) ก็เลยเข้าเมืองช๊อปๆ ชิวๆ คราวนี้เลยถ่ายรูปกันสนุกเลย แต่พี่เค้าเคยมาแล้ว ไม่แคร์ พี่คะ ถ่ายให้หนูหน่อย ฮ่าๆๆๆ

Photobucket

Photobucket

Photobucket

แต่เวลาถ่าย ขอบมีแขกแบบมาเอาอาหารนกมายัดเยียดให้อ่ะ แล้วจะเอาเงิน หรือไม่ก็เอาสร้อยบ้าๆ บอๆ มาผูกข้อมือ แล้วจะเอาตังค์ ตอนผูกบอกว่า ฟรี ฟรี เรื่องนี้เราได้ยินจากเพื่อนลูกเรือมาเยอะ เราเลยระวังตัว รู้ทันแขกพวกนี้ อิอิ


Photobucket

เอ้าร่าเริงงงง แดดออก เฮ....

Photobucket

ทำตัวแอ๊บแบ๊วฮาราจุกุกันปายยย...

Photobucket


ตกเย็นก็ช๊อปต่อ ขำๆ กินไอติม อร่อยมวากกก อยากกินหลายโคน แต่กลัวพี่เค้าหาว่าตะกละ ฮ่าๆๆ

Photobucket

Photobucket

Photobucket

แอบถ่ายดิสเพลย์ของร้านแถวนั้นมา น่ารักนะเนี่ย

Photobucket

Photobucket

2 วันแรกก็ผ่านไปแบบไม่ได้ไปไหนเลย ไปแต่แถวนั้น แล้วเราก็ไปทำไฟลท์ไปฝรั่งเศสวันที่ 3 แล้วกลับมานอนตีพุงที่โรงแรม บ่ายๆ เย็นๆ ก็ออกไปหาพิซซ่าแถวนั้นกิน พี่คนไทยบอกว่าเป็นลุงกะป้าแก่ๆ ทำเองสดๆ ร้อนๆ อร่อยมาก ร้านเล็กๆ หลืบๆๆ

ระหว่างเดินไป ที่สนามหมาเล่น (คล้ายๆ สนามเด็กเล่น)

Photobucket

กว้างมาก คาดว่า เด็กก็คงมาเล่นแถวนี้ด้วยแหละ

Photobucket

เจอลุงจูงอิหมาคึกมาตัวนึง ก็คุยกะลุงไปตามประสา อย่าถาม ว่าคุยภาษาอะไร เพราะลุงแกพูดอิตาลีมา เราก็พูดอังกฤษใส่ไป ไม่เป็นไร คุยกันด้วยใจ คนที่นี่เค้าน่ารักมากอ่ะ

Photobucket

ถึงร้านพิซซ่าแล้ว เห็นมั้ยป้ายสีชมพู ข้างๆ นั้นมีคาร์ฟูร์เล็กๆ

Photobucket

แต่ไปถึงประมาณ 4 โมงเย็น หิวกันมาก เดินกันด้วย เพราะว่าอิรถโรงแรมไม่ยอมไปส่ง เลยเดินกันไปเอง พบกับความจริงอันโหดร้ายว่า จะเปิดอีกทีตอน 6 โมง เฟววว...จึงเดินกลับโรงแรมแล้วค่อยไปอีกทีตอน 6 โมง

ทีนี้ก็สมใจล่ะ

Photobucket

ป้าอบซะขอบเกรียมเชียว ไฟแรงมาก แล้วในร้านบรรยากาศน่ารักมากๆ เจอคุณลุงคนนึง เค้าถามว่า จะถ่ายรูปให้เอามั้ย (ทั้งๆที่เราไม่ได้ควักกล้องออกมาหรือไรเลย) แต่เค้าคงเข้าใจว่าอยากได้รูปคู่กัน เรากะพี่คนไทย มารู้ทีหลังว่าเค้าเป็นวิศวกรเครื่องยนตร์อยู่ที่สายการบิน Lufthansa แล้วเค้าพักโรงแรมเดียวกะเรา เค้าชวนกลับด้วยกัน เราบอกไม่เป็นไร เราจะไปคาร์ฟูร์ข้างๆ ต่อ เค้าบอกไม่ต้องกลัว เราบอก ไม่ได้กลัว ฮ่าๆๆๆๆ เป็ลุงแก่ๆ หน้าตาใจดีมาก

แล้วร้านนี้เหมือนเป็นแหล่งมั่วสุมเล็กๆ มีแต่ผู้ชาย ยกเว้นผู้หญิงทอมๆ คนนึง และป้า (ยาย) แก่ๆ เจ้าของร้าน แต่คนที่นี่มีมารยาท แล้วแบบนิสัยดี nice ตลก บ้าบอเฮฮา ไม่เหมือนร้านก๊งเหล้าที่ไทย มีแต่ชายฉกรรจ์น่ากลัว ฮ่าๆๆ พูดเหมือนเคยไป เห็นแล้วแบบสะท้อนชีวิต อยากเปิดร้านขายอาหาร เรียบๆ ง่ายๆ คือร้านนี้ขายอย่างเดียวจริงๆ คือพิซซ่าถามซุปมีมั้ย ม่ายยยมี พาสต้ามีป่าว ม่ายยมี ไม่มีไรเลยสรุป แล้วแบบเพื่อนบ้าน ทุกคนมารวมตัวกันนั่งเม้าท์ นั่งจิบไวน์ เฮฮา ทุกคนในร้านรู้จักกัน เราก็เอากะเค้าด้วย คือคุยกันทั้งร้านอ่ะ รู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง เป็นชีวิตที่น่ารักมาก เพราะว่าอยู่นอกเมืองด้วย ชอบบรรยากาศมากๆ ไม่อยากกลับเลย

สรุปว่าไปครั้งนี้ ไฟลท์ดี ลูกเรือดี อะไรๆ ก็ดี

แต่!!!! ลืมเล่า ขามามิลาน จะรีบวิ่งไปปิดประตูเครื่อง จะมีใครปิดประตูแทนไม่ได้ เพราะทุกคนจะมีประตูเป็นของตัวเอง สะดุดผ้าห่มอิผู้โดย ล้มคว่ำไปเลย กระโปรงขาดจนถึงซิบ แล้วดันมีตัวเดียวอีกนะ ตอนล้มไป เหมือนละครเลย พี่คนไทยเห็นเหตุการณ์ เราก็ยืนขึ้น เดินเชิ่ดสะบัดบ๊อบใส่ผู้โดย แบบทำท่าเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น กลับเข้ามาในครัว โอวววว หัวเข่าเลือกออกอย่างแรง หัวหน้าใหญ่ตกใจ บอกว่าเค้าต้องเขียนรายงานนะเนี่ย ไม่ใช่แผลไก่กา เราก็แบบ ไม่เป็นไร ไม่ต้องถึงกับ Injury on board ก็ได้มั้ง แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือกระโปรง ขาดจนถึงซิป เออ ช่วงนั้นกินเยอะ กระโปรงมันคับเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วยไง จนเพื่อนจีนที่ทำเฟิร์สคลาสบอกว่า กระโปรงเธอ tight มากเลยนะ แต่มันไม่น่าเกลียด ชั้นชอบ เซ๊กซี่ดี เพื่อนแถวนั้นมีการมาสมทบ ใช่ เซ๊กซี่มาก ชั้นชอบ เราก็บอกไปว่า ถ้าเจอ Grooming ที่เฮี๊ยบๆ มาตรวจ มีหวังชั้นไม่ได้บินหรอกไฟลท์นี้ เพราะชั้นก็รู้ว่าตอนนี้กระโปรงชั้นคับมาก แต่ดีที่เจอ Grooming Officer ใจดี เลยได้บิน เป็นไงล่ะ...ล้มคว่ำ ถึงกับกระโปรงขาดเลย เพราะมันคับเป็นทุนเดิม

ตอนหลังพี่คนไทยมาเล่าให้ฟังว่า ผู้โดยที่มันทำผ้าห่มตกไว้ที่พื้น พอเห็นเราล้ม เค้าก็รู้สึกกิวตี้สำนึกผิดมาก พยายามค่อยๆ ชักๆ ผ้าห่มกลับไปบนที่นั่ง ฮ่าๆๆๆ ไม่ทันแล้วไหมมม ชั้นเจ็บขนาดเน้ อิผู้โดยบ้าาาาาา

ตอนทำไฟลท์กลับมาโดฮา ถุงน่องเสียดสี ทีนี้ล่ะเลือดไหลเลอะถุงน่องเลย มีผู้โดยที่เค้าเห็นเข่าตอนเรานั่ง ก็ทำหน้าสยดสยอง อู้วอ้าส์ด้วยความกลัว เราเลยบอกเค้าว่า ไอไม่เจ็บหรอก มันแค่น่ากลัวเฉยๆ แต่มันไม่ painful เลยนะ ฮ่าๆๆ โกหกกันไป

หัวหน้าใหญ่เลยบอกว่า จะเขียนรายงานเรื่องกระโปรงแหกแล้วกัน จะได้เอาไปเปลี่ยนได้ฟรี ฮ่าๆๆๆ

สรุป...

ไฟลท์นี้ดีมาก ผู้โดยดี ผู้โดยสุภาพ ที่สำคัญผู้โดยหล่อ แม้แต่คนตามท้องถนนมิลาน พ่อครัวหั่นแฮม คนขับรถตู้โรงแรม และอื่นๆ และอื่นๆ หล่อกันทั้งบ้านทั้งเมือง ขนาดตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบฝรั่งนะเนี่ย เห็นแล้วจะเป็นลมตาย ยิ่งในรถไฟไม่ต้องพูดถึง หล่อยกขบวน ฮ่าๆๆๆๆๆ




Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2554 1:38:22 น. 12 comments
Counter : 1060 Pageviews.

 
เอ็นดูจัง อิน้องกระโปรงขาด โป้ป่าว ไม่ได้ห่วงเรื่องเจ็บเท่าไหร่ ฮ้าๆๆๆ นึกซะว่าฟาดเคราะห์เนอะ เดี๋ยวได้กลับบ้านแว้ว ไปอยู่ตั้งสามวัน ทำไมเขียนมาน้อยจัง เขียนมาอีกดิ เคยเล่าให้ฟังว่าอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ที่เชียงดาวอร่อยมากอยู่ในรีสอท เจ้าของทำเอง เสียอย่างเดียวนั่ง รถไกลจากบ้านจัง คนอิตาเลียนที่ว่าหล่อแล้วตัวสูงป่าว เพราะเห็นพวกนี้จะตัวสั้นๆ แต่หน้าจะหล่อ อ่านแล้วสนุกมากชอบๆๆ พ่อนั่งรอนับวันกลับอยู่นะจ๊ะ


โดย: mom IP: 117.47.147.213 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:23:13 น.  

 
ท่าหม่ำไอสครีมน่ารักเชียว


โดย: Sassy Imp วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:42:47 น.  

 


อยากกินพิชซ่า กับไอติมจังเลยย


โดย: บุตรตรีbudja09 IP: 110.164.90.7 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:52:18 น.  

 
อ่านสนุกเหมือนเดิมนะคะ ...


โดย: แพท (aLwaYs moodY ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:22:03 น.  

 
พาเที่ยวอย่างสดใส พลังเยอะจริงๆ ชอบๆ


โดย: javee วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:59:25 น.  

 
Happy Valentine's day na krab




โดย: MM (ongchai_maewmong ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:17:17:36 น.  

 
มาแร้ววววววค่ะน้องพิง ตามมาเที่ยวมิลานด้วยคน
(เที่ยวทำไมเนี่ย พี่เอิงอยู่นี่แท้ๆ 55555+)
อากาศอาทิตย์ที่แล้วดีมากๆ แดดจ้าได้ใจ งานนี้ถ่ายรูปมันส์ไปเลย
เที่ยวชิล ชิล ดีแล้วค่ะ เพราะถ้าเดินทางเยอะมากไปก็เหนื่อย
ไว้วันหน้าแวะมาอิตาลีใหม่ ค่อยไปเที่ยวที่อื่นนะคะ
หน้าดูโอโม่ มีพวกอัฟริกันมาขายของเยอะ (หน้ากลัวค่ะ)
ขนาดคนในมิลานเองยังขยาด ไม่เดินเข้าใกล้
(สังเกตจะเห็นตำรวจเยอะแถวนั้น มีปัญหาเรียกตำรวจได้)
ที่น่าสังเกตอีกอย่าง ตำรวจหน้าดูโมโอ่
จะคัดเฉพาะพวกหน้าตาดีมาประจำการ ก๊ากกกส์
(ไม่ได้ล้อเล่นนะคะ เพื่อนๆ ที่เคยมาเที่ยวหลายคนบอกมาอีกที)

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ




โดย: diamondsky วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:42:31 น.  

 
ยกผัดวุ้นเส้นมาให้แทนกุหลาบค่ะ

สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะ แอบตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ



โดย: Schnuggy ชนุ๊กกี้ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:16:49 น.  

 
อ้อ... ลืมบอกไป คนเช่าบ้านเราที่ กท. เป็นคนอิตาเลียน ถ้าชอบอาหารอิตาเลียนเค้าจะสอนให้ (ถ้าเรามีเวลา) ช่างที่ไปซ่อมบ้านบอกว่าเมียเค้าสวย


โดย: mom IP: 223.204.69.115 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:20:32 น.  

 


มาชวนไปเที่ยวกระบี่กันค่ะ :)

มีความสุขกันทุก ๆ วันนะจร้า :)

นึกท่าล้มกระโปรงขาดออกเลยค่ะ 5555

น่ารักดี


โดย: สาวสะตอใต้ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:22:53 น.  

 
ดรีจ้าพิงค์...

555+ โปกฮาได้อีก ชอบๆๆๆ ไว้ต้องมาอัพเดทข่าวเพื่อน

บ่อยๆซะแร้ว แต่เอ็นดูตอนจับกบ หายเร็วๆนะจ๊ะ


โดย: โอปอจ้า IP: 223.205.145.102 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:00:08 น.  

 
แต๊งกิ้วจ้าโอปอ คากว่าแม่คงเอาลิ้งค์ไปแจกล่ะสิเนี่ย -_-" ฮ่าๆๆ


โดย: Bloody Distance วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:53:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bloody Distance
Location :
Doha Qatar

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]




Photobucket

สวัสดีค่ะ พุงพิงคร่าาาาาาาา

พิงคือหญิงไทยธรรมดาที่มีโอกาสได้มาทำงานและได้ท่องเที่ยวในหลายประเทศ อยากไปเพื่อนๆ ตามไปเที่ยวด้วยกันนะคะ

ฝากติดตาม Track เพลง Cover ของวง Crazy Signal ของพิงและเพื่อนๆ ด้วยนะคะ Subscribe ได้ใน Youtube ของ Pinky8878 จ้ะ

INSTAGRAM : pingthewicked_boo

MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
New Comments
Friends' blogs
[Add Bloody Distance's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.