Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
31 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
ครั้งแรกในชีวิตกับpart time job ตอนที่2


พอไปถึงโรงแรม เราก็จัดการแลกบัตรประชาชนและเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า


ชุดยูนิฟอร์มที่ทางโรงแรมจัดให้ แห๊มมม ได้ไซส์มาพอดี เป๊ะเชียวว!


ทางโรงแรม เลี้ยงข้าว ครบ สามมื้อ แถมเลี้ยงน้ำแปปซี่ น้ำส้ม น้ำโค้ก โกโก้


ชาเย็น ชามะนาว ข้าวและกับข้าว น้ำพริก สลัด แบบ บุฟเฟ่ย์ เราก็ใส่เต็มที่เลย


เพราะเพื่อนบอก เด๋วต้องทำงานหนักนะ ต้องใช้แรงเยอะ ฮ่าๆๆ (ก็จริงแฮะ)


พอท้องอิ่ม หนักตาก็เริ่ม หย่อน  เอ้ยยย ก็เริ่มมีแรงทำงาน เพื่อนก็พาไปเซ็นชื่อ


ระหว่างไปเซ็นชื่อ พี่ที่เป็นเมเนเจอร์คนหนึ่งก็ตะโกน คำหยาบใส่ พนักงานกลุ่มหนึ่ง


เราแอบอึ้งง และทำตัวให้ชิน แบบ อุ้ย แรงอ่ะ!! พี่คนนี้ต้องระวัง ฮ่าๆๆ


แต่พี่เขาก็คงต้องแรงเพื่อทำให้ลูกน้องกลัว(หรือเปล่า) พอเซ็นชื่อเสร็จ


เราก็เดินไปยังห้องจัดงานเลี้ยง เมื่อมาถึง พี่สต๊าฟ ก็พาไปทำหน้าที่


พาไปเช็ดช้อน ส้อม ตะเกียบและ ผูกโบว์กับเก้าอี้ เราก็ทำ เช็ดด้วยความสะอาด


และพยามทำให้ดีที่สุด เช็ดให้สะอาดทุกอย่าง ไม่ให้มีคราบ เพราะเชื่อว่า


ทางโรงแรม ความสะอาดต้องมาอันดับหนึ่ง คิดถึงใจเขาใจเรา เวลาเราไป


โรงแรมแล้วเห็นคาบที่ ช้อนที่ตะเกียบ เราก็รับไม่ได้ เราเลยต้องทำให้ดีที่สุด


เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรารับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเสร็จ


ก็หมดเวลาแล้ว งานแต่ง เริ่ม 6โมง พวกเรามีเวลาพักแค่ 40 นาที


ให้ลงไปทานข้าว ก่อนจะไปทานข้าว ก้มีพี่สต๊าฟมาอบรม


การจัดโต๊ะจีน ต้องเสิรฟ์แบบไหน เมนูไหนแบ่งอาหารยังไง


วางจานยังไง เสริฟร์น้ำยังไง งานแต่งของใคร ถ้าแขกถามหาห้องน้ำ


ต้องตอบว่ายังไง บลาๆๆ อบรมใช้เวลาแค่ 30 นาที


โครตจะตื่นเต้น แบบสั่นๆอ่ะ เพราะไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน


ครั้งแรกในชีวิต กลัวการผิดพลาด กลัวทำพลาด (แล้วมันก็เกิดขึ้น)


ฮ่าๆๆ เราก็พยามเรียนรู้ การทำงานพี่สต๊าฟจะแบ่งออกมาเป้น


5 กลุ่ม เราโดนแยกไปอยู่กลุ่มใกล้ประตูทางเข้า และมีพี่ที่ชื่อ T เป้นคนคุม


คอยดูแลความเรียบร้อย สั่งงานและสอนงาน ตอนแรกก็เกร็งนะ


กลัวพี่เขาจะโหด แต่เราโชคดีมากกที่ได้พี่ T พี่เขาใจดีมากกก


 ยิ้ม เฮฮาเป็นกันเอง พออบรมฉบับเร่งด่วนเสร็จ


พี่เมเนเจอร์ก็พาไปยังห้องทานอาหาร และให้เวลาพัก 40 นาที


พอทานข้าวเสร็จก็เข้ามายืนประจำตำแหน่ง


แบ่งโต๊ะ กลุ่มเราได้คุม เจ็ดโต๊ะ ในเจ็ดโต๊ะ นี้


เราต้องคอยดูแลแขกที่มานั่ง ถ้าใครมาปุ้บเราต้องไปเสริฟ์


น้ำพวกแปปซี่ น้ำส้ม น้ำเปล่า และเก๊กฮวย ชา


ขอบอกว่าเรา ยกถาดใส่น้ำ วิ่งเข้าวิ่งออก


ถาดละ แปดแก้ว บางคนยกได้เป็นสิบๆ โครตนับถืออ่ะ


เพราะมันหนักมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายยก


ฮ่าๆๆ แต่อิเปิ้ลดันทะลึ่งยกได้ค่ะ เลยได้เก็บจาน เก็บแ้ก้วบ่อยๆ


เพราะยกได้ทีละเยอะๆ เสริฟ์เสร็จก็ต้องวิ่งไปเอา


น้ำจากห้องครัวด้านหลังเพื่อน้ำมาเสริมน้ำที่ขาดหายไป




เราก็ทำแบบนี้เรื่อยๆจนกระทั่งแขกมาครบโต๊ะและอาหารถูกนำมาเสริฟ์


ตอนอาหารมา ขอบอกว่าวุ่นวายมากก ต้องแข่งขันกับเวลา


ต้องเสริฟ์น้ำพร้อมกับเก็บถ้วย จานที่แขกทานเสร็จแล้ว


เราวิ่งเข้าวิ่งออก จนขาแทบหลุด แต่ห้ามบ่น เพราะเรามาทำงาน


สิ่งที่เราทำต้องออกมาดี เรายิ้มให้แขกทุกคน แขกขออะไร


ต้องบอกว่า รอสักครู่นะค่ะ แล้วก้รีบวิ่งไปเอามาให้ ถ้าของที่แขกขอ


ไม่มี ต้องขอโทษแขกว่า ขอโทษค่ะ ไม่มีค่ะ ไม่ทราบว่ารับอะไรอย่างอื่นแทนดีค่ะ


เราท่องจนขึ้นใจ และต้องยิ้ม ยิ้มเข้าไว้


ตอนเรายกถาดน้ำไปเสริฟ์ ด้วยความที่คิดว่าตัวเองมีศักยภาพพอ


เราเลยประมาท ทำน้ำหกใส่แขก เราแบบสั่นเลย ขอโทษพวกกับใช้มือรองน้ำในถาด


ไม่ให้หก กลัวมากอ่ะ ชุดราตีของพี่เขายิ่งแพงๆอยู่ พี่ T รีบวิ่งมาบอก


ให้เอาผ้ามาเช็ด พร้อมกับบอก เดี๋ยวพี่จัดการเอง ซึ้งมากอ่ะ


เราเลยวิ่งไปทำตามที่พี่เขาบอก แล้วก็เลยปลีกตัวมาเก็บถ้วยดีกว่า


อิอิ ตอนวิ่งไป พื้นก็ลื่นเราเกือบสะดุดล้มไปหลายที แต่ก็ประคองจานไว้


กลัวแตก ตลอด ห้า ชม.เราไม่เคยหยุดพัก ขยับตลอด เพราะพนักงานห้าคน


แขกเจ็ดสิบ มันเลยไม่สามารถแม้กระทั่งพักกินน้ำได้ ตอนที่เราทำงาน


เราทำแล้วเราก้ต้องเห็นใจคนอื่น ไม่ใช่ว่า สักแต่จะทำหน้าที่ตัวเอง


ถ้าคนอื่นยกของมาเยอะ เราว่างเราก็ช่วยเขาเอาออก ช่วยเสริฟ์


แต่ต้องทำหน้าที่ตัวเองให้เสร็จก่อน ไม่ใช่ว่าไม่มีน้ำใจ คิดว่าหน้าที่ตัวเอง


ทำแต่ตรงนี้ เราก็ทำแต่แบบนี้ เราไม่เคยคิดเลยอ่ะ แต่ด้วยความที่เราใจดีไป


เราก็เลยโดนคนบางคน(ซึ่งคงมีคนประเภทนี้ทุกที่) กดขี่ และใช้วาจาเอาเปรียบเรา


เรายก ถาดใส่อาหารจานใหญ่สองใบและถ้วยนับสิบ ชีก็ยังบอกให้เรา


ไปเก็บโต๊ะนั้นอีก ทั้งๆที่ชียื่นเสริฟืน้ำเสร็จแล้ว พระเจ้า!! เห็นชั้นมั้ย??


ว่าทำชั้นถืออะไรอยู่ แต่ชีก้ไม่แคร์แถมยังพูดว่า รีบๆสิ โอ้ยยยย!!


ได้ค่ะ คุณเธอ ไม่เป็นไร สีทนได้ เราก็รีบวิ่งไปเก็บถาดให้


จนถาดเกือบล้ม พี่ T เห็นยังบอกว่า ไหวหรอ อิเปิ้ลยิ้มปากสั่น


ไหวค่าาา แล้วรีบโกยอ้าวเอาถ้วย จานไปส่งเลย โชคดีมีเพื่อนช่วยแบกไปด้วย


ไม่งั้น จาน ถ้วย ล้มแน่  เมื่ออาหารเก้บเสร็จ ก็ใกล้จะเลิกงานแล้ว


เราก็ต้องมานั่งเคลียร์พื้นที่ในงานอีก เช่นเก็บโต๊ะ เก็บผ้าปู เก็บเก้าอี้


ตอนระหว่างที่เราเคลียร์พื้นที่เราเสร็จ เราก็เดินไปช่วยคนอื่นเก็บ


ด้วยความที่อยากจะให้งานมันเสร็จเร็วๆ ช่วยกันทีละนิด ทีละหน่อย


เราไม่เคยคิดเล็ก คิดน้อย ว่างานนี้ของเรา ไรงี้ ด้วยความที่เราไม่รู้


เราเลยโดนคนบางคน(ไม่ใช่คนเดิม แต่กลุ่มเดียวกัน) ตำหนิเอา


เราไม่รู้ว่าพวกเธอไม่ชอบอะไรนักหนา แต่ทำไม ไม่คิดว่าเราเป็นมิตร


เห้ออ อย่างว่าแหละ คนเรา ร้อยพ่อพันแม่ ก็มีนิสัยแตกต่างกันไป


เธอบอกว่าเรา : นี้เก็บทำไม เอาวางลง ไม่ต้องเก็บ


เราก็อึ้งตอบว่า :ก้ช่วยเก้บไปไว้ข้างหลัง


ชี: ไม่ต้อง ไม่จำเป้น


อื้มมมมม ก็เชิญเหอะค่ะ แม่คุณ เราเลยหน้าแหก กลับไปช่วยคนอื่นดีกว่า


เมื่อเก็บเสร็จ เราเห้นพี่ T ยกโต๊ะ เราเลยวิ่งไปยกมั้ง


พี่แกก็บอก : โห เล่นทำหมด โหดแบบนี้ ระวังไม่มีคนมาขอนะ ฮ่าๆๆ


โห พี่จะแอบจิกว่าหนูถึกเหมือนผู้ชายก็บอกมาเหอะ ฮ่าๆๆ


พอเราช่วยเก็บจนเสร็จก็ปาไปเที่ยงคืนแล้ว เราไม่ได้พกมือถือไป


เอาของมีค่าไว้ในรถเพื่อนเพราะเด๋วของหาย


(ขอบอกว่าเพื่อนN เราโดนขโมยกางเกงด้วยย ทำไปได้)


เลยไม่ได้โทรบอกแม่ว่าจะกลับดึก


ตอนกลับ พวกพี่ๆสต๊าฟก้บอกว่า คราวหน้ามาอีกนะ


พี่เมเนเจอร์ที่เคยดูถูกว่าพวกเราลูกคุณหนูก้เปลี่ยนความคิด


แถมยังชวนว่าอาทิตย์หน้ามีงาน อย่าลืมมานะ


ฮ่าๆๆ แถมดูดวงฟรีให้ด้วย ถูกชะตาซะ สงสัยติดใจ


อิอิ เราขอติดรถกลับกับเพื่อน M พี่ชายเพื่อนมารับ


แล้วโทรหาแม่ โดนแม่บ่นที่กลับดึก ชีเป็นห่วงไม่ยอมนอน


เราก็เลยรู้สึกผิด ค่าจ้างทั้งวัน ได้ 260 บาท


เรารู้ซึ้งเลย ว่า 260 บาทที่ได้มานั้น หยาดเหงื่อที่ลำบากแค่ไหน


ทำแทบตาย แต่แค่นี้ แต่สำหรับเงินแค่นี้ กลับทำให้คนหลายๆคน


มีข้าวกิน มีเงินใช้ และเลี้ยงตัวเอง เราไม่แคร์เลี้ยงค่าจ้าง


เราแคร์เรื่องประสบการณ์ ซึ่งมันได้มาคุ้มเกิน 260 บาท เช่นกัน


มันทำให้เรารู้จริง ปฎิบัติจริง ซึ่งเราชอบมากและเราจะไปอีก


ถึงแม้แม่จะบ่น ว่า นวดให้ชีก็ได้แล้ว ฮ่าๆๆ แต่ไม่หรอก ไม่เอา


สักวันเราก็ต้องทำงาน ต้องลำบาก ลำบากวันนี้ สบายวันหน้าดีกว่า


ต้องขอบคุณทางโรงแรมจริงๆ ที่เปิดโอกาสให้เราได้ทำงาน ได้เรียนรู้


และได้มิตรภาพใหม่ๆ ซึ่งเราคงหาไม่ได้ง่ายๆ


แอบขำปาป๊า พอรู้ว่าลูกสาวไปทำงานพาร์ทไทม์ ถึงกับบอกว่า


เงินไม่พอใช้หรอ ฮ่าๆๆ ปาป๋า ต่ิอไปนี้หนูจะประหยัดนะค่ะ


ไม่พอใช้แต่หนูก็จะหาเอง ไม่ยอมเป็นลูกแหงแล้ว อิอิ


ปล. เงิน 260 บาทนั้น เราเอาให้แม่ ถึงแม่จะปฎิเสธ


แต่เราก็ตื้อเพราะเราบอกแม่ว่า เงินก้อนแรกที่หามา


หนูตั้งใจเอามาให้แม่ แม่เลยใจอ่อนเอาไป


อิอิ รักแม่กะปาป๊าที่สุด ที่เข้าใจว่าลูกต้องการอะไร


และไม่ห้าม ถึงแม้จะห่วงแต่ก็ยังให้ลูกดื้อๆ คนนี้ยอมทำตามใจตัวเอง


ขอบคุณมากนะค่าาา










Create Date : 31 กรกฎาคม 2554
Last Update : 1 สิงหาคม 2554 11:36:57 น. 0 comments
Counter : 434 Pageviews.

Pingguo_Apple
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




ส่งหลังไมค์ที่นี่
Friends' blogs
[Add Pingguo_Apple's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.