ต้นสนชะเงอมองเงาจันทร์ส่องลงมากระทบยังหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนขอบหน้าต่างในฤดูฝน
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 

เรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ... บันทึกลงเรือ (2) อารัมภบทจ้า

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 .....อืมนานมาแล้วจริงๆ 

ใครจะไปคิดว่าจะมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการเรือฯ!! ว่าแต่ว่าโครงการเรือนี่คืออะไรกันล่ะ เหมือนกับเอเอฟเอสมั้ย ใครเข้าร่วมได้บ้าง แล้วไปทำอะไรกันบนเรือตั้งห้าสิบกว่าวันที่ไหนอย่างไร เมื่อไร!?! เอาเป็นว่าก่อนจะเข้าสู่เรื่องราวขอแวะมาบอกเล่าภาพรวมคร่าวๆกันก่อน

โครงการเรือฯ มีชื่อเต็มๆว่า”โครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์” จัดขึ้นโดยรัฐบาลญี่ปุ่นและความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐบาลในกลุ่มประเทศอาเซียนทุกๆปีเยาวชนอายุระหว่าง สิบแปดถึงสามสิบปีที่ผ่านการคัดเลือกและตัวแทนจากหน่วยงานราชการ จำนวนยี่สิบแปดคนจะเดินทางโดยเรือนิปปอนมารูไปเยือนประเทศต่างๆในอาเซียนและญี่ปุ่น


สำหรับในประเทศไทยการสอบโครงการเรือฯนั้นจัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิ์ภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชนผู้ด้อยโอกาส คนพิการและ ผู้สูงอายุ (สท.)เป็นกรมในสังกัดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลไทยที่ทำหน้าที่ประสานงานกับทางรัฐบาลญี่ปุ่น แบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ ตัวแทนจังหวัดที่ต้องได้รับการเสนอชื่อจากแต่ละจังหวัดและตัวแทนจากส่วนกลางที่ต้องผ่านการสอบภาษาอังกฤษก่อนจึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์ (ติดตามข่าวสารการสมัครกันได้ที่  www.opp.go.th) 

หลังจากผ่านการทดสอบจากสี่ด่านอรหันต์ หรือการสอบภาษาอังกฤษที่ประกอบด้วย การอ่านการเขียนบทความ และการแปลบทความจากภาษาอังกฤษเป็นไทยแถมด้วยการเข้าสอบสัมภาษณ์ที่ฉันได้ไปแสดงทั้งความสามารถและความเปิ่นโดยการเป่าขลุ่ยเพลงเดือนเพ็ญทั้งๆที่กรรมการบอกให้เป่าเพลงลาวดวงเดือนนั้นฉันได้แต่รอลุ้นผลแบบตุ้มๆต่อมๆว่ามันจะเป็นเช่นไร ในที่สุดก็ถึงวันประกาศผลหน้าจอคอมพิวเตอร์บอกฉันมาว่าฉันสอบได้เป็น ”สำรองอันดับหนึ่งของส่วนกลาง” นับตั้งแต่วินาทีที่ได้รู้ว่าฉันได้เป็นตัวสำรองอันดับหนึ่งของส่วนกลางนั้นชีวิตฉันก็ขึ้นกับเจ้าสิ่งที่เรียกได้ว่า”โชคชะตา”อย่างแท้จริง และแล้วเจ้าโชคชะตาก็นำพาฉันมาเข้าร่วมโครงการเพราะในวันแรกของการรายงานตัวมีผู้สละสิทธิ์ไปหนึ่งคน

ช้าก่อน!อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเราจะได้ลงเรือกันง่ายๆก่อนหน้านั้นเรายังมีงานการให้จัดการกันอีกเพียบ เริ่มตั้งแต่การไปประชุมเตรียมการกันที่ สท. และสยามเซ็นเตอร์ด้วยหัวข้อต่างๆไม่ว่าจะเป็นการขอสปอน์เซอร์ การหาเงินทุนไปทำหนังสือแนะนำประเทศไทยในแง่มุมที่น่าสนใจภายใต้หัวข้อเพลินไทยพร้อมกับหน้ากระดาษที่บอกเล่าความเป็นตัวเรา นอกจากนี้พวกเรายังต้องสุมหัวกันลงความเห็นออกแบบการแสดง เลือกแบบเครื่องแต่งกายทั้งชุดสูท ชุดไทย และการเตรียมตัวเซ็นเอกสารต่างๆอีกมากมายจนเราเริ่มนึกว่าสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านหลังที่สอง นี้ยังไม่รวมถึงการรวมตัวไปซ้อมเต้น ซ้อมรำทำท่าทางแปลกๆที่หน้าหน่วยงานราชการไทยอย่างสท.ในยามดึกๆดื่นๆสามทุ่มสี่ทุ่ม และวันเสาร์อาทิตย์จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเริ่มจำหน้าพวกเราได้ว่ามันมาแปลกแต่ก็ไม่มีพิษมีภัยอะไรอย่างมากก็แค่ทนฟังเพลงเจ้าทุยอยู่ไหน หรือลูกทุ่งลุยลายที่พวกเราจะนำไปแสดงระหว่างโครงการวนไปวนมาซักสองสามชั่วโมง นอกจากการจัดการล้อมวงชุมนุมเตรียมการกันเองแล้วก็ยังมีการไปติดอาวุธทางปัญญาซึ่งทางสมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์และสท. ได้พาพวกเราไปเข้าค่ายเตรียมความพร้อมด้านต่างๆทั้งการแสดงวัฒนธรรมไทยฟ้อนกันเฉิบๆ ร้องเพลง ตีกลองยาว รวมไปถึงถ่ายทอดประสบการณ์การต่อสู่ตีรันฟันแทงกันโดยดาบไม้อย่างสนุกสนาน อบรมเกี่ยวกับภาพรวมของกิจกรรมบนเรือ อบรมเรื่องกลุ่มอภิปรายวิชาการ และการถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่นที่แล้วทำให้เราได้เห็นภาพกิจกรรมว่าเขาจะพาพวกเราไปต้มยำทำแกงกันอย่างไรทำให้เราเตรียมตัวกันได้พร้อมมากขึ้น

ในที่สุดเวลาของการเดินทางก็มาถึงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกยกขึ้นรถ ฉันอำลาเจ้าปลาโคเม็ทสองสามตัวที่ว่ายวนอยู่ในอ่างน้ำเล็กๆหน้าบ้าน ในใจนึกถึงฝูงปลาโลมาที่ฉันอาจจะโชคดีได้พบเจอในระหว่างทางตามคำบอกเล่าของเยาวชนเรือรุ่นก่อนๆ ในตอนนั้นฉันยังสงสัยถึงเรื่องราวในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป


เดินทางเริ่มต้นขึ้นเรามุ่งหน้าสู่ท้องทะเลเกลียวคลื่น และผืนแผ่นดินอื่น เยาวชนโครงการเรือกว่ายี่สิบเจ็ดชีวิตเดินทางออกจากสุวรรณภูมิโดยเครื่องของสายการบินไทยในชั้นประหยัดจุดหมายปลายทางของเราอยู่ ณ ดินแดนที่หนุ่มๆสาวๆหลายคนมุ่งหวังว่าจะได้ไปซักครั้ง“กรุงโตเกียว” ประเทศญี่ปุ่น จากนั้นพวกเราก็จะลงเรือมุ่งหน้าไปบรูไน อินโดนีเซียย้อนกลับมาขึ้นบกที่ไทย ไปแวะกินเฝอที่เวียดนามและแวะเยือนฟิลิปปินส์นี่แหละคือเส้นทางของเรา

คำว่า”เรา”ในที่นี้นอกจากเพื่อนๆร่วมเส้นทางแล้ว..ยังมีสมุดบันทึกหน้าตาธรรมดาๆ ที่ฝากเพื่อนอาร์ติส์ซื้อมาจากร้านค้าแถวศิลปากร สนนราคาห้าสิบห้าบาทถ้วนปกของมันเป็นกระดาษสีน้ำตาลๆไม่มีลวดลายอะไร ด้านในเป็นกระดาษร้อยปอนด์ สำหรับบันทึกลงเรือบันทึกที่ว่าด้วยการเดินทาง 52 วัน 6 ประเทศโดยเรือนิปปอน มารู พร้อมกับประสบการณ์ที่จะไม่มีใครเหมือน และจะไม่เหมือนใครระหว่างการเข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์

ว่าแต่ถ้าคุณได้มีโอกาสเจอเด็กเรือฯคนอื่นอีกล่ะก็อย่าลืมขอให้เขาเล่าให้ฟังล่ะ เพราะบันทึกลงเรือของแต่ละคนนั้นเต็มไปด้วยเรื่อสนุกตลกโปกฮา และอาจจะเคล้าน้ำตาอย่างไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว 





 

Create Date : 03 สิงหาคม 2555
0 comments
Last Update : 3 สิงหาคม 2555 16:21:52 น.
Counter : 1542 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


IAmATallPineTree
Location :
Kaohsiung Taiwan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เออ อะแอ่ม ....ยินดีทีได้รู้จักขอรับ
ว่างๆช่วยแวะมาทักทาย รดน้ำ ใส่ปุ่ย
ต้นสนต้นนี้ด้วยนะ เออ ..เอาสูตร 24-34 -35 อ่ะ
Friends' blogs
[Add IAmATallPineTree's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.