เด็กคลินิก 2 - เริ่มกันใหม่





เริ่มกันใหม่...

ข้าพเจ้าทำความรู้จักศิริราชอย่างเป็นจริงเป็นจัง ก็เมื่อเข้ามาซื้อใบสมัครสอบเป็นนิสิตของที่นี่นั้นแหละ ด้วย เหตุผลไม่กี่ประการที่เลือกสอบ ไม่อยากไปร่ำเรียนไกลแสนไกลถึงคลองหก ยุคนั้นสมัยนั้น เมื่อจบจากสถาบันด้านศิลปะในระดับ ปวส.แล้ว ก็มีเพียงไม่กี่ที่ ที่จะเปิดโอกาสในนักศึกษาด้านศิลปะเข้าสอบเพื่อเรียนต่อในระดับปริญญา ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไปเรียนต่อกันที่นั่นทั้งนั้น ไปเรียนคลองหกจบมาเป็นอะไร ไม่พ้นก็ต้องยึดอาชีพครู ซึ่งผมคลุกคลีอยู่กับอาชีพครูของแม่มาตั้งแต่เล็ก สองพี่น้องเดินจับชายกระโปรงแม่ข้างถือกระเป๋าข้างไปโรงเรียน เย็นพากันเดินกลับมานั่งรอแม่ตรวจการบ้านนักเรียน ณ โรงเรียนที่ท่านสอน เห็นวงจรชีวิตของครูประถมสังกัด กทม. ตั้งแต่จำความ เห็นความเหน็ดเหนื่อย หยิบจับความกระเบียดกระเสียรใช้จ่ายมาตลอด อาชีพครู จึงไม่เคยอยู่ในความปรารถนาของข้าพเจ้า ยิ่งตัองไปเรียนถึงคลองหกอันแสนไกล อุดมไปด้วยท้องนาและถนนดินแดง ๆ ถือเป็นข้อสรุปที่ดี...ที่จะไม่ไปที่นั้น ข้าพเจ้าจึงยึดเอาใบปิดประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนเวชนิทัศน์ เป็นเป้าหมายเดียวสำหรับชีวิตการศึกษาระดับปริญญาของข้าพเจ้าเท่านั้น
นอกจากรายละเอียดในใบสมัคร ประวัติคร่าว ๆ ของโรงเรียนและการเปิดติวของรุ่นพี่ในวิชาสำคัญ ๆ ที่ต้องใช้ในการสอบ ช่วงเวลาที่เหลือคือการกลับไปฝึกและขวนขวายหาตำรามาอ่านกันเอง ซึ่งนอกจากการเขียนภาพลายเส้น และสีน้ำแล้ว กระดูกชิ้นใหญ่อีกชิ้น คือ Anatomy
สำหรับเด็กจบมัธยมปลายอย่างข้าพเจ้า อาจไม่ใช่เรื่องลำบากนักกับการท่องจำวิชา Anatomy แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่มาจากสายอาชีวะตั้งแต่ระดับ ปวช. ต้องถือว่า Anatomy เป็นของขมกันเลยทีเดียว สมัยนั้นไม่มีอุปกรณ์สื่อสารไว้คอยถามสาระทุกข์สุขดิบกัน ต่างตนต่างเตรียมตัวกันอย่างเต็มที่ เพราะหากพลาด...โอกาสเรียนต่อระดับปริญญาจากที่นี่ ก็คงเหลือเพียงวิทยาลัยครูเท่านั้น ซึ่งเชื่อได้เลยว่าไม่มีใครปรารถนา เพราะเหมือนการถอยกลับไปจุดเริ่มต้นสมัยที่คุณหัดเขียนเส้นวาดรูปกันเลยทีเดียว
วันสอบข้อเขียนหากจำไม่ผิดก็คือที่ตึกผู้ป่วยนอกเก่า อาคารริมน้ำเจ้าพระยา แต่ที่จำได้อย่างแม่นยำคือวันสอบปฏิบัติ เพราะที่นั่นคือ ตึกกรอสส์ ชั้น 2 ห้องเรียนของนักศึกษาแพทย์ ข้าพเจ้ามีโอกาสไปสำรวจห้องสอบ ยังจำได้ดีถึงบรรยากาศอันอึมครึมอันเป็นเอกลักษณ์ เดินขึ้นบันไดไม้เสียงออดแอด ผ่านห้องเรียนผ่าอาจารย์ใหญ่ด้านซ้าย ตรงไปห้องสุดท้าย ประตูทางเข้าออกคือหลังห้อง มุมห้องมีกระดูกติดเนื้อวางกองไว้ กระดานเขียวตรงหน้ามีลายมือของนักศึกษาเขียนด้วยช๊อคเป็นศัพท์การแพทย์สอบถามอาจารย์ทิ้งไว้ ข้าพเจ้ากำซาบบรรยากาศนั้นอยู่เพียงครู่ก่อนที่จะเดินถอยหลังกลับออกมา ในวันสอบภาคปฏิบัติเราอยู่ตรงนั้นกันทั้งวัน โอกาสมีแค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นคือ การรอวันประกาศผลสอบ ข้าพเจ้าจำไม่ได้ว่ามันนานเท่าไหร่ แต่ข้าพเจ้าถือโอกาสเข้ามาดูผลสอบในตอนเย็นก่อนวันประกาศอย่างเป็นทางการหนึ่งวัน เพราะแม่ข้าพเจ้ามาผ่าตัดและพักฟื้นอยู่ที่ศิริราช เวลานั้น...มันเย็นแล้ว แสงไฟนิออนถูกเปิด ประกอบกับความตื่นเต้นของข้าพเจ้าเองด้วยกระมัง ยิ่งทำให้จิตใจมันแกว่งไปแกว่งมา หน้าประตูกระจกที่ล็อคกลอน ชั้น 2 ของตึกผู้ป่วยนอกเก่ามีแผ่นกระดาษ A4 ติดไว้ มีผู้สอบพร้อมกองเชียร์มายืนไล่ชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ข้าพเจ้าจึงรีบเข้าไปประสมโรงด้วย ชื่อถูกเรียงตามตัวอักษร และเหมือนลมวูดใหญ่ โปรยมากระแทกทั่วร่างกายของข้าพเจ้า เมื่อเห็นชื่อตัวเองอยู่ในใบประกาศนั้น ความดีใจเริ่มต้นและยังไม่จางหาย เสียงชายคนที่ข้าพเจ้าไม่รู้จัก กล่าวทักขึ้น “เป็นงัยบ้าง มีชื่อติดมั๊ย” ข้าพเจ้าหันไปตามเสียงนั้น พี่ชายผิวขาว ร่างผอมบาง สวมเสื้อยืดขาว กางเกงผ้าสีครีมหลวมๆ ดูโครม ๆ เดินคีบรองเท้าแตะ กลิ่นเหล้าหึ่ง กล่าวทักถามอย่างยิ้มแย้ม ข้าพเจ้าจำได้ว่าข้าพเจ้ายิ้มแล้วตอบอย่างมีความสุข “ติดครับ ผมติดครับพี่” พี่ชายร่างผอม ตบไหล่ข้าพเจ้าพร้อมตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ดี ๆ ยินดีด้วย ยินดีด้วย” ข้าพเจ้ามาทราบที่หลังว่า ชายร่างผอมผู้นั้น คือ วันชัย ชวนพับ รุ่นพี่ของผมเอง.


https://sites.google.com/site/amit50thailand/home/khwam-pen-ma-brackground




Create Date : 19 มิถุนายน 2559
Last Update : 19 มิถุนายน 2559 22:22:38 น.
Counter : 110 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pine studio
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]



First link Second link Third link
New Comments
มิถุนายน 2559

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog