Group Blog
 
 
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
28 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 

คนไทยในต่างแดนแย่ๆ (เฉพาะบางคนค่ะ)

blog แรกนะคะ ขอเขียน เรื่องคนไทยในต่างแดน กันก่อนดีกว่า เพราะพอดีว่า มีโอกาส ไปเรียนต่อปริญญาโท ที่ประเทศอเมริกา เมื่อต้นปีที่แล้วนะคะ ตอนนี้ก้อผ่านมาเกือบปี แล้วค่ะ

purpose: อยากเขียนเอาไว้ให้คนที่คิดจะไปเรียนต่อเปน อุทาหรณ์ นะคะ อย่าคิดว่า การไปเรียนต่างประเทศ จะมีแต่สิ่งดีๆ เผื่อใจกับสิ่งที่เราไม่คาดคิดบ้างค่ะ แล้วชีวิตจะมีความสุข ^^

Background: จบจากมหาวิทยาลัยรัฐ แห่งนึงใน กทม แหละ โดยจบคนะที่มีหลักสูตรสอนเปนภาคอินเตอร์ คณะหนึ่ง หลังจากจบ เราก้อได้งานทำ แต่ในใจก้ออยากไปเรียนต่อเลยนะ เพราะอยากเรียนทางด้าน business แล้วที่เลือกประเทศ อเมริกา เพราะว่า คิดว่า คนไทยไม่เยอะมาก จะมีโอกาสฝึกภาษามากกว่าอยู่ประเทศอื่น (ถึงจบอินเตอมา แต่เราก้อยังคิดว่า ภาษาเราไม่ดีพอ) แล้วประเทศ ก้อฟรีมาก คิดว่า เราจะได้ประสบการณ์ทั้งการใช้ชีวิตและการเรียนจากประเทศนี้ได้มากที่สุดนะ เลยเลือกมหาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง ในโซน midwest state เลือกที่คนไทยไม่เยอะมาก ไม่ขอบอกว่ารัฐไหนนะคะ ตอนนั้นคิดว่าจะลงคอสเรียนภาษาก่อน เพราะอยากไปปรับตัว เข้ากับสภาพแวดล้อม แล้วก้อไปหาเพื่อนก่อนเรียนปริญญาโทด้วย

หลังจากสมัครทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เราตัดสินใจลาออกจากทีทำงาน ทั้งๆที่ทำงานไปได้แค่ หกเดือนค่ะ เพราะคิดว่า เราอยากไปเรียนมากกว่า แล้วก้อเป็นความฝันของเราด้วยค่ะ

<<<<โดยที่ไม่ได้คิดเลย ว่าจะมาเจอปัญหาที่หนักในเวลาต่อมา....>>>>

คนไทยที่นี่น้อยมากค่ะ ที่นี่มีน้อยจิงๆค่ะ แค่ สี่คนเท่านั้น และจะมีมาอีกสามคนซึ่ง เป็นคู่แฟนสองคน และ เพื่อนรุ่นพี่ของผู้หญิง อีกคนนึง แต่ตอนแรกๆ เข้ากันได้ดีค่ะ ไม่ได้รู้สึกมีปัญหาอะไรเลย

หลายคนคิดนะคะ ว่าคนไทยน้อย จะดี แต่ก้อแค่บางกรณีเท่านั้นล่ะค่ะ ลองฟัง ปัญหาก่อน แล้วค่อยพิจารณาดีกว่าค่ะ

เมื่อปัญหาเริ่มเกิดค่ะ เรามาดูกัน .. ว่ามีอะไรบ้างนะคะ

ปัญหาแรกค่ะ .. เรื่องอาหารการกิน รวมถึง เรื่องเงินค่ะ .. คนไทยที่นี่ แค่กลุ่มที่มาด้วยกันนะคะ ซึ่งเราทำกับข้าวด้วยกัน เพราะพวกเค้าชวน แล้วก้อจะได้แชร์ ค่ากินกันด้วย เราก้อคิดว่าดีค่ะ กินคนเดียวไม่เหงา แถมช่วยๆกันทำ สนุกกว่า.... ความจิงก้อเปนอย่างงั้น ค่ะ แต่สนุกแค่ตอนแรกนะ โดย เราจะรวบรวมเงินส่วนกลางไว้ ทุกเดือน แล้วก้อซื้อของมาทำกินด้วยกันค่ะ แต่ พวกนี้ (เราไม่ได้บอกนะว่าเปนทุกคน แต่ก้อแค่บางคนที่เราเจอค่ะ) จะซื้อแต่ของราคาถูก กินแต่เนื้อ เพราะมันถูก แล้วก้อเปนเนื้อแย่ๆด้วยนะ พวกเนื้อบด ไรงี้ ปลา เนื้อก้อนๆ ดีๆ นี่ไม่เคยได้กิน แถมเค้าจะคำนวณ ว่ามื้อนึงกินไม่เกินเท่าไร เรากินแค่ไม่เกิน มื้อละ สองเหรียญค่ะ แต่ทรมานมาก ของก้อต้องแบ่งกันเก็บ ซื้อขนมปังมาหารกันแต่ไม่ได้เก็บที่ห้องเรา เราก้อไม่เคยได้กินเลยค่ะ แต่เราก้อไม่ได้ว่านะ เพราะเราก้อไม่ได้ชอบกินขนมปังอยู่แล้ว... คือเรื่องนี้เราไม่ซีเรียสมาก แต่มีบางคนบ่นค่ะ

ปล.. เราว่าประหยัดเปนสิ่งดีนะ พ่อแม่ให้เงินมา ก้อต้องรู้จักใช้ แต่อันนี้ ไม่ได้เรียกว่ารู้จักใช้ค่ะ แต่มันเกินไปจิงๆ
ปัญหาที่สองนะคะ .. เรื่องคนมาชอบค่ะ ส่วนใหญ่คนที่ไป ก้อจะมีคนมาชอบบ้างอยู่แล้วค่ะ ถือเป็นเรื่องปกติ ของเรามีคนจีน ไทย และไต้หวั่นค่ะ
ซึ่งเป็นประเด็น ที่ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ๆ ค่ะ

ขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะ ว่าตอนนั้นเรามีแฟนอยู่แล้ว ซึ่งเรากับแฟนก้อไม่ได้ผูกมัดกันมากค่ะ ถ้าเจอคนใหม่ที่ดีกว่า เราก้อพร้อมหลีกทางกัน หลังจากที่กลุ่มคนไทย รู้เรื่องว่ามีหลายคนมาชอบเรา มีวันนึงที่เรานั่งคุยกันค่ะ โดยพวกเค้าบอกว่า ให้เราเลิกกับแฟนเรา แล้วเลือกเอาในสามคนนี้มาซักคน.... โดยเค้าให้เหตุผลว่า เราจะทำให้คนไทยเสื่อมเสีย ค่ะ
เรา งง ค่ะ เพื่ออะไร??? เราจำเป็นต้องเลือกคนที่เพิ่งมารู้จักไม่ถึงเดือน กับ ต้องเลิกกับแฟนที่เราคบกันมาถึงสามปีเชียวหรือ พูดตามตรงว่า คนอื่นคงทำได้ แต่เราคงทำไม่ได้ เพราะผู้หญิงเราก้อต้องเลือกคนที่มั่นใจแล้วว่าจาเป็นคนที่ดีที่สุด หนึ่งเดือนไม่ทำให้เรารู้นิสัยของ ผู้ชายได้หรอกค่ะ!!!

ปล.. เรายอมรับนะคะ ว่ามันอาจทำให้คนไทยเสื่อมเสีย แต่ได้โปรดอ่านให้จบค่ะ ว่าถึงเสื่อมเสีย ก้อไม่ใช่เพราะเรา...

ปัญหาที่สามนะคะ .. เรื่องฐานะการเงินค่ะ เราเชื่อว่าทุกคนคิดว่า คนที่จะมาต่างประเทศได้ ต้องเปนคนที่มีฐานะระดับนึง โดยเฉพาะระดับปริญญาโทแล้ว ไม่ใช่ถูกๆ เลยค่ะ แต่ก้อไม่ใช่เรื่องแปลกนะคะ ที่บางคนคิดจะมา ขุดทอง หางานทำไปด้วย เรียนไปด้วย ก้อดีค่ะ เราว่าเป็นความคิดที่ดี ได้หาประสบการ ได้รู้จักตัวเอง

เราก้อเป็นอีกคนนึงค่ะที่ฐานะทางบ้านไม่ได้แย่ แต่เรามาที่อเมริกาเพื่อที่จะปรับปรุงตัวเอง อยากทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ได้คิดว่าจะตต้องมาอยู่สบายอยู่แล้วค่ะ เพราะทุกคนคงจะรู้นะคะ ว่า อเมริกาไม่ใช่ทุกรัฐที่จะมี transportation ที่สะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะที่นี่ จำเป็นต้องมีรถค่ะ!! คนขับรถไม่เป็นอย่างเรา ก้อต้องลำบากหน่อย แต่ก้อไม่ได้ลำบากอะไรมากนะ แค่นั่งรถบัสไปเรียนเท่านั้นเอง แต่ปัญหาคือ คนไทยที่ชอบเรา เค้ามีรถ และฐานะทางบ้านค่อนข้างดีค่ะ เวลาไปไหนก้อจะไปด้วยกันเป็นกลุ่มค่ะ

โดยที่คนไทยคนอื่นบอกกับเค้าว่าเราคุยกับเค้าเพราะ เค้ามีรถค่ะ หลังจากนั้นเราได้รู้เอง โดยบังเอินค่ะ ซึ่งยอมรับนะ ว่าโกรธมากๆๆ แต่ก้อทำอาไรไม่ได้ค่ะ อยากจาไปว่าให้รู้นัก ว่าเหนว่าเราจนมาจากไหน ทำไมจาคุยกับใครต้องดูที่เค้ามีรถ หรือ ไม่มีด้วยหรอ
แสดงว่าคนที่ซื้อรถที่อเมริกา แปลว่ารวยหรอ?? เป็นความคิดที่ผิดค่ะ รถมันไม่ได้แพงอย่างที่เราคิด กลับกันมาค่อนข้างถูกพอสมควร และที่เราไม่ซื้อรถนี่เราผิดหรอ??? พูดตามตรงค่ะว่ารู้สึกแย่กับคนพวกนี้ พอเหนใครที่มีของดีราคาแพง ก้อยกย่องเทิดทูน ว่ารวยนู้นนี่ไปหมด เราคบกับแฟน ไม่มีรถ มาตั้งสามสี่ปี เราไม่เหนเคยว่า แค่รักกันเป็นพอค่ะ .. หลังจากนั้นเราเสียความรุ้สึกจากคนไทยมากค่ะ เราไม่นั่งรถคันนั้นอีกเลย ยอมนั่งรถบัส ดีกว่าให้คนอื่นนินทาค่ะ
แต่เราไม่เคคยพูดอะไรค่ะ... เพราะเราคิดว่า ทุกคนจะเหนได้จากการกระทำเองค่ะ ว่าใครมองคนที่ฐานะ

ปล.. คนรวยไม่จำเป็นต้องแสดงออกว่ารวยก้อมีเยอะแยะนะคะ ดีกว่า พวกที่คิดว่าตัวเองรวย แล้วพยายามอวด และดูถูกคนอื่น ... ฐานะการเงิน ไม่ได้เปนสิ่งที่จะเอามาอวดด้วยค่ะ

พ่อแม่บางคนกู้เงินให้ลูกตัวเองเรียน ใช้จ่ายสุขสบายอยู่ที่เมืองนอก แล้วคอยดูถูกคนอื่น นั้นใช่หรือคะ ที่สิ่งที่นักเรียนระดับปริญญาโท คิดได้.. นั้นคือเงินของพ่อแม่คุน ความรู้ต่างหาก ที่คุณควรจะเอามาอวดกัน ณ เวลานั้นค่ะ


ปัญหาที่สี่ค่ะ.. จากการที่บอกไปแล้วว่า คนไทยเริ่มที่จะไม่ชอบเรา ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน แต่เราก้อพยายามจะไม่พูดอะไร คนไทยกลุ่มเดิม พยายามไปบอกเพื่อนเราคนจีนค่ะ ว่าเราไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ เพื่ออะไรคะ? พยายามบอกให้คนจีน เลิกคุยกับเรา ทั้งๆที่เรากับเค้าคุยกันว่าจาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เป็นเพื่อนกับคนต่างเพศ ต่างชาติ ผิดด้วยหรอคะ? พอรู้ว่ามีคนไต้หวั่นมาชอบเรา กลุ่มเดิมก้อเอาเราไปบอกคนไต้หวั่นว่าเราไม่ดีอย่างนุ้นอย่างนี้ลับหลังเรา พยายามทำให้คนอื่นเกลียดเรา ใส่ไฟเราจนเราดูเป็นผู้หญิงไม่ดีค่ะ จนเพื่อนคนไต้หวั่นมาบอกเราค่ะ และเพื่อนคนจีนก้อเอามาบอกเราเหมือนกันค่ะ รู้สึกแย่มากค่ะตอนนั้น และเป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าคนไทยด้วยกัน แทนที่จะรักและห่วงใยกัน จะมานั่งนินทา กันได้

เหนื่อยใจมากค่ะ.... แต่เราก้อไม่ได้ว่าอะไรนะ เราก้อยังพยายามทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่ในใจมันเสียใจมากค่ะ กับ สิ่งที่เราไม่ได้ทำ แล้วโดนเอาไปพูดต่อๆกันจน มีคนไม่ชอบเรา ยอมรับค่ะ ว่าคนที่ไม่ชอบมีเยอะ แล้วเราก้อไม่สามารถจะไปนั่งอธิบาย ให้ทุกคนฟังได้ว่าเราเป็นคนแบบไหนอะไรยังไง เราก้อเลยเลือกที่จะไม่พูดอะไรค่ะ

ปล.. ในช่วงเวลานั้นที่เรารู้สึกแย่ที่สุด เราจะเจอคนที่คอยอยู่ข้างเรา คอยเป็นเพื่อนเรา ให้คำแนะนำดีๆ กับเราเสมอค่ะ แต่แปลกตรงที่ คนพวกนี้ที่เราเจอ ไม่มีใครที่เป็นคนไทยซักคนค่ะ!!

ปล2.. ไม่ใช่ว่าคนไทยไม่ดีนะคะ แต่สำหรับที่นี่ บางคนนะคะ รับไม่ได้จิงๆค่ะ


ปัญหาที่ห้าค่ะ .. FAKE ค่ะ กลุ่มนี้ เฟคอย่างแรง ต่อหน้าทำเปนดี ลับหลังไม่ไหวค่ะ ... พอเรียนจบเทอม แล้วต้องย้ายจากหอไปอยุ่ที่บ้านเช่าข้างนอกค่ะ เราเลือกที่จะไม่อยู่กับคนไทย จังหวะนั้น จากสิ่งที่รู้ๆมา เราไม่พูดกับคนไทยเลยค่ะ ไปกินข้าวเราก้อไม่พูด หน้าก้อไม่อยากมอง เข้าใจความรู้สึกที่ว่าเกลียดเข้ากระดูกดำเลยค่ะ ว่าเป็นยังไง

มีช่วงเวลาที่เรามาคุยกันค่ะ ว่าเราจะอยู่บ้านเดียวกันรึเปล่า? พวกคนไทยบอกเราค่ะ ว่าพวกเค้าอยากอยู่กับคนต่างชาติจะได้ฝึกภาษา แล้วบ้านที่ไปดู ก้อมีมากสุดแค่สามห้อง ซึ่งเรามีกันอยุ่ สี่คนค่ะ รวมคนไทยที่ชอบเราเป็นห้าคน เค้าพยายามจะให้เราไปอยู่กับ คนที่ชอบเรา เพื่ออะไรคะ?? เราเลยเลือกอยู่กับคนจีนเพื่อนเราแทนค่ะ แล้วสุดท้ายพวกนี้ก้อไปเช่าบ้าน ซึ่งมีห้องประมานสิบห้องได้ค่ะ

... เรารู้สึกเสียใจนะ ว่าน่าจะพูดมาตรงๆ คือถ้าไม่อยากให้เราอยู่ ก้อพูดมาเลยค่ะ อันนี้เหมือนมัน FAKE

จังหวะนั้น เราเลือกที่จะไปอยู่กับคนจีน โดยวันที่คนไทยย้ายหอค่ะ ไม่บอกเราแม่แต่คำเดียว ของทุกอย่างที่ซื้อมาร่วมกัน หม้อถ้วยชาม ที่แชกันออก โดนขนไปหมด ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวค่ะ!! โดยที่เราต้องอยู่หอนั้นต่อ ข้าว เนื้อสัตว์ ผัก เอาไปหมดค่ะ คิดมั้ยคะว่าเราจะกินอะไร ไม่บอกซักคำค่ะ เรารู้ตอนกลางคืน รถบัสจะไปซื้อก้อไม่มี เงินที่ออกไปด้วยกัน ล่ะ ใครจาจ่าย เปนร้อยเหรียญค่ะ ที่แชร์กันออกของพวกนั้น เสียใจคูณสองเลยค่ะ
แต่สุดท้าย เพื่อนคนจีนก้อยื่นมือมาช่วยเราค่ะ กินข้าวด้วยกันตลอด ความรู้สึกตอนนั้นคือ แบบ เหมือนโดนหลอกอะ ไม่รู้ทำไม
แต่เราก้อเลือกที่จะไม่พูดอะไร ปล่อยเลยตามเลยค่ะ คิดซะว่า เปนประสบการณ์ชีวิต แล้วจะไม่พลาดทำอีก หลังจากนั้นเราไม่เคยได้เงินคืนค่ะ ทุกอย่างเราต้องซื้อใหม่หมด นอกจากนั้น เราพิสูจน์ แล้วค่ะ ว่าเราไม่ได้คุยกับใครที่มีรถ เราไม่ไปไหนกับน้องคนไทยอีก

ปล.. บางทีเลือกที่จะขึ้นรถบัส ไปซื้อของ กับเพื่อนต่างชาติที่เข้าใจเรา ก้อดีกว่า เลือกนั่งรถสปอร์ตสวยหรู ไปกับคนที่เราไปแล้วรู้สึกไม่สบายใจนะ ^^


ปัญหาสุดท้ายค่ะ.. หลังจากที่เราอยู่มาซักห้าหกเดือน เราเสียใจมากค่ะ เราไม่เคยเหงาคิดถึงบ้านนะ เรามีเพื่อนต่างชาติที่เข้าใจเราทุกอย่าง แต่ในทางกลับกัน คนไทยแทบทุกคนกลับทำให้เราเกลียดได้มากขนาดนี้ เราเล่าเรื่องนี้ให้พี่เราฟังค่ะ จนพี่เราบอกที่บ้านน

แม่เรา อยากให้เรากลับบ้านค่ะ คนไทยและคนไต้หวั่นที่ไม่ชอบเรามันเยอะ เกินกว่าที่เราจะทำอะไรได้ค่ะ คับที่อยู่ได้ แต่คับใจมันอยู่ยากนะคะ บางทีเรามีคนไทยที่เข้าใจบ้าง ก้อทำให้เรารู้สึกดี แต่ที่นี่คนไทยน้อยค่ะ คบกันแค่กลุ่มเดียว

เราเลือกเดินออกมาแล้วค่ะ ... และจะไม่ถอยกลับแน่นอน

เนื่องจากก่อนกลับเราต้องไป ยกเลิกสัญญาโทรสัพค่ะ ซึ่งเราแชร์ค่าโท 36 เหรียญ กับเพื่อนคนไทยอีกคน ซึ่งแพลนมัน 70 เหรียญมั้งคะ ซึ่งตอนที่เราไป เราเอาโทรศัพไปด้วยค่ะ แล้วเลือกที่จะทำแพลน แต่เพื่อนคนไทยอีกคน เอาโทรศัพไปค่ะ เพราะแพลนมีโทรศัพให้หนึ่งเครื่อง แล้วเทอคนนั้นเอาโทรศัพไปขาย แต่ตอนยกเลิกสัญญา เราต้องจ่ายค่ายกเลิกรวมกับค่าโทรศัพที่เทอคนนั้นอยากได้ ตอนแรกคนเดียว เทอคนนั้นยืนอยู่ด้วยตอนยกเลิกนะคะ แต่เทอไม่คิดและไม่พูดว่าจะช่วยซักคำค่ะ สรุปเราค่าแพลนแชร์กันสองคน เราจ่ายค่ายกเลิกคนเดียว 200เหรียญ โทรศัพเราก้อไม่ได้ค่ะ ส่วนเทอคนนั้น ไม่เสียอาไร และทำแพลนใหม่

.... เฮ้อออ เหนื่อยใจนะคะ ....

ปล.. ก่อนกลับ เราเพิ่งรู้ค่ะ ว่ามีเพื่อนๆ ต่างชาติ ทั้งจีน เกาหลี ไต้หวั่น ยังรักและเป็นห่วงเรา ยังอยากที่จะมีความสุขด้วยกันอยู่

น้ำตาที่ไหลมาวันสุดท้ายทำให้เรารู้ค่ะ ว่าคำว่า Bitter Sweet มันเป็นยังไง





สุดท้ายค่ะ... ตอนนี้อยู่เมืองไทย แล้วค่ะ และกำลังสมัครเรียนมหาลัยในออสเตรเลีย และ อังกฤษ อยู่^^




 

Create Date : 28 ตุลาคม 2552
42 comments
Last Update : 30 ตุลาคม 2552 10:58:07 น.
Counter : 530 Pageviews.

 

Just dropping by to say hello ka.

That is such a shame cuz some ppl are too stuck up.

Su su ka.

 

โดย: CrackyDong 28 ตุลาคม 2552 19:51:58 น.  

 

เป็นกำลังใจค่ะ

 

โดย: โยเกิตมะนาว 28 ตุลาคม 2552 20:04:51 น.  

 

ขอบคุณค่ะ ^^ ไม่คิดว่าจามีคนเข้ามาอ่านด้วย

 

โดย: Eva_MiKi IP: 58.9.149.231 28 ตุลาคม 2552 20:16:08 น.  

 

เพราะแบบนี้รึเปล่า เราถึงมักได้ยินว่า

"ให้ระวังคนไทยด้วยกันเอง"

แต่อย่างว่าแหล่ะนะคะ คนเรามีดีมีเลวปะปนกันไป

สู้ สู้ ค่ะ ถือว่าเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง

 

โดย: อารีรัตน์ 28 ตุลาคม 2552 21:22:23 น.  

 

คิดเหมือนกันเลยค่ะ คุนอารีรัตน์ เราก้อเพิ่งเข้าใจถึงประโยคนี้ก้อตอนที่ไปนั้นแหละ

ไม่สงสัยเลยที่มีหลายคนพูดแบบนี้
ต่อไปเราอาจจาเป็นคนนึงที่เจอคนไทยแล้วไม่คุยด้วยก้อเป็นได้ แต่อย่าหาว่าหยิ่งเลย เพราะเคยเจอประสบการณ์แย่ๆมาต่างหาก

 

โดย: Eva_MiKi IP: 58.9.149.231 28 ตุลาคม 2552 21:25:10 น.  

 

สู้ๆ ต่อ ไปนะคะ

คิดว่า เปน ประสบการณ์ ละกัล เนอะ ^^ !!*

 

โดย: monkey IP: 125.24.38.99 28 ตุลาคม 2552 21:34:19 น.  

 

นี้และรู้หน้าไม่รู้ใจประสบการชวิตคะสู้นะเป็นกำลังใจให้

 

โดย: คนต่างบ้าน 28 ตุลาคม 2552 21:36:59 น.  

 

เข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก

 

โดย: PrettyNatty 28 ตุลาคม 2552 22:00:06 น.  

 

สู้ๆคะ

 

โดย: ชื่อโอ๊ดอะ 28 ตุลาคม 2552 22:05:11 น.  

 

Thx for all power ka!! ^^

 

โดย: Eva_MiKi IP: 58.9.149.231 28 ตุลาคม 2552 22:08:48 น.  

 

บทเรียนบทแรกของการไปเรียนหรืออยู่เมืองนอก

อย่าคบคนไทยครับ คนไทยในต่างแดนนี่แหละ ไว้ใจไม่ได้ พอ ๆ กับพวกเกาหลีและเวียดนาม ที่ออสเตรเลียก็เหมือนกันครับ ระวังพวกเกาหลีไว้

 

โดย: The Queenslander IP: 124.121.117.53 28 ตุลาคม 2552 22:10:42 น.  

 

ขอบคุนค่าๆๆ กำลังศึกษามหาลัยในออสเตรเลียอยู่พอดี ขอบคุนมากค่ะ

 

โดย: Eva_MiKi IP: 58.9.149.231 28 ตุลาคม 2552 22:13:16 น.  

 

ไม่ใช่ว่าเค้าเล่านั้นเลว แย่ อย่างที่คุณพูด แต่อาจจะเป็นคนที่เราเข้าไม่ได้ก็เท่านั้นหล่ะค่ะ
พยายามอย่าใส่ใจ(วงเล็บ ให้มาก) กับคนประเภทที่คุณกล่าวมาค่ะ เราอยู่ต่างบ้านต่างเมือง หนาวใจ เหงา และเศร้า พอแล้ว และยังต้องมาเจอะเจอคนประเภทนี้อีก เป็นกำลังใจให้ เจอเพื่อนดีๆ และเพื่อนที่คุณต้องการพบโดยเร็ววันนะคะ

 

โดย: Thatcha70 28 ตุลาคม 2552 22:41:00 น.  

 

คิดซะว่าเป็นบทเรียนที่มีค่าที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอีกบทนึงก็ได้ค่ะ สู้ๆนะคะ

ปลงค่ะ

 

โดย: metalizaa 28 ตุลาคม 2552 22:46:01 น.  

 

เราค่ะตลอดล่ะค่ะ ว่าเราคงเข้ากะพวกเค้าไม่ได้ ดังนั้น เราจึงไม่เคยพูดอะไร และไม่เคยแม่แต่ว่าพวกเค้าซักนิด เราเลือกที่จะอยู่เงียบๆ จนเพื่อนชาวไต้หวัน ว่าเราว่าทำไมเราถึงไม่คิดจะทำอะไรซักอย่าง

แต่มันก้อไม่ได้ช่วยค่ะ มันเหมือนเข้าทางเค้า ยิ่งเราเงียบ เค้ายิ่งได้ใจ ด่าเราลับหลังตลอด ทำใจไม่ได้ค่ะ ถ้ากล้าซักนิด จะเข้าไปว่าแล้ว

 

โดย: Eva_MiKi 28 ตุลาคม 2552 22:57:27 น.  

 

คิดว่าถ้าเราอยู่เมืองนอก ก็ไม่จำเป็นต้องเน้นว่าต้องคบกับคนไทยนะคะ ถ้าเค้าไม่ดีเราก็ไม่ต้องคบ เลือกคบคนที่เราคบแล้วสบายใจ ส่วนคนไทยถ้าไม่อยากให้น่าเกลียด เจอหน้ากันก็ทักทาย แต่ไม่ต้องไปทำตัวสนิทสนม เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วนะคะ

ไม่ว่าชาติไหนภาษาไหนก็มีทั้งคนดีคนไม่ดีปะปนกันทั้งนั้นแหละค่ะ ทำอะไรก็แล้วแต่ ที่เราทำแล้วสบายใจ ไม่ต้องไปแคร์ขี้ปากชาวบ้าน ดีหรือว่าไม่ดีเรารู้อยู่แก่ตัวเราเอง ไม่ได้เอาเงินของเค้ามาใช้ซักหน่อย ถ้าคิดได้แบบนี้คงสบายใจขึ้นนะคะ

 

โดย: edelweiss 28 ตุลาคม 2552 23:39:09 น.  

 

อ่านแล้วเศร้า ห่อเหี่ยวยังไงไม่รู้ แต่อย่าลืมนะคะว่ายังมีคนไทยดีๆอีกเยอะค่ะ หวังว่าจะพบคนไทยดีๆที่ออสเตรเลียนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

โดย: น้ำพริกกะปิ IP: 24.11.136.255 28 ตุลาคม 2552 23:47:29 น.  

 

ขอบคุนที่เศร้าไปกับเรื่องที่เล่านะคะ คราวหน้าจะอัพบล็อกให้สนุกๆละกันค่ะ ^^

 

โดย: Eva_MiKi IP: 58.9.149.231 29 ตุลาคม 2552 0:20:18 น.  

 

ง่า เสียดายแทนเจ้าของบล็อกที่ต้องกลับไทยซะก่อนที่จะเรียนจบ

พี่ว่าสังคมที่เรามาเจอใหม่เอาตอนโตๆแล้วมันก็จะประมาณนี้แหละค่ะ มันไม่ใสๆเหมือนสมัยเป็นนักเรียน ถ้าโชคดีเจอเพื่อนดีก็ดีไป แต่คนสองหน้าชอบเอาเปรียบในสังคมมันเยอะขึ้นทุกวัน ยากมากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เจอ

ขอให้น้องเข้มแข็งนะคะ นี่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เติบโตขึ้น อีกหน่อยไปอยู่ประเทศอื่นก็อาจจะต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก แต่อย่าไปอินกับมันมาก จะทำให้เราเศร้านะคะ เก็บเอาไว้เป็นบทเรียนสอนเราดีกว่า

อีกอย่างการคบเพื่อนสำหรับตัวเองพี่ว่าค่อยเป็นค่อยไปดีที่สุด เรื่องเงินหรือแชร์อาหารการกิน ที่อยู่ ต้องให้รู้ใจกันจริงๆถึงจะตัดสินใจ แต่ก่อนพี่เรียนที่อังกฤษไม่เคยยอมแชร์ห้องกับใครเลย ยอมจ่ายแพง มีตังค์เหลือน้อยหน่อยแต่เราสบายใจดีกว่า

ยังไงก็ขออวยพรให้ได้ที่เรียนใหม่เร็วๆนะคะ



 

โดย: LittleBlueTwingo 29 ตุลาคม 2552 0:54:23 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: maxpal 29 ตุลาคม 2552 1:03:15 น.  

 

I feel bad reading your story. Actually I have nothing against Thais. It's almost everywhere, there are good and bad people. Fortunately when I studied in Chicago, I lived with American family, so I did not associate much with Thais.
Hopefully you will be happy wherever you end up going.

 

โดย: Keith IP: 208.96.210.36 29 ตุลาคม 2552 1:06:45 น.  

 

อ่านแล้วสงสาร แทนที่จะช่วยเหลือกัน สู้ๆนะ น้องเขียนได้ดีมากเลย อ่านแล้วเห็นว่าน้องไม่ได้ใช้คำที่รุนแรงอะไรกะพวกเค้าและเป็นฝ่ายอมทน เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปนะ

 

โดย: grippini 29 ตุลาคม 2552 4:01:53 น.  

 

ที่อังกฤษก็เจอปัญหาแบบนี้เหมือนกันคะ ฉันก็เจอเหมือนกันคะ ต่อหน้าเธอคนนั้นจะพูดจาดีเป็นนางฟ้า แต่พอลับหลังเธอคนนั้นก็จะเอาคนอื่นไปพูดเสียหายเป็นประเภทที่เลวยิ่งกว่าซาตาน ขนาดเคยเอาฉันไปพูดซะเสียหายกับเจ้านายเขานะ อันนี้ฉันได้ยินมาจากปากเจ้านายเขาเองนะ ถ้าอยากทราบเอาไว้คุยกันทางหลังไมค์นะคะ
สุดท้ายนี้ อยากฝากให้คนไทยที่อยู่ต่างประเทศรักกันเหมือนคนชาติอื่นๆบ้าง อยากเห็นจริงๆนะ

 

โดย: the londoner IP: 79.67.239.197 29 ตุลาคม 2552 6:03:17 น.  

 

thank you ka!! ปลงแล้วค่ะ

 

โดย: Eva_MiKi 29 ตุลาคม 2552 9:05:37 น.  

 

o_o.... หนุกนาน หนุกหนาน นี่ละสีสัน สังคมมนุษย์
ดี ชั่ว เลว ขี้อิจฉา สาระแน หนุกหนาน หนุกหนาน สู้ สู้
( รอ pocket book )

 

โดย: spiderman IP: 10.41.18.213, 202.28.180.202 29 ตุลาคม 2552 10:40:49 น.  

 

อ่านแล้วก็เศร้า สงสารค่ะ แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยสำหรับผู้ที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้ ว่าจงอย่าไว้ใจใครมากในต่างแดน

ทำตามฝันต่อไปนะค่ะ ฝันสะดุดบ้าง ก็ต้องทำตามฝันต่อไป สู้ต่อไปนะค่ะ

 

โดย: ลุกสาวคนกลาง IP: 59.190.169.181 29 ตุลาคม 2552 11:13:04 น.  

 

ขอบคุณที่เเวะไปชมบล็อกนะคะ รูปที่เห็นดูเเล้วก็น่ากลัวค่ะเป็นเพราะเราหัดเล่นกล้องอยู่ แถมยังไปถ่ายรูปตอนที่เขาเดินขบวนน่ะค่ะ ก็เลยยิ่งถ่ายออกมาได้ชัดเเจ๋วไม่ได้ เลยได้รูปเเบบนี้มาเเทนค่ะ เก๋ไปอีกเเบบเนาะ

ตอนเราเรียนอยู่เมลเบิร์นนะ เราไม่ได้คลุกคลีกับนักเรียนไทยที่นั่นเลยค่ะไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เเค่รู้จักหน้าบางคนเรายังจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ(เเม้ว่าจะเห็นหน้ามาเป็นปีปีค่ะ)เจอกันก็ทักทายไป เราใช้เวลาส่วนใหญ่เเบคเป้เที่

 

โดย: aoiobake 29 ตุลาคม 2552 11:13:29 น.  

 

ขอเม้าท์ต่ออีกนิ๊ดส์นะคะ
เราเเบคเป้เที่ยวค่ะเเบคเเพคนั่นเเหละ ตลอนทัวร์เลยได้ประสบการณ์ชีวิตที่คุ้มค่ามากเลยค่ะ ช่วงเปิดเทอมเราก็ทำงานห้องเเลปของคณะ ได้ตังค์เเถมยังได้สนิทกับคณาจารย์ เเถมยังได้ภาษาอังกฤษวิชาการด้วย สนุกดีค่ะ

เราอยู่กับครอบครัวคนออส โชคดีที่บ้านนี้ดูเเลเราดีเราก็เลยไม่ดิ้นรนออกไปเเชร์ห้องกับคนอื่นๆ แต่ปีสุดท้ายเราย้ายออกไปเเชร์กับคนมาเลย์ค่ะ เพราะคิดว่าไหนๆก็มีโอกาสมาที่นี่เเล้วถ้าไม่มีประสบการณ์เเชร์หอพักกับเขาก็เกรงว่าจะเสียเปรียบคนอื่นเค้า

เป็นกำลังใจให้เจ้าของบล็อกนะคะ คิดเสียว่าคุณโชคดีที่ได้เจอกับคนพวกนี้ เพราะพวกเขาสอนให้เราได้เติบโตขึ้นค่ะ

ปล. เรื่องความรัก ชู้สาว ถ้าเลี่ยงได้เลี่ยงค่ะ เพราะมันสร้างปัญหาความเข้าใจผิดได้ง่ายมากค่ะ

 

โดย: aoiobake 29 ตุลาคม 2552 11:21:01 น.  

 

คุน aoiobake ชีวิตดูได้ประสบการเยอะดีนะคะ พูดไปแล้ว อยากไปอยู่ homestay บ้างค่ะ

 

โดย: Eva_MiKi 29 ตุลาคม 2552 11:30:54 น.  

 

สู้ สู้ ค่ะ เพราะคนเหล่านี้ทำให้เราเข้าใจชีวิต และคนเหล่านี้แหละที่เป็นครูสอนเราให้รู้จักเลือกคบคน

 

โดย: มัฟฟิน IP: 10.35.1.26, 116.68.151.230 29 ตุลาคม 2552 13:19:12 น.  

 

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะค่ะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ตอนทรายไปเวิกที่เมกาตอนปี 2
ไปกะกลุ่มเพื่อนนี่ละค่ะ แต่ก็มีปัญหาจนได้
โชคดีที่ยังมีเพื่อนกลุ่มใหม่คอยเกื้อหนุน
และมีเพื่อนฝรั่งที่ใจดีที่สนิทกัน

^^ ยังไง สู้ ๆ เค้านะค่ะ

 

โดย: เกรซายน์ 29 ตุลาคม 2552 18:08:42 น.  

 

เรื่องโฮสเนี่ยอยู่ที่ดวงอย่างเดียวเลยค่ะ เพราะเพื่อนๆเราเจอโฮสที่เข้ากันไม่ได้เลย บางคนก็เจอเเบบว่าต้องการเงินจากเราอย่างเดียวก็มีเยอะค่ะ ว้าาานึกถีงช่วงเวลานั้นทีไรสุขใจอย่างบอกไม่ถูกค่ะ ว่าเเล้วก็จะเขียนออกมาในบล็อกเราเองดีกว่าเนาะ แล้วจะเเวะมาบล็อกนี้บ่อยๆนะคะ

 

โดย: aoiobake 29 ตุลาคม 2552 19:57:03 น.  

 

เขียนเลยค่ะ จาได้แวะไปอ่าน

 

โดย: Eva_MiKi IP: 58.9.140.227 29 ตุลาคม 2552 21:07:55 น.  

 

ไม่ต้องเสียใจหรอกจ้า พี่ไห้กำลังใจไห้

เพราะพี่ก็โดนเหมือนกัน เกือบทุกคนที่รูจักเขาคนนั้นไม่ชอบพี่หมด ทั้งที่เมืองไทยที่นี่
เมื่อก่อนพี่จะตอบโต้ แต่เดี๋ยวนี้พี่ปล่อยวาง และอยู่เงียบฯ มันก็ทำไห้เราสบายใจขึ้นมากฯเลยทีเดียวจ้าแต่ก็ไม่เป็นไร เรายังมีครอบครัวที่รักหวังดีกับเราจ้า
พี่ว่า

 

โดย: พี่ Por ( Us ) IP: 99.195.191.24 30 ตุลาคม 2552 22:08:59 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ พี่อ่านเรื่องของหนูจนจบแล้ว รู้สึกเห็นไจและเข้าใจ อย่าคิดมากเลยนะคะ แน่นอนว่าคนชาติเดียวกันใช่ว่าจะคุยกันรู้เรื่องเสมอไป เสียดายค่ะที่น้องไม่ได้อยู่ต่อจนเรียนจบ แตก็รู้ว่าคงจะเครียดมากจริงๆ คนอิจฉาริษยาอยากได้อยากมีมีอยู่เยอะ บางคนพ่อแม่กู้หนี้ยืมสินส่งไปเรียน แต่ไปอยู่โน่นทำตัวฟุ้งเฟ้อก็มีค่ะ จำไว้เป็นประสบการณ์ เพื่อที่คราวหน้าจะไม่พลาดไปเจอคนเอาเปรียบอีก เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

โดย: พี่ปอนด์ (Pound_sterling ) 31 ตุลาคม 2552 12:32:21 น.  

 

SORRY TO HEAR ABOUT ALL TERRIBLE EXPERIENCES YOU GOT. LEARN FROM THEM AND GOOD TO KNOW THEM THAT EARLY BETTER THAN LATE TO KNOW. YOU MAY LOST MORE.

 

โดย: JINNY IP: 99.11.7.151 31 ตุลาคม 2552 20:53:30 น.  

 

ทรายไปเรียนที่ TWIN, London ค่ะ ^^
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะจ้า

 

โดย: เกรซายน์ 1 พฤศจิกายน 2552 14:57:11 น.  

 

โชคดีน่ะค่ะ

 

โดย: โบว์ IP: 117.47.200.123 2 พฤศจิกายน 2552 2:47:15 น.  

 

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

 

โดย: เพราะฉันนั้นมีแต่เธอ 2 พฤศจิกายน 2552 14:02:32 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: maxpal 2 พฤศจิกายน 2552 20:35:03 น.  

 

แย่จังค่ะ คนพวกนั้นจะแย่ได้อีกมั้ยค่ะเนี่ย ทำกับคนไทยด้วยกัน กรรมคงตามพวกเค้าทันเร็วๆนี้นะค่ะ // อยากให้สู้ๆค่ะ

 

โดย: ญิ๋ง IP: 112.142.99.33 17 มกราคม 2553 16:36:46 น.  

 

คนไทยพวกนี้มีความเลวเป็นเครื่องยึดเหนียวคับ ผมก็ขอยืนยันว่าเรื่องนี้มีอยู่จริงทุกประเทศ ไม่ว่าคุณจะไปเรียนประเทศไหนต้องเจอแน่ๆๆๆ ทางที่ดี คบเพื่อนต่างชาติไว้ดีที่สุดคับ(เลวจริงงๆๆน่ะ)

 

โดย: ป๊อค IP: 121.215.168.190 28 มีนาคม 2553 14:03:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Eva_MiKi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Eva_MiKi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.