อีกมุมหนึ่ง...ของโลกใบนี้

บนโลกใบนี้ กว้างใหญ่เหลือเกิน มีหลากหลายมุม

ที่ตัวเรายังไม่เคยเห็น ไม่เคยได้สัมผัส

ใครจะรู้ ในช่วงเวลาที่เรากำลังระเริงสุขกับการจับจ่ายใช้สอย

หรือ Shopping รูด credit card กันอย่างสบายใจ

หรือแม้กระทั่ง หาความสุขให้กับตัวเองโดยใช้เงินซื้อความสุข

บำบัดตัณหา กามรมณ์ อาจจะมีอีกหลายพันชีวิตที่กำลังรู้สึกว่าตัวเอง

ตกอยู่ในนรกขุมใหญ่ หรือแม้กระทั่งรู้สึกสึกว่าโลกใบนี้ คือนรกคนเป็นดีๆนี่เอง


บ่อยครั้งที่เรา มองเห็นแต่ตัวเอง จนลืมนึึกถึงคนอื่น

บางครั้งคนเรามีเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน ใช้กันไม่หมด

แต่ไม่พอ มีแต่ความโลภจนตัวเองต้องชิบหายก็มีให้เห็นถมไป

ท้องสนามหลวงยังมีอีกหลายชีวิต

ที่สิ้นหวัง หมดหวัง

และมีท้องสนามหลวงแห่งที่เป็นที่พึ่งพิงสุดท้าย

เป็นที่พักกาย พักใจ มีโรงแรม มีห้องนอน มีห้องน้ำ

มีห้องทำงาน มีทุกอย่างที่ท้องสนามหลวง

มีโสเภณี ที่ถูกตราหน้าว่าต่ำ ทราม เสื่อม

มีผู้คนยากไร้ ไร้ที่อยู่ ไร้งาน ไร้เงิน ไร้อำนาจ

ไร้ญาติมิตร ไร้ผู้คนสนใจ

เสมือนเขาเป็นเพียงส่วนเกินของโลกใบนี้


พิมรู้สึกว่า ตัวเราเห็นแก่ตัวเกินไปรึเปล่า ??

นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลควรจะแก้ปัญหา

แก้ปัญหาเหล่านี้เสีย พวกเขาเป็นคนเหมือนเรา

เป็นคนเหมือนเรา !!!!!!!!

รัฐบาล ใช้เงินมากมายเพื่อซื้อความสะดวกสบาย

สร้างถนน สำหรับวิ่งได้อย่างรวดเร็ว

สร้างอุโมงค์ เพื่อความสะดวกสบาย

สำหรับคนในเมือง คนเมือง สังคมอีกระดับนึง

แล้วผู้คนพวกนี้ ..... คนพวกนี้ เขาไม่ใช่คนหรือ ??


นี่หรือเปล่า ... 2 มาตราฐาน

นี่ใช่มั้ย แบบนี้ใช่มั้ย

รัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร หรือเพราะพวกเขาไม่มีเงิน

เสียงร้องไห้ เสียงขอความเมตตาจึงไม่ดัง

ไม่มีใครได้ยินเสียงความเจ็บปวดที่เขากรีดร้องทุกค่ำคืน

ปัญหาที่พวกคุณกำลังแก้คืออะไร ??


พวกเขาใช้ชีวิต เหมือนชีวิตมันไม่มีคุณค่า

จะตายเสียวันนี้ รึพรุ่งนี้ ก็ช่างมันประไร !!

มิได้มีใครเสียใจกับมัน ไม่มีพันธะ หรือภาระผูกพันอยู่แล้ว

ชีวิตทุกชีวิต เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้

แต่เขาเลือกไม่ได้ เขาไม่มีความรู้

ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีปริญญามาการันตรี

ไม่มีเงินตรา ไม่มีอำนาจ

แต่ชีวิตทุกชีวิต .... มีค่าเท่ากันมิใช่หรือ ?????


ชีวิต ดร. ชีวิต น.พ

มันต่างกับเขาตรงที่ ชีวิตคนที่ความรู้สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่า

มีคุณค่าต่อสังคมมากกว่า

ใครๆก็รักชีวิตตัวเองทั้งนั้น .... คุณก็รักชีวิตตัวเอง

แล้วเขาไม่รักเหรอ ??

แต่เขาเลือกที่จะทำให้มันดีกว่านี้ไม่ได้

อาจจะเป็นเพราะโชคชะตา หรือเบื้องบนได้ลิขิตมาแล้ว

แต่ถ้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นปากเสียงให้เขาได้ เราก็ควรทำไม่ใช่เหรอคะ

ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป้นสิ่งที่เราควรทำ

หน่วยงานที่มีหน้าที่แก้ปัญหาตรงนี้ ควรระดมกำลังกันช่วยเหลือเขา

อย่างน้อย เขาก็เป็นเพื่อนมนุษย์ !!





*ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัว อาจจะเหวี่ยงบ้างอะไรบ้าง
ขออภัยค่ะ



Create Date : 07 เมษายน 2553
Last Update : 7 เมษายน 2553 13:36:32 น. 4 comments
Counter : 184 Pageviews.

 


โดย: onedermore วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:13:57:24 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:14:03:40 น.  

 
ยังไม่เห็นเหวี่ยงอะไรเลย

พูดยังไงดีล่ะ...
มันเป็นปัญหาโลกแตกที่เกิดขึ้นมาในทุกแห่งบนโลก
ทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่ทุนนิยมเรืองอำนาจ
ตั้งแต่มีเงินตราเข้ามาในโลกนี้
ตั้งแต่สหรัฐอเมริกาตั้งตนขึ้นปฏิวัติระบบการเงิน
ตั้งแต่คนไทยคิดจะตามก้นฝรั่ง
ตั้งแต่เราเห็นเงินตราสำคัญกว่าความดีงาม

ตั้งแต่ทั้งหมดข้างบนที่พูดมาน่ะ มันเป็นปัญหาเพราะว่า

มันทำให้เราเห็นเงินเป็นสรณะสำคัญของชีวิต
มันทำให้เราเห็นว่า มีวิถีชีวิตที่ทรงคุณค่าเพียงอย่างเดียว
มันทำให้เราละทิ้งทุกอย่างแล้วพยายามไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งชีวิตแบบนั้น

ถามว่าทรัพยากรบนโลกมีเท่าไหร่
เคยมีนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการทางสังคมศาสตร์กล่าวไว้ว่า
ถ้าทุกคนในโลกใช้ชีวิตแบบคนอเมริกา
เราจะต้องการโลกใบนี้เพิ่มขึ้นอีก 11 ใบ (ไม่แน่ใจตัวเลขนะ)
ถ้าจีนจะพยายามพัฒนาตัวเองขึ้นมาให้ได้เท่าอเมริกา
โลกมันก็จะแตกก่อนน่ะสิ อย่างที่ภูมิอากาศมันเปลี่ยนแปลงไปหมดอย่างนี้ไง

มันผิดตั้งแต่ที่เศรษฐศาสตร์กระแสหลักออกมาบอกว่า
ความต้องการของมนุษย์มีไม่จำกัด
ทำให้เกิดอุปาทานหมู่เห็นดีเห็นงามตามไปด้วยกันหมดทั้งโลก
มันจึงเร่งผลิต มันจึงเร่งเผาผลาญทรัพยากร
เรามัวแต่ค้นหาชีวิตในอุดมคติแบบที่เศรษฐศาสตร์กระแสหลักบอก
แบบที่อเมริกามันบอก แบบที่ทุนนิยมมันบอก
จนมองข้ามทางเลือกอื่นๆ ไปเสียหมด
ทางเลือกที่จะทำให้เรามีชีวิตที่ดีร่วมกันได้

ที่น่าแค้นคือ ... คนไทยเราโชคดีที่มีบุคคลที่พยายามจะแก้ปัญหาเหล่านี้ให้แล้ว
แล้วแนวคิดนี้ฝรั่งเขาก็รับไปใช้ ไปพิจารณาประยุตก์เข้ากับนโยบาย
แต่ประเทศไทยกลับผลักไสไล่ส่ง แล้วบอกว่า
มันเป็นแนวคิดที่พยายามกดขี่ทางชนชั้น

มองการณ์ไกลกันเป็นรึเปล่า

คุณอาจจะบอกว่าที่พูดมาทั้งหมดมันเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังจะบอกตรงไหน
ลองไปหา Small is beautiful (เล็กนั้นงาม) อ่านดูดนะ
แล้วจะเข้าใจว่าทำไมเราแค้นใจจนต้องพรั่งพรูออกมายาวเหยียดขนาดนี้



โดย: เราไม่ได้เหวี่ยงนะ (gluhp ) วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:15:22:22 น.  

 
มันเป็นเพราะกรรมค่ะ แต่ละคนสะสมบุญบาปมาต่างกันชีวิตจึงต่างกัน กรรมยุติธรรมเสมอค่ะ ที่เห็นว่าน่าสงสารนั่นคือเขาสมควรได้รับสภาพนั้นเพราะอดีตเขาทำมา ไม่มีอะไรมาแก้ได้ ที่เขาทำได้คือสร้างบุญ สร้างกันง่ายๆคือถือศีลทำสมาธิ เมื่อบุญมากกว่าวิบากที่เขามีเขาก็จะได้รับโอกาสค่ะ นี่เป็นสัจธรรม


โดย: Chulapinan วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:20:09:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แอ๊บสวย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
7 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แอ๊บสวย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.