เมื่อทุกสิ่งมีข้อดี ก็ต้องมีสิ่งที่จะใช้แลกเปลี่ยน
Group Blog
 
 
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
26 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
เอ็นท์กันยังไงในเมกา ตอน: SAT I:Reasoning Test ความถึกสำคัญกว่าความรู้

ช่วงนี้อัพบ่อยหย่อยนะครับ เรื่องมันต่อกัน ขอบคุณคุณใบไม้ร่าเริงที่เข้ามาอ่านและเมนท์ด้วยครับ
คงต้องย้อนอดีตไปนานหน่อย ถึงอดีตชาติ...สมัยที่ผมรับราชการเป็นหลวงพิทักษ์คลังเคหา ขุนศึกรูปงามสง่าสมชายชาตรี ทัพพม่าผีสางล้วนระยั่นย่อ ปราบทหารลงกรอเป็นหมื่นแสน มิได้ยำเยงแหยแฝ่นต่อน้ำหน้าอริร้ายศัตรูพาลผู้ใด หากต้องพ่ายแต่น้ำใจของสตรีเชลยศักดิ์แห่งคุ้มโหงปราย...
เอิ่ม... สงสัยอดีตไกลไปหน่อยมั้งครับ ท่านผู้อ่าน บอกแล้วว่าผมถนัดแต่น้ำเน่า
เอาเป็นว่า ไปสมัยฤดูใบไม้ร่วง เดือนตุลาคมที่ผ่านมา(2549)นี่เองครับ ที่ผมไปสอบ SAT I รอบแรกในชีวิต โดยที่มีความรู้พื้นฐานเท่าๆ กับที่เล่าให้ผู้อ่านฟังไปเมื่อตอนที่แล้ว หลังจากสมัครสอบทางอินเตอร์เน็ตไปเรียบร้อยด้วยความช่วยเหลือจากพี่ๆ นักเรียนทุนสหรัฐอเมริการุ่นก่อนๆ ในกิจกรรมเตรียมความพร้อมที่ บริวเสตอร์ อะแคดเดมี นิวแฮมเชียร์
เมื่อปริ๊นท์ใบยืนยันการสมัครที่ส่งมาทางเน็ตเรียบร้อย ผมก็วิ่งหน้าตั้ง หอบเอาเครื่องคิดเลข ยางลบ กะดินสอกดสองแท่งตรงเข้าห้องสอบไป ในเวลาเจ็ดโมงครึ่ง ห้องสอบของผมเป็นโรงยิมของโรงเรียนครับ ใหญ่โตมโหฬารมาก มีคนสอบจากทั้งในโรงเรียนและต่างโรงเรียน
จริงๆ แล้ว ไปเกือบไม่ทัน ก็รูมเมทสิครับ ตื่นมากดนาฬิกาปลุกแล้วก็ไม่เรียก แย่จริงจริงเลยนายแมท รูมเมทใครฟะเนี่ย...
การสอบช่วงครึ่งชั่วโมงแรกนั้น เป็นการปูความง่วงให้เรา ด้วยการบรรยายวิธีกรอกข้อมูลลงในกระดาษ ไอ่กระผมมัวแต่เพ่งฟังเสียงภาษาปะกิดผ่านลำโพงเก่าๆ จนหูอื้อไปหมด แทนที่จะลองทำเองแล้วเช็คกะคำพูดเขา ไม่ต้องกลัวผิดเลย เพราะมีวิธีกรอกเขียนอยู่บนข้อสอบ แถมข้อสอบยังบังคับให้ใช้ดินสอไม้เท่านั้นด้วยครับ(ไม่รู้ว่าเครื่องจะจับความต่างยังไง) ต้องรับดินสอไม้ของคนคุมมาใช้ เขามีแจกครับ... นี่คือจุดเริ่มต้นของความทรหด
พอรอบแรก คือการเขียนเรียงความ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาคการเขียน เขาจะมีคำถามธรรมด๊า ธรรมดา คำถามที่ผมพบวันนั้นถามว่า “ทำงานเดี่ยวหรือทีมดีกว่ากัน” มีที่ว่างให้สองหน้าในเวลายี่สิบนาทีครับ โชคดีที่ผมเป็นคนช่างจ้อ เลยเผากระดาษหมดเกือบพอดีเวลา แล้วก็บังเอิญอีกว่า คะแนนส่วนนี้ ดูที่”ความยาว” “ความต่อเนื่องสมเหตุสมผล” และเอาแกรมมาร์ไว้เป็นอย่างสุดท้าย ไม่งั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า คะแนนจะอนาถลงอีกเท่าไร
หลังจากนั้นก็เป็นการสอบกากบาทชุดย่อยๆ อีกเก้าชุด ชุดละสามสิบถึงสามสิบห้าข้อ ให้เวลาชุดละยี่สิบถึงยี่สิบห้านาที มีสามรูปแบบต่างๆ กันครับ คือ การเขียน(จับผิดแกรมมาร์ เรียงรูปประโยค แก้เรียงความ) การอ่าน(เติมคำโหดลงในช่องว่าง อ่านจับใจความ แปลความหมาย เหมือนวิชาภาษาไทยภาคทักษะสัมพันธ์) และคณิตศาสตร์ (กากบาทและเติมลงในช่องว่างพร้อมฝนรหัสคำตอบ ใช้เครื่องคิดเลขได้) ทำข้ามชุดไม่ได้ เสร็จก่อนเวลาต้องนั่งรอครับ
แม้ว่าเห็นข้อสอบแล้วอยากจะแหกปากออกมาเป็นภาษาเอสกิโมว่า “โอ้...พระแม่เจ้าแห่งดามัสกัส” แล้วฝนข้อสองรวดเดียวตั้งแต่ชุดที่สองยันสิบ หากระบบคิดคะแนนก็ค้ำคออยู่ เพราะคะแนน SATI สามวิชา วิชาละแปดร้อยคะแนนนี้ มีวิธีดักอเมริกันนักเสี่ยงโชคทั้งหลาย (ก็เขาตั้งประเทศด้วยการเสี่ยงโชคนี่เนอะ) โดยการให้คะแนนดิบข้อถูกหนึ่งคะแนน ข้อที่เราข้ามศูนย์คะแนน และหักคะแนนจากข้อผิดข้อละหนึ่งส่วนสี่ หมายความว่า ถ้าเราทำถูกเก้าจากสิบข้อ เว้นข้อสุดท้าย เราจะได้เก้าคะแนน แต่ถ้าเรามั่วข้อสุดท้ายแล้วดันผิด เราจะได้แปดเศษสามส่วนสี่เท่านั้นครับ หลังจากนั้นเขาก็จะเอาคะแนนดิบนี้ไปคิดต่อ เข้าใจว่าเอาไปคูณด้วยสิบต้นๆ เพราะฉะนั้น ผิดหนึ่งข้อ คุณผิดไปประมาณสิบกว่าคะแนนแล้วละครับ
ข้อสอบยากครับ ทำไม่ได้ ทำได้ได้ไง เพื่อนเขาท่องคำศัพท์กัน มีโน้ตการ์ดที่เป็นกระดาษแข็ง จดศัพท์และคำแปลไว้เต็มอยู่เป็นปึ๊ง ห้าร้อยคำ พันคำ เราก็มัวแต่นั่งอ่านนิยายประโลมโลกย์อยู่นั่นแหละ มันออกมาเป็นข้อสอบรึก็เปล่า อีกสาเหตุนึงคือ เวลามันยาวนานและไม่หยุดนิ่ง ผมต้องทำข้อสอบ ทำ...ทำ และ ทำ ไปแบบไม่รู้กาลเวลา
ถึงได้บอกไงครับ สำหรับ SAT I ความถึกสำคัญกว่าความรู้
หลังจากผ่านพักครึ่ง(ประมาณหลังชุดที่ห้า) และปั่นข้อสอบอย่างทรหดและมึนงงต่อมาได้ถึงสิบเอ็ดโมง...ครับ สิบเอ็ดโมง ตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง ก็มีเสียงหนึ่ง ดังรบกวนการทำข้อสอบของผม มันเป็นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน
เสียงท้องร้องครับ
ผมกินอาหารนิดเดียวตอนเช้า(ไข่คนจืดๆ กะน้ำผลไม้)เพราะกลัวจะง่วง และละเลยบริการแพ็คอาหารที่โรงเรียนเตรียมให้(เพราะสายแล้ว) แถมยังเมากับข้อสอบ ระดมสมองอย่างหนักมาสี่ชั่วโมง เลยครึ่งทางมานิดนึง ทำให้หิว และงงไปหมด... อุทาหรณ์คือ คราวหน้า ผมจะเอาแซนด์วิชมากินตอนเบรคให้ได้ และแล้ว ผมก็เดินหน้า... ฝนข้ามข้าม ฝนข้ามข้าม ฝนข้ามฝนข้ามข้าม ต่อไป
จนกริ่งสุดท้ายตอนบ่ายโมงดังนั่นแหละ ผมถึงเป็นอิสระ
หลังจากฟาดฟันตอนสอบเสร็จบ่ายโมง โรงอาหารปิดไปแล้ว ผมก็สลบคาห้องพักไปเลยครับ ได้แต่คาดหวังว่า จะได้กินอะไรอีกในไม่ช้า และคะแนนจะออกมาดีจนไม่ต้องสอบใหม่
แต่ก็คาดหวังผิดไปเรื่องนึงครับ เสียอีกสี่สิบเอ็ดดอลลาร์
คราวหน้าจะมาพูดถึง SAT II:Subject Test นะครับ เป็นการสอบที่เรียกได้ว่า แตกต่างจากชุดแรกนี้โดยสิ้นเชิงเลยละครับ
สวัสดีครับ


Create Date : 26 เมษายน 2550
Last Update : 26 เมษายน 2550 5:12:54 น. 2 comments
Counter : 465 Pageviews.

 
อ่า..

น่าเห็นใจจริงๆเลย

สถานการณ์ที่ใกล้เคียงกันกับแบบนี้ก็...

สอบตอนมัธยม!!!!



โดย: ม่วนน้อย วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:11:13:24 น.  

 
ตอนสอบเข้า ม.ปลายใช่ไหมครับ
ประมาณนั้นเลยล่ะ
แต่มันมีแค่สองสามวิชาเท่านั้นเองครับ สลับกันไปมา


โดย: จขบ. IP: 68.162.92.215 วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:18:29:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คมลิขิต
Location :
Pennsylvania United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จักครับ คมลิขิตครับ
เรียกตั้มก็ได้ ครับผม
Friends' blogs
[Add คมลิขิต's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.