วิ่งหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

หลายปีที่ผ่านมา เฝ้าสังเกตุผู้คนมากมายว่าทำไมต้องไหว้พระขอพร บ้างไปถือศีลบวชชีพราหมณ์ ในหลายๆคนก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น บางคนกลับมาจากไหว้พระ 9 วัด โดนรถทับตายลงข่าวหน้าหนึ่ง นสพ.ซะงั้น ความหวัง ความสุข ความเจริญก้าวหน้าในชีวิต ความร่ำรวย แท้จริงแล้วมันอยู่ตรงไหน?

หลายๆครั้งเฝ้ามองผู้คนเหล่านี้เหมือนคนบ้า งมงาย เพ้อเจ้อ ใช้ธูปแค่กำ ดอกไม้เพียงหยิบมือ หวังจะเนรมิตให้ชีวิตของตัวเองสมหวังไปเสียทุกๆอย่าง  แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าขำ... กลับมาดูใจของตัวเองซึ่งคอยไปตำหนิติติงค่อนแคะคนอื่น เอาเข้าจริงก็ไม่ยอมน้อยหน้า เพียงแค่ได้ยินว่า ที่ไหนดี ที่ไหนศักดิ์สิทธิ์ ก็จะออกเดินทางดั้นด้นค้นหา หวังเพียงว่าจะได้ไปพึ่งพาอาศัยกับเขามั่ง

ชีวิตต้องดิ้นรน...  ไหว้แหลกไปเรื่อย ขอพรไปเรื่อย สุขๆทุกข์ๆ ส่วนใหญ่จะไปทางทุกข์เสียมากกว่า เพราะความที่ไม่รู้จักพอของใจเรานี่เอง ประมาณว่าได้นั่นจะเอานี่ ได้ไอ้นี่จะเอาไอ้นู่น อย่างที่เขาบอก "ไม่เคยมีสิ่งใดในโลกเป็นที่พึงพอใจเราสักอย่าง"  ไม่มีบ้านก็อยากมี พอมีก็เสือกหลังเล็กไปอีก ต้องหาทางดิ้นรนขยับขยายไปเสียทุกๆเรื่อง  

พอไม่ได้ดังใจก็เร่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางทีก็ตัดพ้อทำหน้าเหงาเศร้าสร้อยเหมือนหมาป่วย  พอได้ดังใจกลับบอกว่า "ข้านี่แหละแน่" ทำตัวเหิมเกริม ยิ่งใหญ่ ลืมไปหมดว่าได้เคยไปบนบานศาลกล่าวหรือขอร้องใครหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใดเขาไว้บ้าง

ครั้นพอวันหนึ่งต้องเอวัง ไม่ได้สมหวังอย่างที่ใจปารถนา หรือต้องตกอับไม่เหลืออะไร ก็จะนอนตรีนก่ายหน้าผากอีกรอบ ทำหน้าหงอยๆเหมือนหมาป่วยอีกครั้งและพอจะนึกได้ว่า "อ้อ... สงสัยเราผิดสะจะ"  หรือไม่ก็อ้างนั่นอ้างนี่ เช่น ผีซ้ำ ผีผลัก เจ้ากรรมมาตามทวงหรือเปล่าว่ะ? ชีวิตถึงได้ร่วงลงเหวแบบนี้ ก็สุดแล้วแต่จะเอามาคิดจินตนาการ แต่งเติมความผิดต่างๆที่ตัวเองมี เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าผิดน้อยหน่อยจากการกระทำของตัวเองที่หลงระเริงมาทั้งหมด  และท้ายสุดถ้าจะให้ชีวิตกลับมาดูดีและสบายใจได้อีกครั้งก็ต้องวิ่งโร่ไปพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซักอีกรอบ รับรองคราวนี้จะมีมากยิ่งกว่าเดิม เพราะคนล้มแล้วลุกขึ้นมาได้จะผงาดยิ่งกว่าเก่า (ว่าปลอบใจตัวเองไปนั่น)

เอ้า แล้วไอ้ความศักดิ์สิทธิ์ แท้จริงแล้วมันอยู่ไหนหนอ...

จะเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟังพอให้ได้จินตนาการตาม...
มีผู้หญิงสวยอยู่คน เธอมีอาชีพเป็นโสเภณี เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หาได้นำมาเพื่อใช้จุนเจือชีวิตและครอบครัว ถามว่าเธอผิดไหม? ในสายตาของข้าพเจ้า เธอไม่ได้ผิดหรอกเพราะเธอเลือกเกิดไม่ได้ และในบางที ชีวิตของเธอก็ไม่สามารถเลือกที่จะเป็นได้ ก็ด้วยความรู้น้อย สภาพสังคม หรืออื่นๆ

แต่ในขณะเดียวกัน นอกจากเงินที่เธอหามาจุนเจือครอบครัวด้วยการสร้างบ้าน ซื้อรถ หรือทำสิ่งต่างๆเพื่อไม่ให้พ่อแม่พี่น้องน้อยหน้าใครนั้น เงินอีกส่วนก็จะหมดไปกับค่าเช่าคอนโดฯหรู เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ ข้าวของเครื่องใช้ระดับแบรนด์เนม  วันๆเอาแต่ช้อปปิ้ง กินเหล้า ฮาเฮ แล้วก็นอน ไม่เคยคิดจะหาสิ่งดีๆ อาทิเช่น การเรียนรู้เพื่อประกอบอาชีพอื่นอันสุจริต เช่น แต่งหน้า ทำผม ทำขนม ฯลฯ  ซึ่งมีสอนอยู่มากมาย และไม่เคยคิดที่จะใช้เงินเพื่อลงทุนทำการค้าใดๆ นอกจากหมดไปกับความซ่าและบันเทิงโดยมักจะพูดเสมอๆว่า "นี่คือรางวัลของชีวิต"

ตกเย็นย่ำค่ำของทุกวัน เธอก็ได้รับฉายาว่า "กาหรี่ไฮโซ" มีผู้ชายมากมายมารุมรัก บางคนอยากจะได้เธอมาเป็นภรรยา ยื่นข้อเสนอต่างๆให้มากมายพอสมควร แต่ท้ายสุดสำหรับข้อเสนอของเธอคือ "ขอเงินเดือนๆละ2แสนบาท รถ 1 คัน และบ้านอีก 1 หลัง"  แต่ที่น่าประทับใจกว่านั้น ผู้ชายหลายๆคนยินดีที่จะให้เธอตามที่ได้เรียกร้อง แต่ทั้งหมดคือการรอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์..ว่าเธอจะกลับตัวกลับใจเพื่อไปเป็นภรรยาที่ดีสำหรับเขาได้หรือไม่

ไม่มีทาง..  เธอยังคงแอบหนีไปทำงานเหมือนเดิม ใช้แต่ของฟุ่มเฟือย อ้างว่าเธอไม่ต้องแบมือขอเงินใครก็ได้ เพราะลำพังเดือนๆหนึ่งเธอหาเงินได้เป็นแสน พร้อมกับยื่นคำขาดกับทุกคนว่า "สิ่งที่เธอต้องการทั้งหมด เธอจะเอาเดี๋ยวนี้และเอาตอนนี้  ไม่งั้นเธอจะหาเอาเอง ไม่ง้อโว๊ย! "  หลังจากนั้นทุกๆอย่างก็หลุดลอยจากเธอไป

ในวันนี้เธอแก่ไปมาก... ไม่ค่อยมีใครมาใช้บริการจากเธอ ย้ายที่ทำงานไปเรื่อยๆ บางที่ก็ไล่หนี บอกว่าแก่เกินแกง ที่สำคัญไม่มีใครมารุมรัก จากค่าเลี้ยงดูสองแสนก็ลดลงเหลือสองหมื่น บ้านหลังใหญ่ ก็ขอแค่คอนโดฯห้องเล็กๆ   และขอรถยนต์มือ 2สักคัน ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับข้อเสนอของเธอในเวลานี้ แต่สิ่งที่สำคัญ ชีวิตส่วนใหญ่ของเธอเริ่มเข้าสู่ธรรมมะมากขึ้น

ธรรมมะ ที่เป็นการหลุดพ้น หรือ ธรรมมะ ที่ทำให้เธอลุ่มหลงมัวเมา หวังเพียงเพื่อเป็นเครื่องปลอบประโลมจิตใจตัวเองที่กำลังถึงคราวแย่บัดซบจนแทบจะไม่เหลืออะไรอีกแล้ว แต่คนอย่างเธอก็ยังฝืนยิ้มได้ หัวเราะได้ แม้จะแอบร้องไห้กับตัวเองอยู่หลายๆครั้ง
สิ่งที่น่าเวทนาที่สุดที่ข้าพเจ้าได้เห็นก็คือ เธอลงทุนไปบวชชีพราหมณ์อย่างเคร่งครัด เหมือนจะเข้าใจต่อการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แต่ความหวังที่อยู่ลึกๆในใจที่เธอยอมสารภาพออกมา ก็เพื่อให้บุญจากการบำเพ็ญของเธอในครั้งนี้ ส่งผลให้เธอกลับมาแล้วจะได้มีผู้ชายมาใช้บริการกับเธอมากขึ้น และมีผู้ชายมาหลงรักและรุมล้อมเธอเหมือนเมื่อตอนสาวๆ

อืม... อย่างที่ถามไว้ในตอนแรกว่าความศักดิ์สิทธิ์ แท้จริงแล้วมันอยู่ไหนหนอ...
ใครพอจะตอบได้บ้างว่าอยู่ที่ตัวเราหรือว่าอยู่ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เหมือน ผัวเมียคู่หนึ่ง เข้าวัดสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ หัวใจชุ่มชื่ม เอิบอิ่มไปด้วยบุญกุศล พากันถวายทั้งถวายสังฆฑาน บริจาคเงินสร้างวัด ชำระหนี้สงฆ์ ฯลฯ ออกมานั่งชมนกชมไม้ "เธออย่างนั้น ฉันอย่างนี้"  แต่พอขับรถออกนอกวัด มันก็เริ่มทะเลาะกันจะเป็นจะตาย

เหมือนอีกหลายคน ขนาดเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริงอยู่ในโลก แต่ก็ชอบบอกว่าตัวเองแย่ ตัวเองลำบาก ทำไมชีวิตนี้กูถึงได้ซวยแบบนี้ พร่ำพรรณาบอกกับตัวเอง แช่งตัวเองทุกๆวัน
เห็นใครรวยกว่าดีกว่า ถ้าไม่แค้นก็ได้แต่ปลง รู้สึกสมเพชเวทนาตัวเองเสียเต็มประดา  เซ็งกับตัวเองว่าทำไมไม่ได้ดีมีสุขเหมือนคนอื่นเขา
ก็ขอให้จงคิดอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ชีวิตก็จะมีแต่ความเจริญลงยิ่งๆขึ้นไป เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คงจะได้แต่มองตาปริบๆแล้วบอกว่า "มึงยังไม่รู้จักช่วยตัวเอง มึงยังไม่รักตัวมึงเอง แล้วใครจะไปช่วยมึงได้ 555"



Create Date : 30 สิงหาคม 2554
Last Update : 30 สิงหาคม 2554 14:33:43 น.
Counter : 368 Pageviews.

1 comments
  
ชอบค่ะ เห็นด้วย ไม่เชื่อว่าการขออะไรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วจะเกิดขึ้นหรือได้อย่างที่ขอ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวเรา เป็นสัจจธรรม
โดย: PrettyNovember วันที่: 30 สิงหาคม 2554 เวลา:15:09:14 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ARPUPU
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สิงหาคม 2554

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31