Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 

มรดก แห่งศาสนา


((ภาพขาวดำในทีนี้ มาจากเวปของท่าน พระประชา ปสนฺนธมฺโม ผู้สัมภาษณ์ท่านพุทธทาสค่ะ))





เมื่อปี พ.ศ.2475 มีวัดร้างแห่งหนึ่ง ชื่อวัด “ตระพังจิก” เป็นวัดที่รกร้างมานาน อยู่ท่ามกลางป่าที่รกครื้ม มีสระน้ำใหญ่ซึ่งเป็นที่ร่ำลือกันว่า มีผีดุอาศัยอยู่ ภายในวัดร้างมีพระพุทธรูปเก่าๆ ตั้งเป็นพระประธานอยู่อย่างโดดเดี่ยว และเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2475 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา ได้มีภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งได้เข้ามาอยู่ในวัดร้างแห่งนั้น โดยมีอัฐบริขาร ตะเกียง กับหนังสืออีก 2-3 เล่มติดตัวไปเท่านั้น











ภิกษุรูปนั้นก็คือ พระมหาเงื่อม อินทปัญโญ ซึ่งขณะนั้นมีวัยเพียง 26 ปี ช่างกล้าหาญจริงๆ เรามารู้จักกับพระมหาเงื่อม ว่าท่านเป็นใคร กันนะคะ



พระมหาเงื่อม อินทปัญโญ อดีตพ่อค้าหนุ่ม ทายาทเจ้าของร้านไชยาพานิช มีนิสัยใฝ่ธรรมมะ พออายุครบ 20 ปี ก็อุปสมบทเข้าสู่เส้นทางพระธรรม และกลายเป็นพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียง ไปเป็นครูสอนนักธรรม ที่โรงเรียนนักธรรมวัดพระธาตุไชยา สามารถสอนให้นักเรียนสอบได้ยกชั้น มุ่งมั่นศึกษาภาษาลี จนจบเปรียญธรรม ๓ ประโยค ที่วัดปทุมคงคา แล้วจึงตัดสินใจ กลับพุมเรียงบ้านเกิด











ด้วยจิตมุ่งมั่นที่ต้องการค้นคว้าพระไตรปิฏก พระมหาเงื่อมท่านต้องการที่สงบ นายยี่เกยผู้เป็นน้องชาย และเพื่อนๆ จึงได้ช่วยกันเสาะหาสถานที่ ที่มีความวิเวก เหมาะสมจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมตามรอยพระอรหันต์ จนมาพบวัดร้าง ที่ชื่อวัด “ตระพังจิต” แห่งนี้ นายยี่เกยจึงได้สร้างเพิงไว้ที่หลังพระพุทธรูปเก่าให้พระมหาเงื่อมได้อาศัย











เมื่อเข้าไปอยู่ได้ไม่กี่วัน พระมหาเงื่อมก็ตั้งชื่อวัดร้างแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ เหตุเพราะบริเวณใกล้เพิงพักนั้น มีต้นโมกและต้นพลา ขึ้นอยู่เต็มไปหมด จึงนำชื่อของต้นไม้ทั้ง2 มารวมกันให้มีความหมายในทางธรรม จึงเกิดคำว่า "สวนโมกขพลาราม" หมายถึง "สวนป่าอันเป็นกำลังแห่งความหลุดพ้นจากทุกข์"












พระหนุ่มผู้ยอมถวายชีวิตให้กับงานของพระศาสดา เริ่มค้นคว้าพระไตรปิฏก และตั้งชื่อของตนเองขึ้นใหม่ว่า "พุทธทาส" ตามบทสวดตอนหนึ่งในภาษาบาลี จากการค้นคว้า และศึกษาธรรม ท่านพุทธทาสได้ถ่ายทอดออกมาเป็นงานเขียนเรื่อง "ตามรอยพระอรหันต์"














ท่านพุทธทาส ดำรงชีวิตอยู่ในสวนโมกข์อย่างสมถะ ตามแบบสงฆ์ ในสมัยพุทธกาลด้วยตนเอง ท่านกล่าวไว้ว่า "ตลอดเวลา 2 ปีแรกนั้น ไม่มีใครอาศัยอยู่ในสวนโมกข์เลยมีแต่ฉันอยู่คนเดียว" อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทดลองฝึกกรรมฐานอย่างจริงจัง แล้วบันทึกทุกอย่างไว้เป็นข้อมูล ความเคร่งครัดของท่าน ในช่วงที่ฝึกจิตใจตนเอง บางครั้งท่านจะงดพูดโดยเด็ดขาดเป็นเวลา ๓ เดือน หรือฉันแต่อาหารธรรมชาติตลอด พรรษา เช่น กล้วยน้ำว้า ข้าวโพด มะพร้าว แตง ฯลฯ ท่านเคยสละเลือดให้ยุงกินพร้อมกันคราวเดียว ๑๐๐ ตัวเศษในป่า และบอกว่า “ปีติเกิดได้ทุกอย่างในการเสียสละเพื่อสัตว์อื่นๆ"














นางเคลื่อน มารดาของพระพุทธทาส ได้ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมของพระลูกชาย ท่านได้ทำพินัยกรรม มอบเงินจำนวน 6,378 บาท ตั้งเป็นกองทุน ต้นตระกูลพานิช เพื่อนำดอกผลมาใช้ในกิจการของสวนโมกข์ เช่น สร้างห้องธรรมทาน ทำหนังสือ “พุทธสาสนา" เผยแพร่ให้ประชาชนได้ทราบว่า ที่เมืองไชยา มีพระและฆราวาส พร้อมพิสูจน์ให้โลกรู้ว่า พระพุทธศาสนาคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ และแก่นแท้แห่งพุทธศาสนาไม่ใช่พิธีกรรม หรือไสยศาสตร์ หากแต่เป็นการศึกษาที่ควบคู่ไปกับการปฏิบัติ และใครๆก็สามารถปฏิบัติได้











พ.ศ. 2477 พระดุลยพากย์สุวมัณฑ์ ได้นิมนต์ "พระพุทธทาส ภิกขุ" ไปแสดงธรรม ณ นครศรีธรรมราช ในโอกาสเปิดสวน ปันตาราม ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามแนวของสวนโมกข์ ทำให้ธรรมมะของท่านพุทธทาสเลืองลือไปไกลยิ่งนัก อีก 2 ปีต่อมา (พ.ศ. 2480) คณะผู้ก่อตั้งสวนโมกข์ ก็ได้ต้อนรับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถระ) แห่งวัดเทพศิรินทร์ ซึ่งเป็นองค์ประธานกรรมการ มหาเถรสมาคม ได้เดินทางมาเยี่ยม และพักแรมที่สวนโมกข์















ในปีถัดมา พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ (วงศ์ ลัดพลี) ,พระยาภรตราชสุพิช, นายสัญญา ธรรมศักดิ์, ได้เดินทางมาเยี่ยมสวนโมกข์ บุคคลเหล่านี้ ได้เป็นกัลยาณมิตรที่สำคัญของสวนโมกข์ในเวลาต่อมา ช่วยส่งเสริมการตามรอยพระอรหันต์ไปทั่วประเทศ

ธรรมมะของท่านพุทธทาส เป็นคำที่เข้าใจง่าย ชัดเจน แต่ให้ข้อคิดที่ลึกซึ้ง ทำให้มีกองทัพธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ย้ายสวนโมกข์ไปอยู่ที่ใหม่ เรียกว่า “ด่านน้ำไหล” ที่ตั้งใหม่แห่งนี้ ยังคงใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีภูเขาพุทธทองอยู่ตรงกลาง อีกด้านติดเขานางเอ อุดมด้วยต้นไม้และสัตว์นานาชนิด มีธารน้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน จึงมีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า "วัดธารน้ำไหล" แต่ผู้คนยังคุ้นเคยที่จะเรียกว่า "สวนโมกข์" ภายในบริเวณวัด มีลานกว้างสำหรับเป็นที่ปฎิบัติธรรมสำหรับคนทั้งประเทศ














มีโบสถ์เขาพุทธทอง เป็นส่วนที่สูงที่สุดของวัด, มีโครงกระดูกที่โรงธรรม ,โรงปั้นภาพ เป็นที่อบรมศีลธรรมแก่เด็ก และผู้ลุ่มหลงอบายมุข มีบัววิกตอเรีย เป็นบัวพันธุ์ใหญ่ ซึ่งหาดูได้ยาก














มีโรงมหรสพทางวิญญาณ นี่เป็นสถานที่แสดงภาพปริศนาธรรม เพื่อใช้เป็นที่เรียนรู้ธรรมมะ ภาพภายในโรงมหรสพสื่อให้เห็นถึงการเกิด แก่ การเป็นอยู่ การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางกิเลส, ตัณหาของมนุษย์ และผลแห่งวิบากกรรมต่างๆ ของเปรตแห่งนรกภูมิ ทั้งหมดนี้ล้วนสื่อออกมาเป็นรูปปริศนาธรรมทั้งสิ้น






































































































ณ ปัจจุบัน ภายในวัด ได้มี “สวนโมกข์นานาชาติ” ขึ้นมาอีก เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ ที่เกิดขึ้นจากพระอาจารย์โพธิ์ จันทสโร เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของท่านบนเกาะสมุยเมื่อหลายปีมาแล้ว เห็นฝรั่งขี้ยาอยู่กันเต็มเกาะ ท่านโพธิ์จึงได้ชวนฝรั่งมานั่งสมาธิฝึก นับว่าเป็นแห่งแรก ที่สอนการฝึกสมาธิเป็น ภ.อังกฤษ














สวนโมกข์มีหลายๆอย่างๆที่ลงตัว ความเป็นป่ายังคงอยู่ อาคารส่วนใหญ่ก็สร้างกลมกลืนกับธรรมชาติ นี่คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมมะ ที่จะทำให้ท่านมีความสุขกับธรรมมะแบบง่ายๆ ของท่านพุทธทาส





















































































 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2551
12 comments
Last Update : 16 กรกฎาคม 2551 8:23:23 น.
Counter : 1334 Pageviews.

 

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sodnaisoi&month=07-2008&date=14&group=29&gblog=6



"หัวใจไร้รัก"
มาแว้วค่ะ... หลังจากหายไปนาน

ตามมาอ่านนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: โสดในซอย 14 กรกฎาคม 2551 9:17:41 น.  

 

ด้วยความยินดีค่ะเจ้าป้า

 

โดย: thattron 14 กรกฎาคม 2551 16:24:17 น.  

 

อิอิ

ยินดีมากมายค่ะคุณแอน ที่ช่วยเหลือ อย่าเพิ่งเบื่อคนแก่ก่อนนะคะ

 

โดย: เจ้าป้ามหาภัย 14 กรกฎาคม 2551 16:45:02 น.  

 

คุณป้าจะเอาคำนี้ Phuketinlay มาใส่ ตรงมุมขวามือที่หัวบล็อกเหรอค่ะ เอ! รู้สึกโค๊ดใส่มุมหัวบล็อกแอนจะไม่มีนะค่ะ แล้วตัวหนังสือสีหวานๆ เท่ห์ๆ ตัวหนังสือแบบกลมๆ คงต้องไปทำที่โปรแกรมโฟโต้ชอปอ่ะค่ะ เลือกสีและหาฟร้อนทำได้เลยอ่ะค่ะ

 

โดย: thattron 14 กรกฎาคม 2551 16:55:24 น.  

 

มาอีกรอบ

ที่คุณป้าบอกจะเอาไปใส่มุมขวามือ หมายถึงมุมที่อยู่ใต้คำว่า "เข้าใจคน..เข้าใจงาน..เข้าใจควาย..." ใช่ไหมค่ะ
ถ้าใช่โค๊ดที่ใช้ก็คือโค๊ดใส่รูปธรรมดานะค่ะ แต่ติดตรงคำที่คุณป้าอยากได้ ถ้าคุณป้าทำโฟโต้ช๊อปไม่ได้เดี๋ยวแอนทำให้ก็ได้ค่ะ แล้วคุณป้าก็เลือกเอา ว่าแต่ว่าอยากได้ไซส์ขนาดไหนอ่ะค่ะ แอนจะได้ทำได้ถูก

 

โดย: thattron 14 กรกฎาคม 2551 17:06:32 น.  

 




สายอยางนี้
เรียกว่า
อรุณสวัสดิ์
ได้ไหมคะเนี่ย...

 

โดย: โสดในซอย 15 กรกฎาคม 2551 9:38:21 น.  

 

คุณป้า

แอนทำโค๊ดให้แล้วนะค่ะ ส่งไปที่หลังไมค์ คุณป้าลองดูนะ ถ้าไม่ชอบก็บอกนะค่ะ

 

โดย: thattron 15 กรกฎาคม 2551 20:45:35 น.  

 

เจ้าป้าวันหลังหาประวัติวัดสามกองมาลงมั่งจิ โพดไปบ่อยๆ แรกๆกลัวมาเพราะหลุมศพนี่ยื่นเลยเข้ามาในทางเข้าวัดอ่ะ แง๊วววว

 

โดย: ข้าวโพดแมวติสต์แตก IP: 202.123.145.203 16 กรกฎาคม 2551 9:59:47 น.  

 

สวัสดีค่ะเจ้าป้า บล็อคแจ่มๆ เพราะคุณแอนเป็นที่ปรึกษาให้นี่เอง

คุณแอนน่ารักมากๆ ค่ะ เจ้าป้า แถมสวยด้วย

ป้าแป๋วไปต่างจังหวัดหลายวันค่ะ ถ้ามีเวลาจะเข้ามาทักทายนะคะ

ปล. วัดโมกข์ป้าแป๋วเคยไปนานแล้วค่ะ เดี๋ยวค่อยชวนลูกไปบ้างนะคะ ขอบคุณข้อมูลความรู้ที่เอามาฝากกันนะคะ

 

โดย: ป้าแป๋วววววว IP: 222.123.79.238 16 กรกฎาคม 2551 11:35:49 น.  

 

มาตามคำชวน.../*
ก็ได้รับความสุขกลับไป.....ขอบคุณนะคะ

 

โดย: แสนดี IP: 61.7.221.82 16 กรกฎาคม 2551 14:11:06 น.  

 

เคยไปพักมา 1 คืนครับ ยืมรถยนต์เพื่อนขับไปจากภูเก็ตคนเดียวเลยครับ เจ้าป้า สถานที่สงบเงียบดีนะครับ ไปสวดมนต์วัตรเย็น ต้องเอาธูปเป็นกำำจุดแล้วไปปักรอบๆตัวครับ เพราะยุงเยอะมากแถมตัวใหญ่มากเลย

ห้องพักก็ห้องแคบๆ มีเตียงไม้ และหมอนไม้ครับ นอนหลับสบาย ไม่ต้องใช้พัดลมครับ

ก่อนกลับก็ซื้อข้าว กับข้าวด้านหน้าวัด ไปถวายพระ ผู้เฒ่า ผู้แก่ สวดมนต์แปลกันได้หมด โดยไม่ต้องดูเลยครับ อายเลยผม เพราะยังท่องไม่ได้อ่ะ

 

โดย: sak IP: 58.147.59.50 16 กรกฎาคม 2551 14:39:51 น.  

 

thattron //ขอบคุณมากมายค่ะ สำหรับของสวยๆ ในบล็อค ขอให้คุณแอน สวยวัน และสวยคืน นะคะ




ข้าวโพด// ยังไม่ได้ทำวัดสามกองเลยค่ะ เหตุผลก็เพราะว่า ที่นั่นเป็นวัดในเมืองค่ะ แต่ขอเวลาสักนิด ขอค้นๆ ดูข้อมูลที่น่าสนในของอดีตก่อนค่ะ ถ้ามีมากกว่าที่เป็นอยู่ จะนำมาลงให้อ่านค่ะ


ป้าแป๋ว// โอว ขอบคุณมากค่ะ ที่แวะ อิอิ คุณแอนใจดีค่ะ ช่วยในบล็อคป้าตั้งมากมายเลยล่ะค่ะ


แสนดี// จำได้ว่าชวนแสนดี ตั้งแต่แต่งานบวชค่ะ แต่ยังอุดส่าห์แวะมาจนตอนนี้ ขอบคุณจริงๆค่า ขอบคุณๆ




sak// เก่งจัง ขับรถไปเองได้ ตอนนี้ก็ยังสงบค่ะ ถ้าป้าได้ไปอีกครั้ง อยากจะอยู่ในโรงมโหรสพนานๆค่ะ แบบว่า ปลงได้ จริงๆเลยค่ะ

 

โดย: เจ้าป้ามหาภัย 16 กรกฎาคม 2551 21:47:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เจ้าป้ามหาภัย
Location :
ภูเก็ต Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




เข้าใจคน..เข้าใจงาน..เข้าใจควาย..




Phukettinlay...ถึงบล็อคนี้จะไม่สวยใส แต่อิชั้นก็ตั้งใจมอบสาระดีๆ ให้กับท่านผู้อ่านที่หลงทางเข้ามา ได้อ่านเรื่องราวดีๆในบล็อคนี้ได้อย่างสบายตา ขอบคุณทุกคนมากมายค่ะ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียน

Friends' blogs
[Add เจ้าป้ามหาภัย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.