Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
20 เมษายน 2551
 
All Blogs
 

วัดตีนเล

ในการสร้างวัดแต่ละวัด ล้วนแล้วแต่สร้างขึ้นมาท่ามกลางความศรัทธาของชาวบ้าน ที่ไหนมีหมู่บ้านหรือชุมชน ที่นั่นย่อมมีวัดซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองทางศาสนา


วัดตีนเล ในอดีตตั้งอยู่ในชุมชนเก่าแก่บริเวณเขาน้อย ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมใจกันสร้างวัด และพระพุทธรูปขนาดใหญ่ไว้บนยอดเขาน้อยเพื่อเป็นองค์พระประธาน ในสมัยก่อนวัดตีนเลและชุมชนเขาน้อยอยู่ในพื้นที่ ที่เป็นป่าดงดิบโดยแท้ เพราะมีทั้งสัตว์ร้ายนานาชนิด อาศัยอยู่อย่างชุกชุม และสัตว์ที่มีจำนวนมากก็คือ แรด จนถึงกับมีในบันทึกของพ่อค้าชาวฝรั่งเศสที่มาทำการค้าที่ถลาง กล่าวไว้ว่า “บนเกาะนี้มีสัตว์ร้ายมากมายรวมทั้งแระ และบางครั้งพวกเราต้องรับประทานเนื้อแรดเป็นอาหารต่างเนื้อโค



ต่อมาเกิดศึกถลางในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 ศึกตอนนั้นทำให้เมืองถลางเสียทีแก่พม่ า เมื่อพม่ายึดเมืองถลางได้ก็เผาทำลายบ้านเรือน และเข่นฆ่าชาวเมืองถลางอย่างโหดเหี้ยม ชาวเมืองถลางจึงได้หนีหลบภัยไปตามป่าและภูเขา ชุมชนตีนเลที่เขาน้อยก็ได้อพยพหนีภัยมาทางคลองบางวัด ซึ่งขณะนั้นยังมีสภาพเป็นป่าทึบ ในการอพยพครั้งนั้น พระสงฆ์ภายใต้การนำของพ่อทานสมภารงอ ก็ได้รับนิมนต์ให้อพยพมากับชาวบ้านด้วย (จึงมีการสันนิษฐานว่า พ่อท่านสมภารงอ น่าจะเป็นเจ้าอาวาสวัดที่อยู่บนเขาน้อย)



เมื่อพม่าถูกกองทัพไทยตีพ่ายออกไปจากเมืองถลาง ชุมชนบ้านตีนเลก็ไม่ได้กลับไปตั้งถิ่นฐานที่บนเขาน้อยอีกเพราะตอนที่พม่าบุกเข้ามา พม่าได้เผาทำลายวัด และบ้านเรือนจนหมดสิ้น ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันตั้งหมู่บ้านขึ้นมาใหม่ (ซึ่งก็ยังอยู่บริเวณเขาน้อย) และได้สร้างสำนักสงฆ์ขึ้นไว้ที่ท้ายหมู่บ้าน เพื่อให้พ่อท่านสมภารงอ ซึ่งขณะนั้นได้ชราภาพมากแล้ว กับพระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ภายใต้การนำของท่านได้พักจำพรรษาเป็นการชั่วคราว และได้สร้างพระพุทธรูปปูนปั้นไว้ 1 องค์ เพื่อประกอบพิธีสำหรับสงฆ์ รวมทั้งได้มีการจัดเตรียมที่ดินสำหรับสร้างวัดตีนเล ไว้ที่ด้านเหนือของหมู่บ้าน




ต่อมาอีก 2 ปี พ่อท่านสมภารงอก็ได้มรภาพชาวบ้านจึงได้เก็บอัฐิของท่านไว้ที่สำนักสงฆ์เพื่อเป็นการเชิดชูบูชา เพราะพ่อท่านสมภารงอเป็นพระที่ชาวบ้านตีนเลให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก แม้ท่านจะมรณภาพไปแล้วผู้คนยังคงศรัทธาไม่เปลี่ยนแปลงมีการไปบนบาลศาลกล่าวเรื่องต่างๆกับพ่อท่านอยู่เสมอ ว่าจะป็นเรื่องหมูของชาวบ้านที่หายไป (สมัยก่อนชุมชนตีนเลเลี้ยงมาก) ก็บนขอให้ได้เจอ หรือกระทั่งการขอหวย และมักจะมีการรับมโนราห์มารำแก้บน










ถึงแม้ว่าจะสิ้นพ่อท่านสมภารงอไปแล้วก็ตาม เหล่าพระสงฆ์และชาวบ้านทั้งหลายก็ได้ช่วยกันสร้างวัดตีนเลขึ้นมาในบริเวณที่ได้จัดเตรียมได้เพื่อให้เป็นวัดที่ถาวร จนกระทั่ง พ.ศ. 2395 หลวงพ่อปลอด ก็ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดตีนเล



หลวงพ่อปลอดท่านเป็นพระผู้เรืองวิทยาคม มีเวทย์คาถาขลังยิ่งนัก ด้วยท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อในหีบแห่งวัดป่าตองสหธรรมิก ซึ่งหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง กับหลวงพ่อช่วยวัดป่าตองก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อในหีบเช่นกัน (ต่อมาหลวงพ่อช่วยได้เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าตองเมื่อหลวงพ่อในหีบมรณภาพแล้ว) จึงนับได้ว่าหลวงพ่อปลอดเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์กับหลวงพ่อแช่ม และหลวงพ่อช่วย




เมื่อหลวงพ่อปลอดมาเป็นเจ้าอาวาส ท่านก็ได้สร้างวัดตีนเลจนเสร็จในสมัยของท่านนั่นเอง และมีการร่ำลือออกมาว่าที่บริเวณเขาน้อยมีทรัพย์สมบัติฝังอยู่ ตามที่ปริศนาลายแทงเขียนไว้ว่า “เขาน้อยมีอ้อยช้างคลาน มีทองสามพานอยู่ใต้เขาน้อย” แต่ในสมัยนั้นยังไม่มีใครแก้ปริศนาลายแทงได้ ว่าสมบัติถูกฝังอยู่ที่ไหน




หลวงพ่อปลอดเป็นเจ้าวาสจนถึงปี พ.ศ. 2429 ท่านก็ได้มรณภาพลง ชาวบ้านจึงได้อัญเชิญอัฐิของท่านใส่ไว้ในคนโฑแล้วฝังที่หน้าอุโบสถ ปัจจุบันมีผู้สร้างเจดีย์ขนาดเล็กครอบไว้









หลังจากที่หลวงพ่อปลอดมรณภาพแล้ว วัดตีนเลก็มีสมภารองค์ต่อมาอีกหลายองค์ แต่ไม่เป็นที่กล่าวขวัญมากนัก และสภาพวัดก็ชำรุดทรุดโทรมเรื่อยมา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2454 วัดตีนเลก็ว่างสมภาร คงมีแต่หลวงตาสั้นอยู่เฝ้าวัดเพียงองค์เดียว ชาวบ้านตีนเลในสมัยนั้นโดยการนำของ นายพร้อม ไกรเลิศ (นายพร้อมเป็นนายหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงมาก ชาวบ้านเรียกว่าหนังพร้อม) ได้นำชาวบ้านไปนิมนต์หลวงพ่อพลับ ซึ่งขณะนั้นท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดโคกแซก (วัดโฆษิตวิหาร ในปัจจุบัน)




หลวงพ่อพลับเดิมทีท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านดอน และอุปสมบทที่วัดบ้านดอน เมื่อบวชเป็นพระภิกษุแล้วก็ได้ศึกษาด้านวิปัสสนากรรมฐาน และได้ออกธุดงค์ไปตามป่าเขาทางภาคเหนือของประเทศไทยไปจนถึงประเทศพม่า ไปนมัสการพระบรมธาตุที่เจดีย์ชะเวดากองในเมืองย่างกุ้งและพระพุทธนิมิตที่กรุงมันฑเล แล้วจึงธุดงค์กลับมาเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐานที่สำนักสงฆ์วัดโคกแซก





ในตอนแรกนั้นหลวงพ่อพลับท่านไม่ยอมรับนิมนต์ แต่ด้วยความพยายามของนายพร้อมและชาวบ้านตีนเล ในที่สุดท่านก็ยอมรับนิมนต์ และมาเป็นเจ้าอาวาสวัดตีนเลเมื่อปี พ.ศ. 2454 และได้เปลี่ยนชื่อวัดตีนเล เป็น “ วัดเชิงทะเล” และได้ทำการบูรณะ ซ่อมแซมจนวัดอยู่ในสภาพดี



ต่อมาชาวบ้านแถบบริเวณเขาน้อยได้ออกมาทำงานบริเวณในเหมือง (ปัจจุบันคือบริเวณตลาดสดเชิงทะเล และพื้นที่ใกล้คียง) สมัยก่อนผู้คนเดินทางด้วยเท้ากันเป็นส่วนมาก จึงทำให้การเดินทางไปวัดตีนเลค่อนข้างยุ่งยาก ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าฝนน้ำหลาก ทำให้การเดินทางยิ่งลำบาก และด้วยขณะนั้นได้มีชาวบ้านชื่อ “คุณเองหวาน” ขอบริจาคที่ดินโดยผ่านทาง “ขุนอาจ” กันนันตำบลบ้านบางเทา หลวงพ่อพลับท่านจึงได้สร้างกุฎิไว้ในที่ดินผืนนั้น เพราะพิจารณาแล้วว่าที่ตรงนี้อยู่ติดถนนใกล้แหล่งชุมชน และสร้างศาลาไว้ที่ริมทางเดิน เพื่อความสะดวกในการบำเพ็ญกุศลของชุมชนที่อยู่ในละแวกนี้ ตอนที่สร้างศาลานั้นท่านได้มอบหมายให้นายว่านเป็นช่างก่อสร้าง และต่อมาก็มี "นายหนู" ได้เข้ามาช่วยอีกแรง





นายหนูผู้นี้เป็นผู้ที่มีอาคมเก่งกล้า แต่มักใช้ไปในทางที่ไม่ถูกต้องจนทำให้ผู้อื่นหวาดกลัว เมื่อนายหนูได้มาช่วยสร้างศาลาได้มาเจอกับหลวงพ่อพลับ และได้รับการอบรมสั่งสอน จนกระทั่งนายหนูเกิดความศรัทธายอมถวายตัวเป็นศิษย์ และอยู่ช่วยสร้างศาลาจนเสร็จในปี พ.ศ. 2462 นายหนูจึงได้บวชเป็นพระ ซึ่งต่อมาก็คือ “พระครูภูษิตวุฒิคุณ” หรือ หลวงพ่อหนู วัดท่าเรือ นั่นเอง





ครั้นเมื่อสร้างศาลาริมทางเสร็จใหม่ๆ ผู้คนต่างมาทำบุญกับพระที่หลวงพ่อพลับจัดให้มาดูแล ชาวบ้านต่างเรียกกุฏิที่ว่า “วัดศาลา” ส่วนวัดเชิงทะเลที่เขาน้อยก็มีสามเณรเฝ้าดูแลอยู่ แต่ชาวบ้านในชุมชนต่างพร้อมใจกันมาทำบุญที่วัดศาลามากกว่า เพราะการเดินทางสะดวก จนถึงปี พ.ศ. 2463 จึงได้มีการย้ายพระภิกษุและสามเณรมาจำพรรษาที่วัดศาลาทั้งหมด และสร้างที่นี่ขึ้นเป็นวัด ใช้ชื่อว่า “ วัดเชิงทะเล” ส่วนวัดเชิงทะเลเก่าที่เขาน้อยไม่มีพระ ชาวบ้านจึงเรียกว่า “วัดร้าง”



ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2504 หลังคาอุโบสถของวัดร้างได้พังลงถูกเศียรของพระประธานองค์กลางทำให้ชำรุด หลวงพ่อพลับจึงให้ลูกศิษย์ไปอัญเชิญเศียรพระพุทธรูปของพระประธานที่บนยอดเขาน้อยมาทำการปฎิสังขรณ์ต่อเศียรให้กับพระประธานของวัดร้างแทน จึงถือได้ว่าสมบัติชิ้นเดียวของวัดตีนเลที่บนยอดเขาน้อยที่เหลืออยู่ ก็คือเศียรของพระประธานองค์กลางของวัดร้างนั่นเอง









ส่วนวัดเก่าที่ยอดเขาน้อยนั้นปัจจุบันมีสภาพเป็นสวนยาง เป็นที่ส่วนบุคคลและมีร่องรอยของการค้นหาสมบัติ แต่เมื่อ 40 กว่าปีที่ผ่านมา สมัยที่มีการปรับพื้นที่เพื่อนำทางให้เรือขุดแร่เข้าไปสายแร่ คนที่เคยเข้าไปกับรถที่ปรับพื้นที่ได้พบกับจอมปลวกขนาดใหญ่ ภายในจอมปลวกนั้นมีถ้วยชามที่เป็นของโบราณอยู่มากมาย




สำหรับปริศนาลายแทงที่ซ่อนสมบัติปรากฏว่ามีผู้แก้ปริศนาลายแทงได้ คำว่า “เขาน้อย มีอ้อยช้างคลาน มีทองสามพาน อยู่ใต้เขาน้อย” ทำให้มีการลักลอบขุดที่ใต้ท้องน้อยของพระประธานองค์กลางและได้สมบัติไป คำแก้ปริศนาก็คือ เขาน้อยก็คงหมายถึงเข่าของพระประธาน ใต้เข่าพระประธานก็เป็นท้องน้อย อยากทราบจริงๆเลยค่ะ ว่าคนที่ลักลอบขุดไป เขาจะได้ไปสามพาน จริงๆหรือไม่ เพราะเวลาก็ผ่านไปไม่นาน แค่ 40 กว่าปี เท่านั้นเอง




พ่อท่านพลับท่านได้สร้างสถานที่เรียนขึ้นในวัด ใช้โรงธรรมให้เป็นที่เรียนหนังสือสำหรับลูกหลานชาวเชิงทะเล ทางราชการก็ได้จัดครูมาสอน และตั้งชื่อเป็น “โรงเรียนวัดเชิงทะเล” จนถึงปี พ.ศ. 2511 จึงได้ย้ายโรงเรียนไปอยู่ตรงข้ามกับวัด และใช้ชื่อว่า “โรงเรียนบ้านเชิงทะเล”




พ่อท่านพลับท่านได้ปกครองวัดเชิงทะเล จนถึงปี พ.ศ. 2508 ท่านก็ได้ละสังขาร มรณภาพลง เมื่อายุ 84 ปี เหลือไว้แต่คุณงามความดีที่ท่านได้สร้างไว้ จึงได้มีการสร้างรูปเหมือนของท่านไว้ที่วัดเชิงทะเล เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นศิริมงคล








หลังจากที่พ่อท่านพลับได้มรณภาพลงแล้วก็ได้มีการเชิญ พ่อท่านกระจ่าง (พระกระจ่าง ปภสุสโร) ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นพระอยู่ที่วัดร้าง ให้มาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดเชิงทะเล พ่อท่านจ่างท่านเป็นลูกศิษย์ของพ่อท่านพลับ เป็นพระที่ท่านให้ความไว้วางใจ ก่อนที่ท่านจะละสังขาร พ่อท่านพลับได้สั่งด้วยวาจาไว้ว่า สมบัติส่วนตัวของฉัน และหน้าที่การปกครองดูแลในภายวัดมอบให้คุณจ่าง (พระกระจ่าง) เป็นผู้ดูแล”




พ่อท่านกระจ่างท่านเป็นพระที่มีจิตใจดี มีเมตตา ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ ท่านเป็นพระที่ประพฤติตนอย่างเรียบง่าย เป็นที่เคารพนับถือ ท่านเป็นพระผู้ให้ ให้ทุกคนโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่เลือกแม้คนศาสนาอื่น








พ่อท่านกระจ่างปกครองดูแลวัดเชิงทะเล ได้บูรณะภายในในวัดเพิ่มเติม เช่น งานปฎิสังขรถาวรวัตถุ สร้างอุโบสถหลังใหม่ สร้างศาลาการเปรียญ สร้างโรงครัว กุฏิ ฯลฯ และปฏิบัติกิจของสงฆ์ทั้งในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงเป็นที่น่ายกย่อง จนได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายได้เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏรณ์ชั้นเอก (จร.ชอ.) ในราชทินนามเดิม ท่านได้ละสังขารเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2547 รวมอายุได้ 74 ปี 7 เดือน 29 วัน และได้รับพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2548 ณ เมรุพิเศษ ที่วัดเชิงทะเล





ปัจจุบันวัดเชิงทะเลมีท่านพระครูการุญกิจจานุยุต เป็นเจ้าอาวาส ท่านพระครูการุญ ท่านเป็นศิษย์รักของพ่อท่านกระจ่าง เป็นพระที่มีอัธยาศัยโอบอ้อมอารีย์ ท่านเป็นพระที่ตั้งสัจจะปฏิภาณไว้ว่า จะปกครองดูแลวัดให้มีความร่มเย็น สงบสุข และนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่วัดเชิงทะเล ดังที่เจ้าอาวาสองค์ก่อนๆได้ปฏิบัติกันมา เพื่อจรรโลงและสืบทอดพุทธศาสนาที่ดีต่อไป























ปัจจุบัน วัดเชิงทะเลตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านเชิงทะเล จ.ภูเก็ต ภายในวัดมีบริเวณกว้างขวาง เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่น







รอบๆถนนภายในบริเวณวัด มีเสาไฟฟ้ารูปนางกินรีอันชดช้อย พอถึงเวลากลางคืนพวกนางก็จะส่องแสงให้ความสว่างไสวไปทั่วทั้งวัด









มีอุโบสถสวยเด่นเป็นสง่า เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวเชิงทะเล








ทางขึ้นอุโบสถมีรูปปั้นพญานาคเป็นประติมากรรมที่คงความเป็นเอกลักษณ์ที่สื่อถึงพระพุทธศาสนา คอยต้อนรับพุทธศาสนิกชนที่จะเข้าสู่อุโบสถ









ภายในอุโบสถมีภาพพุทธประวัตินิทานชาดก เขียนไว้ที่ผนังอย่างสวยงามค่ะ






*** ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก ท่านพระครูการุญกิจจานุยุต





*** ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก คุณแม่แคล้ว เดินหน






*** ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก สท.สุพัฒน์ อธิอุดทผล



*** ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก คุณโมทย์ เดินหน









ชมภาพสวยๆ ภายในวัดกันค่ะ




















































































 

Create Date : 20 เมษายน 2551
10 comments
Last Update : 9 กันยายน 2551 16:06:38 น.
Counter : 3893 Pageviews.

 

เขาน้อยมีออ้ยช้างคลาน มีเงิน3พานอยู่ตีนเขาน้อยน่ะจ๊ะ

 

โดย: คนสมัยก่อน IP: 117.47.204.13 3 ตุลาคม 2551 18:28:25 น.  

 

อยากเห็นภาพบริเวณต่าง ๆ ของวัดอีกได้มัย ครับ

 

โดย: ผู้มาเยือน IP: 210.86.128.161 6 กรกฎาคม 2553 18:36:26 น.  

 

อา

 

โดย: ศิษย์เอก อาจารย์กระจ่าง IP: 203.155.63.157 24 กันยายน 2553 14:04:46 น.  

 

ท่านอ.กระจ่างอายุตามบัตรประชาชน 79ปีครับ เกิดปี2468

 

โดย: ศิษย์เอก อาจารย์กระจ่าง IP: 203.155.63.157 24 กันยายน 2553 14:08:27 น.  

 

ขอบคุณ สำหรับความรู้ประวัติความเป็นมา ครับ
ขออนุญาตินำไปเผยแพร่ให้ชนรุ่นหลัง ได้เรียนรู้ นะครับเจ้าป้า

เคียงคู่รีสอร์ท KiengKhu Resort
108/5 ม.1 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง
จ.พังงา 82210
e-mail: kiengkhuresort@gmail.com

 

โดย: เคียงคู่รีสอร์ท IP: 118.173.87.184 14 พฤศจิกายน 2553 10:15:50 น.  

 

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อมูล ซึ่งฉันเด็กเชิงทะเลอย่างฉันไม่เคยทราบมาก่อน

 

โดย: เด็กเชิงทะเล IP: 223.205.212.119 4 เมษายน 2554 19:06:07 น.  

 

ยินดีเหลือเกินค่ะ ที่มีหลายๆคนแวะเข้ามาเยี่ยม และตามอ่านข้อมูล รวมทั้งให้ข้อมูลเพิ่มเติม กราบขอบพระคุณทุกๆคนค่ะ

 

โดย: เจ้าป้ามหาภัย... IP: 101.109.245.125 11 กุมภาพันธ์ 2555 9:53:29 น.  

 

สวัสดีค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ที่เอามาเผยแพร่ แม้จะเป็นลูกหลานชาวเชิงทะเลเอง ก็ยังไม่รู้ข้อมูลเหล่านี้เลย
ขอบคุณจริงๆ แต่อยากให้ช่วยกลับไปเช็คตรงรูปภาพของหลวงพ่อกระจ่างด้านบนหน่อย ทำไมถึงลงวันที่ 23 มิถุนายน 2551 ล่ะค่ะ ในเมื่อท่านมรณภาพไปเมื่อ 23 มกราคม 2548
ไม่ใช่เหรอ

ขอบคุณมาก

 

โดย: great1grc IP: 171.5.13.238 19 กรกฎาคม 2555 16:30:46 น.  

 

ท่านหลวงพ่อกระจ่างท่านมรณะภาพเมื่อ3เมษายน2547ครับ

 

โดย: ศิษย์เอก IP: 115.31.143.250 2 กันยายน 2556 17:25:00 น.  

 

คนเราทำความดีทำไปต่าไม่ต้องกลัวใครว่าใครนินทาสักวันหนื่งข้างหน้าความดีนั้นตอบกลับมาเอง นี้เป็นคำพูดของท่านหลวงพ่อกระจ่างวัดเชิงทะเลในพิธีปลุกเสกวัถุมงคลรุ่นสรงนำภายในอุโบสถวัดเชิงทะเลครับ

 

โดย: ศิษย์เอก IP: 1.47.170.114 28 กุมภาพันธ์ 2557 5:03:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เจ้าป้ามหาภัย
Location :
ภูเก็ต Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




เข้าใจคน..เข้าใจงาน..เข้าใจควาย..




Phukettinlay...ถึงบล็อคนี้จะไม่สวยใส แต่อิชั้นก็ตั้งใจมอบสาระดีๆ ให้กับท่านผู้อ่านที่หลงทางเข้ามา ได้อ่านเรื่องราวดีๆในบล็อคนี้ได้อย่างสบายตา ขอบคุณทุกคนมากมายค่ะ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียน

Friends' blogs
[Add เจ้าป้ามหาภัย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.