Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
5 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
The Simpler, The Best for Me!


ตั้งใจว่า จะไม่ขี้เกียจเขียนบล๊อก ทิ้งรกร้างไว้เหมือนเดือนที่ผ่านมา วันนี้ครึ้มฟ้าครึ้มฝน คนก็เลยครึ้มอกครึ้มใจ เอาบล๊อกออกมาเขียนซักหน่อย จริงๆ มีอะไรอยากเขียนเยอะแยะมากมายหลายเรื่อง แต่วันนี้ขอเป็นแบบแนวไม่ต้องใช้ความคิดมากละกัน ... ขอเป็นอัพเดทการดูแลรักษาผิวช่วงนี้ดีกว่า

หลายคนที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบล๊อกนี้หลายปีดีดัก คงรู้ดีว่าเราหมุนเวียนเปลี่ยนใช้เครื่องสำอางมามากมายหลายยี่ห้อ ใช้เพราะคิดว่าดีบ้าง อยากลองบ้าง กลิ่นหอมบ้าง ขวดสวยบ้าง ตามประสาคนขี้เบื่อ ช่วงหลังที่ผ่านมาเราก็ได้หันมานิยมแนวธรรมชาติมากขึ้น เกิดความรู้สึก closure กับคำโฆษณาเกินจริง ราคาที่เกินงาม แล้วก็ความจริงภายใต้ขวดสวยหรู

ก็เหมือนกับว่าเราทำกับข้าวกินเอง หรือซื้ออาหารสำเร็จรูปหรือไปกินที่ร้าน ต่อให้ร้านมันดูดีแค่ไหน รสถูกปากแค่ไหน ราคามันก็ไม่ได้ถูก และที่สำคัญคือ เราไม่รู้ว่าเค้าขนอะไรใส่ลงไปในนั้นบ้าง วัตถุดิบเกรดไหนเราก็ไม่รู้ได้ไปซะทุกอย่าง แต่เวลาเราทำกินเอง เรารู้ได้หมดว่าอะไรมากน้อยแค่ไหน ถึงแม้รสจะไม่ดีเลิศเหมือนกับอาหารเหลา หรือภัตรคาร แต่เราทำกินเอง ปรับให้ถูกปากเราได้ เลือกของที่กินแล้วดีต่อสุขภาพ และไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆ

หลังจากค้นพบสัจธรรมอะไรมากมาย (ขนาดนั้นเลย) หมดความศัรทธากับความล้มเหลวของระบบหลายๆ อย่างบนโลกใบนี้ ความน่าเชื่อถือที่ขาดหายไป ก็เลยตกลงปลงใจว่าจะลองใช้อะไรที่เรียบๆ ง่ายๆ ดูบ้าง ไม่ต้องมีส่วนผสมที่หวือหวา ค้นคว้ากันเสร็จเมื่อวาน ตีพิมพ์กันเสร็จหมาดๆ ... ตั้งคำถามต่างๆ ให้กับตัวเอง เป็นต้นว่า เราล้างหน้าเพื่ออะไร เราทาครีมเพื่ออะไร แล้วก็ค่อยๆ หาอะไรที่พื้นๆ ง่ายๆ มาตอบคำถามแต่ละข้อ ผลที่ออกมาน่าพอใจทีเดียวค่ะ ... มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าช่วงนี้เราใช้อะไรบ้าง ทำไมถึงใช้ แล้วผลออกมาเป็นยังไง



1. สบู่



เป็นเวลาค่อนข้างนานพอสมควรแล้ว ที่เราล้างหน้าด้วยสบู่ค่ะ เริ่มตั้งแต่ครั้งกระโน้นที่ได้ลองใช้สบู่จริงๆ (ที่ไม่ใช่สารซักล้าง แล้วก็ใส่สารทำให้จับตัวเป็นก้อน) ก็หลงรักสบู่มาตั้งแต่ตอนนั้น จากที่ใช้สบู่แท้ๆ พักใหญ่ ก็หันมาใช้ castile soap แล้วตอนนี้ก็มาลงเอยที่สบู่ก้อน ... ถามว่าทำไมใช้สบู่ สบู่มีความเป็นด่างสูง ผิวคนเราชอบกรดอ่อนๆ แล้วมันจะดีได้ยังไง

ก่อนจะตอบคำถามเราก็ต้องถามว่าเราล้างหน้ากันทำไม คำตอบก็คงคล้ายๆ กันคือ ทำความสะอาดสิ่งสกปรกออกไป ... แล้วสิ่งสกปรกที่ว่าคืออะไร คำตอบก็คงจะเป็นเครื่องสำอาง เหงื่อไคล เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถ้าหมักหมมไปนานๆ ก็จะทำให้เกิดแบคทีเรีย และทำให้เกิดสิว ... สรุปคือ เราต้องการที่จะ 1. ล้างน้ำมัน 2. ฆ่าแบคทีเรีย 3. ล้างสิ่งสกปรกอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำมัน ... สิ่งที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ก็คือ สบู่ เพราะสบู่ล้างความมันออกได้ สบู่เป็นด่าง (pH ไม่เกิน 10) พวกแบคทีเรียไม่ชอบด่าง (มันชอบที่จะอยู่ในสภาพที่เป็นกรดมากกว่า) เพราะฉนั้นหากเราใส่สบู่ล้างหน้า พวกแบคทีเรียก็ตาย (ไม่ต้องไปสรรหาสบู่ หรือครีม หรือเจลล้างหน้าที่ใส่สารฆ่าเชื้อแบคทีเรียพร่ำเพรื่อ เพราะนั่นจะยิ่งทำร้ายผิวและสิ่งแวดล้อมเพิ่มเข้าไปอีก) ความมันก็ถูกล้างออกไป แล้วเราก็ล้างสิ่งสกปรกทุกอย่างออกด้วยน้ำ ผิวหน้าเราก็สะอาด ... ราคาไม่ต้องพูดถึง

นึกถึงตอนเราถูกโฆษณาครอบงำจิตใจเราให้อยากได้โน่น อยากได้นี่ อันนั้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่ดี ต้องรีบไปซื้อของที่เค้าโฆษณามาด่วน ถึงจะดีได้ ... โฆษณาด้วยคำที่ดูวิชาการและวกวนที่ให้เราสับสน และลืมไปว่าเราล้างหน้ากันเพื่ออะไร



2. น้ำมัน



นอกจากเราจะล้างหน้าด้วยสบู่แล้ว เราก็ล้างหน้าด้วยน้ำมันค่ะ ทำไมต้องล้างด้วยน้ำมัน คือบางทีคราบเครื่องสำอางที่ฝังแน่น หรือที่กันน้ำ เราก็ต้องใช้น้ำมันล้างออกก่อน น้ำมันอะไรก็ได้ ล้างได้ทั้งนั้น เดินหาตาม supermarket พึงพอใจขวดไหนก็หยิบได้เลย อยากได้แบบดีหน่อยก็ลองหาแบบ cold pressed

เวลาล้างหน้าด้วยน้ำมันอย่างเดียว หลายคนอาจจะบอกว่าสู้ cleansing oil ที่เค้าขายแพงๆ ไม่ได้ ... เราไม่เถียงค่ะ เพราะมันคือความจริง ... แต่สาเหตุมันคืออะไร ง่ายๆ ก็คือเค้าใส่สารที่ละลายน้ำกับน้ำมันไปด้วย ทำให้คราบฝังแน่น (ที่กันน้ำ) มันละลายออกมาได้ง่ายขึ้นค่ะ ... เราก็สามารถแก้ได้ด้วยการที่ เริ่มนวดหน้าด้วยน้ำมันก่อน หลังจากนั้นก็เอาสบู่ฟอกที่มือ แล้วก็เอามานวดทับไปที่หน้า(อย่าเพิ่งล้างหรือเช็ดน้ำมันออก) นวดแบบนี้ไปอีกซักพัก จนมันเปลี่ยนเป็นครีมน้ำนม แล้วก็ล้างออกด้วยน้ำ จากนั้นก็ใช้สบู่ล้างเอาคราบน้ำมันออกอีกที เท่านี้ก็ได้ผิวหน้าที่สะอาดหมดจดค่ะ



3. คราบสบู่



ปัญหาคราบสบู่ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (หากใช้สบู่จริงๆ ไม่ใช่สบู่เทียม ที่ทำจากสารซักล้างและทำให้จับตัวเป็นก้อน) เพราะว่าสบู่มันก็คือขี้เกลือของ fatty acid มันก็จะมีคราบหลงเหลืออยู่บ้าง คราบนี้กำจัดได้ไม่ยากด้วยโทนเนอร์ง่ายๆ ค่ะ



4. ความเป็นด่าง



หลายคนกลัวว่าความเป็นด่างของสบู่มันไม่ทำลายผิวหรืออย่างไร ผิวสุขภาพดีต้องเป็นกรดอ่อนๆ ... อย่าลืมว่าผิวเรามีชีวิต สามารถดูแลตัวเองได้ ... จริงอยู่ เมื่อเราล้างหน้าด้วยสบู่ ที่มีความเป็นด่าง แต่ไม่นานผิวเราก็จะค่อยๆ ปรับความสมดุลย์ให้ตัวมันเอง (ประมาณ 15-20 นาที โดยไม่ต้องทำอะไรเลย) ... แต่เราก็เร่งคืนความสมดุลย์ให้กับผิวได้ ด้วยการเช็ดหน้าเบาๆ ด้วยโทนเนอร์ ที่มีความเป็นกรดอ่อนๆ ... นอกจากจะคืนความสมดุลย์ให้กับผิวในทันที ยังช่วยกำจัดคราบสบู่ให้หมดไปอีกด้วย



5. โทนเน่อร์



ขั้นตอนนี้ถือเป็นขึ้นตอนที่ขาดไม่ได้ ก่อนจะซื้อโทนเน่อร์ เราก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าเราจะซื้อมาทำไม ไม่ใช่ว่าเห็นคนอื่นบอกว่าต้องใช้ก็ซื้อมา คนอื่นบอกว่าไม่ต้องใช้ก็ไม่สนใจจะใช้ ... พนักงานขายบอกว่าต้องใช้ตัวนี้คู่กับตัวล้างหน้าก็ซื้อตามมา ... ความจริงแล้ว ของพวกนี้มันไม่ได้ซับซ่อนซ่อนเงื่อนอะไรขนาดนั้น ... เพียงแค่ตั้งคำถามง่ายๆ แล้วก็หาคำตอบให้ได้ แค่นี้เอง

สำหรับเรา โจทย์ 2 ข้อจากสบู่ คือ ต้องการกำจัดคราบสบู่ แล้วก็คืนความสมดุลย์ให้กับผิว ... คำตอบของโจทย์สองข้อนี้ทำได้ไม่ยาก ก็แค่น้ำเปล่า ผสมกับอะไรที่เป็นกรดลงไป ไม่ต้องใส่ให้ยุ่งยาก ซับซ้อน บางคนอาจจะใช้ apple cider แต่เราเลือก vitamin c เพราะไม่มีกลิ่น ใช้สะดวก ... แค่ผสมน้ำกับ vitamin c ก็ตอบโจทย์ข้อสองได้ เติม glycerin หรือ น้ำผึ้ง ลงไปนิดหน่อย หรืออาจจะเพิ่ม essential oil ที่มีประโยชน์ต่อผิว อย่างเช่น tea tree oil ลงไป ... หยดใส่ cotton ball/pad เช็ดหน้าเบาๆ ก็ตอบโจทย์ทั้งสองข้อนี้ได้ ... แถมยังได้ antioxidant เพิ่มขึ้นมาด้วย แล้วก็ยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วย ... หรือใครจะใช้น้ำชาแทนน้ำเปล่าก็ได้ประโยชน์ให้กับผิวเพิ่มขึ้นไปอีก ... เนื่องจากโทนเนอร์มีความเป็นกรดอ่อนๆ และส่วนผสมไม่มากตัว จึงทำให้สามาเก็บไว้ได้โดยไม่ต้องใช้สารกันบูดในระยะเวลาสั้นๆ จะเอาใส่ตู้เย็นยืดอายุขึ้นไปอีกก็ได้ ... ทำใช้ใหม่ทุกๆ อาทิตย์ ก็สนุกไปอีกแบบ แทนที่จะคิดว่าอาทิตย์นี้ซื้อโทนเนอร์ตัวไหนดี ก็คิดว่าอาทิตย์นี้ปรุงแบบไหนดี ประหยัดเงินกว่ากันเยอะ และก็ตอบโจทย์ที่เราตั้งไว้ได้ครบทุกข้อ ... แถมยังไม่ต้องให้ผิวหน้าได้รับสารกันบูดทุกๆ วันอีกด้วย



6. ครีม



หลังจากผ่านการล้างหน้า ผิวหน้าสะอาด เช็ดด้วยโทนเนอร์ที่ผสมสาร antioxidant และปรับสภาพผิวแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องเคลือบผิว เติมความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยส่วนผสมง่ายๆ คือ น้ำมัน ... น้ำมันพืชในโลกนี้มีมากมายหลายชนิด ศึกษาอ่านดูว่าตัวไหนมันมากมันน้อย มีคุณสมบัติอะไรบ้าง เหมาะสมกับผิวเราหรือไม่ หาซื้อยากหรือเปล่า ถ้าหาซื้อยาก มีตัวอื่นๆ อีกหรือเปล่า ที่หาซื้อได้ใน supermarket และเหมาะกับสภาพผิวเรา เลือกใช้เกรดสูงต่ำเท่าไหนก็ได้ ตากจากครีมกระปุกๆ ซึ่งเราไม่สามารถรู้ที่มาที่ไปได้เลย ... การเลือกน้ำมันคุณภาพดี นอกจากจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแล้ว คุณค่าหลายอย่างในตัวน้ำมันเอง เป็นต้นว่า vitamins หรือ fatty acids ทั้งหลาย ยังช่วยบำรุงผิวได้ดีอีกด้วย



น้ำมันอย่างเดียวอาจจะไม่ทำให้ผิวชุ่มชื้นเท่าที่ควร สารเหตุคือผิวไม่มีอะไรมาช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้กับผิวให้นานๆ ... วิธีแก้ก็ไม่ยากคือการผสมขี้ผึงลงไปในน้ำมันเล็กน้อย ... ขี้ผึ้งจะช่วยเคลือบผิว ทำงานร่วมด้วย ช่วยกันกับน้ำผึ้ง หรือ glycerin กักเก็บความชุ่มชื้นไว้ที่ผิว ... น้ำมันผสมกับขี้ผึ้งสามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่ต้องใส่สารกันบูดเช่นกัน

เท่านี้เราก็มีผิวที่มีสุขภาพดีได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ลบริ้วรอยแบบเข็มหมอ หรือยาหมอ แต่ผิวเราก็มีผิวที่สุขภาพดีได้ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีที่รุนแรง สบายกระเป๋า ... หากใครเบื่อ ก็ลองหาน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบๆ มาใส่ลงไป เพิ่มความรู้สึกเหมือนใช้เครื่องสำอางซื้อมา ก็อารมณ์ไปอีกแบบ ผสมน้ำมันหอมระเหย ปรุงแต่เป็นกลิ่นใหม่เพิ่มเอกลักษณ์ให้กับเครื่องสำอาง ก็สนุกไปอีกแบบและก็ไม่น่าเบื่อด้วย



7. น้ำหอม



หากใครมีน้ำมันหอมระเหยหลายตัว ลองผสมผสานกันดู ลองเลียนแบบน้ำหอมชื่อดังก็ได้ ... ลองทำน้ำหอมใช้เองดู สนุก ธรรมชาติ ปลอดภัย ประหยัด และยังใช้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อีกด้วยค่ะ ... น้ำหอม ก็คือ แอลกอฮอล์ผสมกับน้ำมันหอมระเหย (หรือหัวน้ำหอมสังเคราะห์) พอฉีดใส่ตัว แอลกอฮอล์ก็จะระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้แต่กลิ่นหอมๆ ... วิธีทำก็ไม่ยากค่ะ เพียงแค่หาวอดก้าหนึ่งขวด เพราะว่ามันไม่มีกลิ่น แต่ใครจะใช้แม่โขง หรือเหล้าขาว ก็ไม่ว่ากันค่ะ ... เทใส่ขวดสเปรย์ ... จากนั้นก็หยดน้ำมันหอมระเหยลงไปตามชอบ ผสมกลิ่นเอาเองค่ะ ... เขย่าให้เข้ากัน ... เท่านี้เราก็ได้น้ำหอมธรรมชาติ เกรดสูง ปราศจากสารเคมี ... ใช้ฉีดได้ทั่วตัว เป็นกลิ่นเอกลักษณ์เฉพาะแบบ ที่หาซื้อที่ไหนก็ไม่ได้






เราไม่ได้มาบอกว่าให้ทุกคนหันมาทำครีม ทำทุกอย่างใช้เอง เหมือนกับที่เราทำอยู่ทุกๆ วันนี้ ... แต่ถ้าใครนึกสนุกอยากทำก็แวะเข้ามาพูดคุยกันได้ค่ะ ... จุดประสงค์คืออยากให้คิดกันซักนิดก่อน ว่าเราซื้อมาเพื่ออะไร จุดประสงค์จริงๆ คืออะไร ... ตอบคำถามพื้นๆ ง่ายๆ ให้กับตัวเอง ทำให้เราได้รู้อะไรๆ ขึ้นมาเยอะค่ะ ... ไม่ต้องไปเสียเงินกับครีมทุกกระปุกที่ออกมาใหม่ ... ทุกวันนี้เราและคนที่บ้านก็ใช้แบบนี้กันค่ะ ไม่ได้ซื้อครีมสำเร็จรูปมาพักใหญ่แล้วค่ะ มีความสุขกับทุกอย่างที่ใช้อยู่มากๆ และไม่มีวี่แววว่าจะเบื่อเลย รู้สึกว่าผิวมีสุขภาพดีมาก สิวไม่มาถามหาเลย เพราะไม่ได้ใช้อะไรที่อุดตันรูขุมขนเลย ... อาทิตย์ก่อน เพื่อนล้างมือเสร็จถามใหญ่เลยว่าได้ซื้อสบู่เหลวล้างมือมาจากไหน ทั้งใช้ดีทั้งหอม เราบอกว่าก็แค่ castile soap และผสมกลิ่นเอาเอง ^0^ ปลื้มมาก

เอาล่ะค่ะ ฝากไว้อ่านกันเล่นๆ อีกเรื่องค่ะ




Create Date : 05 มิถุนายน 2554
Last Update : 5 มิถุนายน 2554 5:11:20 น. 16 comments
Counter : 5031 Pageviews.

 

อ่านสนุกได้ความรู้ดีค่ะ


ตอนนี้เรากำลังศึกษาการทำสบู่ใช้เองอยู่ อยากลองอะไรใหม่ๆดูบ้าง คุณฟีบี้ได้ลองทำสบู่บ้างหรือยังค่ะ


โดย: ตาล IP: 98.154.157.246 วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:4:00:39 น.  

 
ว่าจะกวนหลายครั้งแล้วค่ะ แต่ก็ไม่ว่างทำซักที ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยเลย -_-" ตอนนี้เลยซื้อใช้ไปก่อนค่ะ


โดย: Phoebe Buffay วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:4:51:21 น.  

 
กำลังศึกษาวิธีทำอยู่ครับ ตอนนี้ก็ทำโทเนอร์ใช้เองก่อน เพราะชอบอะไรที่เป็นน้ำๆ แช่ตู้เย็น แล้วเอามาใช้สบายผิวดี


โดย: คุณไก่ วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:7:26:21 น.  

 
เอาไว้ถ้าเรากวนสำเร็จ จะส่งไปให้ลองใช้ค่ะ ^_^


โดย: ตาล IP: 98.154.157.246 วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:8:25:57 น.  

 
เมื่อไหร่จะเริ่มกวนคะ สบู่เราเหลืออีก 4 ก้อน ... ตั้งหน้าตั้งตารอ :P


โดย: Phoebe Buffay วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:14:07:10 น.  

 
อ่านจบแล้ว อยากไปกวนอะไรมาทาหน้ามั่งจังค่ะคุณฟีบี้ ฟังแล้วโทนเนอร์ก็น่าจะสนุกดีเพราะมีตัวเลือกให้เล่นเยอะ

เราเคยอยากทำสบู่เหลวแบบ glycerin based มาใช้เองมั่ง กะว่าจะใส่ aloe vera กับ jojoba oil+rice bran oil เป็นหลักสำหรับ batch แรกที่จะทำ แต่ก็ยังอยู่ในขั้นอยากอยู่เลยค่ะ


โดย: JJ IP: 223.206.139.115 วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:14:32:51 น.  

 
อยากกวนสบู่ขึ้นมาตะหงิดๆเลยค่ะ
เคยใช้สบู่แฮนเมด ที่เพื่อนทำมาให้ ลองแล้วหน้านุ่มมาก
แต่ไม่รู้ว่าpHเท่าไหร่นะคะ รู้แค่ว่าเค้าซื้อเบสกรีเซอรีนมาหลอมแล้วก็เติมนั่นเติมนี่


โดย: Itgirl IP: 110.168.152.3 วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:15:44:59 น.  

 
มีความรุ้ดีดีมาแชร์อีกแล้ว ขอบคุณมากๆเลยครับคุณฟีบี้
ตอนนี้ที่ทำเองได้ก็ เป็น Vit C Serum (เพิ่งได้ครกมาบดเปลี่ยนจาก Uine Grade เป็น Ultrafine Grade อิอิ) แล้วก็ Mask เบาๆ ส่วนผสมก็ น้ำตาลทราย Glycerin แล้วก็ Toner กวนๆ เหนียวเป็นน้ำเชื่อม แล้วพอกไว้จนลืมเลย
ตอนนี้กำลังสนใจพวกน้ำมันอยู่เลยครับ พอครีมๆที่ใช้หมดแล้ว จะเปลี่ยนไปใช้น้ำมัน ที่หาได้ตอนนี้ ราคาไม่แพงก็ น้ำมันเมล็ดมะรุม กับ น้ำมันเมล็ดทับทิม ;D


โดย: พ่อมดน้อย (LittleAthena ) วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:16:54:57 น.  

 
@JJ
ทำเสร็จแล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ เราไม่ได้ฤกษ์ทำซักที

@Itgirl
สบู่ส่วนใหญ่ค่า pH ไม่น่าจะเกิน 10 ค่ะ อย่างน้อยสุดก็อาจจะเกือบๆ กลางได้ค่ะ แบบนั้นที่เค้าเรียกว่า melt and pour ใช่มั๊ยคะ ทำเองเลยน่าจะสนุกกว่านะคะ ^0^

@พ่อมดน้อย
แนะนำให้ลองเล่นน้ำมันกับแวกซ์ดูค่ะ สนุกจริงๆ ยิ่งใช้ยิ่งชอบ เสียอย่างนึงคือทาแล้วมันไม่ดูเมทเหมือนครีมท้องตลาด แต่เราก็แก้ไขได้โดยทาแป้งเด็กนิดหน่อย ซับความมันส่วนเกินออก ... น้ำมันเม็ดมะรุมน่าสนใจจังเลยค่ะ ส่วนน้ำมันเมล็ดทับทิม น่าสนใจค่ะ แต่ราคาออกจะติดแพงไปหน่อย เลยยังไม่ได้ลอง ^_^"


โดย: Phoebe Buffay วันที่: 5 มิถุนายน 2554 เวลา:17:48:27 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ


โดย: หนีีแม่มาอาร์ซีเอ IP: 180.180.101.35 วันที่: 6 มิถุนายน 2554 เวลา:16:48:36 น.  

 
ผมอยากบอกว่า ติดตามอ่านมาตลอด
และเป็นแรงบันดาลใจให้ผมดูแลตัวเองมากขึ้น
ชอบมากๆ ครับกับแนวความคิดเรื่องการดูแลตัวเองที่ว่า
"ดีต่อสุขภาพ และไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆ"

ผมมองว่าคนที่มีความรู้แล้ว ควรจะสร้างวิธีและผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองได้ง่ายๆ
และเอาเวลาที่เหลือไปเติมเต็มความรู้ในเรื่องอื่นที่ยังขาด
ความมั่นคงทางการเงินสำคัญมากครับ

ตอนนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ทำบาล์มใช้เอง
แต่ก็มีผลิตภัณฑ์สองสามอย่างที่ทำเองง่ายๆ ใช้
และก็ทำเผื่อคนที่บ้านด้วย
มีความสุข ภูมิใจในตัวเองมากขึ้น
และมีเวลาเหลือมากขึ้นด้วยครับ

เป็นกำลังใจให้กลับมาเขียนบล็อคดีๆ แบบนี้ต่อไป
และจะแวะมาติดตามเรื่อยๆ (อย่างที่ทำมาตลอด) ครับ


โดย: Ter IP: 58.8.121.43 วันที่: 8 มิถุนายน 2554 เวลา:17:34:55 น.  

 
ชอบมากมายเนื้อหาด้านบน โดน/ตรงใจสุด ๆ :D ขอบคุณนะค่ะ สำหรับข้อมูลดี ๆ ที่นำเสนอ :D


โดย: ปู IP: 118.172.187.0 วันที่: 10 มิถุนายน 2554 เวลา:11:51:36 น.  

 
อยากถามคุณ Phebe เรื่องของ โทนเน่อร์ นะคะ

ที่ห้องแป้งพักนี้ ฮิตแนะนำให้ใช้น้ำเกลือแทน โทนเน่อร์ เลยคะ

เหอๆ ทำให้เราเองก็เพิ่งมาลองใช้น้ำเกลื่อแทนโทนเน่อร์เหมือนกันคะ
พอมาคิดๆดูแล้ว น้ำเกลือ ไม่น่าจะเหมาะสมนี่คะ เข้าใจว่า อาจจะช่วยให้หน้าสะอาดขึ้น
แต่ ... ไม่น่าจะช่วยให้การทาครีมต่างๆที่จะทาต่อไปซึมเข้าผิวได้ดีขึ้น

ยิ่งถ้าใช้ไปนานๆ จะยิ่งเป็นผลเสียกับหน้าเราหรือปล่าวคะ

จะได้หยุดใช้น้ำเกลือหันกลับมาใช้โทนเนอร์จริงๆดีกว่า

อ้อ จริงๆเรายังอุตส่าห์ไปหาใช้โทนเนอร์ Avalon Organics Hydrating Toner, Lavender ที่คุณ Phebe เคยแนะนำเลยคะ


โดย: Pom IP: 192.55.18.36 วันที่: 13 มิถุนายน 2554 เวลา:16:10:06 น.  

 

กว่าจะได้กวนก็ต้นเดือนหน้า ตากสบู่อีกเป็นเดือน รอไหวมั้ยเนี่ย :D



โดย: ตาล IP: 98.154.157.246 วันที่: 14 มิถุนายน 2554 เวลา:9:46:22 น.  

 
ตาล
ไม่เป็นไรรอได้ ... ไม่ใช่ค่ะ ไม่เป็นไรล้อเล่นค่ะ :)



Pom
ลองอ่านดูค่ะ เราเพิ่งเขียนเสร็จ :)
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=phoebe&month=06-2011&date=17&group=1&gblog=81


โดย: Phoebe Buffay วันที่: 17 มิถุนายน 2554 เวลา:3:16:39 น.  

 
ขอบคุณมากๆเลยคะคุณ Phoebe ตอนแรกนึกว่าไม่เห็นคำถามของเราซะแล้ว

ดีใจนะคะ ที่ช่วยมาอธิบายเพิ่มเติม ^^

สำหรับเรา ก่อนจะมาอ่าน ก็คิดไว้ว่าคงเอาน้ำเกลือมาใช้บ้างสลับกับโทนเนอร์ที่ซื้อไว้แล้ว
แต่กะว่าจะใช้แค่ช่วงที่รู้สึกว่าหน้าไม่ค่อยสะอาด 55555


โดย: Pom IP: 192.55.18.36 วันที่: 17 มิถุนายน 2554 เวลา:13:54:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Phoebe Buffay
Location :
ทุ่งหญ้า Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




"It's Phoebe! That's, P as in Phoebe; H as in hoebe, O as in oebe; E as in ebe; B as in bebe; and E as in ... Ello there mate." Friends

There is no copyright here, unless otherwise specifically mentioned. If you find it useful, just take it. Thanks!

CHAT BOX



LAST UPDATES
LOSEING WEIGHT (BBC)
SKINCARE MINI SERIES
FAVORITES

Friends' blogs
[Add Phoebe Buffay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.