Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
13 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
Japan [Ginza]


เมื่อวานสภาพร่างกายโทรมสุดๆ เดาว่าโดนผ้าห่มที่ onsen ทับ นอนพลิกตัวไม่ได้ เลยทำให้บาดเจ็บไปทั้งวันเลย ... วันนี้ตั้งใจว่าจะตื่นแต่เช้าตรู่ แล้วก็จะไปตลาดปลา เพื่อไปลองกินปลาดิบ ซูชิ ที่ตลาดแต่เช้า ... จริงๆ เราไม่ใช่คนที่ชอบกินปลาดิบ คือมันไม่ได้ไม่อร่อยหรืออะไร แต่มันไม่มีรสชาติ สำหรับเราความนิ่มไม่นิ่มของปลามันเป็นสัมผัส (ไม่ใช่รสชาติ) แล้วปลาดิบที่เรากินก็ไม่เห็นจะมีรสชาติอะไรเลย นอกจากซีอิ๊วกับวาซาบิ ... เอาเป็นว่าเราอาจจะไม่เคยกินสดๆ ที่เค้าล่ำลือกันหนักหนา ไหนๆ ก็มาถึงถิ่น ก็ขอบ้าเห่อตามชาวบ้านชาวช่องซักหน่อย

ตื่นมา งัวเงียๆ ดื่มกาแฟ อาการบาดเจ็บจากผ้าห่มเบาลงไปเยอะ ... วันนี้อารมณ์อยากใส่กระโปรง แต่ดันไม่มีเสือที่ match เลย ... ไม่เป็นไร ไม่มีใครรู้จักเรา 555 มีอะไรก็ใส่ๆ ไป ไม่แคร์สื่อ ... นั่งรถไปลง Shiodome แล้วก็แล้วก็ต่อไปลง Tsukijishijo





พอถึงสถานี Tsukijishijo ไม่ต้องคิดเลยว่าจะเดินไปทางไหน ... ตามฝูงคนไปได้เลย รับรองถึงแน่นอน ... เดินนิดหน่อยก็ถึงตลาดปลา แล้วก็ร้านซูชิและชาชิมิ แต่ละร้านก็มีคนยุ่นไม่ยุ่น (แต่จะเป็นยุ่นซะส่วนมาก) ต่อแถวยาวเฟื้อยทุกร้าน ตอนแรกจะไปกิน Daiwa Sushi แต่หาไม่เจอ สงสัยจะหลง ก็เลยกินซาชิมิแถวๆ นั้น ... ไปยืนต่อแถวนาาาาาาาาานเลย





ร้านนี้ต้องต่อแถวสองต่อ ข้างถนน แล้วก็ยังต้องไปต่อแถวรอสั่ง ถึงจะเข้าไปได้ เราสั่งซาชิมิอะไรไม่รู้ ชามละ 1600 เยน ... เข้าไปปุ๊บ ถ่ายรูปแชะ คนขายเอามือชี้ "No Photograph" (แอบเซ็ง) ... ไม่ได้ก็ได้ ... ในร้านก็แคบๆ มีที่นั่งเป็นเค้าเตอร์เดียว นั่งเบียดๆ กัน ... อาหารเสริฟมาบนชาม คู่กับวาซาบิและหัวไชเท้าขูด ... เห็นยุ่นเค้าเอาซีอิ๊วใส่ลงถ้วย แล้วเอาวาซาบิกับหัวไชเท้าขูดลงไป แล้วก็ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วก็ราดลงไปบนชามเลย ... เราก็เอามั่ง แต่ก็ไม่ได้ใส่เยอะ เพราะอยากจะชิมปลาทุกประเภทที่สั่งแบบเปล่าๆ สดๆ ไม่จิ้มอะไรเลย ดูซิมันจะอร่อยอย่างที่เค้าล่ำลือกันหรือเปล่า ... ผลออกมา คือ เหมือนเดิม คือ ไร้รสชาติ ... ไม่มีกลิ่น แค่นิ่มๆ แค่นั้นเอง ... ลองให้รู้ก็พอและ ... จะได้พูดเต็มปากว่า เราเฉยๆ กับปลาดิบ กินมากๆ เดี๋ยวพยาธิจะถามหา



เสร็จจากตลาดปลา เงินสดหมดเกลี้ยงกระเป๋าเลย ... หาที่กดเงินที่มี Plus ยากมาก ... เดาว่าแถวๆ Ginza คงมีเยอะ และแถวนี้ก็ไม่ไกลจาก Ginza ด้วย ... เราก็เดินไป Ginza ไม่นานก็ถึง ... พอถึงบริเวณถนนที่เค้าปิดให้คนเดิน ก็เห็นแบงค์ฝรั่งอยู่หลายแห่ง เราก็ตรงดิ่งไปกดเงินก่อนอันดับแรก ... จากนั้นก็เดินจากร้านโน้นเข้าร้านนี้ ... ไม่ค่อยได้ซื้ออะไรเท่าไหร่หรอก อยากจะซื้อของนอกห้างมากกว่า





อากาศดีมากๆ เลย ดีซะจนอิจฉาคนยุ่นมากๆ เลย ... ถ้าอากาศแบบนี้เยอะๆ เราคงจะเลือกที่จะเดินมันทั้งวันเลย ... ลมพัดเฉื่อยๆ เดินทางวันเหงื่อก็ไม่ออกเลย ... สงสัยเพราะงี้คนยุ่นกินข้าวเยอะ กินหวานเยอะ ก็ยังไม่อ้วน แต่น่องโต ... เดินๆ ซักพักต้องหาอะไรกินอีกแล้ว ... ก็เลยหาอะไรถูกๆ กิน เห็นร้าน Sukiya (หรือไงนี่แหล่ะ จำไม่ได้แล้ว) ราคาถูกใช้ได้ ก็เลยเข้าไปกิน ... สั่งข้าวแกงกะหรี่ กับข้าวหน้าหมู (แบบนี้เค้าเรียกว่าสุกี้รึเปล่า?) ... อร่อยแฮะ ไม่แพงด้วย สองจาน 6xx เยนเองมั๊ง



กินเสร็จก็มาเดินต่อ เราก็ได้ของติดไม้ติดมือมานิดหน่อย ... แต่หมีพูห์ที่ไปด้วยดันไปติดใจเครื่องเขียนที่ร้าน Muji ซะยกใหญ่ เลยต้องขนกระดาษ (binder) มาแคนาดาด้วย (อย่างหนักเลย)







เดินซักพักใหญ่ ก็ไปกินซูชิต่อที่ร้านที่เห็นในห้อง Blue Planet พูดถึง ... Midorizushi ... ระหว่างที่เดินหาร้าน ก็ไปเจอร้านขายยา (เครื่องอาง) ทำให้เราน้ำลายหก แวะโซ้ยของมาอีกนิดหน่อยพอเป็นกระสัย ... แล้วก็เดินต่อไปกินซูชิ (จะเปรียบเทียบกับปลาที่กินที่ตลาดปลาเมื่อเช้า ว่ามันจะต่างกันแค่ไหนกันเชียว) ... แถวๆ ร้านนี้ มีร้านอาหารเรียงแถวยาวเฟื้อยไปตามแนวทางด่วน (และรถไฟ) เลย ... แต่ละร้านคนก็เข้าแถวยาวๆ มันซะทุกร้าน ... เราว่านะร้านที่คนต่อแถวยาวๆ ก็ใช่ว่าจะสุดยอดเสมอไปอ่ะ เพราะร้านส่วนมากคนก็ต่อแถวยาวๆ ทั้งนั้น แล้วเมืองนี่เป็นเมืองที่คนเยอะอยู่แล้วด้วย ไปไหนก็เจอแต่ฝูงชนทั้งนั้น



เอาเป็นว่า ร้านนี้เราไม่ต้องต่อคิวนานเท่าไหร่ ข้างในร้านคนก็เต็มร้านพอสมควร โต๊ะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ พนักงานแบบว่าน่ารำคาญไปหน่อยชอบพูดคำว่าอะไรกันก็ไม่รู้ ประมาณ วู้ฮูๆๆๆ



เราสั่งสองจานนี้มากิน เราชอบจานบน สำหรับเรา เราว่าอร่อยมากเลย เนื้อสัตว์ที่โป๊ะมาจะสุกแต่ข้างนอก ข้างในดิบอยู่ รสชาติกลมกล่อมดี ... ส่วนจานที่ใช้ของดิบ เราว่ามันก็ธรรมดา ความแตกต่างระหว่างปลาดิบตอนเช้าที่ตลาดปลากับที่ร้านนี้ก็คือ ปลาที่ร้านนี้จะมีรสชาติติดเค็มนิดหน่อย แต่ที่ตลาดปลาจะไม่มีรสชาติเลย ก็เท่านั้นแหล่ะ



ซูมๆ





เสร็จจากที่นี่ เราจะไปต่อที่ Tokyo Tower ระหว่างที่เดิน (หลงเล็กน้อย) เดินผ่านไป Tokyo International Forum แล้วก็เดินย้อนกลับมาขึ้นรถไฟไปสถานี Kamiyacho แล้วก็เดินอีกพักใหญ่ๆ ก็ไปถึง Tokyo Tower



พูดถึง Tokyo Tower แล้วก็รู้สึกโกรธไม่หาย ไม่รู้จะโกรธตัวเองหรือโกรธคนจัดการดี ใครที่ไปแล้วคงจะรู้กันบ้างว่า เราต้องจ่ายเงิน 820 เยน เพื่อขึ้นไปชั้น main observatory แล้วต้องไปซื้อตั๋วต่อไปชั้น top observatory อีก 600 เยน ... จะว่าเป็นความผิดของเราก็ได้นะ ที่ไม่ได้เตรียมตัวมา คือตอนขึ้นไปเค้าก็ไม่บอกหรือเตือนเราให้รู้ว่าจะขึ้นไป top observatory ต้องรอคิวอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นถ้าหากใครจะขึ้นไปชั้นบน พอขึ้นไปถึงให้รีบซื้อตั๋วรอไว้ก่อน อะไรทำนองนี้ ... คือถ้าเค้าบอกแนะนำไว้ข้างล่าง เราก็จะได้วางแผนได้ถูก

วันนั้นเราขึ้นไปถึง ก็ไม่ได้อ่านจอ tv อันเล็กๆ ที่ติดไว้ที่หลังคา (ก็แหม ใครขึ้นมา ก็จะมามองหาจอทีวีก็กระไรอยู่ คนส่วนมากก็คงมองไปที่วิวข้างนอกกันทั้งนั้น เราก็เป็นหนึ่งในนั้น) ... เราเดินไปเดินมาจนพอใจ แล้วเราจะไปซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปชั้นบนสุด ปรากฎว่าต้องรอชั่วโมงกว่า เราก็เลยแบบโกรธ ไม่ขึ้นเลย ... จริงๆ คนที่ต่อแถวซื้อตั๋วหน้าเราก็มีหลายคนที่พอจะจ่ายเงิน แล้วเค้าซักเงินกลับ คงเพราะเพิ่งรู้จากคนขายตั๋วว่าต้องรอเป็นชั่วโมง ... เราก็เลยตัดสินใจไม่ขึ้นเลบ

ขาลง แทนที่มันจะปล่อยเราลงชั้นแรกนะ มันเอาเรามาปล่อยชั้น 4 ให้เรามาซื้อของก่อนอีกแน่ะ ยิ่งเซ็งหนัก



ความเห็นเรานะ เค้าควรแฟร์ และจริงใจหน่อย แพงไม่ว่า แต่จริงใจหน่อย ... เช่นว่า ขายตั๋วขึ้นไปชั้นบนตั้งแต่ชั้นล่างเลย เราจะได้รู้เลยว่าต้องรอกี่นาที กี่ชั่วโมง หรือกี่วัน เราจะได้เอาเวลาไปทำโน่นทำนี่ก่อน หรือให้เราเดินขึ้นไปชั้น 3-4 ฆ่าเวลาก็ได้ พอถึงเวลา ก็ขึ้นไปชั้นบนสุดก่อน ... พอขึ้นไปชั้นบนสุดเสร็จก็เอาลงมาปล่อยชั้น main ... แล้วที่นี้ใครจะลงเมื่อไหร่ก็ลงไป ... ไม่ใช่จะเอาแต่เงิน เอาเราไปปล่อยชั้น main หรือ ปล่อยที่ gift shops แบบนี้ ... เซ็งมากวันนั้น



กลับมาที่ Daiba มีอะไรให้ดูตั้งเยอะแยะ เดินเล่นแถวๆ ลานลอยฟ้า หาข้าวกิน ถ่ายรูป กินลมชมทะเล สดชื่นใจกว่าตั้งเยอะ แล้วไม่ไกลนักก็มี Palette Town, Mega Web (Toyota), และชิงช้าสวรรค์ด้วย









แวะไปหาอะไรกินกันใน Aqua City



แล้วก็ยังมาเดินวนเวียนกินลม ชมเรนโบว์บริดจ์ อยู่แถวๆ ข้างนอก ... วิวกลางคืนสวยมากๆ ลมแรง เย็นนิดๆ กำลังดีเลย ฝนทำท่าว่าจะตก แต่ก็ไม่ตก





ปิดท้ายด้วยรูปถ่ายกับหมีพูห์ค่ะ



อ่านตอนต่อไปได้ที่นี่ค่ะ




Create Date : 13 มิถุนายน 2553
Last Update : 14 มิถุนายน 2553 0:40:51 น. 7 comments
Counter : 1241 Pageviews.

 


อาหารน่ากินมากค่ะ

วิวสวยดีด้วย


โดย: ตาล IP: 98.154.157.246 วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:3:00:32 น.  

 
อิจฉา………เห็นอัณฑะหอยเม่นในจานซูชิด้วย เป็นอย่างนึงที่ผมยังทำใจกินไม่ลง


โดย: คุณไก่ วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:7:39:49 น.  

 
ดูภาพแล้วอยากไปอีกรอบ คราวที่แล้วไม่ได้ไปเฉียด tokyo tower เลย ได้แต่เห็นไกลๆ


โดย: kaajibjib วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:11:39:24 น.  

 
แวะมาเยี่ยม ภาพสวยครับ


โดย: **mp5** วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:14:19:03 น.  

 
ตอนนี้เรากลับมาอยู่ไทยแล้วค่ะคุณฟีบี้
เห็นรูปที่เที่ยวแล้วคิดถึงจังเลย
หม่ำอาหารญี่ปุ่นจุใจเลยใช่มั้ยคะ


โดย: เด็กชายหัวตะปู วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:22:26:00 น.  

 
ไม่ชอบกินพวกปลาดิบเหมือนกันเลยจ้า รู้สึกว่ามันจืดๆ ไม่มีรสชาติอะไร หรือลิ้นเราไม่ถึงก็ไม่รู้ อาหารญี่ปุ่นเราจะชอบพวกอาหารจานเดียวมากกว่า (แกงกะหรี่ ,ราเมน ,ข้าวหน้าต่างๆ) แต่รู้สึกว่าดีแล้วที่ไม่ชอบ ไม่เปลืองเงิน 555


โดย: ningpotter IP: 183.89.145.74 วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:15:50:53 น.  

 
ยังไม่เคยไป odaiba เลย วิวตอนกลางคืนสวยจังเลย


โดย: Cottony IP: 210.213.7.234 วันที่: 22 มิถุนายน 2553 เวลา:15:05:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Phoebe Buffay
Location :
ทุ่งหญ้า Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




"It's Phoebe! That's, P as in Phoebe; H as in hoebe, O as in oebe; E as in ebe; B as in bebe; and E as in ... Ello there mate." Friends

There is no copyright here, unless otherwise specifically mentioned. If you find it useful, just take it. Thanks!

CHAT BOX



LAST UPDATES
LOSEING WEIGHT (BBC)
SKINCARE MINI SERIES
FAVORITES

Friends' blogs
[Add Phoebe Buffay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.