• ° o . O ขอต้อนรับสู่โลกขำๆ ของคนชอบฝันเฟื่อง O . o ° •
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 

หัวใจรสกาแฟ 19



หลังจากรับข่าวสารจากรูมเมต และสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้ตามลงมา นลินีก็เดินลงจากตึกมาหาคนที่รออยู่ด้านล่างเพียงลำพัง ซึ่งอีกฝ่ายพอเห็นนลินีเท่านั้นก็โผเข้าหา

“พี่นีคะ พี่หนึ่งหายตัวไปค่ะ ตะกี้พี่รุตต์ก็บอกว่าวันนี้พี่หนึ่งไม่ได้ไปเรียนด้วย เพื่อนๆโทรหาก็ปิดเครื่อง เขาเลยคิดว่าพี่หนึ่งป่วย” เมขลาพูดต่อน้ำเสียงร้อนรน “แต่พี่หนึ่งหายไปจากบ้านตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์แล้วค่ะ คนสวนที่บ้านบอกว่าเห็นพี่หนึ่งขับรถออกไป แล้วก็ยังไม่กลับมาเลย”

เมขลาเล่าว่าทราบเรื่องราวการหายตัวไปของเป็นหนึ่งจากคุณแม่ของเป็นหนึ่งซึ่งรู้จักกับแม่ของเมขลา เพราะอยู่ในแวดวงเดียวกัน โดยที่แม่ของเป็นหนึ่งรู้ว่าเป็นหนึ่งกับเมขลาสนิทกันก็เลยโทรมาไหว้วานให้ลองถามๆจากบรรดาเพื่อนๆว่ามีใครเห็นเป็นหนึ่งบ้าง เพราะกว่าทุกคนจะรู้ว่าเป็นหนึ่งหายตัวไป ก็เพิ่งเช้าวันนี้ ซึ่งก็คือวันจันทร์ที่แม่บ้านไม่เห็นเป็นหนึ่งลงมาทานอาหารเช้าก่อนไปเรียนอย่างเคย เลยเคาะประตูห้องเข้าไปปลุก ปรากฏว่าไม่พบเป็นหนึ่ง ซักไซ้ไล่เรียงจากคนในบ้านจึงได้ความว่าครั้งสุดท้ายที่มีคนเห็นเป็นหนึ่งก็คือเช้าวันอาทิตย์ จากนั้นคุณแม่บ้านจึงดำเนินการแจ้งเรื่องกับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายว่าลูกชายของทั้งสองได้หายตัวไปแล้ว

นลินีไม่สงสัยเลย กับการที่พ่อแม่ของเป็นหนึ่งจะทราบเรื่องช้า เพราะหญิงสาวทราบว่าถึงเป็นหนึ่งจะอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่และพี่น้อง แต่ดูเหมือนทุกคนจะมีธุระยุ่งๆของตัวเอง บางทีเป็นอาทิตย์ๆไม่เจอหน้ากันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

“พี่นีพอจะเดาได้ไหมคะ ว่าพี่หนึ่งไปไหน” หลังจากเล่าเรื่องจบเมขลาเริ่มซักถามด้วยน้ำเสียงที่นลินีสังเกตว่าเปลี่ยนไปนิดๆ เพราะตอนเล่าเรื่องการหายตัวของเป็นหนึ่ง ทั้งท่าทางและน้ำเสียงของเมขลาแสดงออกถึงความเป็นห่วงจนรน แต่เมื่อหันกลับมาถามนลินีกลับเป็นน้ำเสียงที่ห้วนขึ้น

“พี่ไม่รู้หรอกว่าหนึ่งไปไหน แล้วนี่ที่บ้านหนึ่งเขาแจ้งความรึยัง” นลินถามกลับ ด้วยท่าทางนิ่งๆอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“คุณพ่อของพี่หนึ่งคุยกับตำรวจที่รู้จักบอกทะเบียนรถพี่หนึ่งแล้ว เขาว่าจะให้สายตรวจช่วยดูให้ แต่ยังไม่ได้แจ้งความ”

“ทำไมไม่แจ้งความล่ะ น่าจะครบ 24 ชั่วโมงแล้วนี่” นลินีสงสัย

“พอดี พี่หนึ่งเขาทิ้งจดหมายไว้ในห้องนอนฉบับหนึ่ง บอกว่ามีเรื่องไม่สบายใจ อยากหลบไปพักเงียบๆคนเดียว สักสองสามวัน ตำรวจที่เป็นเพื่อนคุณพ่อของพี่หนึ่งเลยแนะนำว่าถ้าวันพุธพี่หนึ่งยังไม่กลับค่อยแจ้งความ”

นลินีนิ่วหน้า เมขลาเล่าเรื่องการหายตัวไปของเป็นหนึ่งได้เป็นฉากๆ แต่ทีเรื่องจดหมายกลับไม่เล่า นี่ถ้าเธอไม่สงสัยเรื่องแจ้งความก็คงไม่รู้กัน

“ถ้างั้นพี่ว่า เรารอดูถึงวันพุธดีกว่าไหม เดี๋ยวหนึ่งก็คงกลับมา” นลินีเสนอแนะด้วยความเห็นที่สอดคล้องกับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หากขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับเมขลา

“แต่แล้วไงคะ แล้วพี่นีไม่คิดจะทำอะไร บ้างเลยหรือไง เมนะ พอรู้เรื่องเข้าก็ไม่ได้หยุด เลย ไหนจะโทรถามบรรดาเพื่อนๆพี่หนึ่ง ไหนจะ.....” เมขลาร่ายยาวไปยังสถานที่ต่างๆที่เป็นหนึ่งชอบไป ไม่ว่าจะที่มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ และรวมทั้งมาแจ้งข่าวนลินีถึงหน้าหอ

“แล้วจะให้พี่ทำอะไรล่ะ เมก็ทำไปจนหมดแล้วนี่ จะให้พี่โทรถามเพื่อนๆของหนึ่ง แล้วออกตระเวนตามที่ต่างๆซ้ำกับเมอีกรอบรึไง”

“พี่นี” คราวนี้เมขลาขึ้นเสียงสูง “พี่นีคะ เมถามหน่อยเถอะ พี่นีมีหัวใจบ้างไหม เป็นห่วงพี่หนึ่งบ้างไหม” แล้ว เมขลาก็ร่ายต่อ ไม่สนใจฟังคำตอบจากนลินีว่าเธอเป็นห่วงเป็นหนึ่งรึเปล่า “ตั้งแต่เมมาบอกว่าพี่หนึ่งหายไป พี่นีไม่เห็นมีปฏิกิริยาอะไรเลย เคยคิดบ้างไหมค่ะว่าเพราะพี่นีนั่นแหละพี่หนึ่งถึงหายไป พี่นีน่ะภูเขาน้ำแข็งจริงๆด้วย” เมขลาหยิบยกเอาสรรพนามที่เป็นหนึ่งใช้เรียกนลินี เมื่อเขาคุยโทรศัพท์กับเธอกลางคืนวันเสาร์ หนึ่งวันก่อนเป็นหนึ่งจะหายตัวไป

ก็เมขลานั่นแหละที่เป็นฝ่ายโทรไปหาเขาก่อน เพราะรู้ว่าวันเสาร์ทั้งวันเขามีนัดกับนลินี เมขลาผู้หวังดีก็กะจะโทรไปถามไถ่และแสดงความยินดีกับความสัมพันธ์อันหวานชื่นของทั้งคู่อย่างบริสุทธิ์ใจ แต่กลับได้ทราบเรื่องราวที่กลับตาลปัตร เมื่อเป็นหนึ่งระบายความชอกช้ำให้ฟัง

‘เขาบอกจะให้พี่เลิกรักเขาง่ายๆ พี่ทำไม่ได้ เป็นแฟนกันอยู่ดีๆก็จะกลายไปเป็นเพื่อน ผู้หญิงลืมง่ายจังเลยนะไม่เหมือนผู้ชาย’

‘เมก็ไม่รู้จะช่วยยังไงค่ะแต่ จากประสบการณ์ของเม ผู้หญิงไม่ได้ลืมอะไรง่ายๆอย่างที่พี่หนึ่งกล่าวหาหรอกค่ะ บางเรื่องทรมานจำจะตายแต่ก็ลืมไม่ลง ผู้ชายลืมง่ายกว่ามั้งพอบอกเลิกวันนี้ พรุ่งนี้เจอกันก็ทำเหมือนไม่ได้เป็นอะไรกันมาก่อน’

‘โชคร้ายที่พี่ไม่ใช่ผู้ชายคนนั้น นีเขาบอกไว้ว่าทำใจได้ค่อยไปหาเขาอย่างเพื่อนถ้าเป็นเพื่อนกันไม่ได้ก็ไม่ต้องมา พี่จะบ้าตาย ทำไมเขาไม่ให้โอกาสพี่บ้าง’

เฮ้อ....เมขลาจำได้ว่าคืนนั้นอยากจะหัวเราะทั้งน้ำตา เป็นหนึ่งรับรู้แต่สิ่งที่นลินีทำกับเขา ดูเหมือนผู้ชายลืมยากคนนี้จะลืมไปแล้วว่าเคยทำอะไรกับเมขลาไว้บ้าง

‘พี่หนึ่งก็ลองตื้อง้อหน่อยซิค่ะ เดี๋ยวพี่นีก็ใจอ่อน’ ดูเหมือนเมขลาจะแนะนำเขาไปเท่านั้น
‘ไม่มีทาง นีใจแข็งจะตาย เห็นหงิมๆอย่างนั้นผู้หญิงอะไรไม่รู้ หัวใจอย่างกับภูเขาน้ำแข็ง’

‘งั้นพี่หนึ่งจะไปสนอะไรคะ อย่างพี่หนึ่งหาใหม่ได้เสมอแหละ ผู้หญิงแข็งๆอย่างนั้นอยากเล่นตัวดีนัก เมว่าอีกสิบปีเขาก็หาแฟนได้ไม่เพอร์เฟคเท่าพี่หนึ่ง ปล่อยเขาแช่แข็งเป็นฟอสซิลอยู่ในภูเขาน้ำแข็งเดี๋ยวก็หนาวตายเอง’

‘ความจริง พี่มันก็เลวจริงๆ นีเขาไม่ผิดอะไรหรอก เขาคงทนจนสุดจะทน พอถึงที่สุดมันก็เลยเป็นอย่างนี้ อย่าไปว่าเขาเลย ตัวนีเองเขาก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก’

คราวนี้เมขลากลั้นหัวเราะแทบขาดใจ โถ...แค่ลองใจต่อว่านลินีนิดเดียวเป็นหนึ่งรีบออกรับแทน คิดๆก็น่าสงสารเพราะเมขลาเข้าใจว่าความผิดหวังรสชาติมันขมขื่นขนาดไหน ยิ่งต้องวางท่าเพื่อนผู้แสนดีทั้งที่ใจอยากเป็นมากกว่าเพื่อน โอ๊ย....อย่าให้พูดเลย ยิ่งกว่าหน้าชื่นอกตรมซะอีก

พี่หนึ่งเพิ่งจะได้ลิ้มลองด่านแรกมันยังมีด่านที่สองที่สามที่เตรียมจะบีบหัวใจอีก ดูอย่างเมตอนนี้ซิ เมน่าจะสะใจ สมน้ำหน้า เยาะเย้ยพี่หนึ่ง แต่กลายเป็นว่าเมเจ็บไปกับพี่หนึ่งด้วย และถ้าเป็นไปได้เมอยากรับเอาไว้เองด้วยซ้ำ ยิ่งพี่หนึ่งมาหายตัวไปอย่างนี้ จะรับรู้บ้างไหมว่าเมเป็นห่วงแค่ไหน ถ้าให้ทาย...ไม่ว่าพี่หนึ่งจะอยู่ที่ไหนก็ตาม พี่หนึ่งคงกำลังคิดถึงคนที่เขาไม่มีทีท่าห่วงพี่หนึ่งสักนิด ผู้หญิงตรงหน้าเมตอนนี้

“พี่ไม่รู้หรอกนะว่าต้องแสดงท่าทางขนาดไหนถึงจะสื่อได้ว่าเป็นห่วง แต่จะให้บอกก็ได้ ใช่พี่เป็นห่วงหนึ่ง” นลินีเน้นเสียงที่แม้จะเย็นหากหนักแน่นในความหมาย และแววตาที่ปกติเรียบสงบตอนนี้เริ่มมีประกายไฟระอุนิดๆ เมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุให้เป็นหนึ่งหายตัวไป

นลินีเห็นท่าจะต้องคุยกันยาวจึงดึงแขนเมขลาลงนั่งม้าหินที่ชิดผนังตึกโดยหันหน้าเข้าหาสวนมืดครึ้มด้านหน้า จากนั้นจึงทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง “นั่งก่อนเถอะเม พี่เข้าใจว่าเมคงเหนื่อย และใจเสีย”

แรกทีเดียวเมขลาอยากสะบัดแขนนลินีทิ้ง และเดินหนีไป คนอะไรไม่ใช่ใจแข็งอย่างเดียวยังใจดำเอามากๆ หากหญิงสาวจำต้องข่มโทสะลง เมื่อพอจะยังสำนึกได้ว่าถ้าเป็นหนึ่งหนีไปเพราะถูกนลินีบอกเลิก เมขลาคงหนีไปพ้นข้อหาที่ว่าทำให้เขาเลิกกัน

“ฟังพี่นะเม ตอนนี้พี่เชื่อว่าคนที่เกี่ยวข้องกับหนึ่ง ก็คงทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อสืบหาว่าเป็นหนึ่งอยู่ที่ไหน”

“แต่เราต้องอย่าลืมว่าเป็นหนึ่งโตแล้ว เขาบรรลุนิติภาวะแล้ว ถ้าเขาบอกว่าสามวันก็คือสามวัน หนึ่งไม่ใช่คนเหลวไหลและไร้ความรับผิดชอบ เขารู้ว่าเขาต้องกลับมาเรียนไม่ว่าจะมีอะไรสะเทือนใจแค่ไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นพี่จึงเชื่ออย่างเหลือเกินว่าพอครบสามวัน หนึ่งจะกลับมา ”

“แล้วถ้าไม่ล่ะคะ พี่หนึ่งอาจจะรถคว่ำ ประสบอุบัติเหตุ โดนทำร้าย โอ้ย...สารพัด” เมขลาค้านแข็งขันทั้งเสียงทั้งนัยน์ตา

“อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ถ้าหนึ่งถึงคราวต้องประสบอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือที่ไหน มันก็ต้องเกิดขึ้นจนได้ ซึ่งอันนี้เราคงได้แต่ภาวนาให้เขาปลอดภัย” นลินีว่าไปนั่น

“รู้ไหมค่ะ เมเคยคิดว่าพี่หนึ่งรักพี่นีเข้าไปได้ยังไง แล้วเมก็พยายามให้เหตุผลว่าพี่นีคงจะอ่อนหวานน่ารัก แสนดี ถึงจับหัวใจพี่หนึ่งอยู่ ทำให้พี่หนึ่งยอมเลิกกับทุกๆคนเพื่อพี่นี แม้กระทั่งเม” แม้เสียงจะสั่นพร่าแต่เมขลารู้สึกตัวว่ากำลังโกรธ และเธอจะไม่ข่มมันอีกแล้ว ก็ผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้ดีแสนดีอย่างที่เธอคิด ไม่มีอะไรคู่ควรกับเป็นหนึ่งผู้เพียบพร้อมของเธอสักนิด

สำหรับเมขลาลูกสาวคนเดียวของนักธุรกิจใหญ่โต ที่พ่อแม่แทบไม่มีเวลาให้ เพราะมั่วแต่คิดหาทางสร้างฐานะ เป็นหนึ่ง หนุ่มหล่อปู่เทคของเธอ ผู้มาพร้อมความน่ารักอบอุ่นและช่างเอาใจใส่ชวนไปนู่นนี่ของเขาเข้าเติมเต็มหัวใจอันเงียบเหงา จนหญิงสาวทั้งรักทั้งเทิดทูนไม่ว่าเขาจะพูดจะทำอะไรเป็นเห็นดีเห็นงามด้วยทั้งนั้น

ในเมื่อเป็นหนึ่งสำคัญกับเมขลาขนาดนี้ ฉะนั้นผู้หญิงตรงหน้าไม่ควรมีสิทธิ์ทำร้ายเป็นหนึ่งอีกแล้ว

“แต่ตอนนี้เมผิดหวังในตัวพี่นีมาก ผิดหวังจนเริ่มจะคิดว่าถ้าพีนีดูแลหัวใจพี่หนึ่งได้แค่นี้ ก็ดีแล้วล่ะที่พี่นีเลิกกับพี่หนึ่งซะได้ เพราะจากนี้ไปเมจะไม่มีวันปล่อยพี่หนึ่งไปไหนอีกแล้ว” พูดจบเมขลาก็ลุกขึ้นสะบัดหน้า ก้าวยาวๆออกไปยังรถที่จอดรออยู่หน้าประตูรั้วหอพัก โดยที่นลินีได้แต่มองตาม ส่ายหน้าถอนหายใจ ไม่มีความขึงโกรธอยู่เลย ต่อให้เป็นหนึ่งกลับไปคบกับเมขลาก็คงไม่โกรธ ถ้าจะมีความรู้สึกบ้างก็คงเป็นอะไรที่คล้ายๆกับคำว่าสงสาร

เมขลาน่าสงสาร เพราะความรักที่เมขลามีให้เป็นหนึ่งนั้น มันไม่ใช่ความรักที่ตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่าย แต่เป็นความหลงในตัวตนของเป็นหนึ่งที่เมขลาสร้างขึ้น เพียบพร้อมไร้ที่ติ มองไม่เห็นข้อบกพร่อง

เป็นหนึ่งไม่ผิดเมื่อควงเมขลาและผู้หญิงคนอื่นๆ ทั้งๆที่มีนลินี คนที่บกพร่องคือนลินีที่ดีไม่พอ
เป็นหนึ่งไม่ผิดเมื่อหนีหายไปจากบ้านทำให้พ่อแม่กังวล เป็นนลินีอีกเช่นเคยที่ทำให้เป็นหนึ่งเสียใจจนหายตัวไป

จะเหนื่อยแค่ไหนหนอ ที่ต้องคอยหาข้อแก้ตัวให้ใครสักคน เพื่อให้เขาสมบูรณ์แบบ

ว่าแต่เมขลา แล้วนลินีล่ะ ที่ ‘เคยรัก’ เป็นหนึ่งน่ะ ได้รักในตัวตนที่แท้จริงของเป็นหนึ่งรึเปล่า หรือว่ารักในตัวตนที่นลินีสร้างให้เป็นหนึ่งเป็น หากเมื่อได้ตระหนักว่าเป็นหนึ่งไม่ได้เป็นแบบที่หวังไว้ถึงได้ ‘หมดรัก’ แต่นลินีหมดรักเป็นหนึ่งจริงหรือ? คงไม่หรอกเพราะนลินียังรักและปรารถนาดีกับเป็นหนึ่งอย่างเพื่อน ที่รู้และรับได้ว่าเพื่อนมีข้อดีข้อเสียอะไร

นลินีกลับไปที่คำถามแรก เธอเคยรักเป็นหนึ่ง เพราะตัวตนจริงๆของเขา หรือตัวตนที่เธอสร้างขึ้นกันแน่?







ขณะนลินีที่กำลังคิดหาคำตอบให้ตัวเองก็ต้องสะดุ้งกับเสียงโวยวายจากด้านหลัง

“โอ้ย ปล่อย มาจับฉันไว้ทำไม ฉันจะไปจัดการนังเด็กบ้านั่น ปล่อยซิโว้ย” เป็นพิริยาพรนั่นเอง มาพร้อมกับ อัมพิกาและยุวดี โดยทั้งสองสาวขนาบข้างพิริยาพรกอดรัดกันพัลวัน หากแล้วก็ปล่อยพร้อมกันจนคนถูกจับตั้งตัวไม่ทันถึงกับหน้าคะมำ “โธ่โว้ย รถนังนั่นหายไปแล้ว พวกแกนี่ ไม่ได้ดังใจฉันเล้ย” พิริยาพรยังคงโวยวาย

“นี่มาแอบฟังกันนานรึยัง” นลินาถามพลางส่งสายตาเขม็งไล่เรียงเพื่อนซี้ครบสามคน อัมพิกาอ้ำอึ้ง ส่วนยุวดียิ้มแหยๆ คงเหลือแต่พิริยาพรที่ไม่สะท้านกับตาขุ่นๆของนลินี

“ก็นานพอจะรู้ว่า แกเลิกกับหนึ่งโดยไม่บอกพวกเรา เรื่องใหญ่ขนาดนี้แกปิดเพื่อนฝูงได้ไงหา” พิริยาพรหาได้รู้สึกถึงความผิดในการเสียมารยาทมาแอบฟังไม่ กลับซัดทอดความผิดให้นลินีซะเลย “ไงล่ะน้องสาวผู้น่ารักของนี ฉันเตือนแล้วใช่ม๊ะ ว่าให้ระวังให้ดี ทำเป็นหน้าเซียวๆเรียกคะแนนสงสาร แล้วเป็นไงว่าแกฉอดๆ”

อีกครั้งที่นลินถอนหายใจ “ขึ้นห้องกันเถอะ”

ปั๊ง.....ตึง ตึง ตึง

เสียงกระแทกประตูดังก่อนจะตามด้วยเสียงกระแทกเท้าอย่างคน ‘รมณ์เสีย’ ของพิริยาพร เมื่อนลินียืนยันแข็งขันว่าให้ทุกคนกลับห้องของตัว เธอไม่มีอะไรจะเล่าให้ฟังอีกแล้ว

‘ทุกคนก็แอบฟัง จนรู้เรื่องหมดแล้วนี่ ยังจะอยากฟังอะไร ล่ะ เราตกลงเลิกกับเป็นหนึ่ง แต่เราสองคนก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แล้วตอนนี้เป็นหนึ่งก็หายตัวไป แต่ทิ้งจดหมายไว้ว่าสัก สองสามวัน จะกลับมา’

‘แล้วยัยเมขลาล่ะ ที่มันมาลอยหน้าว่าแกฉอดๆ โยนความผิดให้แกเต็มๆ ทั้งๆที่มันนั่นแหละที่ทำให้แกกับเป็นหนึ่งเลิกกัน หน๊อย! ยังมีหน้าขู่ว่าจะไม่ปล่อยเป็นหนึ่งให้ใครอีกแล้ว มันน่าตบให้หายปากดีนัก’ พิริยาพรเข่นเขี้ยว

‘เรากับหนึ่งตกลงเลิกกันเองนะไม่เกี่ยวกับใคร แล้วขอบอกไว้เลยนะว่าเราไม่เคยศรัทธากับการใช้ความรุนแรง เราหวังว่าเพื่อนของเราคงมีสติรู้คิดมากพอที่จะไม่ทำอะไรที่ไร้ความคิด ให้เสื่อมเสียไปถึงการอบรมและการศึกษาที่ได้รับ’ นลินีพูดเรื่อยๆ หากแววตาบ่งบอกถึงความเอาจริง

‘นี แกว่าฉันไร้การอบรมเหรอ ฉันอุตส่าห์เป็นห่วงแกนะ’ พิริยาพรเดือดปุด

บรรยากาศรอบตัวเริ่มเข้มข้นจนอัมพิกาและยุวดีอึดอัด นี่ถ้าเกิดศึกระหว่างเพื่อนที่ใจเย็นที่สุดในกลุ่ม กับเพื่อนที่ใจร้อนและแรงที่สุดในกลุ่ม พวกเธอจะทำยังไง เพราะโดยปกติศึกที่เกิดขึ้นมักจะเป็นระหว่างพิริยาพรและอัมพิกาโดยมีนลินีเป็นกรรมการห้ามทัพล่ะซะมาก

‘เปิ้ล ใจเย็นๆนะ นีคงไม่ได้จะว่าเปิ้ลอย่างนั้นหรอก’ อัมพิกาลองพยายามสลายพายุ เฮ้อนี่อั้มทำผิดรึเปล่า ที่ชวนเปิ้ลกับยุ้ยลงไปดูนี ก็มันเป็นห่วงนี่นา แต่ไม่คิดว่าเปิ้ลจะโกรธแทนนีได้แรงขนาดนี้

หญิงสาวนึกย้อนไปว่า เธอกับยุวดีต้องออกแรงกันหนักขนาดไหน เพื่อหยุดไม่ให้พิริยาพรวิ่งไปฟ้อนเล็บใส่เมขลา

‘เราไม่ได้ว่าเปิ้ลเป็นอย่างนั้นสักหน่อย เราแค่เตือนเพราะไม่อยากให้เพื่อนของเราเป็นแบบนั้นต่างหาก’ นลินีสบตาเขียวปัดของพิริยาพรโดยตรง ด้วยสายตาสงบนิ่ง พูดด้วยน้ำเสียงเย็นใส ‘เรารู้และขอบใจมากนะที่ทุกคนเป็นห่วง โดยเฉพาะเปิ้ล เอาเถอะ ถ้าเรามีอะไรจะให้ช่วยก็จะบอก แต่ตอนนี้ทุกคนกลับห้องไปเถอะนะ เพราะทุกคนก็รู้เรื่องหมดแล้วนี่ เราไม่มีอะไรจะเล่าแล้ว’

นั่นแหละที่ทำให้พิริยาพรกระแทกเท้าออกจากห้อง พร้อมกับยุวดีโดยรายหลังแทบจะไม่มีเสียงฝีเท้า


เมื่อพิริยาพรและยุวดีออกไปแล้ว อัมพิกาเริ่มจะลุ้นว่านี่เธอจะโดนนลินีเล่นงานหรือเปล่าที่เธอผิดคำพูด และตามลงไปแอบฟัง เอาน่า ชิงสารภาพผิดก่อนดีกว่า หญิงสาวให้กำลังใจตัวเองก่อนจะเริ่มเอ่ยปาก “อั้มขอโทษนะนี ที่ชวนเปิ้ลกับยุ้ยตามลงไป พวกเราแค่อยากรู้ว่าเมขลามาคุยอะไรกับนี”


“ไม่เป็นไร เราเข้าใจว่าเพื่อนเป็นห่วง” นลินีพยักหน้ายิ้มๆอย่างไม่ถือสา “ไป อาบน้ำซะสิอั้ม นี่มันสามทุ่มกว่าแล้วนะ ใส่ชุดนักศึกษามาทั้งวัน เราว่ามันเริ่มโชยกลิ่นตุ่ยๆ”

“นีน่ะ ”อัมพิกาเถียงไม่ขึ้นเพราะจะว่าไปก็มีแต่เธอที่อยู่ในชุดนักศึกษาคนเดียวจริง คนอื่นๆเขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันตั้งแต่เย็นแล้ว หญิงสาวค้อนควับก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวและชุดนอนหายวับไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

เมื่อรูมเมตหายตัวไปในห้องน้ำ นลินีก็หยิบมือถือขึ้นมา หญิงสาวกดเบอร์ไปหาคนที่เคยบอกว่า

‘ไม่ต้องโทรหาผม...ผมไม่อยากได้ยินเสียงนี ไม่อยากเห็นหน้านี ..... ขอเวลาผมสักนิดนะนี ขอให้ผมปรับตัวปรับใจ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ผมจะมาหานีเอง มาอย่างเพื่อนที่ดีต่อกัน’

นีคงต้องขอทำผิดกฎนะหนึ่ง ถ้าหนึ่งทำอย่างนี้นีคงรอเฉยๆไม่ได้แล้ว

หากปลายสายกลับไม่เปิดเครื่อง ดูเหมือนเป็นหนึ่งยังยืนยันคำเดิม

นลินีลองกดอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวรอจนถึงสัญญาณให้ฝากข้อความเสียง ‘หนึ่ง นี่นีนะ หนึ่งอยู่ที่ไหนติดต่อกลับที่บ้านหน่อยนะ พ่อกับแม่หนึ่งเป็นห่วงมาก’ หญิงสาวเว้นระยะ ‘นีก็..... เป็นห่วงหนึ่ง’ นลินีวางสายแล้วก็คิดว่า เธอไม่จำเป็นต้องทำสิ่งที่ทำไปเมื่อครู่ก็ได้ เพราะคงมีข้อความเสียงหลายสิบที่บอกให้เป็นหนึ่งทำในสิ่งที่เธอบอก สิบข้อความในหลายๆสิบข้อความก็คงมาจากเมขลา แต่ที่สำคัญที่สุดเมื่อไหร่กันล่ะที่เป็นหนึ่งจะเปิดเครื่อง

หญิงสาววางมือถือลงบนโต๊ะข้างเตียงล้มตัวลงนอนเพียงครู่ อัมพิกาก็ออกมาจากห้องน้ำ ปิดไฟในห้องจนเหลือแค่ไฟที่โต๊ะเขียนหนังสือของตัวเอง “นี...จะนอนแล้วเหรอ ทำรายงานที่ต้องส่งพรุ่งนี้เสร็จแล้วล่ะซิ”

“อือ....” เสียงตอบจากความสลัวมีเท่านั้น

“ของอั้มเหลือ เขียนเพิ่มอีกนิดหน่อย แป๊บเดียวเสร็จแน่ๆ” อัมพิกากางหนังสือที่ต้องใช้ทำการบ้าน ก่อนจะหันไปพูดกับนลินีอีกครั้ง “หลับซะเถอะนี ทำใจให้สบายนะ อั้มเชื่อว่า หนึ่งจะปลอดภัยกลับมา”

อัมพิกาหลับไปนานแล้ว หากในความมืดสลัวดวงตาดวงหนึ่งยังคงลืมโพลง นัยน์ตาที่นิ่งเย็นก็ยังคงนิ่งเช่นที่เคยเป็น หากหัวใจของเจ้าของดวงตานั้นไม่เรียบเฉยเหมือนปกติ เพราะมีอะไรให้คิด มากเหลือเกิน






สวัสดีค่ะ ลูกค้าร้านไออุ่น

ขอโทษที่หายไปนานซะเกือบ 2 สัปดาห์ ช่วงนี้งานเข้าค่ะ แถมเสาร์-อาทิตย์ ยังไม่ค่อยอยู่ติดที่ แต่ยังไงจะชดเชยรีบลงตอนต่อไปนะคะ






 

Create Date : 08 สิงหาคม 2552
10 comments
Last Update : 8 สิงหาคม 2552 21:11:43 น.
Counter : 1293 Pageviews.

 

นีใจเเข็งจัง

 

โดย: pimmy IP: 125.27.239.92 9 สิงหาคม 2552 11:01:14 น.  

 

รีบมาลงเร็วๆนะคะ

 

โดย: ฟ้าเคียงเดือน IP: 58.9.101.159 10 สิงหาคม 2552 9:30:31 น.  

 

ทำไมตอนนี้สั้นกุดเลยอ่ะ ไม่จุใจเลย แง๊ๆๆ
ไม่ชอบเมขลาเลย

 

โดย: ต้นอ้อสีม่วง IP: 125.26.171.56 11 สิงหาคม 2552 23:57:50 น.  

 

ต้องยกนิ้วให้กับความใจเด็ดของนลินี
ตอนหน้าขอยาวๆๆๆหน่อยนะคะ

 

โดย: pantee IP: 124.120.232.41 13 สิงหาคม 2552 14:33:20 น.  

 

ทำไมนานจัง

 

โดย: pantee IP: 124.122.159.168 21 สิงหาคม 2552 14:49:57 น.  

 

ยังรออยู่นะคะ :-)

 

โดย: เมฆฝน IP: 71.36.219.98 22 สิงหาคม 2552 21:49:17 น.  

 

มาทีไรร้านก็ยังไม่ปิด ...
ปิดนานมากกกกกกก...... ไม่มีกำหนดเปิด

ขอไปหากาแฟร้านอื่นกินดีกว่า
ไม่มาแล้วล่ะร้านนี้ .... เสียเวลา

 

โดย: เมย์ IP: 78.69.65.82 22 สิงหาคม 2552 22:01:29 น.  

 

ปิดร้านนานจังเลย

รอกินกาแฟอยู่นะ

 

โดย: pantee IP: 124.122.159.250 26 สิงหาคม 2552 10:31:23 น.  

 

ไปงานหนังสือรึยังเอ่ยย...

เสียตังค์มากมาย

5555555+


^^

 

โดย: เชอร์เบต จี๊ดด ด 19 ตุลาคม 2552 23:59:11 น.  

 

คิดถึงนายรุตต์
คิดถึงพี่เก๋ อยากอ่านต่อ ^^
รอนะคะ นานแค่ไหนก็จะรอ ฮาาา

 

โดย: ต้นอ้อสีม่วง 11 มกราคม 2559 14:55:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


พินทุอิ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สระอะไรเอ่ย...ยิ้มได้? ก็ สระ "อิ" ไงจ๊ะ นี่แหละค่ะที่มาของชื่อ "พินทุอิ" สระที่มีหน้าตาเหมือนรอยยิ้ม (จริงๆนะ)
มาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและความสุขกันนะคะ

หมายเหตุ
งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการนำงานเขียนชิ้นใดไปเผยแพร่ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากผู้เขียนโดยตรง
Friends' blogs
[Add พินทุอิ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.