เมื่อวานเ็ป็นเพียงความทรงจำของวันนี้ และพรุ่งนี้เป็นเพียงความฝันของวันนี้ เพราะฉะนั้นเรามาทำวันนี้ให้ดีที่สุดกันเถอะ
Group Blog
 
 
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
5 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
คิดให้ดี ก่อนที่จะเสียทุกอย่างเพราะการ “ซิ่ล”

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าค่านิยมทางการเรียนเป็นสิ่งที่นักเรียนไทยในปัจจุบันให้ความสำคัญอยู่ในลำดับต้นๆ ของเรื่องราวในชีวิต อาจเป็นเพราะการถูกกดดันจากผู้ปกครองว่าต้องให้เรียนในคณะดัง ๆ ของมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียง เพื่อให้จบมาเชิดชูเกียรติวงศ์ตระกูล อาจได้รับค่านิยมการเลือกเรียนจากครูไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน โรงเรียนสอนพิเศษ หรืออาจเรียนตามเพื่อนไป โดยที่นักเรียนเหล่านี้ไม่ได้รู้เลยว่าตนเองสามารถเรียนในคณะและสาขาวิชาเหล่านั้นได้หรือไม่ เพราะแม้ว่าจะมีปัญญาผ่านการสอบที่แสนจะทรหดและมีการแข่งขันกันสูงเข้ามาได้ก็ตาม เมื่อเรียนไม่ได้แล้วทางออกสุดท้ายของคนเหล่านี้ก็คือ ซิ่ลไปเรียนที่อื่น


ทุกวันนี้มีนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และได้ทำการสอบ O-net และ A-net แล้ว แต่ยังไม่ได้ค้นพบตัวเองอยู่เป็นจำนวนมาก นักเรียนเหล่านี้ถือว่ามีความน่าสงสารเพราะเหมือนกับว่ายังไม่รู้ถึงขีดจำกัดและศักยภาพในการเรียนของตนเอง เมื่อเห็นเพื่อนเรียนพิเศษวิชาต่าง ๆ กับอาจารย์กวดวิชาดัง ๆ ก็มาขอเงินพ่อแม่เพื่อตามไปเรียนกับเพื่อน หรืออาจถูกผู้ปกครองบังคับให้ไปเรียนแบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก เมื่อทำการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้ผลการสอบที่ดีจากการเรียนพิเศษ แต่กลับขาดความรู้ความเข้าใจในการเลือกคณะตามศักยภาพและความสนใจของตัวเอง เพียงแต่เลือกคณะดี ๆ ของมหาวิทยาลัยของรัฐดัง ๆ ที่คะแนนตัวเองถึงเท่านั้น เมื่อได้เข้ามาเรียนในคณะต่าง ๆ เหล่านี้แรก ๆ ก็จะรู้สึกสนุก กับความแปลกใหม่และการทำกิจกรรมต่าง ๆ พอนาน ๆ ไปการเรียนเริ่มเข้มข้นขึ้นก็เรียนไม่ค่อยจะรู้เรื่อง สอบอกมาคะแนนไม่ดี ก็จะซิ่ลไปเรียนที่อื่น ๆ ในปีการศึกษาหน้า เป็นการกันที่ของคนที่อยากเรียนในคณะนั้น ๆ แต่คะแนนไม่สูงพอให้เสียโอกาสที่มีในชีวิตไป หรือนักเรียนเหล่านั้นอาจอดทนเรียนจนจบในคณะนั้นออกมา เมื่อออกมาทำงานแล้วกลับไม่ชอบสายงานที่ทำ หรือมาค้นพบตัวเองทีหลังว่าไม่ใช่ตัวตนของเรา สุดท้ายก็ลอออกไปทำอาชีพอื่นซึ่งน่าเสียดายกับปริญญาที่อุตส่าห์พากเพียรเรียนมาหลายปีแต่กลับกลายเป็นเครื่องประดับฝาผนังบ้านไป


อย่างไรก็ตาม มีการพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการค้นหาตัวเองให้เจอว่าจริง ๆ แล้วชอบอะไรกันแน่และมีความถนัดเรื่องอะไรตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษา ซึ่งสามารถช่วยลดปัญหาการเลือกคณะตามคะแนนโดยไม่รู้ว่าจะเรียนแล้วไปรอดหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยเรื่องเพื่อน อาจารย์ และผู้ปกครองก็ยังเป็นสิ่งที่ยังคงเป็นแรงผลักดันให้นักเรียนเหล่านี้ยังเดินทางชีวิตไปในทางที่ผิด ซึ่งเมื่อมารู้ตัวอีกทีก็สายเกินไปที่จะแก้ไขเพราะทำอย่างไรก็ย้อยเวลาไม่ได้


พระพุทธศาสนาได้มีการกล่าวถึงหลักธรรมเรื่องกาลามสูตรเอาไว้ ที่เป็นหลักธรรมที่สอนให้คนเชื่อโดยใช้วิจารณญาณวิเคราะห์อย่างถ้วนถี่ตามความเหมาะสม ไม่ใช่เชื่อเพราะฟังตามๆ กันมา หรือเชื่อเพราะคน ๆ นั้นเป็นพ่อแม่ ครูอาจารย์ หรือเพื่อน ซึ่งหากมีหลักธรรมนี้เอาไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจก็จะช่วยให้เป็นคนมีเหตุผลและมีวิจารณญาณในการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ อย่างละเอียดรอบคอบขึ้น และสามารถที่จะควบคุมจิตใจตนเองไม่ให้เชื่อไปตามคนอื่นอันจะส่งผลเสียให้กับตัวเองได้ แต่อย่างไรก็ตามยังก็จำเป็นต้องหาความรู้และพัฒนาระดับสติปัญญาของตนเองเอาไว้ด้วยเพื่อให้ค้นพบตัวเองและเดินทางชีวิตไม่ผิดพลาด จะได้ไม่ต้อง “ซิ่ล” แม้สักครั้งในชีวิต






Free TextEditor



Create Date : 05 มีนาคม 2552
Last Update : 5 มีนาคม 2552 12:47:24 น. 7 comments
Counter : 107 Pageviews.

 
อนาคตเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้ยาวครับ

ถ้าเราคิดให้กว้าง ให้ไกล เราจะได้อะไรมากกว่าการตัดสินใจแต่ภายนอกเท่านั้น

ไม่ลองก็ไม่รู้หรอกครับ เข้าไปสัมผัสแล้วเท่านั้นถึงจะทำให้รู้ว่า มันใช่สำหรับเรารึเปล่า



โดย: คุณครูหัวหมอ IP: 161.200.255.162 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:5:59:16 น.  

 
การเรียนต่อหรือการศึกษาต่อ เป็นสิ่งที่สำคัญมากซึ่งสิ่ง
จำเป็นที่สุดที่เด็กต้องค้นพบตัวเองให้ได้ก่อนว่ารักชอบในด้านไหน ก็จะได้เตรียมตัวให้ถูกทาง ไม่ใช่ว่าตัดกระแสเห็นเพื่อนไปเรียนพิเศษที่ไหนดังๆก็ตามกันไป แต่ตัวเองถนัดทางนี้หรือไม่ก็ไม่สน และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือพ่อแม่ ซึ่งไม่ควรบังคับลูกให้เลือกเรียนตามที่ตัวเองกำหนดไว้หรือให้ลูกเลือกเรียนตามกระแส โดยไม่สนว่าลูกหลายของตัวเองมีความสามารถทางด้านนี้หรือไม่ เพราะชีวิตของเขาให้เขาเลือกทางเดินของตัวเองดีที่สุดครับ อนาคต
เขาจะประกอบอาชีพอะไรก็ได้ขอให้เป็นอาชีพท่เขารักและก็ไม่ทำให้สังคมเสียหายก็พอครับ


โดย: paphio IP: 118.172.98.217 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:12:12:38 น.  

 
การ “ซิ่ล”

ในที่นี้ก็ได้ยกตัวอย่างที่ครอบคลุมแล้วล่ะ เพียงแต่ส่วนใหญ่จะกล่าวถึงผู้ที่ซิ่ลเมื่อพบว่าหนทางที่เดินอยู่มันไม่ใช่แนวทางชีวิตที่ถูกใจ หรือพวกที่ซิ่ลเพราะทางที่เดินอยู่มันไปต่อไม่ไหว

ยังมีเด็กซิ่ลอีกประเภทหนึ่งที่เราต้องเห็นใจ คือพวกที่สอบในครั้งแรกทำคะแนนได้ไม่ถึงคณะที่อยากเรียน แต่ก็ยังไม่อยากทิ้งความรู้จึงเข้าเรียนในคณะอื่นไปก่อน ทบทวนวิชาไปเรื่อยๆ เพื่อรอสอบใหม่ เพื่อให้ได้คณะที่อยากเรียนจริงๆ ผมว่าในกรณีนี้มันก็ไม่ผิดที่คิดจะซิ่ล ก็ในเมื่อมีความตั้งใจ เพียงแต่พลาดโอกาสในครั้งแรกไป อาจเนื่องมาจากโชคร้ายเตรียมตัวสอบที่ไม่ค่อยตรงกับเนื้อหาสอบ หรือขาดประสบการณ์ในสนามสอบจึงทำไม่ทัน ฯลฯ

แต่สุดท้ายแล้วที่ทุกคนควรทำความเข้าใจ คือ การ “ซิ่ล” ครั้งหนึ่ง ทำให้เกิดผลกระทบตามมา เรียงตามลำดับความใกล้ตัวของผู้ซิ่ลเอง 1.เสียเงินสมัครสอบใหม่ 2.เสียเงินค่าเทอมใหม่ในกรณีที่สอบได้ 3.จำนวนผู้เรียนในคณะเก่าลดลงซึ่งเพิ่มไม่ได้แล้ว(เป็นการกันที่ชาวบ้านนั่นเอง) 4.รัฐบาลเสียเงินสนับสนุนไปโดยเปล่า ฯลฯ

ดั้งนั้นจะซิ่ลก็ซิ่ลไปแต่ขอให้ลองคิดดูให้ดี ซิ่ลได้แล้วก็ขอให้ตั้งใจให้สมกับสิ่งที่เสียไป สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้สอบเข้าระบบอุดมศึกษา ก็ขอให้หาทางเดินตนเองให้ได้ยิ่งไวก็ยิ่งดี จะได้มีเวลาเตรียมตัวและไม่พลาดโอกาสของตัวเองไป ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ครับ


โดย: จุ๊ดจุ๊ด IP: 58.9.232.155 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:13:32:23 น.  

 

จริงๆแล้วถ้าเราค้นหาตัวเองให้เจอตั้งแต่ม.ปลายจะเป็นสิ่งที่ดีมากๆเลย ถ้าชอบด้านไหนก็ควรจะไปทางนั้นเลย ไม่ควรที่จะเลือกที่จะเรียนตามเพื่อนๆหรือเลือกที่จะเรียนในคณะดังๆตามกระแสนิยม เพราะจะทำให้เรามาเสียใจภายหลังได้นะ^^


โดย: K_P IP: 117.47.145.218 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:13:41:01 น.  

 
คะแนนถึง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเรียนไหวนะ
เพราะว่าบางทีก็ไม่ใช่คณะที่เราชอบ
คะแนนที่ใช้ก็เป็นหลายๆอย่างรวมกัน
ก่อนตัดสินใจเรียน
ก็คืดดีๆนะค่ะ


โดย: อาราเล่ IP: 161.200.255.162 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:13:43:57 น.  

 
เราว่าอาจเป็นเพราะเด็กยังไม่รู้ว่าเราเข้าคณะเหล่านั้นไป แล้วจะเรียนอะไรกันแน่ เราอยากให้พี่ๆมหาลัย แนะนำน้องๆเยอะๆ


โดย: อับดุล IP: 124.121.59.226 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:0:06:33 น.  

 
โอ่โหยยยย

ลึกซึ้งมากก อ่านแล้วไม่อยากซิ่ลเลยนะเนี่ย



อิอิ


โดย: หลานลุงมิว IP: 125.26.61.38 วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:37:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Magic See U
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Magic See U's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.