มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 21

บทที่ 21


Will you marry me ?





    ก้องภพรีบเดินตามหาแฟนสาวที่หนีปลีกตัวออกไปได้สักพักเพื่ออธิบายให้เธอได้เข้าใจ เพราะนี่เป็นช่วงเวลากลางคืนแม้จะมีแสงไฟส่องรอบโรงแรมแต่เขาก็อดเป็นห่วงสวัสดิภาพของเธอไม่ได้ สังคมเดี๋ยวนี้แย่ลงทุกวันเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะเป็นห่วงเธอ พลางคิดวันนี้เขาเจอปัญหาเยอะเหลือเกินแต่ข้อดีอย่างหนึ่งคือเขาเคลียร์ทุกอย่างได้แล้วนั่นเอง คนเธอต้องรับมืออีกคนนี่สิงานใหญ่กว่านัก ผู้หญิงอะไรงอนไม่ดูตาม้าตาเรือจริงๆ


    ชายหนุ่มเดินมาจนเกือบถึงทางไปสระว่ายน้ำ แต่ตัดสินใจเลี้ยวขวาไปยังสวนหย่อมโล่งของทางโรงแรมที่จัดไว้ดูสวยงามจรรโลงสายตา แล้วก็ได้พบกับเธอที่นั่งเงยหน้าอยู่บนม้านั่งในเนื้อที่ของสวนหย่อม ชายหนุ่มรีบปรี่เดินเข้าไปหา


    “พีช”


    “ถ้าพี่ก้องจะมาพูดเรื่องนั้นอีก พีชบอกไว้ก่อนว่าพีชไม่รับฟัง” พีร์ธาดาพูดดัก


    ก้องภพจับไหล่ดึงคนขี้งอนขึ้นมา “แต่ผมต้องพูด พีชกำลังเข้าใจผิดไปใหญ่โตแล้ว” มันก็ไม่ใหญ่โตอย่างที่ว่าเท่าไหร่หรอก แต่ต้องทำเรื่องให้ดูเป็นเรื่องใหญ่สักหน่อยเผื่อพีชจะยอมใจอ่อนให้ “ที่ผมขอพีช ผมขอจากใจจริง”


    “แล้วก็เพื่อตัดปัญหาทุกอย่าง”


    “ผมไม่ปฏิเสธนะว่านั่นก็มีส่วน” ก้องภพยกมือห้ามเมื่อเห็นเธออ้าปากจะโต้คำพูดเขา “แต่ผมคิดว่าพีชน่าจะรู้จักผมดีที่สุดนะ”


    “พีชอยากเข้าใจ แต่พีชยอมรับไม่ได้ พีชรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูกที่พี่ก้องคิดจะเอาเรื่องนี้มาใช้เคลียร์ปัญหาของตัวเอง”


    “ไม่ใช่อย่างนั้น” ก้องภพครวญเสียงอ่อนสบเข้ากับตาเรียวของเธอ เอ่ยอธิบายด้วยเสียงทุ้มชวนฟัง “ผมเห็นตามเวลาความสมควร สิบกว่าปีที่รู้จักกันมาเราต่างก็รู้กันและกันเป็นอย่างดี ผมแค่คิดว่ามันถึงเวลาของเราสองคนแล้วต่างหาก ที่ผมบอกว่าผมไม่ปฏิเสธว่าที่ขอพีชหมั้นก็มีส่วนที่จะตัดปัญหาของผมเอง เพราะว่าผมต้องการให้พวกเขารู้ว่าผมรักผู้หญิงคนหนึ่ง รักถึงขั้นอยากแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน และผม แค่อยากให้พวกเขารู้ว่าตลอดชีวิตนี้ผมไม่สามารถรักใครได้อีก... นอกจากคุณคนเดียว”


    พีร์ธาดาปั้นหน้าไม่ถูกเมื่อเจอคำอธิบายจากใจจริงของเขา บางทีเธออาจจะคิดมากไปเองถึงสิ่งที่เขาทำ ถ้าลองคิดตามคำเขาพูดมันก็จริง ผู้ชายอย่างก้องภพแม้ปฏิเสธคนไม่เก่ง แต่หากใครคนไหนคิดจะมาผูกติดกับเขาแล้วล่ะก็เขาสามารถหาวิธีเลี่ยงได้ดีอย่างสุภาพ การที่เขาเอ่ยปากพูดเรื่องนี้ขึ้นมานั่นเท่ากับว่าเขาพร้อมแล้วที่จะหยุดชีวิตไว้กับใครสักคน...ใช่ไหม


    ก้องภพเอื้อมไปจับมือพีร์ธาดาไว้ดึงทั้งมือและตัวของเธอเข้ามาหาเขา ก่อนใช้แขนโอบเอวหญิงสาวไว้ก้มหน้าลงมองสองตาคม เอาวะ ขอโลภหน่อย “พีร์ธาดา คุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก คุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับคุณ คุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมอยากจะฝากหัวใจไว้ คุณคือทุกอย่างของผม”


    ชายหนุ่มเลื่อนมือมากุมมือนุ่มของผู้หญิงตรงหน้า จับมือเธอแปะไว้ตรงอกค่อนไปทางซ้ายเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงนุ่มทุ้มออกไปอย่างเว้าวอน “ได้โปรดเลือกผมเป็นผู้ชายของคุณได้ไหม...แต่งงานกับผมนะ”


    พีร์ธาดายกมือข้างที่เหลือปิดปากอย่างอึ้งระคนตกใจ ก็เคยแต่เจอคำพูดเล่นๆ ของเขา พอมาวันนี้ที่เขาขอเธออย่างจริงจังตามที่เธอสัมผัสได้กลับมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเธออย่างรุนแรง จากประกาศิตที่ประกาศไว้ว่าไม่เลขสามไม่แต่ง มาวันนี้เธอคงต้องกลืนน้ำลายตัวเองแล้วใช่ไหม เธอได้ยินเพียงแต่เสียงหัวใจที่เต้นรัวดังกลบเสียงต่างๆ จากรอบด้าน หญิงสาวสัมผัสได้จากขอบตาที่รื้นขึ้นมา ยอมรับโดยดุษณีว่าไม่เคยรู้สึกมีความสุขมากมายเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต


    แค่คำไม่กี่คำของเขาทลายกำแพงความหวาดกลัวของเธอไปได้หมด ใช่ ที่เธอเลี่ยงมาตลอดเพราะเธอกลัวชีวิตคู่ เธอเห็นพ่อเธอทุกข์เพราะแม่ตาย เธอกลัวว่าต่อไปเธออาจจะทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวเหมือนที่แม่เคยทำแม้ไม่เต็มใจ เธอคงทำใจไม่ได้ถ้านึกถึงวันข้างหน้าแล้วไม่ได้อยู่กับเขา...แต่ในวันนี้ เธอคงเป็นคนโง่ที่สุดในโลกหากปล่อยให้คำพูดของเขาลอยไปตามสายลม ระหว่างความสุขกับความกลัวก็ไม่เห็นจะยากตรงไหนหากต้องเลือก


    หญิงสาวยิ้มให้กับผู้ชายที่รักมากที่สุดในชีวิต กัดริมผีปากพยายามห้ามมิให้น้ำตารินไหลลงมา ในวันนี้จะเป็นวันแรกที่เธอร้องไห้เพราะอิ่มสุข


    ก้องภพใช้หัวแม่มือช่วยปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายบนใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ชายหนุ่มยิ้มตอบอย่างมีความสุขที่สุดเช่นกัน เพียงเท่านี้เขาก็รู้แล้วว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร “มันผิดแผนนิดหน่อยตรงที่ผมไม่มีแหวนมาใส่ให้พีช”


    หญิงสาวยิ้มส่ายหัวให้กับเขา อยากจะเอื้อนเอ่ยคำว่า ‘ไม่เป็นไร’ ออกมา แต่มันก็ยากเพราะดูท่าปากเธอจะไม่ยอมหุบยิ้มเอาง่ายๆ


    “แต่ผมจะถือว่ารอยยิ้มของพีชในตอนนี้คือคำตอบรับของผม” ก้องภพเคลื่อนมือที่กอบกุมหญิงสาวเข้ามาใกล้ปาก บรรจงจุมพิตไปยังข้อนิ้วนางข้างซ้ายอย่างนุ่มนวลแผ่วเบา “และนี่ ผมถือว่าเป็นการจองพีชไว้ก่อน”


    “พีช พีช” เธอพูดได้เพียงเท่านี้เพราะนอกจากจะยิ้มไม่หุบแล้วปากของเธออย่างสั่นอย่างควบคุมไม่ได้อีก ร้อนถึงก้องภพที่ต้องคอบซับน้ำตาที่ทิ้งตัวไหลเป็นสายอย่างต่อเนื่องให้แทน


    “แต่งงานกับผมนะ”


    พีร์ธาดาโอบกอดก้องภพแทนคำตอบ หญิงสาวยิ้มและพยักหน้ารัวกับบ่าหนาของชายหนุ่ม วันนี้เธอจะเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมากที่สุดในโลก


    “ยินดีด้วยคร้าบบบบ” เสียงตะโกนดังลั่นพร้อมแสงแฟลชดังขึ้น ทั่งคู่ผละออกจากกันเป็นพีร์ธาดาที่ดูตกใจอยู่คนเดียว ไม่ให้ตกใจได้ไงล่ะ ไอ้พวกนี้มันมาจากไหนกัน


    “ยินดีด้วยนะคะ อย่าลืมเชิญพี่เอ้นะ”


    “เรื่องร้ายๆ หมดแล้วนะคะ”


    “เหมาะสมกันที่สุดเลยครับ”


    “สำเร็จซะทีนะพี่ก้อง”


    เสียงอวยพรเซ็งแซ่เต็มไปหมดจากบรรดาทีมงานที่ออกมายืนมองพวกเขาตอนไหนก็ไม่รู้ หญิงสาวตระหนักได้ว่าสถานที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ส่วนตัว โดยเฉพาะกับการที่มีผู้คนมายืนจ้องเธอกับเขาตาแวววาวกันแบบนี้มันทำเอาเธอรู้สึกเขินอย่างที่สุด


    เธอเบือนหน้าแดงระเรื่อไปอีกทางพร้อมกลั้นยิ้มเอาไว้ ก้องภพดึงตัวหญิงสาวเข้ามากอดอีกครั้งพร้อมโยกตัวไปมาไม่นำพาการขยับขืนตัวของคนในอ้อมกอด เขาแค่อยากได้รูปนี้เก็บไว้เท่านั้นเอง ชายหนุ่มก้มลงไปกระซิบข้างหูของคนหน้าแดง “วันนี้ผมจะสำลักความสุขตายมั้ยนะ”


    พีร์ธาดาส่ายหัวยิกๆ หยุดดิ้นซบหน้าลงไปบนบ่าของเขาพร้อมส่งเสียงอู้อี้ออกมาตอบคำถาม “ไม่เอา พีชไม่อยากเป็นม่ายขันหมากอีกแล้ว”




    พีร์ธาดาเพิ่งมารู้ความจริงทีหลังว่าการมีนักข่าวไปในวันนั้นเป็นการจัดฉากอย่างหนึ่งของคนเจ้าเล่ห์ เพราะไอ้หนังสือพิมพ์ที่มันลงข่าวหราขึ้นหน้าหนึ่งมุมเล็กๆ เป็นรูปที่เธอและเขากอดกันกลม จึงไปถามแฟนหนุ่มตัวดีก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า “จะได้แต่งกันเร็วๆ ไง”


    “จะรีบไปไหนเล่าพี่ก้อง แต่งก็แต่งซี่ ไม่เห็นต้องทำให้เป็นข่าวเลย”


    “ผมมันดังนี่นา แถมวันนั้นก็มีคนพูดอีกว่าผมกับปรายจะรีเทิร์น มันก็ต้องมีข่าวมาสยบสิ”


    พีร์ธาดาถอนหายใจเฮือก เมื่อคิดถึงบุคคลที่สามที่ป่านนี้อาจจะรักษาแผลใจอยู่ที่ไหนสักแห่งในฝรั่งเศส เพราะพอข่าวของเธอแพร่สะพัดในกองแมกกาซีนที่ไปถ่ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเหมือนเธอจะได้ข่าวว่านางแบบสาวบินไปรับงานระยะยาวที่ฝรั่งเศสทันที “เรียบร้อยแล้วเหรอ”


    “ครับ”


    “อีกคนล่ะ”


    “หือ” ก้องภพย้อมถามเสียงสูง อีกคนที่ว่าเขายังไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าหล่อนเป็นยังไง


    “ไหนๆ มันก็มีข่าวออกมาแล้ว ก็หวังว่าจะจัดการอีกคนสำเร็จนะ”


    ก้องภพยิ้มให้อย่างมั่นใจแม้ว่าภายในใจจะรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย กับปรายเขาพอรับมือได้ แต่กับอัญชลีเขาไม่มั่นใจอย่างมากว่าเธอยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิมหรือเปล่า แต่แผนการในครั้งนี้ของเขาก็หวังว่าจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวอย่างใจอยาก...จะขอโลภแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวจะเป็นไรไหมนะ




    ในระหว่างที่ทานอาหารเช้าอยู่อินทิราเพิ่งจะเห็นข่าวเพื่อนและพี่ชายนอกสายเลือดในมุมเล็กๆ ของหน้าหนังสือพิมพ์บันเทิงฉบับหนึ่งซึ่งตีพิมพ์เมื่อวาน ช่วงนี้เธองานหนักเอามากๆ กับเพื่อนสาวจึงไม่ค่อยได้เจอกันเหมือนแต่ก่อนแต่ก็ยังคงติดต่อกันเป็นระยะ แต่เรื่องแต่งงานที่มันพิมพ์ตัวโตๆ (ในมุมเล็กๆ )ให้เห็นนี่สิ ทำไมเธอถึงไม่รู้เรื่อง! หญิงสาวรีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิททันที ไม่สนใจว่ามันจะนอนอยู่หรือไม่เพราะตอนนี้เธอรู้สึกขุ่นมัวขึ้นมาแล้วน่ะสิ


    “ไอ้พีช ข่าวบอกแกจะแต่งกับพี่ก้อง จริงเหรอ! ” หญิงสาวพูดถามเสียงดังทันทีเมื่อปลายสายกดรับ


    “จริง”


    “...”


    “อยากให้ไอ้หมอมาขอบ้างเหรอไง”


    “พี่ก้อง!” อินทิราดึงมือถือออกจาหูพลางดูเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ และเธอมั่นใจเอามากๆ ว่าเวลาแบบนี้พีร์ธาดาไม่มีทางตื่นไปไหนมาไหนกับก้องภพแน่นอน นอกเสียจากเขาทั้งคู่เมื่อคืนนี้จะอยู่ด้วยกัน “ไอ้พีชไปไหน”


    “อาบน้ำ”


    “เฮ้ย! อยู่ไหนกันตอนนี้ แล้วเมื่อคืนนอนด้วยกันเหรอ เรียกไอ้พีชมารับสายที” อินทิราเริ่มหัวเสียกับการพูดถามคำตอบคำของหนุ่มปลายสาย และรู้ได้ทันทีว่าเขาจงใจกวนประสาทเธอ


    “อยู่บ้านพี่” ยังไม่ทันจบคำตอบเสียงก้องภพก็หายไป อินทิราแนบโทรศัพท์เข้ากับหูตัวเองแน่น ได้ยินเสียงกึกกักพร้อมเสียงหัวเราะดังจากอีกฟาก ก่อนมีอีกเสียงที่เธอคุ้นเคยดีพูดขึ้นแทน “ว่าไงอิน”


    “ไอ้พีช...แกอยู่ไหน”


    “บ้านพี่ก้อง”


    “อะไร นี่ถึงขนาดลองนอนบ้านพี่ก้องดูก่อนเลยเหรอแก... บอกให้ไอ้พี่ก้องหยุดก่อนดิฉันจะคุยกับแก” อินทิราบอกเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนสาวร้องห้ามอะไรสักอย่างกับคนทางนั้น


    “เออ เดี๋ยวนะแก... โอเค สะดวกและ มีอะไรเปล่าโทรมาแต่เช้าเลย”


    “ฉันก็แปลกใจนะที่แกตื่นเช้าขนาดนี้ แถมยังอยู่บ้านพี่ก้องอีก ป้านิศาไม่อยู่เหรอ”


    “เมื่อวานฉันมานอนค้างบ้านพี่ก้อง แต่คนละห้องนะเว้ย แม่พี่ก้องอยู่แต่อยู่ในครัวโน้น วันนี้ฉันจะไปทำบุญกับที่บ้านพี่ก้องน่ะ” พีร์ธาดาตอบคำถามเพื่อน พร้อมเน้นย้ำไม่ให้เพื่อนเข้าใจผิดว่าเธอกับก้องภพนอนด้วยกัน


    “เออ ข่าวลงแกจะแต่งงาน”


    “อืม”


    “แล้วแกไม่บอกฉันสักคำ”


    “ก็ มันเซอร์ไพรส์อ่ะแก...ฉันขอโทษ”


    “เออ ช่างมันเถอะ ฉันมันก็ผิดเองที่ไม่มีเวลาใส่ใจแกเหมือนแต่ก่อน อกนุ่มๆ ของฉันเดี๋ยวนี้มันสู้อกแข็งๆ ของพี่ก้องไม่ได้แล้วล่ะสิ” ไอ้การจะมานั่งโกรธกันก็ดูจะเป็นเรื่องไร้สาระมากเกินไป เธอเข้าใจว่าทุกคนย่อมมีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเองทั้งนั้น อันที่จริงเธอก็ดักมันไว้อีกทางเผื่อเวลาเธอทำอะไรที่มันมารู้ทีหลัง มันจะได้ไม่งอนเธอมากนัก


    “แกมีกับเขาด้วยเหรออิน” พีร์ธาดาถามเสียงกลั้วหัวเราะ


    “ฉันไม่น่าชี้โพรงให้แกเลยว่ะ” อินทิราตอบหลังระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “แล้วจะไปทำบุญวัดไหนกัน... วัดพ่อพตนิ” เธอหวนระลึกเมื่อได้ยินชื่อวัด


    “อืม แม่พี่ก้องจะไปขอฉันกับพ่อแม่น่ะ”


    “อุ๊ย ต๊ายยย นี่ถ้าฉันไม่ติดว่าวันนี้มีประชุมนะ จะขอติดสอยห้อยตามไปเป็นพยานด้วยแล้วล่ะ เออ บอกพี่ก้องอย่าลืมมาขอป๊ากับหม้าด้วยล่ะ” อินทิราเตือนเพื่อน เพราะป๊ากับหม้าเธอก็เป็นเหมือนผู้ปกครองอีกคนของพีร์ธาดาเหมือนกัน


    “อืม ไม่ลืมหรอก ไม่รู้พี่ก้องจะรีบร้อนไปไหน”


    หลังวางสายอินทิราคิดตามคำพูดเพื่อน ใยหญิงสาวจะไม่รู้ว่าทำไมก้องภพถึงรีบร้อนขนาดนี้...




    ฤกษ์แต่งงานของทั้งคู่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วอีกเดือนครึ่งข้างหน้านี้ โดยถือเป็นฤกษ์ที่เร็วที่สุดของทั้งคู่เพราะไม่อย่างนั้นต้องรออีกหกเดือน และเธอมารู้ที่หลังว่าเรื่องนี้มันมีมูลเมื่อก้องภพแอบดอดไปเร่งคนหาฤกษ์ก็คือหม่าหม้าของเธอและป้านิศา และเมื่องานแต่มันมามันไวขนาดนี้ก็แน่นอนว่าที่เจ้าสาวก็เริ่มออกฤทธิ์


    “มันไวไปมั้ยคะ”


    “ฤกษ์ดีมากเลยนะ พระท่านหาวันเวลาที่มันลงเหมาะสมที่สุด มันก็ได้วันนี้แหละ” คุณหญิงปวริศราเอ่ยตอบส่งแบบขอไปทีกับคนเรื่องมาก


    “ทำไมไม่รอให้พ้นปีนี้ไปก่อนล่ะหม้า เร็วไปแบบนี้พีชตั้งตัวไม่ทัน เดี๋ยวไม่สวยไม่รู้ด้วยนะ” พีร์ธาดายังไม่ยอม ยังคงเถียงคอเป็นเอ็นต่อไป


    “โอ๊ย ยัยพีชแล้วเราจะรออะไรอีกล่ะยะ ยังไงก็แต่งอยู่แล้วจะช้าจะเร็วมันก็เหมือนกันนั่นแหละ ฤกษ์ดีๆ แบบนี้ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ นะ” คุณหญิงปวริศราโบกไม้โบกมือเมื่อคิดว่าเหตุผลของเจ้าลูกนอกสายเลือดคนนี้มันเริ่มไร้เหตุผล


    “แต่พีช...”


    “แกไม่อยากแต่งหรือไงไอ้พีช ยกนู้นยกนี่มาอ้างเหลือเกิน อีกเดือนครึ่งก็คือเดือนครึ่งมันจะอะไรนักหนา ไอ้เรื่องสวยไม่สวยแกจะห่วงไปทำไม ฉันอยู่ทั้งคนเดี๋ยวฉันพาแกเข้าสปาไม่เกินสองอาทิตย์แกก็สวยเช้งแล้ว แล้วไม่ต้องมาพูดเรื่องนี้กับฉันอีกนะ ปวดหัว!” พูดจบก็ตัดบทชิ่งเดินหนีขึ้นห้องตัวเองไปซะอย่างนั้น ปล่อยให้พีร์ธาดานั่งอ้าปากหวออยู่กับแม่(ว่าที่สามี)และลูก(จอมเจ้าเล่ห์)


    “แม่คิดว่ามันเร็วไปเหมือนกันใช่ไหมคะ”


    “แม่คิดว่ามันช้าไปด้วย” และทั้งสองแม่ลูกก็พร้อมใจกันส่งยิ้มหวานให้เธออย่างพร้อมเพียงกัน ซึ่งเรื่องนี้เธอยกความฉลาดหลักแหลมให้ก้องภพไปเลย เขาเล่นนั่งเงียบไม่พูดจาโต้เธอย่างที่เธอตั้งใจสักนิด ‘ความนิ่งของก้องภพสยบทุกอย่างได้จริงๆ ‘ แล้วเธอก็ต้องรับฤกษ์นี้ไปโดยปริยาย




    ช่วงเวลาผ่านพ้นไปจนเข้าสู่อาทิตย์ที่สองตั้งแต่ข่าวคราวการแต่งงานของเขาและเธอขึ้นหราอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์บันเทิง แม้มันจะเป็นมุมเล็กๆ แต่ก็ได้รับความสนใจจากบรรดาเพื่อนฝูง เพื่อนหม้า เพื่อนแม่ว่าที่เจ้าบ่าว สารพัดเพื่อนที่โทรกระหน่ำโทรเข้ามาถามข้อเท็จจริงไม่ขาดสาย พอทุกคนได้คำตอบกลับไปก็บ่นแทบจะเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘เสียดาย’ ซึ่งเธอเองก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าเสียดายอะไรกัน


    ตอนนี้พีร์ธาดาเข้าไปทำงานในบริษัทเอเวอร์ บิลด์ของก้องภพเต็มตัวแล้วในแผนกตกแต่งภายใน ซึ่งมีพนักงานเพียงสี่คนเท่านั้น ก็รู้ว่าต้องการคุณภาพแต่การใช้สอยพนักงานอย่างประหยัดขนาดนี้มันไม่น้อยไปหน่อยเหรอไง ก้องภพบอกกับเธอว่าการได้เธอมาช่วยอีกคนก็เบางานไปได้เยอะแล้ว แต่พีร์ธาดาตั้งใจว่าจะให้สิทธิการเป็นแฟนของหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทให้เกิดประโยชน์(ต่อตัวเธอ)มากที่สุด


    พีร์ธาดารับงานต่อมาจากบรรณที่เป็นหัวหน้าแผนกงานของเธอ เป็นงานตกแต่งภายในของคอนโดมิเนียมหรูใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา งานนี้ดูไม่หนักหนาอะไรมากนักเพราะหน้าที่เธอก็แค่ออกแบบตกแต่งห้องแค่เพียงห้ารูปแบบเท่านั้น แต่ที่หนักจริงๆ ก็คงห้องเจ้าปัญหาซึ่งเจ้าของห้องก็เป็นคนที่เธอดันจำได้ว่าเคยเจอเขาอยู่กับอัญชลี และวันนี้เธอก็ต้องเข้าไปคุยงานกับเขาที่บริษัทของเขา


    หญิงสาวนั่งรอวิฑูรย์อยู่ในห้องทำงานเขาตามที่เลขาหน้าห้องบอก หลังจากรอเพียงไม่นานเจ้าของห้องก็เปิดประตูเดินยิ้มเข้ามาทักทายเธอ... พร้อมกับผู้หญิงอีกคน อัญชลี


    “สวัสดีครับคุณพีร์ธาดาขอโทษครับที่ให้รอ พอดีผมคุยงานกับคุณอัญชลียาวเลย”


    “ไม่เป็นไรค่ะคุณวิฑูรย์ เรียกพีชก็ได้ค่ะ” พีร์ธาดาลุกขึ้นยืนโน้มหัวเล็กน้อยให้ลูกค้า “พีชจำได้ว่าเราเคยเจอกันมาแล้ว อีกอย่างพีชก็มาก่อนเวลาด้วย สวัสดีค่ะคุณอัญชลี”


    อัญชลีพยักหัวให้พอเป็นพิธี ไม่เอ่ยปากตอบรับอะไรกับเธอ เล่นเอาพีร์ธาดาถึงกับชะงักตัวรู้สึกคล้ายตัวเองเป็นผู้ต่ำต้อยต้องก้มหัวให้หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ยังไงชอบกล แต่เมื่อคิดอีกทีมันก็เป็นเรื่องปกติระหว่างหล่อนกับเธอ หากให้มาญาติดีกันนั่นสิคงแปลก


    “คุยงานต่อเหรอคะคุณวิน” เสียงหวานเอ่ยถาม


    “ครับ พอดีผมจ้างบริษัทเขามาออกแบบห้องที่คอนโดใหม่ผม นัดเขามาวันนี้พอดี ถ้าคุณลีไม่ว่าอะไรผมขอเวลาสักครู่นะครับ แล้วเดี๋ยวค่อยคุยงานกันต่อ”


    อัญชลีส่งยิ้มพยักหน้าเข้าใจ ก่อนชายตาไปมองที่พีร์ธาดาแล้วส่งยิ้มให้ด้วยอีกคน จับสังเกตได้ว่าผู้หญิงที่เธอยิ้มให้ดูผงะไป ก็แน่ล่ะได้ยิ้มจากเธอมันใช่เรื่องปกติซะที่ไหน “ยินดีด้วยนะ”


    นั่นยิ่งทำเอาพีร์ธาดาแปลกใจเข้าไปใหญ่ ยินดีเรื่องอะไร เรื่องเธอมาทำงานให้ผู้ชายคนนี้เหรอ หรือว่าอะไร ยังไง ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกมึนงงรับมือไม่ถูก


    “เรื่องแต่งงานไง”


    “อ๋อ” เธอร้องขึ้นมาส่งยิ้มคืนหล่อน “ขอบคุณค่ะ”


    อัญชลีเดินออกมาจากห้องทำงานของหนุ่มวิฑูรย์ ปล่อยให้คนสองคนคุยเรื่องงานกัน เธอไม่ยินดีตามปากพูดสักกะผีกริ้น แน่นอนเธอยังคงรู้สึกเสียหน้าจากเหตุการณ์วันนั้นอยู่เสมอ ก้องภพดุด่าเธอ สายตาหยามหยันของพีร์ธาดายังคงติดตาเธอจนถึงทุกวันนี้ กับก้องภพเธอไม่มีความรู้สึกคิดกับเขาแค่เพื่อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่เธอกลับได้เพียงแค่ความเป็นเพื่อนกลับคืนมาไม่ว่าจะตอนคบกันหรือตอนเลิกกัน...เธอไม่ต้องการแบบนั้น


    ยิ่งทั้งคู่ได้มาลงเอยกันแบบนี้เธอรับได้ถึงความพ่ายแพ้ที่ก่อตัวขึ้นมาเกาะกินจิตใจ ทำไมคนตรงนั้นไม่เป็นเธอแต่กลับเป็นผู้หญิงที่ตั้งป้อมเป็นศัตรูกับเขา ทำไมเขาถึงรักผู้หญิงคนนั้นทำไมไม่ใช่เธอ มันทำให้เธอยอมไม่ได้


    และถ้าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ผลลัพธ์ของมันไม่ว่าจะเป็นอะไรเธอก็จะยอมรับมันให้ได้ และให้ดีหน่อยก็ถือซะว่าเป็นการพิสูจน์รักแท้แล้วกันนะก้อง พีช


    และแน่นอน หากอัญชลีสัมผัสได้ว่าอาจจะต้องสูญเสียผู้ชายดีๆ คนหนึ่งที่มีใจให้เธอไป เธอยังจะเลือกทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาหรือเปล่า




Create Date : 07 ธันวาคม 2553
Last Update : 7 ธันวาคม 2553 22:58:02 น. 3 comments
Counter : 460 Pageviews.

 
กลับมาก่อนกำหนดเลยเอามาลงได้ไวค่ะ

พบกันใหม่วันอาทิตย์นะคะ


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 7 ธันวาคม 2553 เวลา:22:59:19 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่ไม่ให้รอนาน // อ่านอย่างมีความสุขตั้งแต่ต้น เหมือนทุกอย่างจะราบรื่น แต่มันคงไม่ง่ายเช่นนั้นนะ เพราะก้างชิ้นใหญ่ยังอยู่ ขนาดคุณก้องยังไม่แน่ใจว่าจัดการก้างชิ้นใหญ่ได้ง่ายหรือเปล่า คนอ่านก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ ไปด้วย เพราะก้างชิ้นนี้น่าจะแข็งหน่อย // แต่เหมือนจะมีการบอกใบ้ๆ ว่าสุดท้าย 'อัญชลี' ก็น่าจะเป็นบัวแล้งน้ำ (หรือเปล่า?) // รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: เอิงเอย IP: 58.137.195.3 วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:8:06:21 น.  

 
สีบล๊อกแสบตาจังค่ะ เรื่องสนุกมากๆเลยจ้า


โดย: แม่สายบัว IP: 125.27.148.248 วันที่: 8 ธันวาคม 2553 เวลา:16:08:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.