มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 13

บทที่ 13


คนในอดีตที่หวนกลับคืน



    ก้องภพคงต้องไปเช็คสภาพหูบ้างเสียแล้ว เพราะตลอดการเดินทางเขาต้องฟังเสียงเจื้อยตะโกนแข่งกันไปแข่งกันมาอยู่ในรถ ของบรรดากลุ่มเพื่อนซี้สามคนที่เพียรถามไถ่เรื่องราวของแต่ละคน หนักสุดเห็นจะเป็นพีร์ธาดาโดนชาตรีข่อนแขวะเรื่องกรกฏ


    "แม่พระเหลือเกิ๊นนน ตอนนั้นน่ะจะเป็นจะตาย โอ้ย ร้องไห้จนฉันนี้อยากเป็นลมแทน แหมมมม พอตอนนี้หล่อนบอกที่ผ่านมาความรู้สึกเป็นได้แค่พี่ชาย ฉันขอตบแกทีหนึ่งนะนังพีช" ชาตรีบ่นเรื่อยพร้อมทำท่าชูไม้ชูมือจะทำตามปากบอก


    "เอาน่า เรื่องมันผ่านไปแล้ว"


    ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเพื่อนชายเทียมเป็นห่วงขนาดไหน ถึงขนาดลางานมาอยู่กับเธอเป็นอาทิตย์ เพียรทำกับข้าวให้กิน หาอะไรให้เธอทำ นอกจากก้องภพหางานเข้ามาให้แล้ว ก็ได้ชาตรีนี่แหละเป็นผู้ช่วยมือสองตัวเป้งที่ทำให้เธอกลับสู่สภาพปกติได้เร็ว


    "แล้วเดี๋ยว เกย์สงสัยมากค่ะ สองคนเนี่ย เมื่อไหร่จ๊ะ" ชาตรียื่นหน้าไประหว่างเบาะคนขับกับเบาะข้างคนขับ พร้อมชี้นิ้วตวัดไปมาระหว่างสองคนหน้ารถ


    "เมื่อวานตอนเย็น กี่โมงนะพี่ก้อง" อินทิราถามเสียงกวน


    "ห้าโมงสี่สิบนาทีครับผม"


    "ตอนนั้นพีชพูดว่าไงนะพี่ก้อง"


    "หยุด หยุด พอได้แล้ว! แกคิดว่าฉันอายไม่เป็นกันรึไง พี่ก้องขับรถไปหยุดหัวเราะได้แล้ว"


    ทั้งรถตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นอายของความสุขสนุกสนานที่ยังคงแหย่กันไประหว่างทาง การได้ชาตรีเพิ่มเข้ามาสร้างความครื้นเครงได้อีกมาก เหมือนเมื่อก่อนยามที่ทั้งสามคนไปไหนมาไหนด้วยกัน จนเมื่อสองปีที่ผ่านมาชาตรีได้คำสั่งย้ายไปทำงานที่บริษัทแม่ จึงจำเป็นต้องเหินห่างกับบรรดาผองเพื่อน แต่พอกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง ความรู้สึกเดิมก็ไม่เคยเลือนหายไปไหน



    สองสาวสองหนุ่มเดินเข้ามาในเขตจุดนัดหมาย ทั้งสี่เดินตามเด็กของร้านเข้าไปยังด้านในของร้าน โต๊ะไม่กี่ตัวจัดเรียงกันอยู่ต้อนรับพวกเขา พอดีกับอัทธ์ที่เดินออกมาจากครัวขนเครื่องเดิมจำพวกแอลกอฮอล์ออกมาวางไว้ที่โต๊ะ เขาหันไปบอกพนักงานให้ไปเร่งคนครัวให้รีบทำอาหารออกมาเสียที


    "นั่งก่อน เดี๋ยวอีกพักอาหารก็ตามมา"


    "ไม่เป็นไรไม่รีบกันอยู่แล้ว"


    ก้องภพบอกเพื่อนหนุ่มพลางชวนนั่งคุยกันเพื่อสร้างความคุ้นเคยให้สองคนที่ยังรู้จักแค่ผิวเผินได้รู้จักมาขึ้น


    "พีชกับยอดชายเพิ่งจะรู้จักอัทธ์ เอ็งแนะนำตัวอย่างเป็นทางการหน่อย"


    "สวัสดีครับ พี่ชื่ออัทธ์ แฝดอิทธ์... อัทธ์ ธรรมนาราครับ เจ้าของร้านอาหารนี่แหละ พอดีพี่ไปอยู่ฝรั่งเศสตั้งแต่สมัยเรียนมหา’ลัยเลยไม่มีโอกาสได้รู้จักกับพวกน้อง" อัทธ์แนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการตามคำขอของเพื่อนเสร็จสรรพ


    "อันนี้พีชรู้จากพี่ก้องแล้วอ่ะพี่อัทธ์ ตอนเห็นหน้าครั้งแรกพีชก็แปลกใจอยู่ว่าเคยเจอที่ไหน พอพี่ก้องมาบอกวันนี้ว่าเป็นแฝดพี่อิทธ์นี่อ๋อเลย ผมคนละทรง ใส่แว่นกับไม่ใส่ แต่หน้าพิมพ์เดียวกันเด๊ะ... พีชขอชมจากใจ ร้านสวยนะค่ะ ลูกค้าดูเยอะดีด้วย"


    "หล่อด้วยครับ ลูกค้านะพี่" ชาตรีตบปิดท้ายเมื่อสังเกตเห็นลูกค้าหนุ่มร่างใหญ่ท่ามกลางผู้คนในวงล้อม


    "นึกว่าพี่ เกย์ชมพี่ก็ยอม... จัดตามชอบครับ พอดีพี่ชอบหลายอย่างก็เลยเอามายำๆ กันให้หมด" อัทธ์กล่าวยิ้มๆ พอเห็นว่าชาตรีรีบพูดว่าเป็นลูกค้า แล้วค่อยอธิบายสไตล์การจัดร้านของตัวเองให้เจ้าของคำถามฟัง


    "รายนี้ก็เหมือนกัน ชอบยำๆ นี่แหละ ทีเด็ดบริษัทเก่าพ่อข้า นี่ข้าก็จะจีบให้เข้ามาทำงานกับเราอยู่" ก้องภพเปรยขึ้นยิงสายตาไปยังคู่รักตัวเองก่อนยิงหมัดเด็ด “พีชสนกลับมาทำงานกับผมมั้ย คราวนี้ให้เป็นหัวหน้าผมเลย... หัวหน้าหัวใจนะ”


    "ก้อง กูอยากอ้วก"


    "ชายด้วย"


    "อินด้วย"


    "พีชด้วย"


    อัทธ์นำทีมตามด้วยลูกไล่ โดยเฉพาะรายหลังสุดที่ถึงขนาดเบะปากถอนหายใจกับคำเกี้ยวของแฟนตัวเอง จะชวนไปทำงานต้องมีลูกเล่นตลอด "ไม่เอาพีชยังไม่อยาก แบบนี้สบายดี ชินแล้ว"


    ก้องภพยิ้มให้ตาหยีอย่างแคร์คำข่อนแขวะ เขาก็ชวนเธอไปอย่างนั้นแหละ เพราะรู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานพีร์ธาดาต้องตามเขากลับไปทำงานเช่นเดิมแน่นอน หญิงสาวแค่ยังสนุกกับงานเดิมๆ อยู่ แต่คราวนี้คงงดให้เจ้าตัวออกต่างจังหวัดเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะเมื่อก่อนเวลามีงานไกลถิ่นเข้ามาต้องเป็นพีร์ธาดาที่กระโดดคว้าไว้ทุกครั้ง และเขาเองก็ไม่ขัดข้องเพราะรู้ว่าหญิงสาวชอบอะไร แต่ครั้งนี้คงเปลี่ยนไปตามสถานะของหล่อน


    "อิน แกเป็นไรเนี่ย ฉันเห็นแกนั่งเงียบตั้งแต่เข้าร้านแล้ว"


    ชาตรีตีตักเพื่อนเบาๆ เมื่อเห็นเพื่อนสาวดูเงียบผิดปกติ สายตาทั้งสามคู่จ้องตามเหมือนเห็นด้วยกับชาตรี อินทิราสบตาแต่ละคนอย่างงงตัวเองเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เธอเข้ามาในร้านความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ มันก็ประดังเข้ามาโดยไม่รู้ตัว... มัน มันเป็นยังไงก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน


    "ไม่รู้สิแก รู้สึกแปลกๆ สังหรณ์ใจไม่ดียังไงไม่รู้อ่ะ" ก่อนนึกอะไรออกอินทิราทำหน้าเบ้ลงแล้วหันไปถลึงตาโตสุดๆ ให้อัทธ์เอ่ยเสียงเขี้ยวแบบหวาดๆ ลอดไรฟัน “พี่อัทธ์ เขาอยู่นี่ใช่ไหม"


    อัทธ์ได้ยินน้องสาวนอกสายเลือดพูดเสียงหวาดใส่เขากับหน้าตาที่มันดูแล้วไม่น่ากลัวสักกะนิด ก็หัวเราะออกมาทีหนึ่ง "พี่ไปเร่งอาหารก่อนดีกว่า" ว่าจบอัทธ์ก็เดินผละออกไปโดยไม่ฟังเสียงพร่ำเรียกโอดครวญของอินทิราเลยแม้แต่น้อย... เรื่องนี้พี่ช่วยไม่ได้นะอิน



    "ทำไมอินทำหน้างั้น" อิทธ์เอ่ยทันทีที่เห็นแฝดผู้พี่เดินเข้ามาใบหน้ายิ้มๆ อาหารที่เตรียมไว้ เขาในฐานะคนครัวทำเสร็จแล้ว ก็รอเพียงสัญญาณของพี่ตัวเองให้เอาไปเสิร์ฟ ก่อนยืนมองเป้าหมายที่ทำหน้าแหยๆ อยู่ และเหมือนตอนนี้จะโดนเพื่อนๆ ฉุดให้นั่งลงเมื่อทำท่ากุลีกุจรจะออกไปไหน "แล้วนั่นอินจะไปไหน"


    "หนีคุณมั้ง... อินมันลางสังหรณ์แม่นวะคุณอิทธ์" อัทธ์เดินไปตบบ่าแฝดตัวเอง พร้อมหันไปพยักหน้าให้เด็กร้านเอาอาหารพิเศษออกไปเสิร์ฟยังกลุ่มแก็งค์


    อิทธ์หัวเราะในลำคอ พอจะเดาอะไรได้ออกจึงหยิบอาหาร ‘พิเศษ’ สำหรับคน ‘พิเศษ’ ขึ้นมาเตรียมเอาไปเสิร์ฟด้วยตัวเอง แต่โดนแฝดพี่ขวางไว้ก่อน "ไอ้อิทธ์ ฉันเอาไปเสิร์ฟเองดีกว่ามั้ย เดี๋ยวอินหัวใจวาย"


    "ไม่วายหรอก ผมเป็นหมอนะคุณ อย่าห่วง"


    "กูไม่ได้ห่วงพวกคุณครับผม กูห่วงร้านผมคร้าบ เดี๋ยวมันจะวอดซะก่อน" อัทธ์พูดเสียงดังขึ้นเมื่ออิทธ์ตรงดิ่งไปยังกลุ่มในร้านด้านใน



    เมื่อกี้ผมยาวกว่านี้นี่นา หน้าก็เกลี้ยง แล้วทำไมคนนี้ผมสั้นกุด เคราเขียวครึ้ม เสื้อก็คนละสี แว่นตาบนหน้า... จาน... จานในมือ... นั่นมันจานฉันนี่! ตอนนี้อินทิราเริ่มรู้สึกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจมันดังอยู่ที่ตาตุ่ม เธอลุกขึ้นพรวดสะบัดหน้าสะบัดตัวเตรียมจ้ำอ้าวออกจากที่ตรงนี้ทันที ก็สายตาดันไปกวาดไปเห็นหนุ่มสูงโปร่งกำลังเดินมาทางนี้ แถมถอดแบบจากอัทธ์มายังกับแกะ แล้วจะเป็นใครไปได้นอกจากเขาคนนั้น!


    หากแต่ไอ้เพื่อนตัวดีทั้งสองคนดันเกาะเธอไว้ไม่ปล่อย... ให้ตายเถอะ ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ที ใครก็ได้ช่วยด้วย


    "แกจะไปไหน ไอ้นี่นิ ทำพวกฉันตกใจบ่อยจริง" พีร์ธาดาดึงเพื่อนนั่งลงก่อนยึดมือไว้แน่น ส่วนชาตรีก็ขยับมานั่งอีกข้างจะได้ตะครุบตัวเพื่อนทันเผื่อมันผลุบผลับทำอะไรอีก


    "ปะ ปวดฉี่ ไปห้องน้ำกันแก"


    "ปวดหรือกลัว" ก้องภพหัวเราะร่วนจากที่มองตามสายตาของอินทิรา ยิ่งท่าทีของสาวตัวเล็กยิ่งทำให้เขาขำเข้าไปใหญ่ เหมือนหนูสั่น


    "เออกลัว ยอมรับ แต่ปวดฉี่เดี๋ยวมาแน่ ไม่หนีหรอก เอาไอ้พีชกับไอ้ยอดชายไปด้วยเนี่ย"


    สั่นสู้อีกแน่ะ "จ๊ะ ก็ไปสิ... พีชถ้าอยากรู้อะไรดีๆ อย่าปล่อยให้ไอ้อินกลับบ้านนะ ยอดชายด้วย"


    ไอ้พี่บ้า พูดแบบนี้แล้วจะหนีไปได้ไง อย่างไอ้สองตัวนี้เหรอจะปล่อยให้อินกลับ พ่อแก้วแม่แก้วช่วยหนูด้วย


    "ด้วยเกียรติของเกย์หน้าตาดี ผมสัญญาครับ"


    ลมจะจับ


    ทั้งสามลุกขึ้นพร้อมกัน ออกเดินพร้อมกัน แถมดูจะเป็นจังหวะเดียวกันอีกนั่น อินทิราตรงกลางขนาบข้างด้วยสองสหาย ระเบิดที่เขาหย่อนไว้รับรองได้ว่าเจ้าตัวเล็กต้องกลับมาที่เดิมแน่นอน


    "ไปไหนกัน" อิทธ์เอาจานมาวางไว้ตรงหน้าที่ที่เป็นจุดนั่งของอินทิรา หันไปถามเพื่อน


    "พาไอ้อินไปทำใจ"


    "พูดเพราะหน่อยครับ"


    "ไอ้ อิน... มีปัญหาอะไรมั้ยครับ"


    "ไม่ต้องกินครับ"


    นั่นไง นิสัยหวงของไอ้อิทธ์กำเริบอีกแล้ว เป็นที่รู้กันในกลุ่มหากมันยกใครขึ้นเป็นคนพิเศษแล้วล่ะก็ คนอื่นห้ามเรียกชื่อคนคนนั้นแบบมีสรรพนามไม่ไพเราะนำหน้าชื่อ และมันถูกท้าทายอำนาจโดยก้องภพเสมอ


    "หึหึ น้องอินก็ได้ครับ เตรียมใจไว้แล้วเหรอคุณ"


    "ไม่จำเป็นต้องเตรียมใจ ข้ายังเหมือนเดิมเสมอ แต่อินไม่ ถึงเวลาของอินแล้ว ไม่ใช่ข้า"


    อิทธ์ส่งสายตาเฉยให้เพื่อนชาย ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนดึงสายตากลับจ้องไปยังทางที่กลุ่มหนุ่มสาวเดินไปเมื่อครู่ ก็มันเป็นเรื่องจริง เขายังเหมือนเดิมเสมอไม่เปลี่ยนแปลง แต่กับหญิงสาวคงไม่และเขาให้เวลาเธอมานานเกินไปแล้วด้วย


    "แล้วถ้าอินไม่ยอม"


    "ต้องยอม"


    "มั่นใจเหลือเกินนะคุณอิทธ์"


    "ผมมีวิธีของผมครับ" อิทธ์ลุกขึ้นยืน หันมองหน้าก้องภพพร้อมเอ่ยเสียงเรียบ "ถ้าผมกับอินไม่กลับมาก็ไม่ต้องห่วงนะคุณ"



    ทำม๊าย ทำไม ลางสังหรณ์มันถึงแม่นอะไรขนาดนี้นะไอ้อิน พร้อมแล้วเหรอถ้าต้องคุยกับเขาคนนั้น เธอไม่ได้ปวดทุกข์เบาตามที่บอกก้องภพเลย แค่ยังทำตัวไม่ถูกหากต้องเผชิญหน้ากับ ‘อดีต’ อีกครั้ง ตั้งใจว่าจะชิ่งออกมาแต่ดันโดนเพื่อนสองคนนี่ตามหนีบติดไม่ปล่อย แถมมองด้วยสายตาที่เรียกได้ว่ากินเลือดกินเนื้ออย่างเห็นได้ชัด... ก็ไอ้เรื่องเธอกับเขาคนนั้นไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยนี่สิ จะเริ่มยังไงดี


    "หยุดมองได้แล้ว อยากรู้อะไรก็ถามมา บอกหมด" อินทิราลากเพื่อนมายังบริเวณโต๊ะด้านนอกของร้าน จับทุกคนนั่งลงแล้วเอามือเท้าคางมองหน้าเพื่อน


    "แกกับพี่อิทธ์... มีอะไรกัน" ชาตรีถามเสียงเข้ม โดยเฉพาะคำหลัง


    "เป็นอะไรกันดีกว่ายอดชาย มีอะไรกันมันพาลให้คิดถึงอย่างอื่น" พีร์ธาดาแตะมือลงบ่าเพื่อนชายเทียมอย่างนุ่มมือ พลางบอกเสียงกลั้วหัวเราะ "หรือ ‘มีอะไรกัน’ ดี"


    "ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ไอ้เพื่อนบ้า เออ ฉันกับพี่อิทธ์... เคยคบกัน"


    เงียบ เงียบเชียบหลังจากประโยคสุดท้ายทั้งกลุ่มต่างตกอยู่ในความเงียบ ที่เงียบไม่ใช่อะไรชาตรีกับพีร์ธาดาเงียบเพราะกำลังรอคำอธิบายที่มากกว่านี้ ลุ้นซะตัวเกร็งเพื่อนสาวก็มัวแต่เงียบ ไม่พูดไม่เออต่อจากนั้น ส่วนอินทิราเงียบเพราะลำคอมันเริ่มจุกเจ็บจนพูดอะไรไม่ออก


    "แล้ว" พีร์ธาดาถามขึ้นอย่างหัวเสีย อยากรู้ใจจะขาดมันยังเงียบอยู่อีก ไอ้เรื่องคบกันก็พอเดาได้ แต่มองหน้ากันไม่ติดนี่สิยังไงอยู่


    "เรื่องมันยาว เดี๋ยวคืนนี้ไปค้างคอนโดพีชแล้วฉันเล่าต่อนะ" น้ำเสียงอ้อนวอนช่วยให้เพื่อนทั้งสองคนหยักหน้าเออออด้วยแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม


    "สัญญาแล้วนะแก"


    "อือ"


    ขณะที่ทั้งสามคนกำลังลุกเพื่อกลับไปยังโต๊ะตัวเอง พลันนั้นก็มีผู้ชายร่างใหญ่ตาดุดันเข้ามาขวางไว้ ชายคนนั้นจับข้อมือพีร์ธาดาไว้แน่น ส่งสายตาขวางดุกวาดไปยังอินทิรากับชาตรี สหายทั้งสามคนตัวแข็งทันที แต่ไม่มีวี่แววว่าพีร์ธาดาจะสะบัดให้หลุดจากมือใหญ่กร้านของชายหนุ่มปริศนา เธอจ้องมองดวงตาตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ ก่อนนึกใบหน้าหนึ่งออก


    "ไอ้คุณเลอ!! เฮ้ย ไอ้คุณเลอ ไอ้เลอ" พีร์ธาดาเรียกเสียงดังชื่อซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ มืออีกข้างคว้าเข้าที่มือใหญ่ที่กำรอบข้อมือเล็กของเธอไว้


    จากนั้นเสียงเรียกชื่อแถมเข้ามาจับเนื้อจับตัวของชายหนุ่มก็ตามมาติดๆ ด้วยสองคนที่เขากวาดตามองตั้งแต่แรก ‘ไอ้เลอ’ จนหูเขาเริ่มตึง ไม่เข้าใจว่ามันจะเรียกอะไรนักหนา


    "กูชื่อดินครับ ไม่ใช่ไอ้เลอ เมื่อไหร่พวกมึงจะเรียกกูถูกสักทีครับ" เสียงห้วนตวาดไม่ดังนักกลับไป คำไม่สุภาพเป็นเรื่องปกติที่เขาไว้เรียกกับเกลอเก่าที่สนิทสนมกันดี โดยสามคนก็ไม่ถือเพราะบางทีก็เรียกแบบนี้กลับเสมอ


    "เออ ไอ้ดินสอ อี๋ หนวดยาวเฟิ้มเลย หน้าดุชะมัด... ไม่ได้เจอแกนานมาก ทำไรอยู่วะ" พีร์ธาดายิ้มตาเป็นประกายถามเพื่อนไปอย่างตื่นๆ


    "หนวดเหรอ หล่อดีออก... ฉันเป็นโปรดิวฯรายการทีวีอยู่ แล้วพวกแกล่ะ" เลอมานจับหนวดยาวเฟิ้มของตัวเอง ยิ้มที่มุมปากนิดๆ ที่ทุกคนไม่มีทางเห็นแน่นอนเพราะมันถูกปกคลุมด้วยหนวดเคราหนา พลางถามคำถามเดียวที่ส่งครบถึงทุกคน


    "ฟรีแลนซ์ แต่อีกไม่นานคงกลับไปทำงานประจำ"


    "กำลังหาทางฮุบบริษัทป๊าอยู่"


    "อยู่เมืองนอก หาสามีรวยๆ เกาะ"


    คำตอบแรกของเพื่อนสาวร่างสูงดูจะเข้าท่าที่สุด หนุ่มร่างใหญ่ยกมือเคาะลงบนหัวของอีกสองคนอย่างเบาๆ หันมองหน้าพีร์ธาดา พร้อมกุมมือเพื่อนสาวแน่น ใบหน้าที่ตอนนี้เข้าขั้นอ้อนวอนอย่างแรงทำให้เธอได้แต่มองงงตาปริบ


    "พีช ฉันยืมตัวแกแปปสิ เป็นแฟนกำมะลอฉันที ได้โปรด"


    พีร์ธาดาผงะทันที ก่อนรีบปลดมือออกมองเพื่อนราวกับว่ามันเป็นของร้อน มีอย่างที่ไหนมาขอให้เธอเป็นแฟนมัน


    "ถ้าแกไม่ยอม ฉันจะร้องไห้ กระทืบเท้าอยู่ตรงนี้แหละ" เดี๋ยวจะหาว่าพูดไม่จริง เลอมานเริ่มซอยเท้าตัวเองลงพื้นอย่างขัดใจ หน้าเริ่มเบะลง ทั้งสามคนที่เห็นภาพตรงหน้าตัดสินว่า... มันไม่เปลี่ยนไปเลย


    "ไอ้เลอ มึงอายุเยอะแล้วนะ หน้าก็ยังกับมหาโจร ทำอะไรอุบาทว์ชะมัด เสียสายตา... ไอ้พีช ไปช่วยมันหน่อยเหอะ ถือว่าสงสารคนมอง" ชาตรีส่ายหัวกับปฏิกิริยาที่ไม่ได้โตไปตามตัวของเพื่อนหนุ่ม


    "เอาไอ้อินไปสิ มันก็คงอยากได้ตัวช่วยอยู่" พีร์ธาดาพยักพเยิดหน้าไปยังเพื่อนสาวที่ตอนนี้ส่ายหัวรัวแรงอยู่


    "ไม่เอา มันเตี้ย"


    ปากเหรอนั่น มันจี้ใจดำเธอมาก ไอ้เลอมันคงลืมอะไรไปบางอย่างว่าคนอย่างอินทิราฆ่าได้หยามไม่ได้ แล้วเรื่องอะไรมาหาว่าเธอเตี้ย พวกแกนั่นแหละที่สูงผิดมนุษย์ เธอคิดในใจขมวดคิ้วจ้องเพื่อนตัวโตแน่วแน่ ก่อนจะแสดงอภินิหารสตรีร่างเล็กให้ดู ดังนั้นอินทิราจึงปีนขึ้นบนเก้าอี้ ก่อนเอาสองมือตัวเล็กจับไปที่ใบหูเลอมานอย่างมั่นคง ก้มลงมองเพื่อนชายอย่างแน่แน่วพร้อมออกแรงบิดหูทั้งสองข้างอย่างรุนแรง


    "ไอ้ปากเสีย เตี้ยแล้วยังไง ก็ยังมีคนเคยมาชอบฉันนั่นแหละวะ เดี๋ยวขวางไม่ให้เอาตัวไอ้พีชไปช่วยเลย"


    เลอมานร้องลั่น แรงไม่น้อยเล่นเอาหูเขาแสบไปหมด ใช่ เมื่อก่อนเขาเคยชอบเธอพอสารภาพไปก็กินแห้วแล้วก็ตัดใจทันที กลับมาเป็นเพื่อนเล่นกันเหมือนเดิม เหตุการณ์วันนั้นเขาสรุปเอาเองว่า "เออ วันนั้นกูเมา ปากพล่อย แถมสิ้นคิด ดันไปคิดว่ามดปลวกเป็นนางฟ้า ปล่อย เจ็บโว้ย!! "


    มันน่าปล่อยจริง ขณะที่อินทิรากำลังตั้งหน้าตั้งตาบิดหูเพื่อนอยู่นั้น ก็มีร่างใหญ่อีกร่างอุ้มตัวเธอลงกับพื้น ส่วนสูงที่ต่างกันแถมมือยังคงเกาะติดที่ใบหูแดงแน่นทำให้เลอมานต้องรีบก้มลงตามแรงดึงก่อนหูจะขาดไป เสียงร้องบอกเจ็บยังคงดังอยู่ อินทิรากำลังจะหันไปแว้ดคนที่อุ้มเธอลงจากเก้าอี้ พลันสายตาสบกันทำให้หญิงสาวปล่อยมือออกจากหูเพื่อนอย่างตกใจตัวแข็งพูดอะไรไม่ออกทันที


    "โอ๊ย! เล่นอะไรของแกไอ้อิน เจ็บหูโว้ย"


    เลอมานร้องเสียงดังถูหูตัวเองอย่างแรง ก่อนตีลงบนหัวเล็กหนึ่งที อยากจะมีสองมีสามแต่สายตาที่จ้องเขาเขม็งหยุดทำให้ต้องละมือ มองสายตาอีกคู่อย่างไม่ลดละเช่นกัน พอนึกอะไรออกมันก็น่า... ลองของ


    "เปลี่ยนใจแล้ว อินไปช่วยฉันหน่อยสิ อย่างน้อยก็คน ‘เคยๆ ’ กันอยู่" เลอมานจงใจพูดให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดอย่างนึกสนุกตามนิสัย ดึงข้อมืออินทิราที่ตอนนี้ตัวแข็งไปแล้วเอื้อมแขนโอบร่างเล็กไว้ก่อนขืนตัวเพื่อนให้ไปตามแรงตัวเอง


    แต่ไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงักลงเมื่อมีอีกแรงคว้าไหล่เขาไว้แน่น เลอมานหันไปมองด้วยสายตากวนๆ แต่ก่อนจะกวนมากกว่านี้กำปั้นใหญ่ของชายหนุ่มก็ลอยเข้ามา เขาเบี่ยงหน้าเตรียมหลบหากแต่ความเร็วและอานุภาพของหมัดก็ทำให้เขาหลบได้แค่นิดเดียว กระแทกเข้าที่ปลายคิ้วตัวเองอย่างจัง เลอมานล้มลงทันทีกวาดโต๊ะแถวนั้นให้ล้มตามร่างตัวเอง ก่อนสะบัดหัวมึนอย่างแรง ตวัดสายตาไปมองคนที่ทำร้ายร่างกายเขาอย่างดุดัน


    เสียงเอ๊ะอ๊ะโวยวายด้านนอกของร้านทำให้ทั้งลูกค้าและเจ้าของร้านออกมุงดูข้างนอกทันที อัทธ์รีบวิ่งเข้าไปคว้าตัวแฝดตัวเองไว้ก่อนที่มันจะสติแตกไปมากกว่านี้ ปกติฝาแฝดเขาเก็บอารมณ์เก่ง แต่พอเป็นเรื่องของผู้หญิงที่ชื่อ อินทิรา ก็ทำให้มันหลุดได้เสมอ


    "อะไรวะ" เลอมานสบถลั่น ลุกขึ้นมาเดินอาดๆ เข้ามาหาเจ้าของหมัดอย่างหาเรื่อง


    "เฮ้ยๆ ไอ้เลอ เรื่องเข้าใจผิด ฉันขอโทษแทนพี่อิทธ์แล้วกัน" พีร์ธาดากับชาตรีรีบคว้าตัวเพื่อนไว้แน่น เรื่องนี้ชักจะไม่สนุกแล้วสิ หญิงสาวสบตาก้องภพที่ตามออกมาอย่างขอความช่วยเหลือ


    "เลอมานเหรอ เฮ้ย พี่ขอโทษด้วยอีกคน เพื่อนพี่มันเลือดร้อนไปหน่อย ชกหน้าพี่คืนก็ได้นะ" ก้องภพเดินไปตรงหน้าของเพื่อนรุ่นน้องหรืออดีตลูกศิษย์ ยื่นหน้าหล่อๆ ให้อย่างกวนๆ รู้ดีว่าไอ้รุ่นน้องคนนี้ไม่มีทางทำคนอื่นเด็ดขาด


    "ไม่เอา’จารย์ ถือว่าผมฟาดเคราะห์แล้วกัน อีกอย่าง ผมก็หาเรื่องเองด้วย... ขอโทษนะพี่ชาย" เลอมานส่ายหัว มือถูไปยังปลายคิ้วจุดที่โดนต่อยก่อนหันไปสบตากับผู้หญิงในกลุ่มที่ยืนมองเขาหน้าซีดอยู่ "ไม่เป็นไรแล้วพีช ไม่ต้องช่วยฉันและ ไปล่ะ ไว้เจอกันใหม่"


    ลับหลังเลอมานไปกลุ่มลูกค้ามุงก็เริ่มเข้านั่งประจำที่ตัวเอง เหลือเพียงกลุ่มก้อนของเจ้าของร้านที่ยังคงยืนนิ่งไม่ไปไหน พีร์ธาดาสลับมองหน้าชาตรี ก้องภพ อัทธ์อย่างอึดอัด และเหมือนทั้งสามก็รู้สึกด้วย ก่อนที่ก้องภพจะทำลายบรรยากาศเงียบลง


    "ไอ้อิทธ์ เมื่อกี้มันรุ่นน้องข้าเอง แล้วก็เป็นเพื่อนพวกนี้ด้วย ทำไมทำอะไรรุนแรงจังวะ"


    "ไม่ชอบ"


    คำเดียวที่ทรงอาณุภาพด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์ สายตาของชายหนุ่มยังคงจ้องมองสาวที่เพิ่งถูกเขาอุ้ม ไม่ชอบ... ไม่ชอบอะไร นิสัย การกระทำ หรือหน้าตา เขาก็ไม่รู้แต่ที่รู้คือ ‘ไม่ชอบ’ และบรรดาเพื่อนก็เหมือนจะรู้ว่าคำๆ เดียวแต่คลุมทุกอย่าง ก็ไม่ได้พูดว่าอะไรต่อ


    "งั้น เข้าไปข้างในกันได้แล้ว" ก้องภพที่ดูจะหมดคำถามไปแล้วเมื่อได้คำตอบทื่อๆ ของเพื่อน เดินเข้าไปโอบไหล่พีร์ธาดาที่ยึกยักเหมือนไม่อยากให้โอบ แต่ก็สู้แรงตื้อไม่ได้


    "พวกแกเข้าไปก่อน ฉันขอคุยอะไรกับอินหน่อย” อิทธ์ที่ยังคงมองไปยังคนที่พูดถึงอย่างไม่วางตาบอกเสียงเรียบกลับไป ถึงเวลาที่เขาและเธอจะกลับไปเป็น ‘เหมือนเดิม’ เสียที เขาต้องเคลียร์และอธิบายให้เธอรู้เรื่องแม้ว่าเธอจะยอมหรือไม่ก็ตาม


    อินทิราที่ตอนนี้เสมองไปทางอื่นอยู่ตัวกับตัวกระตุกเล็กน้อยเมื่อดูท่าเธอจะหนีเขาไม่พ้น แต่ยังคงมองไปทางอยู่อยู่เหมือนเดิมเพื่อไม่ให้ เสียฟอร์ม


    "เอ่อ" เสียงที่แทบจะประสานกันออกมาของคนที่เหลือ และเหมือนจะพูดเป็นกันอยู่คำเดียวส่งผลให้อิทธ์หัวเราะ หึ ออกมาหนึ่งทีก่อนเบี่ยงสายไปกวาดไปยังกลุ่ม


    "ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก ไปเถอะ"


    ก่อนหันไปสบตาก้องภพเพื่อย้ำคำที่พูดก่อนหน้านี้ที่คุยกันอีกที คว้าเข้าที่ข้อมือสาวตัวเล็กที่ไม่ยอมมองเขาสักที พร้อมออกแรงดึงไปอีกทาง แต่สาวร่างเล็กขืนตัวสุดแรง


    อินทิราตกใจสุดขีดที่อยู่ดีๆ ก็มีมือนั้นมาคว้าหมับเข้า แถมเป็นมือเดิม มือที่คุ้นเคยอีก หัวใจเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเรียบร้อย ก่อนหันไปมองหน้าเหล่าบุคคลที่เหลืออย่างขอความช่วยเหลือเต็มที่ ส่ายหัวจนผมดัดหยิกพันกันยุ่งเหยิง แต่เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำให้เธอต้องหยุดกริยาทุกอย่างไว้แล้วตามเขาออกไปโดยดี


    "หรือจะให้พี่อุ้มไป"


    เฉียบขาดมากค่ะ


    พออิทธ์ลากอินทิราออกไปนอกร้าน ซึ่งไม่มีใครสามารถรู้ว่าจะไปไหนกัน อินทิราจะกลับมาในสภาพแบบไหน สมควรห่วงหรือไม่ ทั้งก้องภพและอัทธ์ก็ดูจะไม่สนใจกันนักเท่าไหร่ หันมองกันคนละทีสองทียักไหล่ให้กันเหมือนไม่แคร์ ก่อนก้องภพที่โอบไหล่แฟนสาวที่ยังทำหน้างงๆ พร้อมเดินนำสองหนุ่มไปยังโต๊ะตัวเอง ฉลองก็คือฉลอง จะให้ยุติได้อย่างไรกัน


    จะห่วงอะไรก็ในเมื่ออินทิรากลับไปอยู่ในความดูแลของอิทธ์อีกครั้งแล้วนะสิ




Create Date : 20 ตุลาคม 2553
Last Update : 22 ตุลาคม 2553 21:26:54 น. 4 comments
Counter : 490 Pageviews.

 
ขอพักนานลงอีกทีวันอังคารเลยแล้วกันค่ะ

ติดธุระเล็กน้อย


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่า


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:17:27:41 น.  

 
อ้อ...จากบทนี้เริ่มเข้าใจความสัมพันธ์ของอิทธ์ - อินแล้ว มันเป็นแบบนี้นี่เอง แล้วก็มีคุณเลอโผล่มาอีก ผู้ชายเยอะจัง ชอบนะไม่ใช่ไม่ชอบ 555

เจอกันวันอังคารค่ะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ


โดย: เอิงเอย IP: 68.224.193.220 วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:20:57:17 น.  

 
อยากรู้อดีตของ อิทธ์กับอินจัง หวังวารอบหน้าจะเฉลยนะคะ


โดย: taekoksaram IP: 58.137.30.201 วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:21:55:11 น.  

 
แอบมาดูแต่ไม่มาลง ฮา

ก็ต้องตามค่ะว่าครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร

ขอพูดถึง เลอมาน หน่อย หมอนี่หมดประโยชน์แล้วค่าาาาา
มาสร้างความร้าวฉานให้ชาวบ้านแล้วก็จากไป

แต่มีโปรเจคจะเขียนถึงคนนี้ต่อเหมือนกัน
(เรื่องนี้เอาให้รอดก่อนเถอะเนอะ ฮา)

รักษาสุขภาพด้วยค่ะ


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:21:42:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.