มุมพักผ่อนของคนอยากเขียน
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
18 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
เพียงเปิดใจ 12.1

บทที่12


หนึ่งตัวแปรของคนสองคน




    อินทิรายืนกอดอกพิงประตูแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายส่งให้เพื่อนและพี่ชายต่างสายเลือดตัวดี เพราะมีคีย์การ์ดเข้าห้องพีร์ธาดา เธอจึงมายืนอยู่ตรงนี้ทันได้ยินตั้งแต่ไอ้พี่บ้าบอกจะไปนอนเป็นเพื่อนเพื่อนสาว แทบจะถลาเข้าไปกระโดดถีบ แต่ไอ้พี่บ้ายกมือห้ามไว้ก่อน และก็ดูเหมือนว่าเพื่อนสาวจะยังไม่รู้ตัวจนตะโกนบอกรักชายหนุ่มเข้า


    "สวัสดี" อินทิรายกมือขึ้นระดับศีรษะพลางทักทายคนทั้งสอง


    "อิน... กะ แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ"


    "ก็ทันได้ยินอะไรดีๆ นั่นแล"


    "แต่ไม่เห็นอะไรดีๆ หรอกน่าพีช อย่ากังวล" ก้องภพตอบตามอินทิราติดๆ


    "ไอ้พี่ก้อง! " นั่นเป็นการประสานเสียงที่ทรงพลังเอามากๆ สัญชาตญาณความเป็นชายรีบเตือนตัวเองให้หุบปาก แล้วชิ่งออกจากที่นี่โดยเร็ว


    "อะไรเหรอครับ... โอ๊ะ พี่กลับก่อนดีกว่า ผมไปก่อนนะพีช เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาหา"


    ก้องภพรีบชิ่งลาหลังเจอสายตาอาฆาตจากน้องสาว และรังสีอำมหิตจากคนรัก แต่ก่อนจะวิ่งหลบออกไปยังไม่วายหันไปหอมแก้มคนรักหมาดๆ ฟอดใหญ่ และวิ่งไปกอดน้องสาวตัวดีทีหนึ่ง จากนั้นก็เปิดประตูเผ่นแนบแทบไม่ทัน เมื่อคนโดนหอมแก้มเริ่มโวยวาย


    หลังจากก้องภพออกไป ทั้งห้องก็ตกอยู่ในอาการเงียบกริบ... อินทิราค่อยย่องปลายเท้าเข้ามาหาเพื่อน จ้องมองอย่างแน่วแน่ที่ร่างเธอ หรี่ตาลงเล็กน้อย เคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ ใกล้เข้าไป


    "แฮ่" แลบลิ้นให้ดูอีกทีก็ได้


    "เล่นอะไรของแก ไอ้บ้า" พีร์ธาดาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนเสมองไปทางอื่นต่อ รู้สึกเขินอายสุดขีดเมื่ออยู่กับเพื่อนเพียงสองคน


    "ฮั่นแน่ แน้ แน้ แน่" อินทิราใช้นิ้วชี้จิ้มเบาๆ ที่หน้าผากของเธอเป็นจังหวะการพูด


    "ประสาทกลับเหรอไอ้อิน" พลางใช้มือปัดนิ้วที่ยังคงจิ้มอยู่อย่างรำคาญ


    "เล่า"


    "อะไร"


    "เล่ามา บัดเดี๋ยวนี้! " อินทิราเอามือท้าวเอวบางของตัวเองก่อนก้มลงสั่งเพื่อนสาวเสียงเขี้ยว


    พีร์ธาดามองหน้าเพื่อนสาวทีหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเล่าตั้งแต่เรื่องเมื่อคืนที่คุยกับกรกฏ ไปยังเรื่องที่ก้องภพพามาส่งคอนโด และแน่นอนเรื่องจูบต้องละเว้นไว้... ในฐานที่เข้าใจ


    "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น คงใช้ไม่ได้กับไอ้พี่ก้องแน่แล้ว"


    "นั่นสิ ทำฉันเสียเซลฟ์เอามาก"


    "แกรู้มั้ย ว่าแกร้องไห้หนักขนาดไหน ขนาดแกนอนหลับไปแล้ว น้ำตาแกยังไหลออกมาอยู่เลย"


    "... "


    "ฉันมั่นใจมาก ว่าแกต้องคิดอะไรกับพี่ก้องแน่นอน มั่นใจมานานแล้วด้วย"


    "ฉันแสดงออกแบบนี้เลยเหรอ"


    "ผงเข้าตาไงพีช มันต้องให้คนนอกช่วยเขี่ย แกกับพี่ก้องรู้จักกันมานาน บางทีความสนิทสนมมันมากเกินจนแกคิดว่าเขาเป็นแค่พี่... ถ้าเขาไม่มาบอกแกก็ไม่มีทางรู้ และถ้าเรื่องไม่เกิดแกก็คงไม่รู้ใจตัวเองเหมือนกันใช่ไหม ไอ้พีช"


    "ฉันรักแกวะอิน" พีร์ธาดาลุกขึ้นไปกอดอินทิราไว้หลอมๆ เอาหน้าซบลงบนผมนุ่ม


    อินทิรากอดตอบหน้าซุกอยู่ตรงแถวคอเพื่อน ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกว่าโดนเหยียดหยามเรื่องส่วนสูงยังไงชอบกล ใครบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระที่เธอชอบมาเปรียบเทียบความสูงกับคนอื่น... แต่คนที่ไม่มีผู้คนรายล้อมด้วยส่วนสูงเกินหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนฯ ก็คงไม่รู้หรอกว่าเธอรู้สึกอย่างไรที่ต้องเตี้ยกว่าพวกนี้ถึงสิบเซนติเมตร... มันน่าเศร้าใจนัก


    อินทิรารู้สึกได้ว่าตัวเองเริ่มเพ้อเจ้ออีกแล้ว ถูหน้าไปมาตรงแถวช่วงไหปลาร้าเพื่อนก่อนเอ่ยตอบรับคำบอกรักของเพื่อนสาวด้วยถ้อยคำที่น่าชม "เออ รู้แล้วน่า แต่ฉัน 'จูบ' แกไม่ได้นะ เดี๋ยวฟ้าผ่า"


    "ไหน พี่ก้องบอก... แกไม่เห็นอะไรไง! "


    พีร์ธาดาคลายกอดเพื่อนทันทีสีหน้าตกใจ มองตาโตของเพื่อนสาวเห็นมันยักคิ้วดิกๆ ให้ เธอยืดตัวขึ้นทันทีผลักหัวมันแรงๆ ให้ไปให้พ้นทาง ก่อนเดินปรี่เข้าห้องปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว อินทิราได้แต่ขำท่าทางเขินอายของเพื่อนสาว


    "ก็ฉันไม่เห็นอะไรไง... แต่ปากแกมันฟ้องวะไอ้พีช... ทั้งเจ่อ ทั้งแดง"


    "หุบปากไปเลยไอ้เพื่อนทรยศ! " พีร์ธาดาตะโกนตอกกลับออกมาอย่างฉุนเฉียว


    "หายปวดไมเกรนแล้วเรอะ"


    "ปวด! "


    ก่อนอินทิราจะถือวิสาสะเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อนเล่นแต่ก่อนจะกดสตาร์ทรันเครื่องก็พลางนึกอะไรได้ทัน สิ่งที่เธอต้องนำสาสน์ที่ได้รับสดๆ ร้อนๆ มาบอกต่อกับเพื่อน คนที่พวกเธอเฝ้ารอและรอคอยจะกลับมาแล้ว แถมพ่วงบุคคลอีกหนึ่งมาด้วยอย่างไม่เต็มใจ


    "พรุ่งนี้ไอ้ยอดชายกลับเมืองไทยนะ อัญชลีก็กลับมาด้วย... ได้ยินเปล่าไอ้พีช"


    พีร์ธาดาเปิดประตูออกกว้าง แล้วยื่นหน้าตื่นๆ นิดๆ ออกมาถามเพื่อน "อัญชลีด้วยเหรอ"


    "อืม เดี๋ยวฉันต้องบอกพี่ก้องมันอีก เตรียมตัวไว้ด้วยนะแก"


    "เออ" พีร์ธาดาส่งยิ้มที่รู้กันสองคนออกมาให้เพื่อนสาวดู ก่อนยักคิ้วส่งให้กันอย่าง... คนเจ้าเล่ห์





    ก้องภพฝ่าสภาพจราจรที่เกือบเป็นอัมพฤกษ์กลับเข้ามาถึงบ้านของเขา บ้านทรงไทยประยุกต์สภาพยังดีแม้จะมองดูรู้ว่าคงผ่านการปลูกมานาน สวนหน้าบ้านขนาดหย่อมที่มีพระเอกเป็นต้นมะม่วงขนาดใหญ่ตั้งเยื้องไปทางหน้าบ้าน ตกแต่งด้วยพระรองเป็นต้นย่อยต่างๆ ความสูงลดหย่อนกันไป ดูร่มรื่นอย่างกับไม่ได้อยู่ในเมืองกรุง บ่อน้ำปูนขนาดไม่กว้างมากที่ขุดไว้รอบเทอร์เรสของบ้านมีปลาคราฟอยู่สามตัวว่ายไปมาตามแนวยาวของบ่อ ชายหนุ่มเอารถจอดเทียบโรงจอดรถ เขาเดินฮัมเพลงเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี


    "แม่ แม่คร้าบบบบบ" ชายหนุ่มตะโกนเรียกหามารดาตัวเอง เมื่อมองไปกลางบ้านบนเก้าอี้ตัวประจำของแม่ตัวเองแล้วไม่เห็นร่างของเธอนั่งอยู่


    "อะไรตาก้อง เรียกแม่เสียงดังเลย"


    นิศาออกมาจากครัวพร้อมผ้ากันเปื้อนลายจุด เธอมองหน้าลูกชายที่ยิ้มกว้างส่งให้ และอดไม่ได้ที่จะยิ้มแบบเดียวกันส่งตอบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็เข้ามาสวมกอดจากด้านข้าง นั่นทำเอาเธอตกใจ เพราะไอ้การประจบประแจงแบบนี้มันต้องมีเรื่องมาให้แน่นอน


    "มาอ้อนแม่ ไปทำอะไรผิดมา ฮึ! " เสียงทีเล่นทีจริงเอ่ยถามไป พร้อมตีท่อนแขนแกร่งของลูกชายเบาๆ หนึ่งที


    "แม่ ก้องรักแม่จัง ก้องชอบยิ้มแม่จัง"


    "อะไรของเรา แม่ชักงงแล้วนะ" นิศาหันไปหน้าถามลูกชายอย่างสงสัยว่าคราวนี้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอจะมาไม้ไหน และพอเห็นลูกยิ้มเธอก็ยิ้มตามไปด้วยอีกอย่างอดไม่ได้


    "ก็วันนี้ คนที่ก้องรักเขาบอกชอบรอยยิ้มแม่นิ"


    "แล้ว" นิศาเลิกคิ้วมองคนขี้อ้อน


    "แล้วเขาก็บอกรักคนที่มียิ้มแบบเดียวกับแม่ด้วย"


    นิศาดึงตัวลูกชายออกจากอ้อมกอดพร้อมมองหน้าส่งยิ้มแบบเดียวกันให้ สีหน้าอิ่มสุขของลูกชายทำเอาเธออดดีใจไปด้วยไม่ได้


    "หนูพีชเขาตกลงกับเราแล้วเหรอ"


    "ครับผม"


    "แม่ดีใจกับก้องด้วยจริงๆ "


    "เร็วๆ นี้ ก้องพาพีชมากินข้าวด้วยนะแม่"


    "เอาสิ เดี๋ยวแม่โชว์ฝีมือทำอาหารเอง"


    ดูเหมือนจะนึกอะไรออกอีกอย่าง ก้องภพจับไหล่แม่ตัวเองแน่น มองไปยังตาพิมพ์เดียวกับเขา "แม่"


    นิศาเลิกคิ้วเงยมองหน้าลูกอย่างไม่เข้าใจ "หืม"


    "ถ้าพีชมา แม่ต้องให้พีชเรียกแม่ว่า 'แม่' นะ"


    นิศาส่ายหัวเบาๆ กับคนได้คืบจะเอาศอก ยิ้มน้อยส่งให้ "จ๊ะ แม่ก็หวังให้หนูพีชเรียกมานานแล้วเหมือนกัน"



    ก้องภพยิ้มกว้างก้มลงไปหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ก่อนขอตัวเข้าห้องตัวเองไป พร้อมได้รับข้อความจากอินทิรา ใบหน้าเริ่มซีดเผือดลงเมื่อรู้ว่าใครจะกลับมา... อัญชลีกลับมาแล้ว เสียงก้องสะท้อนไปมาอยู่ในหัวราวกับว่าเขาต้องเจอเรื่องคอขาดบาดตายในไม่ช้านี่แน่นอน อดีตที่ไม่อยากจดจำจะตามกลับมาหลอกหลอนเขาอีกไหมนี่ ถึงจะรู้ว่าพีร์ธาดาน่าจะเข้าใจเขามากที่สุดแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ และครั้งนี้เขาคงต้องระวังตัวให้ดี... ไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำสองอีก... และแน่นอนข่าวนี้ต้องส่งไปให้เพื่อนแฝดให้รู้ด้วย




    ช่วงเย็นจัดชายหนุ่มขับรถไปรับพีร์ธาดาและอินทิราที่คอนโดมีเนียมของสาวคนรัก ก่อนพากันตรงไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อรอรับคนจากแดนไกล และเหมือนจะนึกอะไรออกก่อนบอกกับสาวตัวเล็กหลังเบาะ


    "เออ อิน พี่บอกไอ้แฝดไปด้วยนะ" ก้องภพมองกระจกหลังพร้อมเอ่ยสิ่งที่ทำให้อินทิราอ้าปากค้างออกไป "มันคงถึงกันแล้วล่ะ" นั่น ปากอ้าได้อีก


    "แล้ว... เขามาด้วยไหม"


    "ไม่รู้สิ ไปถึงก็คงรู้เอง"


    "ทำไมพี่ก้องทำแบบนี้กับอิน ฮืออออ" อินทิราทิ้งตัวลงไปนอนกับเบาะหลังอย่างหมดแรง พร้อมยกมือปิดหน้า ปากพูดเป็นแต่ว่า 'ไม่' ซ้ำไปวนมา พอหนำใจก็คร่ำครวญหาว่าชายหนุ่มทรยศบ้าง ไม่รักหล่อนบ้าง


    "อะไรเหรอ ใคร แฝด"


    "อ้าว พีชไม่รู้เรื่องเหรอ" ก้องภพหันไปมองหน้างงแวบเดียวของคนรัก ซึ่งเขาเองก็งงไม่ต่างกัน เพราะคิดว่าเพื่อนคู่นี้น่าจะเล่าอะไรให้ฟังกันทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องนี้ "พีชรู้จักแต่ไอ้อิทธ์นี่นา วันก่อนพี่ก็ลืมบอก อัทธ์เพื่อนพี่ที่ไปเจอวันก่อนนั่นเป็นแฝดกับไอ้อิทธ์มัน ก็ไอ้อิทธ์กับอินมันเคย... "


    "หุบปากเลยพี่ก้อง หยุดเรียกชื่อนั้นสักที เดี๋ยวอินเล่าให้พีชฟังวันหลังเอง!! " อินทิราเอื้อมมือมาปิดปากก้องภพได้ทันก่อนเขาจะพูดอะไรออกไป แถมยังตะโกนใส่หูชายหนุ่มอีก


    "อิน ตอนนี้ฉันอยากรู้มาก แต่ไม่เป็นไร ฉันรอได้ และแกต้องเล่าให้ฉันฟังหมดทุกอย่าง เข้าใจ"


    พีร์ธาดารู้จักคนชื่ออิทธ์ค่อนข้างดี และคนนี้นี่เองที่ทำให้อินทิราต่อมน้ำตาแตก และสั่งห้ามไม่ให้หล่อนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนของก้องภพอีก... ทำยังกับเธอจะฟังงั้นแหละ ยกเว้นกับอิทธ์ที่ยังคงติดต่อกันอยู่บ้าง หากแต่เพราะวิชาชีพของทั้งคู่ทำให้เขาและเธอไม่ค่อยได้พบปะกันเท่าที่ควร เรื่องใหม่ที่รู้นี้ก็ไม่ได้ทำอะไรให้เธอตกใจเท่าไหร่ เพราะคิดอยู่แล้วว่าเพื่อนสาวกับอิทธ์ต้องมีอะไรมากกว่าที่คิดแน่นอน หากแต่ก็รอเวลาที่เพื่อนจะเล่า และมันก็คงถึงเวลาได้แล้ว


    "ค่ะ" อินทิราตอบพลางทำหน้าแหยเพื่อขอความเห็นใจจากเพื่อนสาว แต่สิ่งที่เห็นคือพีร์ธาดาเอานิ้วชี้ขึ้นมาปาดคอตัวเองพร้อมทำหน้าเหี้ยม... มันน่ากลัวมาก



    และล้อรถเก๋งซีดานสัญชาติยุโรปก็จอดเทียบลานจอดรถของสนามบิน ความรู้สึกของสามคนที่ไม่เหมือนกัน พีร์ธาดาเฝ้ารออยากเจอเพื่อนที่กลับมาจากต่างประเทศอย่างใจจดใจจ่อ อินทิราก็ชะเง้อหลบหลังเธอเหมือนกลัวเจอใครอยู่ตลอดเวลา ส่วนก้องภพดูหน้าจะเครียดลงเมื่อใกล้ถึงเวลาเครื่องลง



    "ไอ้ก้อง ทางนี้" เสียงตะโกนเรียกก้องภพดังขึ้น


    "อ้าวไอ้อัทธ์ มานานแล้วเหรอ"


    "เพิ่งมา สวัสดีครับพีช... ข้างหลังนั่นอินเปล่า" อัทธ์เพ่งมองไปยังสาวตัวเล็กที่สุดที่ดูจะแอบอยู่หลังของคนสูงกว่าทั้งสอง ทำอย่างกับมันจะบังมิดเขาส่ายหัวช้าๆ กับท่าทางของเธอ


    "แฮะ หวัดดีพี่อัทธ์ แล้ว... " อินทิราจัดการสอดสายตาหาบุคคลอีกหนึ่งคน ใจชื้นขึ้นเมื่อไม่เจอ


    "ไอ้อิทธ์นะเหรอ" อัทธ์เริ่มตลกในถ้าทีของสาวตัวเล็กที่มันหลุกหลิกไม่อยู่สุขเมื่อเขาเอ่ยชื่อต้องห้ามของหล่อนขึ้นมา "ไอ้อิทธ์นะเหรอ"


    "จะย้ำทำไมนักหนา เออ คนนั้นแหละ เขามามั้ย" อินทิราส่งเสียงจิ๊จ๊ะยู่หน้าตอบอย่างคนอารมณ์ไม่ดี


    "มา"


    "ไม่มา ไม่จริง ไม่เชื่อ" อินทิราพูดขัดทันที่ได้ยินอัทธ์เอ่ยคำที่ไม่อยากได้ยินสักเท่าไหร่ออกมา แล้วก็แทรกตัวหลบอยู่หลังพีร์ธาดาเหมือนเดิม


    "แกเป็นบ้าอะไรของแกไอ้อิน เสื้อฉันยับหมดแล้ว"


    "ยืมหลังหน่อยแก กลัว"


    "ไอ้อิทธ์ไม่มาหรอกอิน มันไม่ว่าง" อัทธ์ยิ้มร่าเมื่อเห็นอาการรนของอินทิรา เขารู้ว่าแม้ปากเธอจะพูดอย่างนั้นไป แต่ใจเธอคงรู้สึกเอียงตามคำพูดเขาแน่นอน


    "เหอะ ก็แหงงล่ะ ยุ่งตลอดศก"


     อัทธ์และก้องภพพร้อมใจกันส่ายหัวให้กับน้องสาวตัวดื้อของพวกเขา ก้องภพ อัทธ์ และอิทธ์เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ทำให้รู้สึกเอ็นดูกับความเอาแต่ใจของน้องสาวตัวเล็กสุดดื้อมาตั้งแต่รู้จักกัน อันที่จริงต้องบอกว่าที่อินทิราเอาแต่ใจนั้นคงนอกจากครอบครัวมีส่วนแล้วก็ต้องโทษพวกเขาไปอีกด้วยนั่นแหละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้แฝดของเขา


     แต่อัทธ์เดินทางไปเรียนต่อต่างแดนตั้งแต่เริ่มชีวิตย่างเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ปล่อยหนึ่งเพื่อนและหนึ่งแฝดเฝ้าดูแลบุคคลเสมือนน้องสาวแทนเขาต่อไป โดยความสัมพันธ์ระหว่างแฝดน้องกับสาวตัวดีก็ต้องมีอันสั่นคลอนเพราะคนที่ชื่อ... อัญชลี


    "เห็นว่าไม่เจอกันตั้งนานแล้วนี่นา ไม่อยากเจอมันหน่อยเหรอ" ก้องภพถามแหย่อินทิราเล่น


    "ไม่"


    "ไม่คิดถึงมันบ้างเหรอ" คราวนี้เป็นอัทธ์ที่จงใจแหย่ถาม


    "ไม่ ไม่ ไม่!! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะพี่อัทธ์ ก่อนที่จะเป็นอีกคนที่อินไม่อยากเจอ"


    "กลัวจัง แต่อินไม่กลัวเหรอ เดี๋ยวก็คลั่งตายถ้าไม่มีคนส่งข่าวพี่หมอให้รู้" อัทธ์ส่งสายตาเยาะให้สาวตัวเล็กที่ดูจะเม้มปากแน่น ก่อนหลบหน้าเข้าไปหลังเพื่อนสาวสูงโปร่งพร้อมส่งเสียงกรี๊ดในลำคอออกมาเป็นระยะ


    "ไม่ได้อยากรู้สักหน่อย" เสียงพึมพำแผ่วเบาแต่พูดให้จงใจได้ยินลอยล่องออกมาจากหลังพีร์ธาดา


    "เหรอออ" เสียงประสานกันของสองหนุ่มดังขึ้นมาแทบจะทันที


    "พอแล้วพี่ก้อง พี่อัทธ์ อย่าไปแกล้งมันมากนัก เสื้อพีชจะขาดอยู่แล้ว"


    พีร์ธาดาเริ่มรู้สึกสงสารเพื่อนตัวเอง แม้จะหมั่นไส้กับความลับที่ไม่ยอมบอกเธอ แต่กับการที่สาวเจ้าเล่นบิดเสื้อเธอตลอดเวลานี่มันทำเอาเธอใจเสียมิใช่น้อย ครั้งก่อนมันก็บิดจนพาเอาเสื้อซีฟองตัวล่ะสามพันกว่าบาทเธอขาดไปแล้ว วันนี้เป็นผ้าเนื้อเดิม ขืนขาดมาอีกลมจับแน่นอน


    "เฮ้ย เริ่มออกมากันแล้ว" ใครคนหนึ่งในบรรดาผู้คนแถวนั้นตะโกนขึ้น


    แปดตาก็หันขวับจ้องไปยังทางเดินออก





Create Date : 18 ตุลาคม 2553
Last Update : 18 ตุลาคม 2553 1:54:08 น. 1 comments
Counter : 407 Pageviews.

 
พบกับตอน 2 ต่อเลยค่ะ


โดย: ตุยเหมี่ย วันที่: 18 ตุลาคม 2553 เวลา:2:39:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตุยเหมี่ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"ดากร" ... ณ ตอนนี้ขอเปลี่ยนนามปากกาเป็นชื่อนี้แล้วนะคะ

นามปากกานี้เป็นการดึงชื่อจริงของตัวเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ว่าเข้าไปนั่น)

เหตุที่เปลี่ยนก็เพราะว่า รู้สึกแปลกเล็กน้อยที่เอานางเอกของเรื่องมาทำเป็นนามปากกา มันเขินบวกรู้สึกชาที่หน้าแบบบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้

ดากร ... จำไม่ยากหรอกค่ะ ดากร
< /embed>

Friends' blogs
[Add ตุยเหมี่ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.